“เฮ้ ยัยป้ารีบไปฆ่าองค์หญิงนู้นไป จะจงใจมาหาเรื่องกันทำไม” ซุนเฟยสูดลมหายใจเข้าไปคิดหาประโยคมาพูดกับหญิงบ้าอย่างแพรีส ในเมื่อภารกิจของเจ้าจริงๆ คือสังหารองค์หญิงแล้วทำไมไม่ไปทำภารกิจของตัวเอง มาทำร้ายผู้หญิงของบิดาทำไม? รีบๆ ไปทำหน้าที่ของตัวเองเพื่ออนาคตในอาชีพนักฆ่านู่นไป
“ปล่อยแองเจล่าเถอะ ข้าขอสาบานในนามของราชาว่าจะไม่เข้าไปแทรกเรื่องราวระหว่างพวกเจ้า”
ซุนเฟยสบเข้ากับดวงตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นของแพรีสพร้อมเสนอเงื่อนไขนี้ออกมา
เห็นได้ชัดว่า การที่ผู้หญิงเจ้าเสน่ห์คนนี้มาทำร้ายแองเจล่าไม่น่าจะใช่เพราะการแก้แค้น แต่คิดได้อีกอย่างว่าเพื่อการลอบสังหารองค์หญิงในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมการล่วงหน้ามานานเท่าไรแต่เมื่อถึงคราวลงมือปฏิบัติตามแผนการ กลับมียอดฝีมือสี่ดาวอย่างซุนเฟยโผล่ขึ้นมา หรืออีกนัยหนึ่ง พลังของซุนเฟยเพิ่มขึ้นเร็วมากและมันอยู่นอกเหนือจากแผนการที่แพรีสวางไว้ไม่เคยมีใครที่สามารถเพิ่มพลังของตัวเองจากสามดาวระยะต้นกระโดดขึ้นมาเป็นสี่ดาวได้ในเวลาสั้นๆ ได้
บางที ถ้าเป็นเวลาอื่น กะอีแค่ยอดฝีมือสี่ดาวคนหนึ่งคงไม่ได้ทำให้แพรีสรู้สึกสนใจขนาดนี้ แต่เมื่อมาโผล่อยู่ในแผนการของนางครั้งนี้ นางคงไม่สนใจไม่ได้
เพราะการลอบสังหารในครั้งนี้ ไม่ว่าจะสำหรับแพรีสหรือองค์หญิงนาตาชาแล้ว ต่างเป็นการประลองฝีมือกันบนเส้นลวดทั้งสองคนจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างระมัดระวังในทุกขั้นตอนพวกนางต้องคิดวิเคราะห์ทุกรายละเอียดและทุกช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันของแผนการอย่างรอบคอบในฐานะที่ทั้งสองคนต่างเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดของราชอาณาจักรเซนิทพวกนางต่างเข้าใจดีกว่าใครๆ ว่าในการประลองที่เหมือนกับเดินอยู่บนเส้นลวดที่ลอยอยู่กลางอากาศนี้ หากมีตัวแปรเล็กๆ ขึ้นมาสักตัว มันก็เพียงพอที่จะโค่นล้มแผนการและถ้าแผนการล้มเหลวนั่นเท่ากับว่าตายไม่มีที่ฝัง
เบื้องหลังจริงๆ ของมันคาดเดาได้ง่ายมาก
อาศัยโอกาสที่เมืองแซมบอร์ดจัดงานราชาภิเษกขึ้นองค์หญิงนาตาชาก็ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ส่วนแพรีสก็วางแผนซ้อนแผนขึ้นมาผู้หญิงสองคนนี้ต่างอาศัยโอกาสครั้งนี้มาสังหารกันเพื่อแย่งชิงโอกาสในการครอบครองบัลลังก์ในอนาคตให้แก่องค์ชายทั้งสองพระองค์ที่ยืนอยู่ด้านหลังพวกนางเพราะเวลามันกระชั้นชิด นี่อาจเป็นการประลองฝีมือครั้งสุดท้ายของพวกนางผู้ชนะได้เป็นจักรพรรดิ ทั้งสองฝ่ายต่างก็งัดข้อกันมานานหลายปี จึงเข้าใจวิธีการและพลังของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดีเดิมทีพลังของสองฝ่ายต่างอยู่ในจุดที่มีความสมดุลกันเหมือนกับทั้งสองคนกำลังเล่นไพ่กัน แล้วไพ่ของพวกนางก็เหมือนกันแทบจะทั้งหมด แต่ถ้าตอนนี้จู่ๆ ก็มีไพ่เอซโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็สามารถคาดเดาได้
