ภายในห้องทำงานอันกว้างขวางของเจ้ากรมยุทธการทหารบก แสงไฟนีออนสีขาวสะท้อนความตึงเครียดบนใบหน้าของพลโทอเนกที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักหนา บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบ LCD กำลังฉายภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูกลาง แม้จะเป็นภาพความละเอียดต่ำและมีม่านฝนบัง แต่ระบบเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) เฉพาะกิจที่เพิ่งรันเสร็จ ก็กะพริบหน้าต่างสีแดงแจ้งผลการจับคู่ฐานข้อมูลสารบบราษฎร์และทหารกองหนุน
ติ๊ด! [Match Found: 98.4%]
"ได้ตัวมันแล้วครับท่าน" นายทหารฝ่ายสืบสวนคดีความมั่นคงยื่นแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลหนาให้พลโทอเนก "มันไม่ใช่คนของฝั่งการเมืองทั่วไปอย่างที่เราคิดในตอนแรก แต่มันคือ 'นายแสง สุริยันต์' อดีตนายตำรวจหน่วยคอมมานโด และอดีตผู้บังคับหมวดทหารพรานจู่โจมภาคใต้... ประวัติการรบและการใช้อาวุธโชกโชนมากครับ ลาออกจากราชการไปเมื่อห้าปีก่อน"
พลโทอเนกหยิบแฟ้มมาเปิดไล่สายตาดูรูปถ่ายในเครื่องแบบของแสง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม "มิน่าล่ะ... ท่าเดิน จังหวะการจัดระเบียบร่างกาย และมาดทหารเสนาธิการของมันถึงได้เป๊ะจนทหารยามจับพิรุธไม่ได้ แถมมันยังหลบมุมกล้องและพุ่งหลบวิถีกระสุนของพวกมึงได้ในเสี้ยววินาที"
อเนกโยนแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังปัง แววตาดุดันฉายแววเหี้ยมเกรียม "คนระดับนี้ไม่มีทางมารับงานจ้างสืบข้อมูลธรรมดา มันมีแรงจูงใจส่วนตัว... ตรวจสอบประวัติครอบครัวมันหรือยัง?"
"กำลังเร่งทำครับท่าน แต่สายรายงานเบื้องต้นว่า... มันคือพี่ชายแท้ ๆ ของ 'สารวัตรตะวัน' อดีตนายตำรวจตงฉินที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ความวุ่นวายก่อนรัฐประหารเมื่อสามปีก่อนครับ!"
คำเฉลยนั้นทำให้พลโทอเนกถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เพลิงแค้นของพี่ชายที่เป็นอดีตมือปราบระดับพระกาฬ กำลังสาวไม้เบสบอลมาฟาดที่หน้าของกองทัพและรัฐบาลโดยตรง เพื่อทวงความยุติธรรมให้น้องชายที่เป็นตำรวจ
ประตูห้องทำงานเปิดผางออก นายทหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ยศร้อยเอกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในสภาพเหงื่อท่วมใบหน้า มือทั้งสองข้างถือแผ่นบันทึกรายงานสรุปการล็อกอินของระบบเซิร์ฟเวอร์กลาง
"รายงานครับท่านพลโท!" ร้อยเอกฝ่าย IT ทำความเคารพเสียงสั่น "จากการตรวจสอบ Log Files ของเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในห้องข้อมูลยุทธการ... พบว่ารหัสผ่านและฐานข้อมูลสำรองของกรมกำลังพลถูกเจาะผ่านช่องโหว่พอร์ตเครือข่ายจำลอง (Virtual Port) ครับ"
"กูไม่ต้องการฟังศัพท์เทคนิค!" อเนกตวาดลั่นจนทหารรุ่นเด็กสะดุ้งโหยง "กูต้องการรู้แค่คำคำเดียว... มันได้อะไรไป?!"
"มัน... มันเข้าถึงโฟลเดอร์รหัสลับส่วนบุคคลชั้นความลับสูงสุดครับท่าน" ทหาร IT กลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเอ่ยชื่อไฟล์ด้วยเสียงสั่นระริก "ไฟล์ [OP_SUN_CLAW_2553.doc]... ปฏิบัติการกรงเล็บสุริยัน ถูกคัดลอกลงแฟลชไดรฟ์ออกไปโดยสมบูรณ์ครับ!"
