หลันเฟิงจ้องชายชราเขม็งด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกจ้องเสียจนทำให้ชายชราขนลุกซู่
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆเฮือกหนึ่ง ชายหนุ่มพลันสาปแช่งเสียงดัง ท่ามกลางสายตกตะลึงของชายชรา
ใบหน้าอ่อนเยาว์เปลี่ยนจากความตื้นเต้นดีใจเป็แดงก่ำ
ชายชราที่มักจะเคยชินกับการโต้แย้งเห็นแววตาของชายหนุ่มฉายแววกังวลที่ไม่อาจลบได้ออกมาก็ปิดปากฉับอย่างจนปัญญา
แม้ว่าจะถูกชายหนุ่มก่นด่าจนขวยเขินแต่ในใจชายชรากลับรู้สึกปลื้มใจอย่างประหลาด
ผ่านไปเนิ่นนาน หลันเฟิงที่ก่นด่าจนคอแห้งถึงได้ค่อยๆหยุดลง แต่ก็ยังคงปั้นหน้าบึ้งใส่ชายชรา
“ด่าจบแล้วหรือหากยังไม่พอใจก็ด่าต่อเถิด” ชายชรารู้ตัวว่าเป็ฝ่ายผิดจึงเอาแต่ตกตะลึงไม่ได้โต้แย้งั้แ่ต้นจนจบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลันเฟิงก็เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ด่าท่าน? เหอะ ข้าเสียดายน้ำลาย”
เขาลังเลเล็กน้อยแล้วรีบถามต่อว่า“ท่านเป็อย่างไรบ้าง จะไม่หลับไปอีกใช่ไหม”
น้ำเสียงดูเหมือนไม่สนใจทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความกังวลและตึงเครียดแต่เขาซ่อนมันไว้เป็อย่างดี หากเป็ผู้อื่นเกรงว่าคงััได้ยาก
ชายชรามองชายหนุ่มอย่างขบขันแม้จะรู้ว่าเขาเป็ห่วงตนเองมาก แต่ชายชรากลับไม่พูดอะไร เพียงฉีกยิ้มบางแล้วเอ่ยว่า“ยังห่างชั้นจากสภาพสมบูรณ์อีกไม่น้อย ทว่าก็ไม่น่าจะหลับไปอีกใน่สั้นๆ นี้”
หลันเฟิงผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งรู้สึกว่าแรงกดบนบ่าพลันมลายหายไปครึ่งหนึ่ง
“ต้องทำยังไงถึงจะช่วยให้ท่านฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้”หลันเฟิงเอ่ยถามด้วยเสียงแ่เบา พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย
เงียบขรึมไปชั่วครู่สายตาของชายชรามองไปที่เหล็กหลอมบนทั่งตีเหล็กแล้วเอ่ยอย่างแช่มช้าว่า “เ้าต้องหลอมเหล็กหลอมเช่นนี้ออกมาให้ข้ากลืนกินข้าถึงจะฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลันเฟิงพลันกะพริบตาปริบๆ พลางชี้ไปที่เหล็กหลอมบนทั่งตีเหล็กแล้วเอ่ยถามด้วยความตกตะลึงว่า“ของเล่นนี่ก็ใช้ได้หรือ"
“หึๆ เหล็กก้อนนี้ถูกตีด้วยวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กจึงกลายเป็อาวุธกึ่งสำเร็จรูปชิ้นหนึ่งทันทีที่เหล็กก้อนกลายเป็เหล็กหลอม มันก็จะเกิดิญญา ขอแค่ข้ากลืนกินิญญาของพวกมันเข้าไปก็จะฟื้นฟู”ชายชราหัวเราะน้อยๆ ในรอยยิ้มแฝงไว้ด้วยความปลื้มใจเล็กๆ
ระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งเดือนหลันเฟิงก็เรียนรู้วิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กขั้นต้นได้โดยไม่มีผู้ใดชี้แนะเห็นได้ชัดว่ามันอยู่นอกเหนือความคาดหมายของชายชรา
แต่ชายชราก็จินตนาการได้ว่าหลันเฟิงจะต้องทุกข์ทรมานและทุ่มเทขนาดไหนภายใต้กระบวนการนี้
มิเช่นนั้นหลันเฟิงคงไม่อาจเรียนรู้วิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กขั้นแรกได้ในระยะเวลาอันสั้นเพียงนี้
ถึงอย่างไรเสียวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กก็เป็สิ่งที่ชายชราคิดค้นขึ้นระดับความยากของมันนั้นไม่มีผู้ใดจะรู้ดีเท่ากับชายชรา
ชายชรารู้สึกประทับใจต่อเด็กคนนี้จริงๆ
“กึ่งสำเร็จรูป?”สีหน้าหลันเฟิงประดับไปด้วยความงุนงงเหล็กหลอมก้อนหนึ่งก็นับว่าเป็วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปแล้วหรือ
“ใช่แล้วคือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป” ชายชราพยักหน้าอย่างแรงแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า“ขั้นตอนการหลอมอาวุธต้องผ่านการหลอมเป็ร้อยพันครั้งเพื่อกำจัดสารเจือปนแล้วเพิ่มคาร์บอนเข้าไปจนเกิดเป็รูปร่างการเพิ่มคาร์บอนก็เพื่อเพิ่มระดับความแข็งและความทนกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือขั้นตอนนี้คือการเพิ่มคุณภาพสิ่งของส่วนการขึ้นรูปนั้นก็ง่ายมากแค่ใช้วิธีการตีเหล็กทำให้รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปเป็ดาบ กระบี่หรือสิ่งต่างๆเท่านั้น อันแรกคือการเพิ่มคุณภาพวัตถุ อันหลังคือการขึ้นรูปวัตถุ หากขาดขั้นตอนใดไปมันจะไม่ถูกนับว่าเป็อาวุธ? เห็นได้ชัดว่าไม่ยามที่สารเจือปนในวัตถุดิบถูกกำจัดออก มันก็เรียกได้ว่าเป็อาวุธแล้ว”
หลันเฟิงรู้สึกวิงเวียนพลางเลียริมฝีปากที่แห้งผาก จ้องเขม็งไปที่เหล็กหลอมก้อนนั้นอย่างทึ่มทื่อ
“ผู้อื่นต้องใช้การหลอมเป็ร้อยพันครั้งถึงจะกำจัดสารเจือปนที่อยู่ในเหล็กก้อนนั้นได้และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็การยากที่จะกำจัดให้หมดด้วย แต่วิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กที่ข้าคิดค้นขึ้นกลับ้าเพียงตีไม่กี่ครั้งก็สามารถกำจัดสารเจือปนได้แล้ว ขอแค่เข้าใจวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็ก ก็สามารถทำสิ่งที่คนอื่นต้องเสียเวลาสองสามชั่วยามถึงจะทำได้สำเร็จภายในชั่วลมหายใจแล้ว”น้ำเสียงราบเรียบของชายชราแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจเล็กๆ
วิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กคือผลงานจากการทำงานหนักมาหลายพันปีของเขา
ด้วยวิธีนี้จึงไม่มีผู้ใดในใต้หล้าเอาชนะเขาด้านนี้ได้!
“เช่นนั้นข้านับว่าเข้าสู่การเป็ช่างตีเหล็กขั้นที่สองแล้วหรือ”หลันเฟิงถามหยั่งเชิง
“หึๆ”ชายชรามองใบหน้าหมดจดของชายหนุ่มที่มีท่าทีรอคอยและตึงเครียด จากนั้นก็แหย่ด้วยรอยยิ้มว่า“เรียกเ้าว่าช่างตีเหล็กฝึกหัดก็พอจะได้อยู่ ส่วนช่างตีเหล็กนั้นอย่าเพิ่งไปพูดถึงดีกว่า?”
“นี่ ตาเฒ่าท่านกำลังหยอกข้าเล่นสินะ”
ในลานพลันเงียบสงัดก่อนที่เสียงก่นด่าด้วยความโกรธของชายหนุ่มจะดังขึ้น
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ชายหนุ่มก็เย็นลงพลางมองรอยยิ้มหยอกเย้าของชายชราแล้วเอ่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้วว่า “ท่านบอกว่าวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กร้ายกาจมากไม่ใช่หรือในเมื่อข้าเรียนรู้ขั้นแรกของมันได้แล้ว เหตุใดถึงกลายเป็ช่างตีเหล็กไม่ได้”
ตำแหน่งด้านล่างปรมาจารย์หลอมศาสตรายุทธ์แบ่งออกเป็ช่างตีเหล็กฝึกหัดช่างตีเหล็ก และปรมาจารย์ตีเหล็ก
ช่างตีเหล็กฝึกหัดความหมายก็ตรงตามชื่อ พวกเขายังอยู่ในขั้นแรกของอาชีพนี้ อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้ไม่อาจหลอมอาวุธได้เพียงลำพัง
เหนือกว่านั้นก็คือช่างตีเหล็กหากอยู่ในระดับนี้ก็สามารถหลอมอาวุธเองได้แล้ว
และเหนือกว่าช่างตีเหล็กก็ยังมีปรมาจารย์ตีเหล็กที่ร้ายกาจกว่าปรมาจารย์ตีเหล็กทุกคนล้วนมีพลังในการทำของเก่าให้ใหม่ขึ้นได้กันทุกคนสามารถกระตุ้นประสิทธิภาพสูงสุดของวัตถุดิบได้ และยังสามารถนำวัตถุดิบธรรมดาๆมาสร้างอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงได้อีกด้วย
รอจนชายหนุ่มกลับมาสงบชายชราก็หุบรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า“มีเพียงต้องสร้างอาวุธให้ได้เพียงลำพังถึงจะมีคุณสมบัติเรียกตนเองว่าช่างตีเหล็กแม้ว่าเ้าจะเรียนรู้วิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กขั้นแรกได้แล้ว แต่ยังมีขั้นต่อๆไปอีกมากมาย หากยังไม่เข้าใจย่อมไม่นับว่าเป็ช่างตีเหล็กยามที่เ้าเรียนขั้นตอนหลังๆ ได้แล้วจึงจะมีคุณสมบัติเรียกตัวเองว่าช่างตีเหล็ก”
