ตอนที่ 122 :เย็นสะท้านถึงขั้วหัวใจ
“วิ่งขึ้นมาสิ! ”
“วิ่งเร็วอีกหน่อย ! ”
“มาเลยมาเลยเร็วเข้า ! ”
เมื่อเห็นแขกรับเชิญผู้ชายพุ่งตัวออกมาราวกับสายฟ้าแขกรับเชิญผู้หญิงที่ยืนอยู่ทางทิศตะวันตกก็พากันกระโดดและร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
เติ่งไค่ที่เดิมทีเคยชินกับการออกกำลังกายอยู่แล้วประกอบกับรูปร่างที่ค่อนข้างเตี้ย ร่างกายจึงไม่มีเนื้อส่วนเกินมากนักดังนั้นเขาจึงพุ่งตัวมาถึงทุ่นลอยน้ำที่อยู่ตรงกลางนำหลิวจือเซียมาหนึ่งก้าว
หลังจากนั้นเติ่งไค่ก็ทำการกลิ้งตัวอย่างเกียจคร้านก็ยื่นมือออกไปแย่งหัวใจกลางวงกลมออกไป
จากนั้นก็หอบเอาหัวใจพุ่งตัวไปยังสระว่ายน้ำที่มีพื้นเรียบทางทิศตะวันตกเป็นขั้นตอนสุดท้าย เติ่งไค่เพียงต้องการส่งต่อความรักที่แทนด้วยหัวใจให้กับหยางหยิง
“ซวบ ! ”
ทันใดนั้นเงาสีดำกลุ่มหนึ่งก็ร่วงลงมาจากด้านบนตกลงมาทับร่างของเติ่งไค่ที่ร่วงตกลงไปในน้ำ
“Oh my god ! ” หยางหยิงร้องด้วยความตื่นตกใจ
ถังซินซินกำหมัดแน่นแล้วร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น “เย้ อดทนไว้ มาเลย ๆ อีกนิดเดียว ! ”
เป็นหวังเป่าเฉียงชายหนุ่มผู้แสนบริสุทธิ์ และเป็นชายฉกรรจ์ผู้ไม่อวดดี
ท่าทางแข็งแรงกำยำของชายหนุ่มคนนี้ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย !
เติ่งไค่ถูกหวังเป่าเฉียงกดตัวเองลงไปในน้ำโดยที่ไม่ทันตั้งตัวส่งผลให้ประคองหัวใจในมือไว้ไม่อยู่ กระทั่งหลุดลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะตกใส่มือของหลิวจือเซียที่อยู่ไม่ไกลนัก
หลิวจือเซียที่เตรียมตัวจะรุดเข้าไปแย่งหัวใจดวงนั้นก็ถึงกับตะลึงงันจากนั้นก็รีบคว้าหัวใจเดินตรงไปยังทุ่นลอยน้ำทางทิศตะวันตกทันที
น้ำในสระว่ายน้ำเดิมทีตื้นมากแค่ความสูงของหลิวจือเซีย น้ำที่อยู่ในสระนั้นสูงถึงระดับหน้าอกของเขาเท่านั้นส่งผลให้เขาสามารถเดินได้เร็วกว่าว่ายน้ำมาก
ตอนนี้หลี่เฉินและเฉินเหอที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลังก็ได้ไล่ตามมาทันในที่สุด
เมื่อเห็นหัวใจที่หลิวจือเซียถือไว้ในมือแน่นทุกคนต่างก็เบนความสนใจมาที่ตัวของเขา ต่างฝ่ายต่างพยายามจะยื้อแย่งกับเขา
คราวนี้หวังจู่หนานกลับใช้สติปัญญาเขารู้ว่าคงจะสู้แรงของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ไม่ได้ จึงทำได้แค่ใช้ไหวพริบดังนั้นเขาจึงนั่งเฝ้าอยู่ข้างทุ่นลอยน้ำทิศตะวันตก เพื่อรอฉกฉวยโอกาส
“พี่เฉามาเลย ๆ ! ”
“จู่หนานนายทำบ้าอะไรอยู่ ? ทำไมไม่ไปแย่งล่ะ ?”
