แรงแตะของซุยซาน ส่งให้ร่างของเย่หลินลงไปกระแทกกับพื้นดินจนฝุ่นกระจายปกปิดทุกอย่าง บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิทราวกับสวรรค์หยุดหายใจ นางฟ้าทั้ง 7 คนค่อยเดินไปยืนมองยังหลุมลึกที่ร่างของเย่หลินนอนอยู่
กลิ่นคาวเลือดยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เศษเลือดที่แตกกระจายยังเกาะอยู่บนก้อนหิน ขณะที่ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเบาๆ ข้างกายของซุยอี้ องค์หญิงลำดับหนึ่งแห่งราชวงศ์อีกาทองคำ
ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาจากม่านเงา แขนขวาของเขาหายไป จนเลือดไหลเป็นทางแต่เขาไม่แสดงความเจ็บแม้แต่น้อย
เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าของซุยอี้ก่อนจะพูดขึ้น
“ขออภัยในความล่าช้า ขอรับ... องค์หญิง ตอนนี้... พวกเราได้สังหารคนของตระกูลทั้งหมดแล้ว วิญญาณของทุกคนก็ถูกทำลายหมดแล้วเช่นกัน ไม่มีใครเหลือ แต่ว่าสำหรับวิญญาณของตระกูลเย่ ถูกชายหนุ่มเพลิงดำเอาไปขอรับ”
ซุยอี้เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ โดยไม่หันไปมอง จากนั้น...
ฟิ่ววว!!
นางสะบัดเท้าเตะใส่ใบหน้าของชายผู้นั้นอย่างไร้เยื่อใย
“อ๊ากกกก!!”
ร่างของชายชุดดำลอยกระเด็นออกไปหลายร้อยเมตรก่อนจะกระแทกพื้นอย่างแรง
ตูมมม!!
และในวินาทีที่ร่างกระแทกพื้น เปลวเพลิงสีดำทมิฬก็ระเบิดออกมาจากตัวของเขาทันที เผาไหม้ทุกสิ่งรอบข้าง ทั้งต้นไม้ หิน แม้แต่พื้นดินยังลุกไหม้ราวกับเป็นเชื้อไฟ
ก่อนที่ใต้เท้าของ ซุยอี้ จู่ๆ ผืนดินก็แตกร้าวออก ก่อนที่ร่างของเย่หลินจะพุ่งขึ้นจากใต้ดิน ดวงตาสีแดงฉานพร้อมดาบเพลิงสีดำยังคงอยู่ในมือ เขาคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งตรงไปที่ซุยอี้ด้วยแรงทั้งหมด
ดาบสีดำพุ่งฉีกอากาศเป็นเส้นโค้งมรณะ ซุยอี้กระโดดเอียงตัวหลบได้อย่างง่ายดายราวกับเต้นรำ จากนั้นนางก็สวนกลับทันทีด้วยดาบของตนเอง
ฉัวะ!!
แขนขวาของเย่หลินถูกตัดขาดจากหัวไหล่ ดาบร่วงหล่นจากมือพร้อมกับเลือดที่สาดกระจายกลางอากาศ แต่ซุยอี้ก็ไม่ได้แสดงความปรานีใดๆ นางหมุนตัวถูกเตะเข้าเต็มแรงที่หน้าอกของเขา
“อ๊าาา”
ตูม!!
ร่างของเย่หลินปลิวกระเด็นไปเหมือนลูกศร พุ่งทะยานผ่านเศษซากศพและกองเลือด ไปกระแทกกับร่างของฮัวจินหรูที่นอนอยู่ในสภาพไร้หัว
เขาเงยหน้ามองร่างที่ไร้หัวของอาจารย์ตัวเองก่อนที่จะค่อยๆ ยื่นมือไปจับแขนของนางเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แตะตัวฮัวจินหรู ร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากบนท้องฟ้า
ตุบ!
ซุยฉี องค์หญิงลำดับที่เจ็ด โดดลงมาจากท้องฟ้าและเหยียบลงไปที่ร่างของเย่หลินเต็มแรง เสียงกระดูกขาทั้งสองข้างของเขาหักลงอีกครั้งในวันนี้
“อ๊ากกกก!!”
เขากรีดร้องลั่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวด
แต่ซุยฉีไม่หยุดแค่นั้น นางคว้าข้อมือซ้ายของเขาไว้แน่น ก่อนจะออกแรงหักมันอย่างโหดเหี้ยม
กร๊อบ!!
แขนซ้ายของเย่หลินหักจนกระดูกทะลุผิวหนัง เลือดทะลักออกมาจากบาดแผลนั้น
“ดื้อด้านนักนะ เจ้าหนู...”
เสียงของนางแผ่วเบาแต่เย็นชา และมันยังแฝงไว้ด้วยความพอใจราวกับเสือที่กัดเหยื่อจนสิ้นใจ
แต่ในจังหวะที่จิตวิญญาณของเย่หลินแทบหลุดออกจากร่าง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นภายในจิตใจ
“เจ้าหนู... เจ้าต้องการให้ข้าช่วยไหม?”
เสียงของต้วนหลิงเฉินดังชัดเจนในจิตของเขา
เย่หลินในตอนนี้แม้ว่ามันจะเจ็บจนแทบจะสลบไป แต่เย่หลินยังฝืนพูดเบาๆ ผ่านริมฝีปากที่เปื้อนเลือด
“ขะ... ข้ายัง... ไหว...”
ต้วนหลิงเฉินหัวเราะเบาๆ ในใจ “ดื้อจริงๆ เจ้าเด็กนี่”
จากนั้น พลังบางส่วนของเขาก็ไหลเข้าสู่ร่างของเย่หลินอย่างรวดเร็ว
กระดูกบางจุดเริ่มเชื่อม รอยแผลลึกบางส่วนปิดตัวเองทีละนิ้ว ร่างของเย่หลินเริ่มกระตุกด้วยพลังที่ฟื้นขึ้นอย่างช้าๆ
ซุยฉีมองเห็นร่างของเย่หลินกำลังรักษาตัวเองและเปลวเพลิงสีดำที่เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งจากภายในร่างของเย่หลินนางเลียริมฝีปากเบาๆ
“ทนมือดีจริงๆ หนุ่มน้อย”
เมื่อพูดจบนางก็ชกหมัดอีกครั้ง หมัดนั้นตรงเข้าใส่ร่างของเย่หลินทันที
ตูมมม!!
หมัดของนางไม่ได้ปะทะเข้ากับร่างของเย่หลินแต่กลับกลายเป็นกำแพงดินอย่างสุดแรง และในจังหวะนั้นเอง เสียงของบางสิ่งที่พุ่งผ่านพื้นดินดังขึ้น
ตูม!!
หอกดินแท่งหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินตรงมาที่นางทันทีแต่ซุยฉีก็ต่อยสวนกลับทันที หอกแห่งดินปะทะเข้ากับหมัดของซุยฉีอย่างจัง พลังทั้งสองปะทะกันจนเกิดแรงสั่นสะเทือนกระจายเป็นวงกว้าง
ซุยฉีเบิกตากว้างเล็กน้อย จิตใจของนางเคลื่อนไหวไปแล้วแต่ร่างกายมันไม่ยอมทำตามคำสั่ง
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
หอกดินจำนวนมหาศาลผุดขึ้นรอบตัวนางจากพื้นดิน มันพุ่งขึ้นมาแทงทะลุร่างของนางตั้งแต่หัวไหล่ หน้าอก หลัง ขา ทุกทิศทุกทาง ไม่มีจุดไหนให้หลบได้
ร่างขององค์หญิงลำดับเจ็ดถูกเสียบร่างราวกับตุ๊กตาผ้าที่โดนเย็บขึงไว้กลางอากาศ เลือดไหลซึมออกมาจากปากดวงตา และร่างกาย
ซุยอี้พึ่งบินมาถึงยังที่ที่ ซุยฉีและเย่หลินปะทะกัน เงาของนางทอดยาวลงบนร่างที่แน่นิ่งของเย่หลินและร่างของซุยฉีที่หอกดินนับร้อยเสียบเอาไว้ และหลังจากนั้นไม่นานนัก พี่น้องอีกห้าคนของนางก็ค่อยๆ ทยอยเดินเข้ามารวมกันจนครบถ้วน
รัศมีขององค์หญิงทั้งหกแผ่ออกมาจนผืนฟ้าสะเทือน กลิ่นอายของระดับพลังที่เหนือกว่าจักรพรรดิทำให้อากาศรอบบริเวณเหมือนกลายเป็นสุสานที่ไร้ทางหนี
ซุยอี้หรี่ตาลง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“เจ้ากำลังทำอะไร อู๋เวิน”
เสียงของนางไม่ได้ดังนัก แต่มันเพียงพอที่จะส่งไปถึงทุกคนได้
อู๋เวิน ชายวัยกลางคนที่มีผมสีดำสั้น ลอยออกมาจากพื้นดินอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาหนักแน่น และไม่หลงเหลือความลังเลแม้แต่น้อย
ในมือของเขา... คือศีรษะของ ฮัวจินหรู
เขาเดินตรงไปยังร่างไร้หัวของนางที่นอนอยู่บนพื้นอย่างสงบ ก่อนจะนั่งลงอย่างมั่นคง ใช้สองมือวางศีรษะกลับเข้าที่เดิมด้วยความระมัดระวัง
เย่หลินที่กำลังจะขยับตัวก็ต้องหยุดลง เมื่อต้วนหลิงเฉินบอกให้เขาอย่าพึ่งขยับใดๆ
ในขณะเดียวกันอู๋เวินหลับตา นิ้วทั้งสิบแผ่พลังธาตุดินออกมาสร้างดินเหนียวชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติรักษาและเชื่อมต่ออวัยวะได้เหมือนกล้ามเนื้อจริงๆ
เขาแตะดินเหนียวนั้นลงบนลำคอของฮัวจินหรู ก่อนจะค่อยๆ ปั้นให้พอดีกับแนวกระดูก หลังจากนั้นก็ประสานหัวและคอเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำราวกับช่างฝีมือโบราณ
ทันใดนั้นเอง คลื่นดาบสีเงินก็พุ่งฉีกอากาศเข้ามาจากด้านข้าง
ฟ้าววว!!
การโจมตีนั้นมุ่งตรงมาหาอู๋เวินโดยหวังจะปลิดชีพของเขาในทันที แต่เขาไม่ได้แม้แต่จะหันกลับไปมอง เพียงแค่ชูมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วทุบลงพื้น
โครม!!
กำแพงดินขนาดมหึมาก็ผุดขึ้นจากพื้นดินทันที ป้องกันการโจมตีเอาไว้เต็มแรง
เสียงดาบกระแทกกับกำแพงดินดังสะท้าน แต่มันไม่สามารถเจาะผ่านได้แม้แต่น้อย เพราะดินที่อู๋เวินใช้สร้างนั้นไม่ใช่ดินธรรมดา มันมีความยืดหยุ่นสูง ดูดซับแรงสั่นสะเทือน และสะท้อนพลังได้ในเวลาเดียวกัน
คลื่นดาบของซุยอี้จึงถูกเด้งกลับไปเหมือนถูกสะท้อนผ่านแผ่นกระจก
เมื่อคลื่นดาบของนางสะท้อนกลับมา นางเห็นดังนั้นก็เพียงตวัดดาบเบาๆ คลื่นดาบที่ย้อนกลับมาก็สลายหายไปในอากาศอย่างง่ายดาย
ขณะเดียวกัน อู๋เวินก็ใช้ดินเหนียวต่อคอของฮัวจินหรูเข้ากับร่างกายได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ แม้ร่างจะสมบูรณ์อีกครั้ง แต่มันไม่มีลมหายใจ ทว่าตอนที่เขาฆ่านาง เขาไม่ได้ทำลายวิญญาณของนางไปด้วย ดังนั้นนางยังโอกาสในการคืนชีพอยู่
อู๋เวินก้มมองร่างของนางนิ่ง ๆ พร้อมเสียงของเขาที่ดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนทุกพยางค์
“ตอนนั้นข้าไม่เหลืออะไรแล้ว... โถงวิญญาณถูกทำลาย ลูกชายของข้าไม่มีทางเกิดใหม่ ซุยจื่อเมิ่งก็เลือกที่จะฆ่าข้าและตระกูลของข้า... ข้าคิดเพียงแค่ว่า ทุกอย่างมันจบแล้ว”
ทันใดนั้น อู๋เวินก็ชูมือขึ้นอีกครั้ง
พลังธาตุดินเริ่มหมุนวนไปรอบตัวของอู๋เวินก่อนมันจะกระแทกร่างของ ซุยฉีลอยออกไปหลังจากนั้นเขาหมุนวนพลังอีกรอบ ก่อนที่ดินรอบตัวของเขาจะรวมตัวกลายเป็น ดินรูปร่างวงกลมขนาดยักษ์ ที่ล้อมรอบตัวเขา เย่หลิน และร่างของฮัวจินหรูเอาไว้ทั้งหมด
ทันใดนั้นหญิงสาวทั้ง 6 ก็เริ่มทำการโจมตีทันทีแต่มันก็ไม่ทันเวลา ดินเหล่านั้นได้คลุมร่างทั้ง 3 คนเอาไว้แล้ว ภายในลูกบอลดินนั้นถูกตัดขาดจากทุกสายตาภายนอก อู๋เวินหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนไปทางร่างที่นอนแน่นิ่งของเย่หลิน
“ในแหวนวงนั้นคือวิญญาณของอาจารย์เจ้าอยู่”
เสียงของเขาหนักแน่นและไม่มีความลังเลใดๆ
“นำวิญญาณของคนในตระกูลเย่มาให้ข้า... ข้าจะถอนคำสาปโลหิตให้”
เย่หลินที่ฟื้นขึ้นจากพลังของต้วนหลิงเฉินสักพักและรอจังหวะการโจมตีอยู่ก็ค่อยๆ ขยับตัวขึ้นจากพื้น แขนของเขา... งอกขึ้นมาใหม่แล้วจากการฟื้นฟูระดับสูงของต้วนหลิงเฉิน
แต่ แม้ว่าร่างกายจะเริ่มฟื้น เขายังไม่ไว้ใจคนตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง และการป้องกันของเขามันไม่เคยลดลงไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เขายังไม่พูดอะไร แค่จ้องมองไปยังอู๋เวินนิ่งๆ พร้อมเปิดใช้เพลิงดำตลอดเวลา แต่ขณะนั้นเองในจิตของเขา ต้วนหลิงเฉินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ้าหนู เอาวิญญาณของตระกูลเย่ให้เขาไป เจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อใจเขาก็ได้... แต่จงเชื่อใจข้า”
เย่หลินกัดฟันแน่น สีหน้าเขาเคลื่อนไหวไปมาระหว่างความลังเล
ก่อนจะตัดสินใจเปิดแหวนวิญญาณของหานหมิง และนำเอาวิญญาณของคนในตระกูลเย่ทั้งหมดออกมา
แสงวิญญาณสีขาวนับร้อยสาย ล่องลอยออกจากแหวนอย่างช้าๆ ร่างวิญญาณเหล่านั้นแผ่ความเย็นออกมาปกคลุมภายในลูกบอลดิน เขาส่งมันไปให้อู๋เวินโดยไม่มีคำพูดใดๆ และเขาพร้อมที่จะดึงวิญญาณเหล่านั้นกลับมาทุกเมื่อถ้าอู๋เวินทำอะไรแปลกๆ
ท่ามกลางความหนาวเย็นภายในลูกบอลดิน ร่างของอู๋เวินนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางวิญญาณมากมาย เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สูดลมหายใจลึกเข้าไปจนสุดจมูก ก่อนจะยกมือขึ้นเขียนอักษรโบราณกลางอากาศทีละตัว
ตัวอักษรลอยส่องแสงดำหม่น แล้วแตกกระจายออกไปกลางอากาศเหมือนหยดหมึกในสายน้ำ
ทันใดนั้น วิญญาณนับร้อยที่ล่องลอยอยู่โดยรอบ ก็เริ่มกรีดร้องอย่างแผ่วเบา ออร่าสีดำข้นค่อยๆ หลุดออกจากตัวของพวกมันพุ่งเข้าไปหาตัวของอู๋เวินราวกับแม่น้ำที่เชี่ยวกราก
รอยไหม้สีดำเริ่มลามจากปลายนิ้วของเขา ไหลต่อเนื่องไปตามแขนขึ้นมายังลำตัว แผ่กระจายอย่างรวดเร็วราวกับไฟเผาใบไม้แห้ง
“อึก...!”
