บทที่ 49 โอกาสที่ไม่คาดฝัน (2)
"ใครก็ได้รีบเปิดดูอินสตาแกรมของนาซอนยองหน่อย"
ตอนที่ผมเป็นอิมฮยอนซอง ผมเคยดูแลเพจอินสตาแกรมให้กับฝ่ายการตลาดของบริษัทหลายบัญชี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผมเข้ามาอยู่ในร่างของชายหนุ่มอายุ 24 ปี ผมก็ไม่เคยเปิดเข้าอินสตาแกรมอีกเลย
"เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้"
รยูคยองฮวามีสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม รีบกดเข้าไปในอินสตาแกรมอย่างรวดเร็ว
ผมแทบได้ยินเสียงหัวใจของรยูคยองฮวาเต้นทะลุออกมานอกหน้าอกเลยด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างประหม่า แต่คนที่ไม่รู้ก็จะนึกว่าเขาใจเย็นเป็นอย่างยิ่ง
ในชีวิตที่แล้ว ผมใช้ชีวิตมาจนมองออกทะลุปรุโปร่ง
ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความสุขุมเยือกเย็น แต่รยูคยองฮวาก็ไม่ใช่พวกที่มีนิสัยกล้าหาญและจิตใจแข็งแกร่งแต่อย่างใด
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นพวกขี้ขลาดด้วยเหมือนกัน
ในความเป็นจริง เขาไม่ใช่คนที่กล้าหาญหรือใจเย็นอะไรหรอก แต่เขาเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ รยูคยองฮวาจะไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่ตนเองดูแลอยู่เกิดความผิดพลาดเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบในทุกเรื่องราว ด้วยการบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า "ฉันต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้"
ในสายตาของคนอื่น ๆ รยูคยองฮวามีท่าทางเป็นปกติ สงบเยือกเย็น มือไม่สั่นแม้แต่น้อย
แต่ในความเป็นจริง เขาพยายามเก็บอาการหนักมาก
ผมก้มหน้าลงและมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของรยูคยองฮวา
[สวัสดีออโรร่าทุกคน! วันนี้นาซอนอูน้องชายของฉันแวะมาหาที่บ้านด้วยละ! พวกเราไม่ได้เจอกันนานเลย! ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าน้องชายยังต้องเอาสลัดผักสำหรับลดน้ำหนักติดตัวกลับบ้านมาด้วยเนี่ยนะ?]
[ฮ่า ๆ ๆ น้องชายของฉันถูกสั่งให้ลดน้ำหนักละ แต่เขาเป็นคนชอบกินจุกจิกอยู่เรื่อย แถมตามใจปากยิ่งกว่าอะไรดี แล้วแบบนี้จะกลับมาหล่อเหมือนเดิมได้ไหม?]
[แต่ฉันลองชิมดูแล้ว เป็นสลัดที่อร่อยมาก ทำไมสลัดถึงอร่อยขนาดนี้นะ? ถ้าเปลี่ยนเป็นฉันกินแทน ให้ฉันกินทั้งเดือนก็ไม่มีเบื่อหรอก]
[#สลัดทำเองที่บ้าน #ไม่ได้ซื้อจากที่ไหน #สลัดของน้องชายแต่พี่สาวกินหมด #โพลาริส #ชีวิตประจำวัน #เซลฟี #ชาวโซเชียล #ไคลแมกซ์ #นาซอนยอง #นาซอนอู]
โพลาริสเป็นชื่อวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ผมได้ยินค่อนข้างบ่อย
โพสต์ที่ผมเพิ่งอ่านจบไปนั้นมีรูปประกอบเป็นภาพถ่ายเซลฟีของนาซอนอูพร้อมด้วยพี่สาวของเขา
นาซอนอูกำลังยืนยิ้มอย่างสดใส ใบหน้าเรียวเล็กมากกว่าความเป็นจริงเพราะพี่สาวช่วยใช้แอปแต่งรูปบีบหน้าของเขาจนเรียวเล็ก
"ลองอ่านดูคอมเมนต์หน่อยสิ"
เมื่อได้ยินคำสั่งของผม รยูคยองฮวาก็รีบไถหน้าจอเลื่อนลงไปดูคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว
"มีแต่คนชมทั้งนั้นเลย!"
[พี่คะ น่าอร่อยจังเลยอะ TT TT TT]
[พี่สาวหนูก็บอกว่าจะลดน้ำหนักเหมือนกัน สงสัยต้องให้กินสลัดซะแล้ว TT TT TT]
[น้องชายก็หล่อ พี่สาวก็สวย]
[พี่น้องหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลย มองแล้วสบายตาจริง ๆ]
[ให้ตายเถอะ...พอเห็นรูปนี้แล้ว สลัดผักที่ฉันกินในร้านไก่ทอดดูไม่อร่อยไปทันทีเลย ฉันจะไปหาสลัดน่ากินแบบนี้ได้ที่ไหนบ้างเนี่ย?]
ถ้าครอบครัวของสมาชิกวงเล่นโซเชียลมีเดียได้แบบนี้ก็น่าจะบอกกันก่อนสิ!
