“เ้าเด็กนั่น” ดรีมหรี่ตาลงมองดูเทวัญที่รับหน้าที่หัวหน้าหน่วยย่อยด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เดิมทีตอนที่ประธานสมาคมฝากฝังให้เธอเป็คนช่วยดูแลการลงดันเจี้ยนครั้งนี้เขายังพูดชื่นชมผู้ชายคนนี้ให้เธอฟังอยู่หลายคำ ถึงขนาดยกย่องว่าอีกฝ่ายอาจจะกลายเป็หัวหน้าทีมปฏิบัติการณ์คนใหม่ของสมาคมได้ แต่จากการประเมินของเธอแล้วคุณสมบัติของเขายังไม่ถึงขั้น
แม้จะมีพื้นฐานการต่อสู้พอใช้ได้และยังสกิลสายต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ในแง่ของความเป็ผู้นำ การตัดสินใจและไหวพริบยังถือว่าบกพร่องอยู่มาก
ข้อแรกก็คือเห็นได้ชัดว่าเขาสื่อสารกับเพื่อนในทีมไม่มากพอ ในเมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมทีมมีสกิลเวทมนตร์ที่ต้องใช้เวลาร่ายนานเขาก็ไม่ควรจะเร่งการต่อสู้และผลาญพลังของตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้เขายังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเพื่อนร่วมทีมที่เหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อให้ไม่พูดถึงเื่การเป็ผู้นำ เฉพาะแค่การต่อสู้ของเขาเองก็ยังมีปัญหาอยู่มากเช่นกัน
อย่างเช่นการที่เขาสูญเสียความเฉียบคมไปในเวลาไม่นานหลังจากเริ่มต่อสู้ทั้งที่เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับต่ำไม่กี่ตัว รวมถึงการโจมตีที่ยังไม่เด็ดขาดพอจะปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามได้ในเวลาสั้นๆ
สุดท้ายก็คือในแง่ของการตัดสินใจและไหวพริบ เขาตัดสินใจพาทีมเดินหน้าต่อทันทีที่ได้รับการรักษาจากฮีลเลอร์ทั้งที่ในความเป็จริงสกิลรักษาของฮีลเลอร์นั้นอาจจะฟื้นพลังกายได้ก็จริง แต่ความเหนื่อยล้าและสมาธิที่ถูกผลาญไปนั้นไม่ได้ถูกฟื้นกลับคืนมาด้วยอย่างสมบูรณ์
เธอสังเกตเห็นั้แ่ต้นแล้วว่าชายหนุ่มนั้นดูร้อนใจและทำราวกับว่าการสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้เป็เื่ไร้สาระสำหรับเขา เพียงแค่แินี้ก็นับว่าผิดพลาดแล้ว ไม่ว่าจะเป็ดันเจี้ยนระดับต่ำหรือมอนสเตอร์ที่อ่อนแอ สิ่งสุดท้ายที่ควรทำก็คือมองข้ามพวกมันหรือมองพวกมันด้วยความประมาทเลินเล่อ เพราะความประมาทจะนำมาซึ่งความผิดพลาด และความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยสามารถนำมาซึ่งหายนะได้ในพริบตา
ขณะที่เธอรู้สึกผิดหวังกับหน่วยย่อยกลุ่มนี้ สายตาของเธอก็เหลือบไปมองไอรีน หญิงสาวที่ดูลึกลับและทำให้เธอรู้สึกสนใจได้ด้วยสัญชาตญาณ สายตาของหญิงสาวตอนที่มองดูการต่อสู้นั้นไม่เหมือนกับคนที่มองด้วยความอยากรู้อยากเห็นธรรมดาทั่วไป แต่มันเป็สายตาที่กำลังประเมินเช่นเดียวกับตัวเธอ และอีกฝ่ายยังเผลอแสดงท่าทีผิดหวังออกมาด้วย
หญิงสาวที่ไม่ได้เป็แม้แต่นักล่าแสดงความผิดหวังในการต่อสู้ที่ได้พบเห็น เมื่อนำมารวมกับความรู้สึกและสัญชาตญาณของเธอ ดรีมค่อนข้างแน่ใจว่าเธอคิดไม่ผิด หญิงสาวคนนี้จะต้องมีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เดิมทีคนธรรมดาที่เพิ่งปลุกพลังก็ไม่ควรจะใจกล้าเดินมาเข้าดันเจี้ยนเพียงลำพังอยู่แล้ว
‘แต่ว่าเธอจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันนะ’ แม้จะอยากรู้แต่ดรีมก็ทำได้แค่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้รับใบอนุญาตการเป็นักล่า เพียงแค่ปล่อยให้เธอเข้ามาในดันเจี้ยนก็ถือว่าเป็ความเสี่ยงแล้ว ต่อให้มั่นใจว่าเธอมีฝีมือแต่ดรีมก็ไม่สามารถปล่อยให้พลเมืองไปเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็
เวลาผ่านไปราวๆสองชั่วโมง ทีมของพวกเขาสามารถกวาดล้างมอนสเตอร์ได้ครบตามเป้าหมายแต่ยังไม่สามารถค้นหาตำแหน่งของคริสตัลเวทมนตร์ได้พบ ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกสำรวจมาหลายต่อหลายครั้ง ทรัพยากรต่างๆล้วนแต่ถูกเก็บเกี่ยวไปจนแทบหมดสิ้น แม้ดันเจี้ยนจะสามารถฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของมันได้แต่ก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ดังนั้นการค้นหาคริสตัลเวทมนตร์จึงถือเป็ภารกิจที่มีความยากกว่าการเก็บกวาดมอนสเตอร์มาก
“พวกเราจะปักหลักกันที่จุดนี้ จากข้อมูลของสมาคมพื้นที่นี้เป็พื้นที่ที่มีการค้นพบคริสตัลเวทมนตร์จำนวนมาก ถึงพวกมันจะถูกเก็บไปแล้วแต่พวกมันก็น่าจะฟื้นฟูกลับคืนมาในเวลาไม่เกินห้าชั่วโมงจากตอนนี้” เทวัญเอ่ยขณะที่พาทีมของเขาปักหลักบนตำแหน่งตามแผนที่ของสมาคมนักล่า
ไอรีนขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึมหลังจากที่ได้ฟังข้อมูลของพวกเขา แม้เธอจะไม่เคยเห็นภาพของคริสตัลเวทมนตร์แต่เธอก็รู้ว่ามันเป็เหมือนก้อนแร่ที่บรรจุพลังเวทมนตร์เอาไว้ภายในอย่างหนาแน่น คริสตัลเวทมนตร์เหล่านี้เองที่มนุษย์นำมันออกจากดันเจี้ยนเพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาจำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเคร่งเครียดก็คือ บรรยากาศพลังเวทในพื้นที่นี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็เพราะพลังเวทอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ใต้ผืนดินและรั่วไหลขึ้นมาจึงทำให้กลายเป็คริสตัลเวทมนตร์ เพียงแต่ระดับพลังเวทที่รั่วไหลออกมานั้นมันรุนแรงมาก แม้แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ผู้คนต่างค้นหาพื้นที่ที่มีพลังฟ้าดินหนาแน่น พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าในบางครั้งพลังที่หนาแน่นและรุนแรงเกินไปนั้นไม่ใช่เื่ดีนัก
เหตุผลข้อแรกก็คือพลังที่หนาแน่นจนเกินไปนั้นอาจส่งผลร้ายต่อขีดจำกัดร่างกายมนุษย์ที่ไม่สามารถแบกรับพลังอันมหาศาลได้ไหวในคราเดียว
แต่นั่นก็ยังไม่แย่เท่ากับอีกข้อหนึ่ง
นั่นก็คือในโลกใบนั้น ไม่ได้มีเพียงมนุษย์ที่ชื่นชอบพื้นที่ที่มีพลังงานหนาแน่นเช่นนี้ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอื่นๆที่ชื่นชอบมันและโดยส่วนใหญ่ พื้นที่อุดมพลังงานเหล่านี้ก็มักจะมีเ้าถิ่นปกครองอยู่
ด้วยสกิล Extra Sense ไอรีนััได้อย่างเลือนรางถึงการเคลื่อนไหวที่อยู่ใต้ผืนดินลึกลงไปอยู่มากพอสมควร ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะเป็สิ่งใด แต่ไอรีนก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาอย่างแน่นอน ความแข็งแกร่งของมันเหนือยิ่งกว่ามอนสเตอร์จากดันเจี้ยนระดับ B เ่าั้จนแม้แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจที่จะเผชิญหน้าด้วย
‘หวังว่ามันจะไม่โผล่ออกมานะ’ ถึงอย่างไรดันเจี้ยนนี้ก็ดำรงอยู่มานานกว่าสามปีแล้ว การที่มันถูกประเมินให้เป็ดันเจี้ยนระดับต่ำย่อมหมายความว่าสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผืนดินนี้ไม่เคยปรากฏตัวออกมาและยังไม่มีผู้ใดรับรู้ว่าในดันเจี้ยนแห่งนี้มีสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งซุกซ่อนอยู่