อู๋เวินกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามานั้นไม่ใช่เพียงร่างกาย มันกัดกินถึงวิญญาณ ลึกลงไปถึงต้นกำเนิดของชีวิต เลือดไหลออกจากปากแผลแล้วไหลต่อมาที่มุมปากจากแรงกัดของเขาเอง
ต้วนหลิงเฉินนั่งมองภาพทุกอย่างเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ถ้าเป็นเขาเมื่อก่อน เขาคงทำลายคำสาปนี่ได้ด้วยปลายนิ้วเดียว แต่ตอนนี้... สภาพของเขาอ่อนแอเกินไป การจะฆ่าผู้เป็นอมตะยังยากเลยสำหรับเขาในตอนนี้
สายตาของต้วนหลิงเฉินหันไปยังเย่หลินที่นั่งนิ่งเหมือนรูปแกะสลักพร้อมจิตสังหารที่ออกมาจากตัวของเขาอย่างควบคุมไม่ได้ สำหรับคำสาปโลหิต แม้จะให้เย่หลินพยายามทำตามคำแนะนำของต้วนหลิงเฉินเพื่อเอาคำสาปออกก็อาจจะทำได้ แต่พลังการบ่มเพาะของเย่หลินนั้นอ่อนแอเกินไป ต่อให้เขากินโอสถของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่การลบคำสาปในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายหมู่
ต้วนหลิงเฉินมองไปที่อู๋เวิน ที่กำลังเลือกใช้วิธีที่เขากำลังคิดอยู่พอดี นั้นคือการดึงคำสาปทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง ซึ่งเขาไม่ได้บอกวิธีนี้กับเย่หลินเพราะยังไงเมื่อเย่หลินรู้วิธีนี้ เขาจะไม่ยอมให้ต้วนหลิงเฉินแบกรับเอาคำสาปโลหิตไปไว้กับตัวเองแน่นอน เพราะเย่หลินจะทำทุกอย่างเพื่อแบกรับคำสาปโลหิตไว้เอง ซึ่งต้วนหลิงเฉินก็ไม่อยากให้เย่หลินเอาคำสาปนั้นไปไว้ในร่างกาย มันจะทำลายอนาคตของเขาในระยะยาว
ซึ่งเขาก็มีอีกวิธีหนึ่งคือการส่งคำสาปไปยังคนของราชวงศ์อีกาทองคำแต่ว่าไม่ว่าจะเป็นต้วนหลิงเฉินหรือเย่หลินในตอนนี้ต่างก็อ่อนแอเกินไปกว่าที่ บังคับเอาคำสาปโลหิตออกจากวิญญาณเหล่านั้นได้ และอีกทางคือทางของอู๋เวินที่ดึงคำสาปมาไว้ในร่างของตนเองทั้งหมด แต่มันต้องเกิดจากความสมัครใจ ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้มันไม่มีทางหาคนแบบนั้นได้แน่นอนยกเว้น ต้วนหลิงเฉิน หรือว่าเย่หลิน จะเป็นคนแบกรับคำสาปนั้นไว้เอง
หลังจากสรุปความเป็นไปได้ทั้งหมด ทางออกสุดท้ายที่ต้วนหลิงเฉินแนะนำเย่หลินคือฆ่าผู้ใช้คำสาป
ขณะเดียวกัน ภายในลูกบอลดินสายลมพัดแรงขึ้น อักษรโบราณสลายไปแล้ว คำสาปโลหิตที่ถูกฝังไว้ในวิญญาณทุกดวงของตระกูลเย่ถูกถอนออกทั้งหมด เหลือไว้เพียงร่างของอู๋เวินที่ทรุดตัวลงช้าๆ
ต้วนหลิงเฉินมองเย่หลินที่กำลังปล่อยจิตสังหารออกมาแล้วพูดขึ้น
“เก็บวิญญาณพวกเขามาซะ ส่วนอาจารย์ของเจ้าก็แล้วแต่เจ้า ถ้ายังอยากให้นางอยู่ต่อ... ใช้ผ้าห่อศพของนางเอาไว้ แล้วย้ายวิญญาณของนางจากแหวนของอู๋เวิน มาที่แหวนของหานหมิงแทน”
เย่หลินไม่ต้องรอให้ต้วนหลิงเฉินพูดซ้ำ เขายกมือขึ้นทันที นิ้วของเขาจับแหวนที่หานหมิงมอบให้ แหวนมิติวิญญาณสีเงินส่องประกายขึ้นเมื่อพลังของเขาแทรกผ่าน
วูบ!!
คลื่นพลังเบาๆ ดูดวิญญาณทั้งหมดเข้าสู่แหวนราวกับแมลงบินเข้ากองไฟ
จากนั้นเขาค่อยๆ ก้าวไปยังร่างของฮัวจินหรู เขาใช้มือทั้งสองประคองร่างนั้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะนำผ้าสีฟ้าผืนหนึ่งคลี่ออก ห่อศพของนางอย่างแน่นหนา
หลังจากนั้นเขายกแหวนของอู๋เวินขึ้น แล้วเรียกดวงวิญญาณของฮัวจินหรูออกมาเบาๆ เหมือนกลัวทำให้แตกสลาย ก่อนจะค่อยๆ ส่งวิญญาณนั้นเข้าสู่แหวนที่หานหมิงมอบให้