ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 34 จื่อซวานหมิง

         ช่วงเที่ยงของมหาวิทยาลัย บรรยากาศการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างครึกครื้นตามปกติ ทว่าจินหงเหว่ยกลับมาถึงช้ากว่าเพื่อนเล็กน้อย และทันทีที่ปรากฏตัว ใบหน้าของเขาก็ฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันมาทางเฉินโจวแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เฉินโจว ทางนั้นนัดพูดคุยรายละเอียดกับนายวันนี้ ตอนสี่โมงเย็น ที่ห้องพัก 4 ของคณะนิติศาสตร์ นายอาจจะไม่คุ้นเคยกับแถวนั้น แต่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะพาเดินไปเอง"

        เฉินโจวสังเกตเห็นสีหน้ากังวลของจินหงเหว่ยขณะพูด ก็อดที่จะรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามควบคุมความรู้สึกนั้นไว้ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่มีปัญหา จินหงเหว่ย พอใกล้ถึงเวลา นายก็พาฉันไปพบกับเขาได้เลย"

        จินหงเหว่ยได้ยินคำตอบนั้นก็คลี่ยิ้มบางๆ อย่างโล่งใจ ก่อนจะพูดปลอบโยนเพื่อน "เฉินโจว นายไม่ต้องกังวลอะไรมากหรอกนะ ถ้าคุยกันแล้วอีกฝ่ายไม่ต้องการร่วมงานด้วย เราก็แค่หาคนใหม่มาทำแทนเท่านั้นเอง"

        เฉินโจวพยักหน้ารับ เขาเห็นด้วยกับความคิดนั้น หากอีกฝ่ายไม่สนใจก็ถือว่าจบเรื่อง พวกเขาสามารถสรรหาบุคลากรใหม่มาทดแทนได้ แต่เหตุผลที่เขายอมไปพูดคุยถึงที่ นั่นเป็นเพราะความเชื่อมั่นในวิจารณญาณของจินหงเหว่ย ในเมื่อนี่คือตัวเลือกแรกที่เพื่อนคนนี้คัดสรรมาอย่างดี ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในสายงานนี้เท่าที่จินหงเหว่ยจะหาได้แล้ว

        เมื่อเพื่อนๆ ทราบว่าเฉินโจวถูกนัดสัมภาษณ์ถึงห้องพัก แทนที่จะเป็นฝ่ายเรียกผู้สมัครมาสัมภาษณ์เอง ต่างก็พากันส่งเสียงแซวเขาอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก

        จนกระทั่งใกล้ถึงเวลานัดหมาย จินหงเหว่ยก็พาเฉินโจวเดินไปยังห้องพักหมายเลข 4 ของคณะนิติศาสตร์ เมื่อถึงหน้าประตูห้อง จินหงเหว่ยก็หยุดชะงัก ก่อนจะหันมาพูดกับเฉินโจวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมจะรออยู่ข้างนอกนี้นะ ฝั่งนั้นเขาอยากคุยกับนายแบบตัวต่อตัว ไม่ต้องเกร็งมากหรอก เพราะเขาก็เป็นนักศึกษาปีสองเหมือนกันกับพวกเรา"

        เฉินโจวพยักหน้ารับคำแนะนำของเพื่อน ก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง ทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของคนที่นั่งรออยู่ด้านใน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจจนเผลออ้าปากค้าง

        คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ คือผู้หญิงผมสั้นสีดำที่เขาเคยวิ่งชนโดยบังเอิญในมหาลัย และได้พบกันอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจนอกมหาวิทยาลัยตอนเดินสวนกัน ความบังเอิญครั้งนั้นยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย เย็นชา ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย 

         "ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... การพบกันครั้งที่สามของเรา จะเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้..." ความคิดนี้แล่นเข้ามาในสมองของเฉินโจวอย่างรวดเร็ว

        เมื่อเห็นว่าคนที่เธอนัดหมายมาพูดคุยยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างและอ้าปากค้าง จื่อซวานหมิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเชิญชวนให้อีกฝ่ายนั่งลงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เชิญนั่งค่ะ"

        เฉินโจวได้สติก็รีบกล่าวขอโทษด้วยความตกใจ "ขอโทษครับ" จากนั้นจึงรีบเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่อีกฝ่ายจัดเตรียมไว้ให้

        เมื่อเขานั่งลงเรียบร้อย จื่อซวานหมิงก็เริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม "สวัสดีค่ะ พวกเราอยู่ปีเดียวกัน งั้นก็คงไม่ต้องพูดสุภาพอะไรกันมากนัก ฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อจื่อซวานหมิง ปีสอง คณะนิติศาสตร์ค่ะ"