แม้ว่าตำแหน่งของช่างตีเหล็กจะยังห่างไกลกับปรมาจารย์หลอมศาสตรายุทธ์แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ
“แต่แม้เ้าจะไม่นับว่าเป็ช่างตีเหล็กทว่ากลับหลอมเหล็กบริสุทธิ์ออกมาได้ นี่เป็สิ่งที่ช่างตีเหล็กทั่วไปทำไม่ได้ด้วยซ้ำคุณสมบัติของมันไม่ด้อยไปกว่าเหล็กกล้าพันหลอมหรือแม้กระทั่งเหล็กกล้าหมื่นหลอมจากฝีมือช่างตีเหล็กเลย”
มือลูบเหล็กหลอมที่อยู่ตรงหน้าอย่างแ่เบาใบหน้าที่แก่ชราพลันมีรอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้น เมื่อพิจารณามองดีๆ รอยยิ้มนั้นยังแฝงไว้ด้วยความขัดเขิน“และยิ่งไปกว่านั้น แม้ข้าจะกลืนกินิญญาในเหล็กหลอมไป แต่ระดับความแข็งและความทนทานกลับเพิ่มขึ้นสิบหรือร้อยเท่าจนถึงขีดจำกัดของเหล็กกล้า”
หลันเฟิงมองชายชราอย่างระแวงแวบหนึ่งดูไม่ค่อยเชื่อถือนัก “จริงหรือ”
ถูกกลืนิญญาไปแต่คุณภาพกลับเพิ่มขึ้นหลันเฟิงพลันััได้ถึงความผิดปกติรางๆ
ชายชราพยักหน้าอย่างจริงจัง“จริงแน่นอน!”
เขาชะงักไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยสำทับว่า “ทว่าไม่ว่าจะเป็เหล็กบริสุทธิ์หรืออาวุธสำเร็จรูป แม่สูญเสียิญญาไปไม่ว่าคุณภาพจะสูงขนาดไหนก็เป็ได้เพียงเศษเหล็กเย็นเยียบเท่านั้นเพราะพวกมันไม่อาจสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บำเพ็ญเพียรได้ตลอดกาลไม่ว่าผู้บำเพ็ญเพียรจะใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ยากที่จะควบคุมมันได้ตามใจปรารถนากล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมันไม่มีอันใดเลยนอกจากความคงทน ข้าเรียกอาวุธเช่นนี้ว่าอาวุธทื่อ”
แต่ของที่ทนทาน เมื่อนำออกไปใช้ยังไงก็ยังมีพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่พลังยุทธ์ไม่สูงนักอาวุธเช่นนี้มีอานุภาพเหนือกว่าอาวุธที่มีิญญาด้วยซ้ำไป
ดูเหมือนจะกังวลว่าหลันเฟิงจะเข้าใจผิดชายชราจึงรีบรับประกันว่า “ทว่าเ้าวางใจได้ จากนี้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเ้าข้าจะไม่มีทางกลืนกินิญญาอาวุธที่เ้าหลอมขึ้นเด็ดขาด”
ในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความอาลัยอาวรณ์และเ็ปอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับิญญาศาสตราแล้วิญญาย่อมเป็ของบำรุงชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย และการกลืนกินิญญาย่อมทำให้ิญญาศาสตราเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ิญญามีประโยชน์ต่อิญญาศาสตราก็เหมือนกับยาลูกกลอนที่มีผลต่อผู้บำเพ็ญเพียรอย่างไรอย่างนั้น
“ก็แค่ิญญาไม่ใช่หรือท่านกินไปเถอะ” ในใจของหลันเฟิง ความสำคัญของของนอกกายย่อมเทียบกับชายชราไม่ได้
ชายชรามองหลันเฟิงด้วยความตกตะลึงแวบหนึ่งแล้วถามว่า“เ้าไม่ปวดใจหรือ”
หลันเฟิงถลึงตาใส่ชายชราอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเบะปากเอ่ยว่า“มีอะไรให้น่าปวดใจ ก็แค่เศษเหล็กกองหนึ่งเองนี่ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ท่านกลืนกินิญญาของมันไปยังทำให้ความทนทานของมันเพิ่มขึ้นด้วย เกรงว่าอานุภาพคงน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมอาวุธทื่อจะไร้ิญญา จะมีสักกี่คนที่ต้านทานความยั่วยวนใจของมันได้กัน”
บางทีผู้รอบรู้ที่แท้จริงอาจจะไม่สนใจอาวุธทื่อแต่ในใต้หล้าจะมีสักกี่คนที่เข้าใจความลึกลับนั้นกัน
และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่มีพลังยุทธ์ค่อนข้างต่ำแล้วความเย้ายวนใจของอาวุธทื่อกลับมีมากกว่าอาวุธคุณภาพสูงเสียอีก!