“แต่ว่าเขาตายไปแล้วขอรับ” นายอำเภอเหวินตอบ
“เขาตายแต่พ่อเขายังอยู่โทษฐานที่ไม่รู้จักเลี้ยงลูกให้ดี สร้างความเดือดร้อนและฆ่าคนเป็นว่าเล่น ท่านไม่คิดว่เขาจะไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยรึ” แม่ทัพหยาง
“คือว่า” เขาเป็นแค่นายอำเภอจะให้เขามาตัดสินเจ้าเมืองก็หนักหนาแล้ว ตัดสินไม่ถูกใจเบื้องบนเขาก็มีแค่ตายกับตาย นี่ยังจะให้เป็นปรปักษ์หัวหน้าด่านอีก
“หยวนอิง” แม่ทัพเรียก
หยวนอิงเดินลากหัวหน้าด่านแซ่หลานมาทั้งครอบครัว
“ท่านแม่ทัพ ลูกข้าทำผิดเป็นเพราะข้าไม่รู้จักสอนลูกให้ดี แต่ลูกคนอื่นไม่ได้มีนิสัยเยี่ยงพี่ชายคนโตโปรดละเว้นพวกเขาด้วย” เหตุที่ก่อนหน้านี้หยวนอิงไปแจ้งจับแล้วบอกว่าเพราะความผิดของลูกชายเขาหนักต้องโทษทั้งครอบครัวเพราะไม่เลี้ยงดูให้ดี
และก่อนจะไปเขาได้พบว่าหัวหน้าด่านคนนี้ก็ขูดรีดชาวบ้านอย่างหนักเช่นกันจึงบอกโทษยักยอกไปด้วยจึงทำให้หัวหน้าด่านคนนี้กลัวมาก เพราะการฉ้อราษฎรนั้นโทษหนักถึงประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร เมื่อตัวเองรู้ว่าไม่รอดแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากให้ลูกต้องตายตกตามกัน
“กลัวลูกเจ้าจะตาย แล้วลูกคนอื่นเล่า เจ้านอกจากสอนลูกไม่ดีแล้วยังเบียดบังราษฎรที่ทุกข์จากสงครามอยู่แล้ว เอาล่ะท่านนายอำเภอท่านมีหน้าที่ตัดสินโทษจงทำไปให้ตามเกณฑ์ ข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง” แม่ทัพหยางเข้าใจความลำบากใจนี้ดี ที่จริงในช่วงสงครามเขาสามารถให้กฎอัยการศึกสั่งประหารได้ แต่เขาต้องการทำให้ชาวบ้านเห็นเป็นตัวอย่างใครทำผิดไม่มีเว้นโทษ
“แต่เด็กไม่มีความผิดนี่” อันดาพูดขึ้นมากลางความเงียบของทุกคน
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะฆ่าเด็ก แต่โทษพ่อละเว้นไม่ได้ แห่ประจานแล้วประหารชีวิต ริบทรัพย์ถอดยศ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของท่านแล้วท่านนายอำเภอ"แม่ทัพหยางลุกเดินออกไป เขาทิ้งให้นายอำเภอตัดสิน เสียงในศาลมีทั้งเสียงโห่ร้องดีใจและเสียงร่ำไห้คร่ำครวญ
หลังจากเลิกศาลเหล่าหญิงชาวบ้านและเด็กๆ ก็เดินมาขอบคุณอันดา และกล่าวลาเธอ
“แล้วพวกท่านจะไปไหนกัน” อันดาสงสัย
“เรายังไม่รู้เลย แต่พวกข้าได้เงินก้อนมาจากท่านแม่ทัพให้เอาไปตั้งตัว ไม่ได้มากแต่ก็ไม่น้อยเลยต้องขอบคุณเจ้ามาก” แม่ของจื่อเกอยังรู้สึกขอบคุณเธอไม่หายที่เธอช่วยชีวิตลูกของนางไว้