        "ส-สวัสดีครับ ผมชื่อเฉินโจว ปีสอง คณะมนุษยศาสตร์ครับ" เฉินโจวตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย

        หลังจากที่ทั้งสองแนะนำตัวกัน ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จื่อซวานหมิงจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น "ฉันได้ยินเรื่องราวเบื้องต้นจากจินหงเหว่ยมาบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อยากจะพูดคุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของบริษัทก่อน"

        เฉินโจวจ้องมองใบหน้าเรียบเฉย เย็นชาของเธอ พร้อมกับน้ำเสียงนิ่งสงบที่กลับกลายเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะจับใจเขาอย่างประหลาด เขานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิด ก่อนจะรวบรวมสติแล้วตอบกลับไป "ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณมีข้อสงสัย หรือมีข้อเรียกร้องอะไรที่อยากจะพูด ก็สามารถบอกผมมาได้โดยตรงเลยครับ"

        จื่อซวานหมิงเงียบไปครู่หนึ่งหลังฟังคำตอบของเฉินโจว จากนั้นจึงสบตาเขาตรงๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม "เฉินโจว ฉันได้เข้าไปดูในช่องของคุณมาแล้ว ตอนนี้นับว่าทำได้ดีพอสมควร และมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาไปเป็นช่องแถวหน้าได้ในอนาคต ดังนั้นการที่คุณต้องการหาคนมาช่วยเพิ่มเติมในตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล"

        เธอหยุดพูดไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยสีหน้าสงบนิ่ง "แต่ในช่วงวัยและหน้าที่ของพวกเรา มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่เราตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้ดีที่สุด เมื่อเรียนจบแล้วค่อยออกไปหางานที่เหมาะสมกับความสามารถของตัวเอง มันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นหรือคะ? ฉันอยากฟังความคิดเห็นของคุณในมุมมองของคุณ ว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้"

        เฉินโจวได้ยินคำถามนั้นก็อดที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากไม่ได้ นี่เป็นคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับในสถานการณ์เช่นนี้ เขาคิดว่าเธอจะสอบถามเกี่ยวกับสวัสดิการ ข้อเรียกร้องในการทำงาน หรือขอบเขตความรับผิดชอบเสียมากกว่า... แต่นี่กลับเป็นการถามถึง "ความคิด" ของเขา

        เขานิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ "จื่อซวานหมิง ผมเข้าใจดีว่าการเป็นนักศึกษานั้น เราควรจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด แต่คำว่า 'นักศึกษา' ที่ใช้เรียกพวกเรา ผมไม่คิดว่าควรจะจำกัดอยู่แค่เรื่องในห้องเรียนเท่านั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ถือเป็นการศึกษาได้ทั้งนั้น"

        เฉินโจวหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ "การที่ผมตัดสินใจทำช่องนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องศึกษาเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะออกมาเป็นรูปแบบที่เห็นในทุกวันนี้ และส่วนตัวผมเอง ไม่เคยมีความคิดที่ว่า 'ต้องเรียนจบก่อนถึงจะเริ่มทำงานได้'"

        เขาเงียบไปครู่หนึ่ง มองสบตาจื่อซวานหมิงอย่างตรงไปตรงมา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ถ้ามีคนที่ฐานะทางบ้านไม่ดีนัก จำเป็นต้องหางานพิเศษทำระหว่างเรียน แบบนี้จะถือว่าผิดไหมครับ? แล้วถ้าเรามองเห็นโอกาสที่จะสร้างชีวิต สร้างรายได้ตั้งแต่ตอนนี้ เราจำเป็นต้องปล่อยโอกาสนั้นไปก่อน แล้วรอให้เรียนจบก่อนจริงๆ เหรอครับ?"

        "สำหรับผม โอกาสมีอยู่เสมอ และถ้าเรามองเห็นมันอยู่ตรงหน้า เราก็ควรรีบคว้ามันไว้ให้ได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ดังนั้น... โอกาสของผมในตอนนี้ ก็คือการทำช่อง และการเปิดบริษัท"

        จื่อซวานหมิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งหลังฟังคำตอบของเฉินโจว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความสงสัย "ฉันเข้าใจความคิดของคุณแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้น... ขอถามต่อได้ไหมคะว่า ทำไมถึงต้องเปิดเป็นบริษัทด้วย? เฉินโจว คุณสามารถทำช่องและรับรายได้โดยตรงได้ง่ายกว่าการตั้งบริษัทตั้งเยอะเลยนะคะ"

        เฉินโจวที่พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าปกติ "จื่อซวานหมิง ผมไม่แน่ใจว่าจินหงเหว่ยได้บอกคุณไปแล้วหรือยัง... ว่าที่ผ่านมาผมได้รับการช่วยเหลือจากพวกเขามากแค่ไหน ตั้งแต่เริ่มทำช่องจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาอยู่เบื้องหลังแทบทุกขั้นตอน เงินที่ผมเคยให้พวกเขาไป ก็เป็นเพียงสินน้ำใจเล็กน้อยเท่านั้นเอง"

        เฉินโจวหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตา สูดลมหายใจลึกๆ แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงเล็กน้อย "ทุกวันนี้พวกเขายังคงช่วยเหลือผมอยู่ แต่ผมกลับยังไม่ได้ตอบแทนพวกเขาในรูปแบบที่เหมาะสมเลย ถ้าผมจะให้เงิน พวกเขาก็จะปฏิเสธ บอกว่าแค่อยากช่วยเฉยๆ หรือทำเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำเพื่อความสนุกก็มี..."

        เขาเงียบไปอีกครั้ง แล้วลืมตาขึ้นมองตรงไปข้างหน้า พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่ถ้าผมเปิดเป็นบริษัท ทุกคนจะได้รับตำแหน่งที่ชัดเจน ได้รับเงินเดือนตามหน้าที่ความรับผิดชอบ และได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรของบริษัทอย่างยุติธรรม ทุกอย่างจะเป็นระบบและโปร่งใสสำหรับทุกคน"

        หลังฟังคำตอบนั้น จื่อซวานหมิงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเฉินโจวด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นเล็กน้อย "แต่ถ้าคุณทำแบบนี้... คุณก็จะได้รับเงินน้อยลงมากเลยนะคะ แล้วอีกอย่าง จากที่คุณพูดมา เพื่อนของคุณบางคนอาจจะมีฐานะดีจนไม่ได้สนใจเงินที่คุณจะแบ่งให้ก็ได้"

        เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น "เฉินโจว... ทำไมคุณถึงต้องยัดเยียดเงินให้พวกเขาด้วยคะ? ฟังมาถึงตรงนี้แล้ว คุณยังแน่ใจอยู่หรือคะ ว่ายังต้องการที่จะเปิดบริษัทจริงๆ?"

        เฉินโจวที่ฟังมาถึงจุดนี้ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย "ผม เฉินโจว ยอมรับเลยนะครับว่าผมชอบเงิน ยิ่งได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะความจริงแล้ว ก่อนที่จะมาทำช่อง ฐานะทางบ้านของผมก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร"

        เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่ถึงแม้ผมจะชอบเงิน และแม้ว่าฐานะของผมจะไม่ดีนัก แต่ชีวิตของผมก็มีหลักการของตัวเองอยู่ นั่นคือ... ใครที่ทำดีกับผมด้วยความจริงใจ ต่อให้เขาไม่ต้องการสิ่งตอบแทน แต่ถ้าผมสามารถตอบแทนได้ ผมก็จะตอบแทนกลับเสมอ"

        เฉินโจวเหลือบตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ผมไม่รู้หรอกว่าการที่ผมต้องการตอบแทนคนอื่นแบบนี้ มันจะเรียกว่าเป็นการยัดเยียดหรือไม่... แต่หัวใจของผมในตอนนี้บอกว่า นี่แหละคือสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดแล้ว"

        เมื่อกล่าวจบ เฉินโจวก็เงียบลง นั่งนิ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่คิดที่จะเอ่ยอะไรต่อไปอีก

        จื่อซวานหมิงจ้องมองท่าทางของเขาอยู่อย่างเงียบๆ สักพัก ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่แฝงไว้ด้วยความจริงใจ "เฉินโจว ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อแล้วล่ะค่ะ"

        เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "สำหรับคำตอบว่าฉันจะรับงานนี้หรือไม่... เอาเป็นว่าฉันจะแจ้งให้คุณทราบผ่านจินหงเหว่ยก็แล้วกัน คิดว่าก่อนบ่ายโมงพรุ่งนี้ คุณก็น่าจะได้รับคำตอบจากฉันผ่านเขาอย่างแน่นอน"

        เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จื่อซวานหมิงก็เงียบไปชั่วครู่ หลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเฉินโจว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เฉินโจว... ขอบคุณสำหรับคำตอบของคุณในวันนี้นะคะ หวังว่าในอนาคต เราสองคนจะมีโอกาสได้พูดคุยกันอีก"

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912