และเธอก็คงไม่โชคร้ายมากพอจนถึงขั้นไปกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่นานสามปีเต็มปรากฏตัวออกมาใน่เวลานี้
ทว่าหากศิษย์พี่ศิษย์น้องของเธออยู่ที่นี่พวกเขาคงส่ายหน้าและพูดเป็เสียงเดียวกันว่า ‘มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน’
เพราะในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของสำนักผิงชุน คนที่มีดวงสัมพันธ์กับปรากฏการณ์พิเศษต่างๆมากที่สุดย่อมต้องเป็อี้หราน ทุกคนในสำนักต่างก็รู้ดีว่าหาก้าเจอกับเื่น่าตื่นเต้นหรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถพบเจอได้ในสถานการณ์ปกติ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการลากศิษย์พี่หญิงรองของพวกเขาไปไหนมาไหน ขอเพียงสถานที่แห่งนั้นมีสิ่งพิเศษซ่อนเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องได้พบเจอกับมัน
“คุณจะกลับไปก่อนไหม? พวกเขาน่าจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่อีกหลายชั่วโมง ถ้าคุณอยากออกจากดันเจี้ยนฉันจะพาไปส่งที่หน้าเกท” ดรีมเห็นว่าพวกเขาใช้เวลาไปมากพอสมควรแล้ว ระหว่างทางไอรีนได้พูดคุยกับฉัตรหลายอย่างซึ่งส่วนมากจะเป็ข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นักล่า ช่องทางการหารายได้ไม่ว่าจะเป็คริสตัลเวทมนตร์ ซากมอนสเตอร์ ไอเทมพิเศษต่างๆและสถานที่สำหรับซื้อขายสินค้าจากดันเจี้ยน เห็นได้ชัดว่าเธอมีความสนใจที่จะเป็นักล่าเพื่อหารายได้ซึ่งก็นับว่าได้ข้อมูลไปมากเกินพอ อีกทั้งเธอยังได้ซากมอนสเตอร์บางส่วนที่เกินมาจากความ้าของทีมพวกเขาที่แบ่งมาให้เธออย่างมีน้ำใจอีกด้วย
ไอรีนลังเลเล็กน้อย สัญชาตญาณของเธอกำลังร้องเตือนว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายและควรจะรีบออกไปจากที่นี่ ทว่าหากสิ่งที่เธอรู้สึกได้มันเป็ความจริง เช่นนั้นคนเหล่านี้คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะรอดชีวิตหรือหลบหนีไปจากที่นี่ ถึงแม้เธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา แต่เห็นแก่น้ำใจของดรีมที่อนุญาตให้เธอติดตามเข้ามาสำรวจดันเจี้ยน รวมถึงฉัตรที่ช่วยตอบคำถามของเธอและยังแบ่งซากมอนสเตอร์ให้เธอบางส่วน
“ฉันจะอยู่ต่อค่ะ” ไอรีนตอบกลับหลังจากที่ตัดสินใจได้
เมื่อเธอตัดสินใจแบบนี้พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงอย่างไรหลังจากนี้ก็เป็แค่การปักหลักและเฝ้ารอเวลาเพื่อเก็บเกี่ยวคริสตัลเวทมนตร์เท่านั้น แม้จะมีมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นมาเป็ระยะแต่มันก็ไม่ได้อันตรายหรือมีความเสี่ยงอะไรสำหรับพวกเขา สำหรับฉัตรนั้นเขายิ่งดีใจที่จะมีสาวสวยอยู่เป็เพื่อนพูดคุยไปอีกพักใหญ่จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ
ขณะที่พวกเขากำลังเฝ้ารอเวลา ไอรีนที่เปิดใช้งานสกิลของเธอตลอดเวลาก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสพลังเวทที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน ดวงตาของเธอหรี่ลงและกวาดมองไปรอบๆก่อนจะพบว่าดรีมเองก็เริ่มแสดงท่าทีแปลกประหลาดออกมาแล้วเช่นกัน
“นี่มันอะไรกัน” ดรีมย่อตัวลงและใช้ฝ่ามือััพื้นดินด้วยความสงสัย ขณะเดียวกันห่างออกไปจากจุดที่พวกเขาอยู่ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังพักผ่อนหลังจากที่ทำการสำรวจดันเจี้ยน พวกเขาวิ่งหนีจากพื้นที่ที่ตนเองอยู่ด้วยความร้อนรนและกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งที่พวกเธออยู่