อาจจะผิดที่ผมเองก็ได้ เพราะผมไม่เคยถามเหมือนกัน
แต่ให้ตายเถอะ...ถึงจะมานึกเสียใจตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว
"แต่ฉันว่า...มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา"
"เราจะปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ใช่ไหม?"
โอเยจุนยกมือเกาหัวแล้วถามออกมา
แต่เขารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เขารู้ไหมว่าการที่จะผลักดันคำค้นหาสักคำหนึ่งให้ติดเทรนด์ยอดนิยมแบบเรียลไทม์ได้นั้น ต้องเสียค่าโฆษณามากเท่าไหร่?
ผมเกือบจะอาศัยความเป็นอิมฮยอนซองสั่งสอนเขาออกไปแล้ว แต่ผมก็ห้ามตัวเองเอาไว้ทัน
"พวกเรามีบัญชีที่จะใช้ถ่ายทอดสดได้บ้างไหม?"
โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อน
ผมยังไม่มีแผนการใด ๆ และนี่เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของผมในฐานะไอดอลต่อหน้าแฟน ๆ แต่ผมก็ไม่กลัวเลย
เพราะในชีวิตที่แล้ว ผมในฐานะของอิมฮยอนซองเคยออกรายการทำอาหารมานับครั้งไม่ถ้วน ผมรู้ดีมากกว่าใครว่าจะจัดการกับรายการเหล่านี้อย่างไร
"เราต้องขออนุญาตจากพี่ผู้จัดการก่อน..."
เอาละ...ได้เวลาที่ผมจะใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ไม่คาดฝันในครั้งนี้แล้ว!
ผมอดรำคาญใจไม่ได้ที่เราไม่สามารถถ่ายทอดสดได้ตามใจปรารถนา
ทั้งหมดที่ผมทำได้ในตอนนี้คือการโพสต์รูปเซลฟีลงในบัญชีหลักของวงไคลแมกซ์เท่านั้น
"ทุกคนรีบไปใส่เสื้อผ้าดี ๆ เร็วเข้า ฉันจะโพสต์คลิปวิดีโอหรือไม่ก็โพสต์รูปสักรูป"
ทุกคนดูจะตกใจกับคำสั่งของผมไม่น้อย แต่พวกเขาก็กลับเข้าไปในห้องและยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่โดยดี
เมื่อพวกเขากลับออกมาอีกครั้ง เสื้อผ้าสบาย ๆ ที่ใส่เวลาอยู่บ้านก็ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่ใช้ใส่เวลาออกงาน
กระแสที่ได้มาเพราะโชคช่วยแบบนี้...ผมต้องรีบใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพราะไม่รู้เลยว่ากระแสจะหมดไปเมื่อไหร่
ในความเป็นจริง วันนี้ก็เป็นวันที่นาซอนอูจะไม่อยู่หอพัก ดังนั้นผมจึงเตรียมอาหารที่มีแคลอรีสูงมากกว่าปกติเอาไว้เล็กน้อย
และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีกระแสให้ความสนใจใน ‘สลัดพาสต้าของนาซอนยอง’ เกิดขึ้นมาพอดี
"มื้อค่ำวันนี้เป็นสลัด รีบเคลียร์โต๊ะและนั่งประจำที่"
มันเป็นภาพที่ตลกมากเมื่อกลุ่มชายหนุ่มที่มีความสูง 180 เซนติเมตรกันทุกคนมานั่งล้อมวงที่โต๊ะอาหารด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจอะไรเลย
ทุกคนได้เห็นโพสต์ของนาซอนยองก่อนหน้านี้แล้ว นั่นเป็นสลัดที่มีแคลอรีต่ำ ใช้สำหรับการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ
แต่สลัดผักที่เรากำลังจะกินในวันนี้ ผมตั้งใจทำให้คนธรรมดากิน เพราะฉะนั้นมันจึงดูน่ากินมากกว่าสลัดผักที่ใช้ลดน้ำหนักหลายเท่า
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที พวกเราก็จัดโต๊ะกันเสร็จเรียบร้อย อาหารสำหรับชายหนุ่ม 4 คนถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ มีทั้งอาหารที่เป็นเมนูปกติและเมนูลดน้ำหนักเช่นกัน
ผมแค่ต้องถ่ายรูปสวย ๆ ให้ได้สักรูปเท่านั้น
"ในเมื่อพวกเรากำลังจะถ่ายรูปกันแล้ว ช่วยสร้างภาพเหมือนพวกเราสนิทกันหน่อยเถอะ"
เมื่อผมบังคับให้โอเยจุนกับซนซองวอนกอดคอกัน ซนซองวอนก็ทำหน้าบึ้ง หันมาจ้องตาผมทันที
เขาจะมามองหน้าผมทำไม?
เมื่อผมจ้องตอบกลับไปด้วยแววตาที่ไม่เล่นด้วย ซนซองวอนก็จำเป็นต้องยิ้มออกมาด้วยความไม่เต็มใจ
"ฉันจะเริ่มนับแล้วนะ หนึ่ง สอง สาม กิมจิ"
แชะ! เมื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ก้าวแรกแห่งความสำเร็จของวงไคลแมกซ์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว