บทที่ 29 ห้าขุนเขาทะลวงฟ้า! หมัดเดียวปราบั!
ห้าขุนเขาทะลวงฟ้า!
มันถูกเรียกว่า หมัดปราบั!
กระบวนท่านี้เป็กระบวนท่าพื้นฐานของหมัดแปดทิศเช่นกัน
โครม!
เมื่อเทียบกับหมัดค้อนแล้ว หมัดปราบัมีพลังะเิในระยะสั้น นับว่าอ่อนกว่าสามส่วน แต่กลับรวดเร็วและหลากหลายกว่า
ในสายตาของเฮยหลาง เขาเห็นเพียงหลี่มู่ออกหมัด จากนั้นตัวเองก็โดนหมัดแล้ว
ร่างกายของเขาไม่สามารถควบคุมได้ชั่วขณะ และถอยหลังอย่างรุนแรง เืมากมายพุ่งออกมาจากปาก เขาล้มลงนอนหงายกับพื้นและไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้อีกต่อไป
สังเวียนมวยใต้ดินเงียบสงัด
"เฮยหลางาเ็สาหัสจนสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ เฝินมู่ชนะ!"
หลังจากความเงียบชั่วครู่ สังเวียนมวยใต้ดินก็ร้อนระอุขึ้นมา
"เฝินมู่!!!"
"เฝินมู่ไร้เทียมทาน!!!"
อีกหนึ่งหมัด!
แม้การต่อสู้ในครั้งนี้จะช้าไปบ้าง แต่ก็จบลงด้วยหมัดเดียวเช่นกัน!
รวมกับการต่อสู้เมื่อวานอีกหนึ่งครั้ง
สองการต่อสู้นี้ เฝินมู่เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในสังเวียนมวยใต้ดินพอสมควร
และเฮยหลางก็ยังแข็งแกร่งกว่าเยี่ยหมัวซะอีก!
ทว่าก็จบลงด้วยหมัดเดียวเช่นกัน!
แล้วสิ่งนี้จะไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเืร้อนระอุได้อย่างไร!
ตอนแรกมีเพียงผู้ชมที่เดิมพันข้างหลี่มู่เท่านั้นที่ส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้น ก่อนจะตามมาด้วยผู้คนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุดทั้งอัฒจันทร์ก็เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดี
หลี่มู่ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
ครั้งนี้ความตื่นเต้นที่มอบให้แก่เขาไม่เท่ากับการต่อสู้ครั้งแรกแล้ว
แต่เืในร่างกายของเขายังคงเดือดพล่านและปั่นป่วน
การต่อสู้จริงนั้นเป็หินลับมีดที่ดีที่สุดสำหรับนักรบอย่างแท้จริง!
มีเพียงการฝึกฝนตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง และทำให้ตนเองคมกริบดั่งใบมีดเท่านั้น
จึงจะสามารถขึ้นถึงจุดสูงสุดของวิถีแห่งการต่อสู้ได้!
หลี่มู่มองเฮยหลางที่นอนอยู่บนพื้นอย่างสงบ แล้วเดินไปทางประตูเหล็กที่เปิดขึ้นแล้ว
แม้หมัดของเขาจะลดแรงลงแล้ว แต่เฮยหลางก็ต้องนอนพักอย่างน้อยสักสองถึงสามเดือน
อืม อย่างไรก็เป็สังเวียนมวยใต้ดินแล้ว ไม่มีอะไรน่าสงสารหรอก
หลี่มู่ลงมือเบาแล้วด้วยซ้ำ
ชัยชนะในรอบที่สอง รางวัลสองแสน
และเงินเดิมพันของหลี่มู่ จากหนึ่งแสนเก้าหมื่นเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า เป็สามแสนแปดหมื่น
ตอนนี้หลี่มู่มีเงินทั้งหมดห้าแสนแปดหมื่นแล้ว!
"ต่อสู้ใต้ดินได้เงินเร็วจริง ๆ ..."