“จือเซียอย่าให้คนอื่นแย่งไปได้นะ”
แขกรับเชิญผู้หญิงที่ยืนอยู่บนทุ่นลอยน้ำต่างมองมาที่การต่อสู้ในสระว่ายน้ำเป็นตาเดียวพร้อมทั้งโห่เรียกด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ดูเหมือนจะถูกแขกรับเชิญผู้หญิงกระตุ้นความฮึกเหิมฝ่ายผู้ชายที่แช่อยู่ในน้ำต่างก็ยื้อแย่งกันอย่างแข่งขันยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่เกิดความโกลาหนนี้หลิวจือเซียเดิมทีไม่คิดที่จะใช้ ‘อู่ฉินซี่’ มาพลิกเกมฝ่ายตรงข้าม แต่เกมในน้ำยังไงก็ต้องแอบใช้ ถึงขั้นไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกลเลยทีเดียว
ดังนั้นหลิวจือเซียจึงทำได้แค่สู้ด้วยกำลังที่มี ต่อสู้ด้วยสมรรถภาพอย่างเต็มที่
หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างสู้รัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในน้ำราว10 นาที หลิวจือเซียไม่ทันสังเกต จู่ ๆ หัวใจก็ถูกหวังเป่าเฉียงแย่งไปได้
“ฮิฮิเป็นของฉันแล้ว” หวังเป่าเฉียงกลั้วหัวเราะ ฮิฮิ จากนั้นก็คว้าหัวใจโยนออกไป
ในตอนนี้เองหวังจู่หนานที่เฝ้าอยู่ข้างทุ่นลอยน้ำทางทิศตะวันตกก็เล็งเห็นโอกาสยื่นมือข้างหนึ่งออกไปคว้าหัวใจจากมือของหวังเป่าเฉียง
ทุกคนต่างก็เบี่ยงสายตามารวมกันที่หัวใจที่ถูกโยนลอยอยู่กลางอากาศ
“ฉันเอง! ” หลี่เฉินตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ตรงไปตะครุบหัวใจที่กำลังจะตกน้ำ แล้วโยนไปยังทุ่นลอยน้ำทิศตะวันตก
ดูจากทิศทางเห็นได้ชัดว่ากำลังลอยไปหาจางหลานซิน
จางหลานซินเองก็ตื่นเต้นในทันทีกระทั่งกางแขนเตรียมจะคว้าหัวใจดวงนั้น
ในตอนนี้เองภาพที่น่าอึดอัดใจก็ปรากฏขึ้น ไม่รู้ว่าสายลมกลุ่มหนึ่งมันพัดมาจากทิศทางไหนและบังเอิญว่า สายลมนั้นพัดพาเอาหัวใจออกจากวงโคจร ตกมาอยู่ในมือของหลี่เมิ้งอีที่ยืนอยู่ข้างจางหลานซิน
“หา ? ”
ทุกคนต่างอึ้งงันไปแม้แต่หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าจะเกิดสิ่งนี้ !
“ซ่า! ”
เพียงแค่พริบตาเดียวที่หลี่เมิ้งอีได้รับหัวใจดวงนั้นยกเว้นเธอแล้วอ่างน้ำทรงกระบอกเหนือศีรษะของแขกรับเชิญฝ่ายหญิงทุกคนต่างถูกเปิดออกอย่างฉับพลันตามมาด้วยน้ำที่เย็นยะเยือกก็ได้เทลงมาเหมือนกับน้ำตก
“ว๊าย! ”
เหล่าแขกรับเชิญฝ่ายหญิงยังไม่ทันเตรียมตัวทำให้น้ำที่เทลงมาสาดทั่วทั้งตัวของพวกเธอในขณะเดียวกันก็ส่งเสียงกระวี๊ดกระว๊ายอันแสบแก้วหูออกมาทั่วทั้งร่างกายเรียกได้ว่าเย็นยะเยือก หนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว !
ความจริงได้พิสูจน์แล้วความแตกต่างระหว่างหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมกับหน้าดาราดังมันอยู่ตรงนี้แหละซึ่งหน้าดาราดังหลังจากลบเมคอัพแล้วนอกจากผิวพรรณที่เนียนเกลี้ยงเกลาและมันวาวจะปรากฎออกมาแล้วความหน้าตาดีมันก็ยังแสดงออกมา ณ เวลานี้ด้วย
เครื่องสำอางของแขกรับเชิญฝ่ายหญิงทั้ง6 คน ต่างก็ถูกน้ำชะล้างจนหมดเกลี้ยง ซึ่งแต่ละคนยังคงความสวยเอาไว้ไม่น้อย
หากนี่คือหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมเกรงว่าแต่ละคนคงจะเอาหน้าหลบไปแล้ว
“เฮ้ผู้กำกับ แบบนี้ไม่ยุติธรรมนะ ? ”
หัวใจของหลี่เฉินต่างแตกเป็นเสี่ยงๆ เห็นได้ชัดว่านั้นคือหัวใจที่เขาแย่งมาได้ “ตามกฎกติกาของเกมหัวใจของผู้ชายที่แย่งมาได้ จะต้องถูกมอบให้กับผู้หญิงของตัวเอง ถึงจะชนะหัวใจที่อยู่ในมือของเมิ้งอี ไม่ถือว่าเป็นหัวใจที่จือเซียมอบให้เธอจะถือว่าชนะได้ยังไง ? ”
“ใช่แบบนี้จะถึงว่าชนะได้ยังไง ? ” หลิวฉีฉีเองก็คัดค้านตามเช่นกัน
เติ่งเฉากลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแต่อย่างใดแค่พูดด้วยเสียงเรียบประโยคหนึ่งว่า “น่าจะต้องเริ่มเกมใหม่ละมั้ง ? ”
“แล้วลมบ้าๆ นั้นก็มาได้จังหวะจริง ๆ ! ” เฉินเหอเกิดความสับสนในใจเท่ากับว่าที่เขาแย่งมาสูญเปล่า
“คัดค้านไปก็ไร้ประโยชน์! ” ผู้กำกับเย็นชาอย่างมาก “นี่คือพรหมลิขิต พวกคุณต้องเชื่อมั่นในโชคชะตา ! ”
“พรวด! ”
คำพูดของผู้กำกับเกือบทำให้แขกรับเชิญทุกคนแทบจะกระอักเลือดผู้กำกับ คุณอย่าขี้เล่นนักได้ไหม ? นี่เรากำลังบันทึกเทปอยู่นะคุณกำลังเผยแพร่ความเชื่อที่งมงายล้าสมัยอยู่นะ !
“ผู้กำกับคำอธิบายนี้ของคุณมันเจ๋งมาก ! ” แม้แต่หลิวจือเซียก็ยังกลั้นหัวเราะไม่ได้ผู้กำกับคนนี้ขี้เล่นจริง ๆ
บนทุ่นลอยน้ำยกเว้นหลี่เมิ้งอีแล้ว แขกรับเชิญผู้หญิงทุกคนต่างก็เปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำผมยาว ๆ ของพวกเธอแนบติดลำตัว ทำให้รูปร่างที่ดูเพรียวบางของเธอปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
“ขอโทษนะเร่อจา ! ”
“นี่คือลิขิตของฟ้าฉันเองก็หมดแรงแล้วเหมือนกัน ! ”
“ย่าหลันเธอรอก่อนนะ ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง ! ”
เมื่อเห็นท่าทางหมดปัญญาของพวกผู้หญิงแม้ว่าแขกรับเชิญผู้ชายทุกคนจะชื่นชมในรูปร่างอรชรของพวกเธอแค่ไหนแต่โดยส่วนใหญ่กลับมีความโกรธปะทุขึ้นในใจ
ต่อหน้าของผู้หญิงแค่แย่งของกันก็ยังแพ้ น่าอับอายมาก !
“หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีพักผ่อนได้ ! ” ในเวลานี้เองเสียงของผู้กำกับก็ดังขึ้น
หลิวจือเซียคว้าชัยชนะไปสภาพจิตใจจึงดีขึ้นมาไม่น้อย
ไม่ว่าจะทอยลูกเต๋าหาคนในโอ่ง หรือแม้แต่การแย่งชิงหัวใจด่านนี้... วันนี้เรียกได้ว่าหลิวจือเซียชนะได้อย่างราบรื่นความโชคดีแบบนี้ทำให้เขาอยากซื้อลอตเตอรี่สักสองสามใบ
…………………
หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีไปพักผ่อนอยู่ข้างๆ แขกรับเชิญที่เหลือยังยังคงแย่งหัวใจกันต่อไป
หลังจากแย่งหัวใจกันยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมงอันดับที่สองได้ถูกหลี่เฉินและจางหลานซินชิงได้สำเร็จ อันดับที่สามได้ตกอยู่ในมือของเฉินเหอและหลิวฉีฉีอย่างเหนือความคาดหมาย
“รอบที่สามได้สิ้นสุดแล้ว”ผู้กำกับหยิบโทรโข่งออกมา “สามอันดับแรก ตามกติกาแล้วพวกคุณจะได้รับคำใบ้อย่างหนึ่งในทุกรอบเพื่อความพอใจของทุกคน เรามีรอบเพลย์ออฟ1 ให้อีกหนึ่งรอบ ซึ่งเงื่อนไขของรอบเพลย์ออฟคือกลุ่มที่ชนะจะได้รับคำใบ้ที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง”
“อะไรนะ? ” หวังเป่าเฉียงถาม
ผู้กำกับไม่ได้ตอบคำถามของหวังเป่าเฉียงแต่เลือกที่จะพูดต่อว่า “กฎกติการอบนี้คือการเปลี่ยนตำแหน่งชายหญิง”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ! ”
“พวกคุณพร้อมกันแล้วหรือยัง! ”
“ให้ชายหญิงสลับตำแหน่งกัน”
แขกรับเชิญผู้ชายต่างหัวเราะร่วนคือต้องการให้พวกผู้หญิงแสดงพลังความสามารถของตัวเอง
“เยี่ยมเชิญประจำที่ได้ ! ” ผู้กำกับส่งสัญญาณ “ปี๊ด ! ”
เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้นเหล่าแขกรับเชิญผู้หญิงก็พุ่งตัวออกไปอย่างกับคนบ้า
ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือจางหลานซินเคยเป็นแชมป์เทควันโดมาก่อนไม่ว่าจะเป็นสมรรถภาพทางร่างกายหรือว่าไหวพริบต่างก็เกินกว่าบรรดาแขกรับเชิญผู้หญิงที่บอบบางคนอื่นมากทีเดียว
โดยพื้นฐานก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงกันอยู่แล้วหัวใจจึงถูกแย่งมาอยู่ในมือของหลี่เฉิน
“ซ่า! ”
หลิวจือเซียและคนอื่นผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดถูกน้ำเย็นราดใส่ไปหนึ่งรอบ
“เกมรอบนี้สิ้นสุดลงแล้วตอนนี้คำใบ้ได้ให้กับทุกคนไปแล้ว” ผู้กำกับออกมาได้ทันเวลา “อันดับที่สามเฉินเหอหลิวฉีฉี ! ”
ทั้งสองคนรุดขึ้นหน้าแล้วเปิดคำใบ้ “ได้รับสิทธิ์ในการถามว่า วันนี้เราได้รับน้ำวิเศษหรือเปล่า ? ”
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองผู้กำกับผู้กำกับไม่ได้พูดอะไร แค่ส่งสัญญาณลักษณะท่าทางเท่านั้น
เฉินเหอและหลิวฉีฉีเข้าใจ
“พวกคุณสองคนเปลี่ยนน้ำวิเศษกันได้”ผู้กำกับเริ่มพูดอีกหนึ่งประโยค
“หา ? เปลี่ยนได้หรือ ? ” หลิวฉีฉีแสดงรอยยิ้มแห่งความดีใจออกมาทางใบหน้า