การที่สามารถงัดข้อกับนาตาชาที่ถูกเรียกว่า 'นักบุญหญิง' มาเป็นเวลานานได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าแพรีสไม่ใช่ผู้หญิงที่มีดีแค่หน้าอกใหญ่แต่ไม่มีสมองกลับกัน นางกลับเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างน่ากลัวมาก
เมื่อตอนที่นางปรากฏตัวขึ้นบนแท่นหินบูชาได้พูดคุยกับซุนเฟยไม่กี่ประโยค เพื่อยั่วยุอารมณ์ซุนเฟยให้โมโหขึ้นมาและในขณะเดียวกันก็คอยสืบหาจุดอ่อนที่แท้จริงของเขา เพียงเข้าควบคุมผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้ตัวแปรอย่างซุนเฟยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสงครามในครั้งนี้แล้ว
ดังนั้นจึงตัดสินใจลงมือในชั่วพริบตา แต่ไม่ใช่โจมตีองค์หญิงกลับเลือกโจมตีแองเจล่าที่ไม่มีพลังอำนาจเลย
แพรีสทำสำเร็จแล้ว
อย่างน้อยๆตอนนี้ก็ดูเหมือนว่านางได้กำทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในมือของตัวเองแล้วเสียค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ แต่ควบคุม ‘ตัวแปร’ ได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้ ราชาน้อยไม่สามารถเข้าไปช่วยองค์หญิงได้และเมื่อเวลาผ่านไป การต่อสู้บนยอดเขาตะวันออกชัยชนะจะเอียงไปทางพวกนักฆ่าทีละเล็กทีละน้อย
ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริงๆ
ซุนเฟยใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็สามารถเข้าใจเป้าหมายจริงๆ ของแพรีส
ดังนั้นเขาจึงออกปากเสนอเงื่อนไขนี้ออกมา
แต่...
“ฮ่าๆๆ ราชาน้อย ถ้าข้าไม่ปล่อยผู้หญิงของเจ้าไป เจ้าก็ไม่อาจลงมือได้เพราะอะไร ทำไมข้าถึงต้องปล่อยคนไปเพียงเพราะคำพูดลอยๆของเจ้าแค่ประโยคเดียว...” แววตาของแพรีสปรากฏร่องรอยความประหลาดใจขึ้นมานางคาดไม่ถึงว่าราชาน้อยตรงหน้าจะสังเกตเห็นความตั้งใจของนางได้เร็วขนาดนี้แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่ปล่อยคนไป คำสาบานก็เทียบได้กับอุจจาระหมาเท่านั้นประสบการณ์ที่แพรีสได้พบเจอมันเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะคาดคิดได้นางชอบที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในกำมือของตัวเอง
ซุนเฟยตะลึง เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ฟังคนอื่นแบบนี้
ไม่ว่าอย่างไรสถานการณ์แบบนี้มันไม่เป็นผลดีต่อองค์หญิงหรือซุนเฟยเลย อาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันหากรอจนนักฆ่าสังหารยอดฝีมือฝ่ายองค์หญิงจนหมด ซุนเฟยเองก็ยากที่จะรอดไปได้
สองคิ้วของซุนเฟยขมวดเข้าหากัน
“อเล็กซานเดอร์....” ตอนนี้เอง แองเจล่าที่ไม่พูดไม่จามาตลอดก็เปิดปากพูดเสียงเย็นชาปนสงบนิ่งของนางทำให้ผู้คนรู้สึกกลัว “ฟังข้านะ อเล็กซานเดอร์หากเจ้าสามารถทำได้ ก็สังหารผู้หญิงคนนี้เสีย เพื่อแก้แค้นให้แก่ข้าและเจ็มม่า...” พูดจบเลือดสีแดงสดก็ไหลออกมาจากมุมปากของนางคอระหงส์ของนางก็พลันอ่อนแรงลง ท่ามกลางแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่ส่องลงมาเพียงชั่วพริบตาลมหายใจของนางก็หายไป
“แองเจล่า!!!”
ซุนเฟยพลันตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว หัวใจเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆประหนึ่งสิงโตที่กำลังบ้าคลั่งในมือพลันปรากฏแสงสว่างเพียงสองสี หนึ่งม่วงหนึ่งเขียวในมือทั้งสองข้างเขากระทืบเท้าลงบนดินจนเกิดเสียงดังตูม!ก้อนหินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็พลันแตกกระจายและยุบลงขวานคู่ม่วงเขียวก็กลายเป็นพายุคมขวานพุ่งไปทางแพรีสด้วยกลิ่นอายที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่งและความตาย
แพรีสเองก็ชะงักนางคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของนางจะใจเด็ดแบบนี้จู่ๆ ก็กัดลิ้นฆ่าตัวตายในพริบตา แม้ว่าในใจจะเกิดความสงสัยแต่นางก็รู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจในร่างของเด็กสาวคนนี้ได้หยุดลงแล้วในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน ในใจของนางก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ขึ้นมานางถอนหายใจออกมา สองมือผลักศพของแองเจล่าเบาๆ ไปทางซุนเฟย
“ศพนี้ข้าให้เจ้าแล้วกัน...ความจริงข้าไม่ได้คิดจะสังหารนางหรอก”
ร่างของแพรีสก็กระพริบหายไปจากที่เดิมเสียงหวานๆ ของผู้หญิงที่แข็งแกร่งและใจคอโหดเหี้ยมลอยเข้าหูซุนเฟยความจริงนางไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอธิบายอะไรเลยก็ได้ บางทีสำหรับนางแล้วนี่ก็อาจถือเป็นข้อยกเว้น
ซุนเฟยปล่อยขวานคู่ม่วงเขียวและรับร่างของแองเจล่ามาไว้ในอ้อมแขน
“ลมกรด!!!” ซุนเฟยตะโกนเรียกเสียงดัง
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
เสียงเห่าดังมาแต่ไกล เสียงนั่นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วยอดเขาตะวันออก ได้ยินชัดในหูของทุกคน ในดวงตาปรากฏความตกใจขึ้นมา เมื่อเห็นร่างสุนัขขนาดใหญ่จนน่าตกใจโผล่ขึ้นมาอยู่ข้างกายของซุนเฟย ซุนเฟยอุ้มศพของแองเจล่าวางไว้บนหลังของสุนัขยักษ์สีดำ พลางลูบหัวมัน เจ้าสุนัขยักษ์สีดำก็เห่าตอบกลับมาสองครั้ง ก่อนจะกลายเป็นพายุหมุนสีดำหายไปจากยอดเขา
“ตาย!”
เมื่อเห็นสุนัขยักษ์สีดำพาแองเจล่าหายไป ซุนเฟยก็เริ่มเบาใจขึ้นเขาหันหลังกลับมากวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันก่อนจะเรียกขวานคู่ม่วงเขียวออกมา แล้วกระโดดเข้าไปสังหารนักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองที่กำลังไล่สังหารเหล่าอัศวินราชอาณาจักรเซนิทอยู่ขวานคู่ม่วงเขียวแฝงไปด้วยพลังมหาศาลที่มีแรงกดดันประหนึ่งภูเขายักษ์ เข้าฟาดฟันไปที่มีดคู่นั้นอย่างรุนแรง
ตูม!
เสียงดังสนั่นขึ้นมา ฝุ่นคลุ้งกระจายขึ้นนักฆ่ามีดคู่ทั้งสองคนไม่มีโอกาสหลบหนีได้ทันพวกเขาทำได้เพียงยกมีดโค้งขึ้นมาต้านขวานคู่ม่วงเขียวไว้พวกเขารู้สึกถึงพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ กำลังโหมซัดเข้ามาผ่านจากตัวมีดหัวเข่าของพวกเขาต้องทรุดลงคุกเข่าอยู่บนพื้น ร่างกายครึ่งท่อนเหมือนถูกตะปูตอกใส่ให้จมดินเลือดทะลักออกจากปาก
ใบหน้าของซุนเฟยเย็นชา รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกมาจากร่างอย่างไร้ซึ่งความปราณี
ซุนเฟยไม่รอช้า เขายกเท้าเตะไปที่หน้าอกของนักฆ่ามีดโค้งทั้งคู่ทันทีเสียงหลังเท้าได้บดขยี้อากาศดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงดังตูม ลูกเตะนี้สามารถทำลายได้แม้แต่ก้อนหินขนาดยักษ์ นักฆ่าทั้งสองคนไม่มีทางหลงเหลือ ภายใต้สถานการณ์ความตายมาเยือนเช่นนี้นักฆ่ามีดคู่ต่างยกมีดขึ้นมาขวางที่หน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อปกป้องส่วนหน้าอกที่สำคัญ พวกเขาต่างถูกลูกเตะที่มีพลังมหาศาลของซุนเฟยเตะจนร่างกระเด็นเลือดพุ่งออกมาเป็นฝอย ก่อนร่างจะชนกับแท่นหินบูชาจนแตก
“ไสหัวออกมา!”