บรรยากาศในห้องทำงานพลันเงียบกริบดุจป่าช้า ทหารคนสนิทของอเนกถึงกับหน้าถอดสีจนเป็นสีขาวซีด เพราะทุกคนในห้องนี้ต่างรู้ดีว่า 'กรงเล็บสุริยัน' ไม่ใช่แผนผังกำลังพลธรรมดา แต่มันคือเส้นทางการเงินสดและหลักฐานชิ้นสำคัญ... หลักฐานที่บอกว่า นายกฯ คนก่อนเซ็นอนุมัติงบลับตามหน้าที่ แต่คนที่เป็นอีแอบคอยประสานงานและรับเงินมืดก้อนนี้ไปกระจายงานเพื่อหักหลังพวกเดียวกันเองก็คือ นายกฯ ศรัณย์ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นผู้นำฝ่ายค้านอยู่เลยด้วยซ้ำ!
หากปลายทางของโครงข่ายนี้หลุดไปถึงมือสาธารณชน ไม่ใช่แค่ทหารที่จะพัง แต่เก้าอี้นายกฯ ของศรัณย์ที่ได้มาจากการเหยียบศพพวกเดียวกันจะหักสะบั้นลงทันที
พลโทอเนกสูดหายใจเข้าลึก หมัดทั้งสองข้างก้มลงยันกับโต๊ะทำงาน รังสีอำนาจเด็ดขาดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง สมองของระดับขุนพลประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลนี้หลุดออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเก้าอี้นายกฯ ของศรัณย์จะหัก และพวกเขาทุกคนจะต้องเข้าคุก
"มันได้ไฟล์ดิบไป... ในยุคนี้การจะส่งไฟล์ขนาดใหญ่ขนาดนั้นผ่านเน็ตบ้าน GPRS หรือ Dial-up มันทำไม่ได้ทันที มันต้องใช้เวลาถอดรหัสผ่านชั้นที่สองที่ฝังไว้ในไฟล์" อเนกสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ "ประสานงานไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยข่าวกรองทหาร... สั่งตั้งด่านความมั่นคงปิดล้อมพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรรอบ ยก.ทบ. ตรวจค้นรถแท็กซี่สีชมพูทุกคันที่ผ่านทาง!"
"แล้วเรื่องตัวนายแสงล่ะครับท่าน?" คนสนิทถาม
"ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ (Black Ops) นอกเครื่องแบบไปที่กบดานเก่าของมันทุกจุดตามประวัติ" พลโทอเนกหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำเสียงดัง แกร๊ก! ดวงตาจ้องมองภาพของแสงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างอาฆาต
"เจอตัวมันที่ไหน... ไม่ต้องจับเป็น ฆ่าปิดปากมันซะตรงนั้น แล้วยึดแฟลชไดรฟ์คืนมาให้กู!"
พายุฝนยังคงกระหน่ำซัดจนทัศนวิสัยมืดมิด เป็นไปตามที่อเนกคาดการณ์... แสงผู้มีประสบการณ์รบโชกโชนรู้ดีว่า รถแท็กซี่สีชมพูคันที่ไฟท้ายแตกยับคือเป้าหมายเคลื่อนที่ที่จะถูกวิทยุสั่งสกัดด่านทันที เขาตัดสินใจสั่งให้คนขับหักเลี้ยวเข้าสู่ซอยเปลี่ยวใต้ทางด่วน ห่างจากตึก ยก.ทบ. ไม่กี่กิโลเมตร เพื่อทิ้งรถและเตรียมเปลี่ยนแผนหนี
ทว่า... เสียงเครื่องยนต์ดุดันของรถกระบะยกสูงสามคันพุ่งทะยานฝ่าม่านฝนเข้ามาปาดหน้าและปิดท้ายรถแท็กซี่อย่างรวดเร็ว!
ประตูรถกระบะเปิดผาง ชายฉกรรจ์ในชุดคอมแบทสีดำสนิทพร้อมหมวกไหมพรมคลุมหน้าเกือบ 20 คน ถลันลงมาพร้อมอาวุธสงครามครบมือ พวกมันคือหน่วยจู่โจมพิเศษ สายตรงของพลโทอเนกที่ดักรอในพื้นที่วงในอยู่แล้ว!
"ลงมาจากรถ! หมอบลงกับพื้นเดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามสั่งการฝ่าสายฝน
แสงวิเคราะห์สถานการณ์อันบีบคั้น แผลกระสุนถากที่หัวไหล่เริ่มส่งความปวดหนึบ เขากระชากประตูรถพุ่งตัวลงมาหลบหลังบังโคลนรถแท็กซี่ ชักปืนพกซ่อนขนาดเล็กขึ้นมาขึ้นลำ ขีดความสามารถของอดีตคอมมานโดคำนวณอย่างรวดเร็ว... ปืนพกกระบอกเดียวปะทะอาวุธสงครามท่ามกลางวงล้อม 20 คนในพื้นที่เปิดโล่ง โอกาสรอดชีวิตแทบเป็นศูนย์!
ท่ามกลางสภาวะจนตรอก เสียงรองเท้าคอมแบทของหน่วยจู่โจมพิเศษกระชับวงล้อมเข้ามาเรื่อย ๆ แต่แล้ว... ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบฝากระโปรงรถแท็กซี่ ชายลึกลับจำนวน 5 คนในชุดม่อฮ่อมสีดำสนิทธรรมดา ก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดใต้เงาของเสาตอม่อทางด่วน ตามเนื้อตัวและใบหน้าของพวกมันมีรอยสักอักขระขอมโบราณสีหมึกคล้ำกรีดลึกอยู่เต็มผิวหนัง แววตาทั้งห้าคู่นั้นขุ่นมัว ไร้ความรู้สึกนึกคิดดุจดั่งหุ่นเชิดที่กำลังเดินเข้าหากองทัพ
"เฮ้ย! มีพวกแฝงตัวเข้ามา! ยิงมัน!" หัวหน้าหน่วยจู่โจมพิเศษตะโกนสั่งการ
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนกลมือของทหารสาดกระสุนสงครามเข้าใส่ร่างของชายทั้งห้าคนในระยะเผาขน แรงปะทะของกระสุนทำได้เพียงแค่ทำให้เสื้อผ้าของพวกมันขาดวิ่น ประกายไฟปะทุวาบบนผิวหนังประหนึ่งกระสุนหัวตะกั่ววิ่งปะทะเข้ากับแผ่นเหล็กกล้า ไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีเลือดสักหยดไหลซึม ทว่า... แรงกระแทกซ้ำ ๆ ของกระสุนขนาด 9 มม. และ 5.56 มม. ที่ระดมยิงเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งก็ส่งแรงดันมหาศาลจนทำให้ร่างของชายชุดดำทั้งห้าคนต้านทานไม่ไหว ทยอยล้มหงายหลังลงไปนอนกองกับพื้นถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน
"เป้าหมายล้มแล้ว! หันกลับไปจัดการไอ้แสง!" หัวหน้าหน่วยสั่งการอย่างรวดเร็วพลางหันกระบอกปืนกลับมาทางรถแท็กซี่
แต่ยังไม่ทันที่พวกทหารจะขยับเท้า เสียงกระดูกลั่น กร๊อบ... แกร๊ก... ก็ดังแทรกม่านฝนขึ้นมาจากเบื้องหลัง ชายชุดดำทั้งห้าคนที่เพิ่งถูกระดมยิงจนล้มคว่ำ กลับค่อย ๆ ชันกายลุกขึ้นยืนตรงอีกครั้งราวกับไม่รับรู้ถึงความบอบช้ำภายในร่าง พวกมันไม่ร้องเจ็บปวด ไม่มีเสียงคราง มีเพียงแววตากร้าวที่จ้องมองมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าโจมตีหน่วยจู่โจมพิเศษอีกครั้งด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!
"อสูรกาย! พวกมันเล่นของ! คาถาหนังเหนียวแน่ ๆ! ยิงหัวมัน!" ทหารนายหนึ่งสติหลุด ตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเพราะไม่เคยเจอสถานการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้มาก่อน พวกมันพยายามชักมีดคอมแบทเข้าฟันแทง แต่คมมีดกลับสะท้อนกลับมาราวกับปะทะเหล็กกล้า ทหารฝีมือดียี่สิบคนเริ่มระส่ำระสายเมื่ออาวุธในมือไม่สามารถระคายผิวพวกมันได้เลย และเริ่มถูกหุ่นเชิดทั้งห้าไล่หักกระดูกบดขยี้จนล้มตายทีละคน
แสงที่แอบดูเหตุการณ์ระทึกขวัญอยู่หลังรถแท็กซี่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมกริบเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บใจ พวกทหารยามตื่นตระหนกคิดไปเองว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ... แต่แสงที่เคยปะทะกับพวกมันมาแล้วในอดีต รู้ดีที่สุดว่า 'กลุ่มกายาอมตะ' พวกนี้ไม่ใช่ผีดิบหรือผู้มีวิเศษวิสิฐมาจากไหน พวกมันยิงฟันไม่เข้าก็จริง แต่แรงกระแทกของกระสุนยังคงสร้างความบอบช้ำให้อวัยวะภายในได้ และพวกมันยังคงบาดเจ็บและตายได้
แสงก้มมองปืนพกซ่อนกระบอกเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำในมือตัวเองแล้วสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขามาปฏิบัติภารกิจแฝงตัวเลยไม่ได้เอาปืนประจำตัวมาด้วย
"ปัดโธ่เว้ย!" แสงสบถเสียงต่ำอย่างเจ็บใจลึกซึ้ง ในสถานการณ์วิกฤตที่มีเพียงปืนพกเล็กกิ๊กก๊อกกระบอกนี้ เขาไม่มีทางล้มพวกมันได้เลย แสงรีบอาศัยจังหวะที่พวกกายาอมตะกำลังฉีกร่างทหาร หมุนตัวหลบหนีออกไปทางตรอกมืดทันที!
แสงพุ่งตัวฝ่าสายฝนเลี้ยวเข้าสู่ซอยตันแคบ ๆ ข้างตึกแถวร้างใต้ทางด่วน เสียงลมหายใจหอบถี่ผสมกับเสียงฝนตกกระทบพื้นปูน ทว่าสัญชาตญาณรบที่เฉียบคมกลับเตือนให้เขาชะงักเท้าลงทันที เมื่อเงาร่างทึมเทาของชายในชุดม่อฮ่อมสีดำปรากฏขึ้นกึ่งกลางทางออกเบื้องหน้า... และเมื่อเขาหันหลังกลับ ชายชุดดำอีกสองคนก็ก้าวเข้ามาปิดทางหนีไว้หมดสิ้น
ในที่สุดเขาก็หนีพวกมันไม่พ้น... แสงถูกล้อมไว้เบื้องล่างของตอม่อคอนกรีตอันมืดมิด
แสงกระชับปืนพกกระบอกเล็กในมือแน่น แผ่นหลังพิงกำแพงปูนเย็นเยียบ สายตาคมกริบกวาดมองหุ่นเชิดอักขระขอมทั้งสามตัวอย่างระแวดระวัง แม้จะรู้ว่าปืนในมือไม่อาจล้มพวกมันได้ แต่เขาก็พร้อมจะลั่นไกสู้จนตัวตาย ดีกว่ายอมให้พวกมันกระชากวิญญาณไปเปล่า ๆ
แต่แล้ว เหตุการณ์กลับพลิกผัน ชายชุดดำที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้พุ่งเข้ามาหักกระดูกเขาเหมือนที่ทำกับพวกทหาร มันกลับเอื้อมมือลงไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนวัตถุชิ้นหนึ่งข้ามม่านฝนมาตกตรงหน้าแสง
มันคือโทรศัพท์มือถือบลูเบอร์รี่ (BlackBerry) หน้าจอปุ่มกดรุ่นยอดนิยมในยุคนั้น แสงขมวดคิ้วสับสนแต่ก็ยอมก้มลงเก็บมันขึ้นมา บนหน้าจอที่สว่างวาบมีข้อความสั้น ๆ พิมพ์ทิ้งไว้:
[เราต้องการแฟลชไดรฟ์]
แสงนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วโป้งของเขาหยาบกร้านแต่ขยับพิมพ์ตอบกลับลงบนปุ่มกดอย่างรวดเร็วด้วยความเดือดดาล:
[พวกแกเป็นพวกของไอ้อเนกหรือไอ้นายกฯ ศรัณย์? ห้ามยุ่งกับแฟลชไดรฟ์นี้เด็ดขาด!]