เฉินเหอมองกลับไปด้านหลังแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ขวดน้ำก่อนหน้านี้ของเรา เป็นน้ำวิเศษจริง ๆขอเปลี่ยนกับจือเซียละกัน”
“หา ? ต้องการแลกกับพวกเราหรือ ? ” หลิวจือเซียพูดขึ้น
“ถูกต้องเปลี่ยนกับพวกนาย เพราะวันนี้การแสดงออกของพวกนายมันยอดเยี่ยมเกินไปจริง ๆ
ใบหน้าของเฉินเหอปรากฎเป็นรอยยิ้มจริงใจ“เราเคารพในกฎกติกาของเกม เอาขวดแลกกับพวกนายถือว่าเป็นการให้กำลังใจพวกนายละกัน”
เดิมทีขวดน้ำของเฉินเหอจะเป็นสีฟ้าแต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงของหลิวจือเซียแล้ว
หลี่เฉินและจางหลานซินในรายชื่อกลุ่มที่สองคำใบ้ที่ได้รับคือ “ได้รับสิทธิ์ในการถามหลังจากเลือกขวดสีได้หนึ่งขวดแล้วให้ถามได้ว่า ‘สีนี้คือน้ำวิเศษไหม ? ’”
หลี่เฉินเลือกขวดหนึ่งจากบนโต๊ะแล้วเอ่ยถามเสียงต่ำว่า “ขวดนี้เป็นน้ำวิเศษไหม ? ”
ผู้กำกับไม่พูดเช่นกันแค่ส่งสัญญาณในลักษณะการแสดงท่าทาง
หลี่เฉินขมวดคิ้วแน่นจากนั้นก็ต้องตกใจอ้าปากค้าง
จางหลานซินก็ตื่นเต้นเช่นกันกระทั่งหยิบขวดสีเขียวของตัวเองขึ้นมาเปลี่ยนกับขวดสีแดงที่เฉินเหอเพิ่งเปลี่ยนเมื่อสักครู่
หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีเดินรุดหน้าเป็นคู่สุดท้ายเขามองไปยังขวดที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะรับคำใบ้ “ได้รับสิทธิ์ในการถามควรเปลี่ยนขวดน้ำตอนนี้ดีไหม หรือไม่ควรเปลี่ยนจะดีที่สุด ? ”
จากนั้นก็เงยหน้ามองผู้กำกับผู้กำกับจึงให้คำตอบที่ยืนยันได้อย่างหนึ่ง
หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีมองหน้ากันแวบหนึ่งจากนั้นก็หยิบขวดสีแดงกลับมาอย่างไม่ลังเล
“ตอนนี้เชิญหลี่เฉินและจางหลานซินที่ชนะในรายการเสริมขึ้นมารับคำใบ้”ผู้กำกับพูดประโยคสุดท้าย
หลี่เฉินเดินรุกขึ้นมามองแวบหนึ่งแต่แล้วก็ต้องพบกับความเศร้าสลด ขวดที่ตัวเองเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อครู่ถูกหลิวจือเซียเปลี่ยนกลับไปแล้ว
แล้วสะบัดหน้าจากนั้นก็รับคำใบ้จากมือของผู้กำกับ เปิดออกดู “ได้รับสิทธิ์ในการถามน้ำของเราคือน้ำวิเศษไหม ? ”
ผู้กำกับส่ายหน้า
หลี่เฉินแสดงสีหน้าในแบบที่คาดคิดไว้ในตอนที่หลี่เฉินกำลังจะเปลี่ยนขวดนั้นผู้กำกับได้ประกาศด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกว่า “รางวัลในรอบเพลย์ออฟเปลี่ยนขวดไม่ได้”
“อ้าว? ” หลี่เฉินและจางหลานซินแสดงสีหน้าผิดหวังทันที
“เอาล่ะ! ”
หลังจากมอบรางวัลสุดท้ายเสร็จสิ้นผู้กำกับก็พูดขึ้นโดยตรงว่า
“ตอนนี้เป็นเวลา16.40 น. แล้ว เนื่องจากปัญหาในเรื่องเวลาและสถานที่การบันทึกเทปของวันนี้สิ้นสุดแค่นี้ ! พรุ่งนี้กลางวันทางทีมงานจะจัดเตรียมสถานที่และเวลาค่ำ18.00 น. จะเริ่มการบันทึกเทปในรอบที่สาม แจ้งแขกรับเชิญทุกท่านกรุณาอย่ามาสายเด็ดขาด! ”
1รอบเพลย์ออฟ คือการแข่งขันนอกรอบ เพื่อหาผู้ที่จะเข้าสู่รอบลึก