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉัตรที่เป็หน่วยสำรวจของทีมลุกขึ้นยืนและหรี่ตาจ้องมองไปยังทิศทางนั้นด้วยความสงสัย ทว่าไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เบิกตากว้างและเอ่ยอย่างร้อนรน “บ้าเอ้ย รีบวิ่งเร็วเข้า พื้นดินกำลังถล่มลงไปแล้ว”
“อะไรนะ?” ทุกคนตกตะลึงกับคำพูดของเขา ดรีมแสดงสีหน้าเคร่งขรึมเพราะเธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เหตุการณ์พื้นดินถล่มธรรมดา
“วิ่งไปที่เกท จากจุดนี้ด้วยความเร็วของพวกนายน่าจะใช้เวลาประมาณสามสิบนาที อย่าหยุดเท้าเด็ดขาด ฝากดูแลคุณไอรีนด้วย”
“ไม่ทันแล้วละ” ไอรีนถอนหายใจออกมา แม้พวกเขาอยากจะหนีแต่มันก็ช้าเกินไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินจะเ้าเล่ห์เป็อย่างมาก ทันทีที่มันเริ่มลงมือเธอก็ตระหนักได้ทันทีว่ามันได้วางแผนทุกอย่างเตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว และตอนนี้เส้นทางหลบหนีทั้งหมดก็ได้ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
เพราะจุดที่พื้นถล่มไม่ได้มีแค่ตำแหน่งที่คนเ่าั้กำลังวิ่งหนี แต่มันเป็พื้นดินรอบๆจุดนี้ทั้งหมดในรัศมีห้ากิโลเมตร ตอนนี้พื้นดินจุดที่พวกเธออยู่ได้ถูกตัดขาดจากพื้นที่รอบๆโดยสิ้นเชิง
และในพริบตาต่อมา กระแสพลังเวทที่เต็มไปด้วยแรงกดดันก็ได้ถาโถมเข้าใส่พวกเขาอย่างดุดัน แม้แต่เทวัญที่สงบนิ่งมาโดยตลอดก็ยังสีหน้าซีดเผือดลงในทันทีที่ได้รับแรงกดดันนี้
“บ้าเอ้ย เ้าตัวนี้มันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกัน” ดรีมสบถออกมาอย่างหัวเสีย ในมือของเธอปรากฏขวานเล่มั์ที่ใหญ่โตกว่าร่างของเธอถึงสองเท่าตัวขึ้นมา ทว่าเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่โผล่ออกมาจากรอยแยกบนพื้นดินแล้ว ขวานเล่มใหญ่ของเธอก็ดูไม่ต่างไปจากไม้แคะฟันธรรมดาๆเลยแม้แต่น้อย
Baron Centipede
นั่นก็คือชื่อของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ปรากฏตัวขึ้น มันเป็มอนสเตอร์ที่ถูกประเมินความแข็งแกร่งเอาไว้ที่ระดับ A และเคยปรากฏตัวมาหนึ่งครั้งหลังจากเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกที่ประเทศหนึ่งทางยุโรป ใน่เวลานั้นได้มีการระดมขุมกำลังนักล่าชั้นนำทั่วทวีปยุโรปเพื่อกำจัดมันและกว่าจะทำได้สำเร็จ ประเทศนั้นก็ได้เสียหายอย่างย่อยยับและยังมีนักล่าาเ็ล้มตายไปอีกจำนวนมาก
แม้มันจะเป็เื่ที่ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว และมาตรฐานนักล่าในยุคนี้ก็เติบโตขึ้นมาจากเดิมมาก แต่มอนสเตอร์ตัวนี้ก็ยังไม่ต่างไปจากฝันร้ายในสายตาของเหล่านักล่า
แม้แต่ดรีมที่เป็นักล่าระดับซิลเวอร์ที่ถูกประเมินว่ามีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักล่าระดับโกลด์ เธอก็ยังรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
“ทุกคนรีบหนีออกไปจากดันเจี้ยนระหว่างที่ฉันถ่วงเวลามันเอาไว้” ดรีมออกคำสั่งเสียงดังกึกก้อง แม้ว่าเธอจะทำได้แค่ถ่วงเวลาและอาจต้องแลกด้วยชีวิต แต่มันก็เป็หน้าที่ของเธอในฐานะคนของสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทย เ้าหน้าที่ของทางการที่จะต้องปกป้องชีวิตของผู้คน