เมื่อเตะนักฆ่าทั้งสองคนแล้วซุนเฟยก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธครั้งหนึ่งหินใต้ฝ่าเท้าของซุนเฟยก็ปริแตกเป็นใยแมงมุมแท่นหินบูชาที่พังทลายก็พลันสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อถูกพลังมหาศาลกระแทกลงบนพื้นโดยตรง
วินาทีต่อมา ประกายเปลวไฟสีส้มก็ปรากฏขึ้นนักฆ่ายอดฝีมือธาตุดินที่แอบซุ่มโจมตีอยู่ใต้ดินก็ร้องโหยหวนออกมาท่ามกลางพื้นดินที่ปริแตกเขาถูกพลังฝ่าเท้าของซุนเฟยที่ทะลุเข้ามาระหว่างพื้นดินเหยียบจนเกือบตายทำให้สูญเสียพลังการต่อสู้ไป เขาพยายามจะตะเกียกตะกายหนี...
พลังที่น่าเหลือเชื่อ!
ประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง!
องค์หญิงที่ซ่อนตัวอยู่ในวงล้อมของการอารักขาของเหล่าอัศวินเมื่อเห็นฉากนี้ก็เผยสีหน้าตกใจขึ้นมา
ภายใต้ความโกรธเกรี้ยวของซุนเฟยเขาได้ระเบิดพลังการต่อสู้ที่น่าทึ่งออกมา พละกำลังของคนเถื่อนเลเวล 21 แสดงฤทธิ์เดชออกมาให้เห็นกันกับตา เรียกได้ว่าหนึ่งคนสามารถต่อกรกับศัตรูได้นับสิบเมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่ป่าเถื่อนดุดันนี้ เหล่ายอดฝีมือที่คิดจะแสดงฝีมืออวดหน้าเจ้านายก็พลันต้องกลิ้งถอยกลับไป
เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถกำจัดนักฆ่าได้ถึงสามคน
สถานการณ์ของสงครามเริ่มเปลี่ยนไป
เดิมทีสาวเจ้าเสน่ห์แพรีสกำลังร่วมมือกับนักฆ่าที่ใช้ดาบ พยายามโจมตีสาวน้อยชุดม่วงที่ปิดกั้นไม่ให้เข้าไปสังหารองค์หญิง เมื่อได้เห็นฉากนี้ใบหน้างามก็ปรากฏร่องรอยเป็นกังวลและโกรธเคืองออกมา ร่างบางกะพริบตัวทิ้งสาวน้อยชุดม่วงไปแล้วทะยานไปต่อสู้กับซุนเฟย
เมื่อเห็นเปลวไฟสีฟ้าพันรอบมือนางค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกลายเป็นนกในตำนานที่กำลังสยายปีกแล้วกระพือ ปีกของมันแหลมคมประหนึ่งมีด พลังกระจายออกมาทุกสารทิศมันพุ่งเข้ามาซุนเฟยอย่างคลุ้มคลั่ง
ทุกที่ที่นกในตำนานนี้บินผ่าน พื้นที่ก็พลันพังทลาย ศพก็แตกกระจายก้อนหินยักษ์ก็แตกสลาย พลังอำนาจของมันน่าหวาดหวั่น
ซุนเฟยหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
ใช้ทักษะ 'โจมตีหนัก' และ 'การเหวี่ยงสองมือ' ของคนเถื่อน ขวานคู่ม่วงเขียวก็กลายเป็นลมพายุลูกหนึ่ง มีเสียงโลหะแหลมคมในพายุ ซุนเฟยเหวี่ยงไปที่เจ้านกในตำนานที่พุ่งเข้ามา
ในที่สุดขวานคู่ม่วงเขียวกับนกในตำนานสีฟ้าก็ปะทะกันอย่างรุนแรง
ตูม!
การปะทะกันครั้งนี้ทำให้ทั่วทั้งยอดเขาเกิดสั่นสะเทือนขึ้นมา
ทันทีที่พลังยิ่งใหญ่ได้ปะทะกันแรงปะทะได้ทำให้คนที่ยืนอยู่รอบๆ เหมือนถูกพายุพัดลอยไปไม่มีใครสามารถต้านทานได้สักคน เศษก้อนหิน ฝุ่น เลือดและอาวุธถูกพัดลอยขึ้นไปในอากาศอย่างรุนแรง ราวกับเกิดพายุทอร์นาโดขึ้นในระยะสิบเมตร โดยมีซุนเฟยและแพรีสเป็นศูนย์กลาง ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเศษซากและฝุ่นผง
นับว่าเป็นพายุที่สวยงาม
-----------------