ชายหนุ่มสอบถามเกี่ยวกับการแข่งขันในครั้งต่อไปว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด
เมื่อทราบว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวัน หลี่มู่จึงออกจากสังเวียนมวยใต้ดินทันที
หลังกลับมายังเขตสิบสาม เขามาถึงหน้าร้านขายยาที่ตกแต่งอย่างมีระดับ
‘ร้านขายยาชิงมู่’
นี่เป็ร้านขายยาที่มีชื่อเสียงในเขตสิบสามพอสมควร
ในกรณีที่ไม่ทราบเื่ราว การไปยังสถานที่ดี ๆ อย่างน้อยก็จะไม่ถูกหลอกอย่างหนัก
ในทางกลับกัน หากสถานที่เล็ก ๆ เ่าั้เห็นว่าคนมาซื้อไม่รู้เื่ พวกเขาก็จะไม่ถือว่าอีกฝ่ายเป็คน และลงมืออย่างไร้ความปรานี
ตอนนี้เขามีเงินห้าแสนเจ็ดหมื่นแล้ว หลี่มู่รู้สึกว่าถึงเวลาที่ตนเองควรเริ่มลองใช้โอสถหลอมร่างแล้ว
ระยะห่างบาง ๆ นั้น หากไม่ทะลวงผ่านไป ก็จะรู้สึกอึดอัดอยู่เสมอ
หลี่มู่ก้าวเข้าไปในร้าน
หลังเคาน์เตอร์มีเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูอายุราวสิบห้าสิบถึงหกปีกำลังเล่นเกมอยู่ และเมื่อเห็นคนเข้ามา เธอก็วางเครื่องเกมลงทันที แล้วถามด้วยท่าทางกระดากเล็กน้อย
"สวัสดีค่ะ คุณลูกค้า้าอะไรเหรอคะ?"
"ผมขอดูก่อน"
หลี่มู่กวาดตามองตู้กระจกแสดงสินค้าทีละตู้ทั่วร้าน
เกือบทั้งหมดเป็ยาสำเร็จรูป
แต่ภายในนั้นมียาสำหรับนักรบไม่มากนัก
ส่วนใหญ่เป็ยาระดับหนึ่งและระดับสอง ระดับสามเองก็มีน้อย
ยาบำรุงโลหิตระดับหนึ่ง : หนึ่งพันสองร้อยต่อเม็ด
ยาเพิ่มพลังโลหิตระดับสอง : แปดพันต่อเม็ด
ยาเสริมความแข็งแกร่งโลหิตระดับสาม : สินค้าหมด
ดวงตาของหลี่มู่กระตุกเล็กน้อย แพงจริง ๆ
เด็กสาวหลังเคาน์เตอร์ยิ้มอย่างสุภาพ
"คุณลูกค้า้าดูยาของนักรบเหรอคะ? ความจริงแล้วนอกจากยาที่แสดงอยู่ในตู้นี้ พวกเรายังมียาบางอย่างที่ไม่ได้นำออกมาแสดง แต่ราคาอาจจะสูงกว่าสักหน่อย"
"ไม่ครับ ผม้าวัตถุดิบ"
"พวกเรามีสมุนไพรเช่นกันค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้า้าอะไรงั้นเหรอคะ?"
"หญ้าเืั ดอกลายเสือ หนอนไหมขนาดเจ็ดนิ้ว โสมชีพจร..." หลี่มู่บอกชื่อสมุนไพรสิบสามชนิดออกมาราวกับกำลังสั่งอาหาร แล้วกล่าวต่อ
"สิ่งที่ผม้ามีข้อกำหนดค่อนข้างสูง มันจำเป็ต้องเป็สมุนไพรที่อายุสิบปีขึ้นไป และต้องไม่มีความเสียหายมากเกินไป หรือมีพลังงานรั่วไหลด้วย"
สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็ส่วนผสมหลัก ส่วนส่วนผสมรองนั้นพบได้ทั่วไป ร้านขายยาธรรมดาก็มี และสมุนไพรสิบสามชนิดนี้ก็ไม่ได้เป็เพียงส่วนผสมของโอสถหลอมร่างเท่านั้น
หลี่มู่เก็บบางอย่างไว้เป็ความลับ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของตำรายา
เด็กสาวหลังเคาน์เตอร์งุนงงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "คุณลูกค้าพูดจริงเหรอคะ?"
"คุณสามารถเรียกผู้ใหญ่ในบ้านของคุณออกมาได้" หลี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ไม่จำเป็หรอกค่ะ แค่สมุนไพรเก่า ๆ ไม่กี่ชนิดเท่านั้นเอง แต่ตามข้อจำกัดที่คุณลูกค้าบอกมา ราคาของมันอาจจะไม่ถูกนักนะคะ"
"ขอแค่คุณภาพไม่มีปัญหา และราคาสมเหตุสมผลก็พอ"
"ได้ค่ะ หญ้าเืัอายุสิบปี หนึ่งต้นห้าหมื่นสองพันเหรียญั!"
"ดอกลายเสืออายุสิบปี หนึ่งดอกสามหมื่นแปดพันเหรียญั"
"หนอนไหมขนาดเจ็ดนิ้ว สองหมื่นแปดพันเหรียญั"
"โสมชีพจร สี่หมื่นสองพันเหรียญั"
"สมุนไพรสิบสามชนิด ราคารวมคือสี่แสนหกหมื่นเจ็ดพันเหรียญั แต่ฉันจะปัดเศษให้ รวมทั้งหมดเป็สี่แสนหกหมื่นเหรียญค่ะ"
เด็กสาวพูดออกมาอย่างคล่องแคล่ว และหลังจากรายงานราคาของสมุนไพรทั้งหมดแล้ว เธอก็บอกราคารวมทันที
หลี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากราคาสมุนไพรที่ตนสืบค้นมา ราคานี้ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
เด็กสาวคนนี้ดูอายุยังน้อย แต่กลับคุ้นเคยกับเื่นี้มาก?
"ผม้าดูสมุนไพรก่อน"
"ไม่มีปัญหาค่ะ! ฉันจะไปหยิบมาให้คุณดู แต่ฉันขอบอกคุณเอาไว้ก่อนนะคะ ที่นี่มีกล้องวงจรปิดและระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ อย่าคิดไม่ดีล่ะ!"
เด็กสาวเอ่ยแล้ววิ่งหายเข้าไปด้านหลังของร้านขายยาอย่างรวดเร็ว
หลี่มู่รู้สึกแปลกใจ จึงมองซ้ายมองขวาสองสามครั้ง
ร้านขายยาใหญ่ขนาดนี้ แต่กลับปล่อยให้เด็กสาวคนเดียวดูแลงั้นเหรอ?
ไม่นานเด็กสาวก็อุ้มกล่องไม้หลายใบเดินออกมา
"คุณดูก่อนนะคะ ฉันถือสมุนไพรทั้งหมดมาในรอบเดียวไม่ได้"
เธอทิ้งคำพูดไว้แล้วก็ไปหยิบสมุนไพรอื่น ๆ ต่อ
หลี่มู่เปิดกล่องไม้ใบหนึ่ง ข้างในเป็พืชสีแดงสดที่ดูแห้งเหี่ยวเล็กน้อย
ลำต้นยาวไม่เกินยี่สิบถึงสามสิบเิเ
ใบของมันเหมือนฟันเลื่อย คมมาก
ส่วนรากนั้นเหมือนรากไม้เก่าที่พันกันไปมา เส้นใยซับซ้อน แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก
หญ้าเืั ว่ากันว่าเป็หนึ่งในส่วนผสมหลักของยาเสริมความแข็งแกร่งโลหิตด้วย
หลี่มู่ตรวจสอบใบและรากอย่างละเอียด
ในตำรายามีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นอยู่ ใบมีดคมกริบ หากรากแตกแขนงเป็ตัวอักษรถึงจะนับว่ามีคุณภาพดี
จากระดับการพัฒนาของราก มันเป็สมุนไพรอายุสิบปีจริง ๆ
ไม่มีปัญหา
หลี่มู่เริ่มตรวจสอบสมุนไพรอื่น ๆ
เขาตรวจสอบทีละชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ชายหนุ่มใช้เวลาทั้งหมดครึ่งชั่วโมงกว่า เด็กสาวหลังเคาน์เตอร์รอจนเริ่มหมดความอดทน
หลี่มู่วางสมุนไพรชิ้นสุดท้ายในมือลง ก่อนจะพยักหน้าพลางกล่าว "ทั้งหมดไม่มีปัญหา"
เด็กสาวยิ้มอย่างจนใจ "ฉันบอกแล้วว่าร้านขายยาของเราเป็ร้านเก่าแก่ที่อยู่มานานหลายสิบปี ไม่มีทางขายยาปลอมให้คุณหรอกค่ะ"
"รวมทั้งหมดสี่แสนหกหมื่น ราคานี้ถูกมากแล้วนะคะ"
หลี่มู่พยักหน้า
"ยังสามารถลดราคาลงได้อีกไหม"
"เปลี่ยนให้เป็ศูนย์อีกหนึ่งตัว สี่แสนเป็อย่างไร"
เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาของเธอก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและกล่าวว่า "ล้อเล่นเหรอคะ นี่เรียกว่าเปลี่ยนเป็ศูนย์อะไรกัน ทุนยังไม่พอด้วยซ้ำ"
"งั้นก็ได้ สี่แสนหกหมื่น"
หลี่มู่โอนเงินทันที
ทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนการโอนเงิน ดวงตาของเด็กสาวก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอรีบหยิบถุงใบใหญ่มาช่วยหลี่มู่บรรจุกล่องไม้ทีละใบ
สิบสามกล่องไม้ มีทั้งใหญ่และเล็ก รวมกันแล้วไม่หนักนัก แต่ก็เป็กองใหญ่โตทีเดียว
ขณะที่หลี่มู่กำลังจะจากไป เด็กสาวคนนั้นก็พูดขึ้นอีกว่า
"เฮ้ คุณ้าปรุงยาเองใช่ไหมคะ ดังนั้นเลย้าส่วนผสมยาด้วยสินะ ซื้อจากฉันเลยสิคะ ราคายุติธรรมนะ"
หลี่มู่ชะงักไปเล็กน้อย "คุณชื่ออะไร"
"ชิงไต้ แล้วคุณล่ะคะ?"
"ผมชื่อหลี่มู่ และอีกอย่าง คุณควรให้นามบัตรกับผมสักใบ"