มันหันมามอง สีหน้าใเพราะมั่นใจแล้วว่าผมจะทำอะไร
มันเตรียมอ้าปาก
“อย่าร้องเด็ดขาด”
“ไม่ ผมควรจะร้องให้คนช่วย”
“ควรงั้นเหรอ? ถ้างั้นก็ร้องไปสิ แล้วดูว่าใครจะเดือดร้อนกันแน่” ผมท้าทายใส่มัน
“อย่าลืม ว่านี่มันบ้านผมนะ”
ผมเตือนสติให้เขาคิดได้ก่อนใช้สายตากวาดให้ดูโดยรอบ
“ใครกันที่บุกรุกยามวิกาลแล้วมาทำข้าวของเสียหาย” ผมยิ้มสะใจ
ก่อนจะเห็นดวงหน้าที่ตระหนกของมันอย่างชัดเจนผมรู้สึกสะใจในอารมณ์
มันขบคิด ระหว่างนั้นสันกรามมันชัดขึ้นมีขบกันเบาๆ จนบริเวณแก้มเกร็ง แสงและเขาทำให้ผมเห็นกล้ามเนื้อบนใบหน้า
เ้าของใบหน้านี้ช่างมีเสน่ห์ โจรละอ่อนคนนี้โคตรน่ารักเลย
“ถ้ามีคนมาเขาจะช่วยผมหรือคุณกันแน่”
ผมยิ้มชั่ว จะเรียกข่มขู่ คุกคาม ก็ได้
แต่ผมเป็เ้าบ้าน ทำกับผู้บุกรุกยังไงก็เป็ต่อ
ผมพยายามเอามือลอดเข้าไปในเสื้อ
ว่ากันว่าจุดยุทธศาสตร์ของผู้ชายอย่างเราก็คือ“หัวนม”
ผมเขี่ยๆ หัวนมมันเล่นๆ มันกัดฟันแน่นแต่ก็ยังส่งเสียงครางเสียวเบาๆ ในลำคอ
สักพักมันก็เหมือนเคลิ้ม เจอกับลูกเล่นเขี่ยบริเวณรอบหัวนม เหมือนทำให้ตกอยู่ในภวังค์
ระหว่างกำลังเคลิ้ม ผมก็จัดการถอดเสื้อมันออก
มันเสียว ตัวเกร็งหัวชะโงกขึ้นเหมือนจะอารยะขัดขืน
ผมต้องเอื้อมมือไปกดหัวมันให้ราบลงไปแล้วใช้ทั้งลำตัวกดทับรองรับการดิ้น
ผมมองหน้ามัน แม้เห็นไม่ถนัด
“ไม่นึกว่าจะเปิดซิงโจรนะเนี่ย”
มันมองหน้าผม สายตาเหมือนเจ็บแค้น
ผมก็มองหน้ามันเหมือนกัน คิดว่าช่วยไม่ได้มึงเป็โจร
ทำไมกูต้องสุภาพกับมึงด้วยวะ???
ผมจึงจัดการขืนใจโจร กอดมันแน่น ไม่ให้ไปไหน จนกว่าผมจะเสร็จธุระ
ไม่ถึงสิบห้านาทีก็เสร็จสิ้น สักพักก็นึกขึ้นได้ว่า…. มันเป็โจรที่ย่องเบามาในบ้านผมนี่หว่า
“ใส่เสื้อผ้า แล้วไปซะ” ผมบอกโจรคนนั้น หลังบทรักผ่านไปแล้วผมรวมสติได้
มันค่อยๆ ลุกขึ้น สีหน้าเจ็บแปลบ กัดฟันแน่นเหมือนเจ็บประตูหลัง
มันมองมาที่ผมด้วยสายตาชิงชัง
“ทำไม คิดว่าอยากให้ไปนักเหรอไม่ใช่นะ ถ้าพ่อผมมาเห็น นายไม่รอดแน่”
ผมดีดตัวขึ้นมา ยอมรับว่าถูกชะตามันมากเหมือนกัน
มันเบ้ปาก ใส่เสื้อผ้า เตรียมจะเอี้ยวตัวเดินไป
“เดี๋ยว”
ผมตัดสินใจเอาตะกรุดให้มันไป
“้าไม่ใช่เหรอ เอาไปสิผมให้จะไม่เสียเวลาป่าว”
มันปัดมือผมจนของขลังเกือบร่วง
“ผมไม่้าแล้ว”
“ทำไม? จู่ๆถึงไม่้าวะ”
มันไม่ตอบ เอาแต่จ้องหน้าผมถ่ายเดียว ส่วนผมยังสงสัยมองหน้าหาอะไร???
“นี่เป็ตะกรุดมหาเสน่ห์เชียวนะมึง”
“คนตามหาเยอะอยู่เพราะรวบรวมว่านเสน่ห์ทุกตัวที่หายาก มากกว่าห้าสิบสี่ชนิดใช้เวลารวบรวมนานมากเลยนะการันตีเป็ว่านเสน่ห์รุนแรงที่ดีที่สุดแรงที่สุดพลังมากที่สุดในตะกรุดมหาเสน่ห์ทั้งปวง”
“ช่างปะไร ผมไม่อยากได้แล้ว”
“อ้าว ดื้อๆ ทำไมล่ะ”
“หึ! เพราะผมไม่อยากให้คนที่ผมรักรักผมแล้วน่ะสิ”
“ไหงเปลี่ยนใจง่ายจังวะ”ผมพูดพลางลุกมาใส่เสื้อ
“ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเขาจะเป็คนดี แต่ที่แท้...” มันมองหน้าผม แล้วเดินเข้ามาแสงสว่างทำให้เราเห็นกันชัดขึ้น
“ว่าไป นายก็หน้าคุ้นๆ นะเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
มันเงียบ ไม่ตอบ แถมขบกราม กัดฟันแน่น ...มันช่างไม่รู้ว่าทำหน้าแบบนี้ ผมจะเกิดอารมณ์ขึ้นอีกรอบ
“จู่ๆ คนเราจะเลิกรักมันต้องมีเหตุผลสิวะ”
“เขาเลว เขารังแกคนที่อ่อนแอกว่าเขาขืนใจคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกด้วย”
“นายหมายความว่าไง"ผมจ้องหน้ามัน มันจ้องหน้าผม เหมือนจะแฮชแท็กประโยคตะกี้ให้ผมเลย
"นี่นายว่าฉันงั้นเหรอเรารู้จักกันมาก่อนเหรอวะเนี่ย”
ผมเดินเข้าไปจ้องหน้ามัน จ้องตามันทุกส่วนบนใบหน้าของมันอย่างใกล้ๆ แต่คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออก
และทันใดนั้น พ่อของผมก็กลับเข้ามาบ้านเขาออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ก่อนหน้านี้พ่อบอกแต่ว่าเพื่อนมาไม่ได้บอกว่าเพื่อนคนไหน?
“อ้าว เจอกันแล้ว พ่อลืมบอกไปว่าเ้านัท ลูกชายๆไอ้น็อตเพื่อนพ่อ เขาสอบได้ที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านเราเลยจะมารายงานตัวและขอพักด้วยสองสามวัน”
“ฮ๊าา... น้องนัทงั้นเหรอ”
“ใช่ นัทลูกลุงน็อตเอง” เสียงเพื่อนพ่อพูดสำทับทำเอาผมหูอื้อ
“ลุงน็อต!!!” เพื่อนรักของพ่อ ผมจำได้แล้วสมัยก่อนบ้านเราทั้งสองไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
ผมกับนัท อายุห่างกันไม่มากผมแก่กว่าประมาณสามสี่ปี เราเห็นกันั้แ่เด็กๆ แก้ผ้าอาบน้ำมาด้วยกัน
พ่อของเราเป็เพื่อนรักกัน จน่หลังๆ คุณย่าล้มป่วยติดเตียง พ่อผมเป็ลูกคนเดียวต้องมาดูแลย่าที่บ้านเกิดแล้วเราสองคนก็ปักหลักอยู่ที่นี่ประจำ
“นายคือ น้องนัท งั้นเหรอ??” ผมใหน้าซีดกับสิ่งที่ทำลงไป
มันเดินเข้ามาใกล้ ก่อนพยักหน้าสายตาของมันดูผิดหวังเหลือเกิน “ใช่ครับ พี่เมฆ"
แล้วมันก็เบ้ปากเหมือนร้องไห้ผิดหวัง น้ำตาเอ่อท้น "พี่เปลี่ยนไปมากเลยนะจากพี่ชายที่เคยปกป้องผม เวลาเกิดอันตราย หรือใครรังแก แต่ตอนนี้พี่ทำมันเสียเอง”
คำพูดของมัน ทำเอาผมทรุด แทบล้มทั้งยืน
“ผมกับพ่อ มาถึงบ้านพี่แต่่เย็นพ่อพี่บอกว่า หมู่นี้พี่กลับบ้านดึก เพราะชอบไปเที่ยวเตร่กินเหล้ากับเพื่อนให้ผมนอนไปก่อนได้เลย เราค่อยเจอกันพรุ่งนี้”
“หือ...แล้วนายลงมาทำไมทำไมไม่อยู่แต่ในห้อง” อย่างที่บอก แถวบ้านผมมีแต่โจรมาขึ้น
“มันแปลกที่ ผมนอนไม่หลับ ก็เลยลงมาสำรวจ...ก็แค่นั้น”
“อ้าว... แล้วนายใส่หน้ากากทำไมพี่ก็นึกว่านายเป็โจรน่ะสิ”
“ไม่ใช่หน้ากากนะครับ พี่ดูดีๆ” นัทชวนผมปรายตามอง
"มันเป็หน้ากากวิตามินบำรุงผิวหน้าแต่ทำสีดำ ดีไซน์เหมือนนินจา!!"
“ฮ๊า... จริงด้วย พี่ขอโทษ นัทถ้าพี่รู้แต่แรก” มันส่ายหัวเหมือนจะไม่ฟัง ผมเองก็ไปต่อไม่ถูก
ในระยะไกล เสียงหัวเราะของบรรพบุรุษเราสองคน
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็ได้เจอกันสักทีนะลูกชายกูบอกคิดถึงลูกชายมึงมาก ไม่ได้เจอกันหลายปี กะว่าจะมาอยู่หลายๆ วันให้พาเที่ยวให้สนุก” เสียงลุงน็อตบอกกับพ่อของผม
“ตามสบายคืนนี้ไปนอนห้องเดียวกันก็ได้จะได้คุยให้หายคิดถึง” พ่อผมพูดสำทับอีก
นัทมองหน้าผม ก่อนจะฉีกตัวขึ้นห้องไป
ผมคว้าแขนนัทไว้ มันไม่ยอม สะบัดแบนแรง
พ่อของเรามองอย่างผิดสังเกต
ผมเลยตรึงแขนนั้นไว้ แล้วโถมตัวเข้าไปเอื้อมมือตะปบคว้าไหล่นัท ดึงร่างมันมาจากด้านด้านหน้า
“ควบคุมอารมณ์หน่อยสิวะ อยากให้ลุงๆเขาหัวใจวายหรือไง ถ้าได้รู้ว่า…”
นัทมองหน้า “อย่าพูดเด็ดขาด”
“ทำไมจะพูดไม่ได้วะในเมื่อม้นเป็ความจริง"
"ความจริงอะไร"
"ไม่ให้พูดแล้วยังจะถามอีกมึงเป็เมียพี่ไง”
ผมบอกนัท เสียงอ้อมแอ้ม อายเหมือนกันแต่คิดว่านาทีนี้คิดว่าต้องใจกล้ากลบเกลื่อน หลังจากนี้ค่อยไปเคลียร์กัน
ผมพานัทเดินเข้าไปที่ห้องของผม
ขณะที่พ่อของผมและลุงน็อตก็กลับไปนอนที่ห้องของตัวเองเพื่อคุยความหลังครั้งเก่าเช่นกัน
ชายสองคนและสองวัย อยู่กันในสองห้อง
ห้องหนึ่งคุยเื่อดีต แต่อีกห้องของเรา คงคุยกันเื่ปัจจุบันและอนาคต