"จะมาขอบคุณข้าทำไม" อันดางง
“ท่านแม่ทัพบอกว่าเจ้าอยากให้พวกเรามีชีวิตต่อไปได้ ตอนนี้เจ้ากำลังเตรียมลงหลักปักฐานอยู่ถ้าเจ้าสร้างเรือนเสร็จแล้วให้พวกเรากลับมาช่วยเจ้า” แม่ของจื่อเกอตอบ
“แล้วนี่จะไปอยู่ที่ไหนกันรึ” อันดาถาม
“ท่านแม่ทัพบอกว่าตรงทางน้ำที่ไหลผ่าน พวกเราสามารถสร้างกระท่อมอยู่ด้วยกันได้ ท่านจะส่งทหารมาคอยตรวจตรา เพราะไม่ไกลจากค่ายทหารมากนัก” เพ่ยเพ่ยเดินมาบอกเรื่องนี้กับทุกคน เพราะในเมืองต้องเสียค่าเช่า หากเช่าบ้านอยู่คงไม่พอ แต่เข้ามาทำงานในเมืองตอนเย็นก็กลับบ้าน แถมยังสามารถปลูกผักเอาเข้าไปขายในเมืองได้ด้วย
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเยี่ยมพวกท่านบ่อยๆ” อันดาบอกลา แม่ทัพหยางช่างเอาใจใส่ เขาให้คนเอารถม้ามารับคนและให้ทหารบางส่วนสร้างบ้านไว้ตรงทางน้ำไหลผ่าน ดูๆ ไปก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด ที่จริงเขาก็เป็นคนดีนั่นแหละ ยกเว้น
“นี่ปีกเหยี่ยวของเจ้า” เสียงคนตัวโตดังมาจากด้านหลัง
“ขอบคุณ” อันดายื่นมือไปรับแต่ไม่หันไปมอง ตอนนี้เธอไม่แน่ใจว่าที่ไม่มองหน้าเขาเพราะโกรธหรือเพราะอะไรกันแน่
“จะกลับค่ายเลยหรือไม่” แม่ทัพหยาง
“อื้อ” อันดา
“ขึ้นรถม้าเถอะ” แม่ทัพหยาง
“ได้” อันดา
แต่รถม้ามันสูงมาก โดยปกติน่าจะมีบันไดไม่ใช่หรือไง แต่ใครจะสนเธอมีวิชาตัวเบา แต่เอ๊ะยังไม่ได้กระโดดเลย
“อย่าเพิ่งให้ใครเห็นเลยว่าเจ้ามีวิชา” แม่ทัพหยางอุ้มเธอขึ้นรถม้า
“แล้วทำไมไม่มีบันได” อันดา
“เอาไปให้พวกนั้นใช้ มีเด็กๆ อยู่” แม่ทัพหยางแก้ตัว รถม้าแต่ละคันย่อมมีบันได แต่เขาไม่เอามันออกมาต่างหากล่ะ
ทั้งคู่ต่างก็นั่งเงียบกันมาตลอดทาง คนหนึ่งโกรธอีกคนน้อยใจ ดูเหมือนคนตัวโตจะขี้ใจน้อย เขาเอาแต่เงียบจนอันดารู้สึกอึดอัด ทั้งที่เป็นคนผิดแท้ๆ ดันมาโกรธเธอเสียได้ ดูเถอะถ้าไม่พูดกับเธอก่อนเธอก็จะไม่พูดด้วย
เมื่อรถม้ามาถึงอันดาก็รีบโดดออกมาเลย
“เดี๋ยว” แม่ทัพหยาง
“อะไร” อันดาอมยิ้ม ในที่สุดก็พูดกับเธอก่อน
“เจ้ารังเกียจข้ามากเลยอย่างนั้นเหรอ” หยางเจียจุ้นรู้สึกคุกรุ่นอยู่ในใจ เขาเป็นถึงเทพบุตรที่สาวๆ ในเมืองไม่เว้นแม้แต่ในวังต่างก็หลงใหล ต้องการมาเป็นชายาของเขา แต่กับเธอคนนี้ แม้แต่หน้ายังไม่มอง
“ข้าโกรธท่านที่ท่านทำข้าเจ็บ อย่าหาเรื่องข้า คำว่ารังเกียจไปใช้กับพวกคนเลวเถอะ” อีตาบ้านี่คิดไปถึงไหน
“เจ้าเรียกข้าว่าคนเลว” หยางเจียจุ้นจำได้ แสดงว่านางรังเกียจเขาจริงๆ
“ก็ท่านทำร้ายข้าสองครั้งแล้วนะ ถ้ามีครั้งที่สามข้าไม่ปล่อยให้ท่านมายืนใส่ร้ายข้าหรอก” อันดาตอบ
“ใครกันแน่ที่ใส่ร้าย ข้าไปทำร้ายเจ้าตอนไหน ที่ดีดหน้าผากข้าไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บ แล้วตอนนั้นข้าก็คิดว่าเจ้าเป็นผู้ชายด้วย ข้าผิดจริงข้าก็ขอโทษแล้ว แต่การจูบเจ้ามันทำร้ายเจ้ามากขนาดนั้นเลยหรือ” หยางเจียจุ้นเริ่มไม่พอใจ
“ใช่สิ นั่นมันจูบแรกของข้าเลยนะ แล้วที่สำคัญข้าเลือดกำเดาไหล มันไม่โรแมนติคเลย!” อันดาใส่อารมณ์
“โรแมนติคแปลว่าอะไร คำประหลาดของเจ้าข้าพอเดาความหมายได้ แต่คำนี้ข้าไม่เข้าใจ” หยางเจียจุ้น
“โรแมนติคก็แบบว่า แบบว่า อ่อนโยน อ่อนหวาน น่าเคลิบเคลิ้มน่าหลงใหลไง!” อันดาอธิบาย สภาพจูบแรกที่มีเลือดกำเดาปน โอ๊ย! มันน่าโมโห
“แค่นั้นเองเหรอ” หยางเจียจุ้นเพิ่งนึกขึ้นได้ จริงอย่างที่เธอว่าจูบแรกมันควรจะดีๆ หน่อย แต่ว่า
“นั่นก็เป็นจูบแรกของข้าเหมือนกันนี่ ใครจะไปนึกถึงเรื่องนั้น ตอนที่เจ้าหมดสติไปข้ากลัวแทบตายว่าเจ้าจะไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วบอกให้เจ้าหยุดคิด เจ้าก็ไม่หยุดคิด มันเป็นวิธีเดียวที่จะไม่ให้เจ้าคิดนี่นา” หยางเจียจุ้น
“มันไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับข้าเลยนะ แล้วที่จูบก็แค่เพราะไม่อยากให้ข้าคิดเนี่ยนะ ท่านไม่ได้ชอบข้าด้วยซ้ำ” เอาล่ะ งานนี่มีคนน้อยใจเพิ่มขึ้นอีกคน
“จูบแรกก็ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับข้าเสียหน่อย แล้วถ้าข้าไม่ชอบเจ้าข้าจะจูบเจ้าทำไม ข้าเกิดมาไม่เคยอยากจูบใครเลยนอกจากเจ้า อยากจูบทั้งที่ยังคิดว่าเจ้าเป็นผู้ชายเลย ข้าชอบเจ้าขนาดที่ไม่สนว่าเจ้าเป็นเพศไหน นี่ยังไม่เรียกว่าชอบอีกหรือ!” หยางเจียจุ้นไม่ยอม
“ถ้าท่านชอบข้าท่านควรจะคิดสักนิดนึงสิว่ามันทำร้ายข้ายังไง” อันดาน้ำตาเอ่อ
“อีกแล้วข้าทำร้ายเจ้ายังไง” หยางเจียจุ้นไม่เข้าใจ
“ก็ไอ้หนวดที่แข็งเหมือนลวดหนามของท่านนั่นมันทิ่มปากข้าดูสิเป็นรอยถลอกเลย เลือดออกรึเปล่าก็ไม่รู้” ในที่สุดก็เฉลย ว่าโดนหนวดตำหน้า
_____________________________
อันดาเอ๊ย