สิ้นคำขู่ สัญญาณไฟบนเครื่องกะพริบถี่ ก่อนจะมีข้อความส่งกลับมาในทันทีราวกับปลายสายกำลังเฝ้าจับตาดูเขาอยู่จากมุมมืด:
[เราไม่ใช่พวกของอเนกหรือศรัณย์ เราต้องการแค่ข้อมูลในนั้น และเราจะไม่ขัดขวางการแก้แค้นของคุณ]
คำประกาศนั้นทำให้แสงถึงกับลังเล สมองของอดีตทหารพรานประมวลผลอย่างหนัก... พวกมันไม่ใช่พวกของรัฐบาล แต่อาจเป็น "ขั้วอำนาจมืดลึกลับ" อีกกลุ่มที่ต้องการใช้หลักฐานชิ้นนี้เป็นเครื่องมือทำลายศรัณย์เช่นกัน และด้วยสภาพจนตรอกในตอนนี้ หากเขาปฏิเสธ เขาและหมอกคงไม่มีชีวิตรอดไปถึงวันพรุ่งนี้ และความจริงเรื่องสารวัตรตะวันก็จะถูกฝังไปตลอดกาล
หลังจากชั่งใจอยู่ไม่กี่วินาที แสงตัดสินใจพิมพ์คำสั้น ๆ ตอบกลับไป:
[ตกลง]
แสงใช้มือที่ถือโทรศัพท์ ล้วงหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาด 2GB ที่บรรจุไฟล์ปฏิบัติการกรงเล็บสุริยันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะส่งแรงโยนวัตถุทั้งสองชิ้นกลับไปให้ชายชุดดำฝั่งตรงข้าม
หนึ่งในกลุ่มกายาอมตะรับมันไว้ได้อย่างแม่นยำ มันไม่ได้พูดอะไร แต่ขยับตัวดึงเอาโน้ตบุ๊กเครื่องหนาเตอะออกมาจากกระเป๋ากันน้ำ เสียบแฟลชไดรฟ์เข้าพอร์ตอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาสะท้อนลงบนใบหน้าไร้อารมณ์ของหุ่นเชิดไสยศาสตร์ แถบแสดงสถานะการคัดลอกของระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าค่อย ๆ ขยับไปท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์และพัดลมระบายความร้อนที่ครางหึ่ง นิ้วของมันกดรัวคำสั่งคัดลอกไฟล์ข้อมูลดิบทั้งหมดลงเครื่องช้า ๆ ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่เทกระหน่ำซัด
ผ่านไปราวสองนาทีที่เงียบสงัดจนน่าอึดอัด... เมื่อแถบสถานะขึ้นคำว่าคัดลอกเสร็จสิ้น ชายชุดดำคนเดิมก็ดึงแฟลชไดรฟ์ออก มันเก็บโน้ตบุ๊กเข้ากระเป๋า แล้วทำการโยนแฟลชไดรฟ์ตัวจริงส่งคืนกลับมาให้แสง
แสงคว้าแฟลชไดรฟ์กลางอากาศมือกำไว้แน่น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ชายชุดดำทั้งสามคนก็หมุนตัวก้าวถอยหลังหายลับกลับเข้าไปในม่านฝนและความมืดมิดใต้ทางด่วนอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้แสงยืนอยู่ตามลำพังพร้อมกับคำถามใหญ่ที่ค้างคาในใจ...