บทที่ 19 ปล่อยตัวแม่นางคนนั้น
ฟิ่ววว !
ฉินเฟิงะโลงจากลาน้อย เดินมายังต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปหลายร้อยหมี่
เขามองเห็นกลุ่มชายร่างกำยำล้อมรอบสาวน้อยชุดสีม่วง ใบหน้างดงามสะดุดตา ชุดกระโปรงยาวสีม่วงห่อหุ้มร่างกาย ชายกระโปรงเปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ไหลริน ขาขาวเรียวงามโผล่พ้นชายกระโปรงออกมา
"ข้าไปละ เดี๋ยวข้าจะกลับมา !!"
ฉินเฟิงตื่นเต้นจนแทบน้ำตาไหล เขาไม่ได้เห็นชุดแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว
นับั้แ่เขามาถึงดินแดนานี้ ตลอดแปดปีไม่เคยเห็นสาวน้อยในชุดเปิดเผยแบบในเว็บไซต์เล็ก ๆ เลย
การเต้นระดับสาม + ดนตรีระดับสอง + รูปร่างระดับหนึ่ง = ตัวเองระดับต่ำ !
โครม !!
สาวน้อยชุดสีม่วงเป็ฝ่ายโจมตีก่อน โดยใช้ฝ่ามือแบบมวยจีน
ทว่ากลับไม่ได้มีพลังทำลายล้างอย่างที่คิด มันแค่ทำให้ชายร่างกำยำถอยหลังไปสองก้าว ไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ เลย
"ขั้นเหนือสามัญระดับสาม !"
ชายร่างกำยำเผยรอยยิ้มเยาะบนมุมปาก ร่างใหญ่พุ่งเข้าใส่สาวน้อย
"ไม่ดีแล้ว !"
สาวน้อยชุดสีม่วงยังอ่อนเยาว์เกินไป ทั้งยังขาดประสบการณ์การต่อสู้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายบุกมาอย่างดุดันก็ใจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ในขณะที่ฉินเฟิงคิดว่าถึงตาเขาที่จะออกโรง เขากำลังจะะโบอกให้ปล่อยตัวนางไป
ชิ้ง !!
เสียงกระบี่ถูกชักออกจากฝักดังขึ้นอย่างกังวาน พร้อมกับคลื่นปราณกระบี่ที่แหลมคมกระจายออกมา
"เสียงชักกระบี่นี้ช่างคุ้นเคยนัก !"
ภาพของหลินซานผุดขึ้นมาในหัวของฉินเฟิงอย่างไร้สาเหตุ เสียงกระบี่ของเขาเมื่อชักออกจากฝักนั้นคล้ายคลึงกันมาก
แต่มันไม่ถูกต้องนี่ !
หลินซานไม่ได้ติดตามหลินซินเอ๋อร์กลับไปที่เมืองเทียนซินหรอกหรือ ? ทำไมเขายังอยู่ในภูมิภาคตะวันออกของต้าเซี่ยอยู่อีก
ฟึ่บ ๆ!
เงาดำวูบหนึ่งพุ่งทะยานมาดุจสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่ผ่านไปที่ใด เืสด ๆ ก็สาดกระเซ็น ชายร่างใหญ่คนหนึ่งถูกจัดการจนตายคาที่โดยไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเงาดำตกลงมา ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินซาน
"เป็เขาจริง ๆ ด้วย !!"
ดวงตาของฉินเฟิงสว่างวาบขึ้นมาทันที ในใจร้องเรียกว่า หลินซาน ข้ารักเ้า
เขาคิดไว้ก่อนแล้วว่าหลังจากออกจากตระกูลฉิน ตัวเขาเองคงจะหดหู่ไปอีกนาน ตัวละครหลักที่เป็บุตรแห่ง์ไม่ใช่ผักกาดขาวข้างทางที่จะไปถอนมาจากแปลงผักได้ง่าย ๆ นี่นา
แต่ภายใต้รัศมีของตัวละครฝ่ายตรงข้าม ตัวละครเอกกลับมาหาถึงที่เสียเอง
เดี๋ยวก่อนนะ !
คำพูดนี้ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ!?
"กลางวันแสก ๆ ท้องฟ้ากว้างใหญ่ พวกเ้ากลับมารังแกเด็กสาวตัวเล็ก ๆ!"
หลินซานถือกระบี่ยาวสามฉื่อ วางท่าทางเป็นักรบผู้ยืนหยัดในความชอบธรรมอย่างสุดโต่ง ยืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรมเพื่อประณามพวกเลวทรามตรงหน้า
"กล้าฆ่าพี่น้องข้า !!"
พวกอันธพาลคนอื่น ๆ อีกสี่คน ความโกรธพุ่งพรวดเต็มขีดจำกัดในทันที พวกเขาพากันบุกเข้าไปล้างแค้นให้พี่น้องโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ราวกับสัตว์ป่ากระโจนลงจากูเา อาละวาดบุกเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
"ตายซะ !!"
สายตาของหลินซานดุดันยิ่งนัก กระบี่ยาวในมือพุ่งออกไปอย่างรุนแรง
ฟิ่ว !
กระบี่ยาวกลายเป็สายแสงวูบหนึ่ง แทงเข้าไปในร่างของอันธพาลคนหนึ่ง พลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวะเิออกที่ปลายกระบี่ กระบี่คมกริบผ่าอกของอันธพาลคนนั้น…
กระบี่เสือกแทงเข้าไป ก่อนที่เืสด ๆ จะพุ่งทะลักออกมา
กลิ่นคาวเืฉุนจมูกแผ่กระจายอย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้อันธพาลคนอื่น ๆ โกรธแค้นมากขึ้น
แต่หลินซานไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ขาก้าวยาวเร่งฝีเท้าบุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว ชักกระบี่ออกมาฟันฆ่าอย่างต่อเนื่อง เืพุ่งทะลักขึ้นอีกหลายสาย
"ขั้นเหนือสามัญระดับสี่ !"
ฉินเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว พบว่าวรยุทธ์ของหลินซานก้าวหน้าขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่ของเขาเฉียบคมและรวดเร็วกว่าครั้งก่อน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้อยู่เฉย ๆ ใน่เวลานี้
เพียงแต่เขางงงวยเล็กน้อยว่าทำไมหลินซานถึงไม่ไปเมืองเทียนซินกับหลินซินเอ๋อร์ เขาอยู่ในดินแดนของตระกูลฉินเพื่ออะไรกันแน่ ?
"เด็กน้อย พวกข้าดูถูกเ้าเกินไป !"
อันธพาลสามคนที่เหลือสติกลับมาในที่สุด รู้ว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับเทพบุตร ประเภทที่ท้าทายข้ามระดับได้ง่ายราวกับดื่มน้ำ
อันธพาลทั้งสามกินยาเม็ดหนึ่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ยาเม็ดคลุ้มคลั่ง !"
สีหน้าของหลินซานเปลี่ยนไปทันที เขาถือกระบี่พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เขารู้เื่ยาเม็ดคลุ้มคลั่ง หลังจากกินแล้วจะทำให้พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นเป็สองเท่า แต่ผลข้างเคียงคือเสียอายุขัยไปสิบปี
แต่เดิมวรยุทธ์ของโจรพวกนี้ก็แค่แข็งแกร่งกว่าเขาเล็กน้อยเท่านั้น การพึ่งพาพลังของตัวเอกเพื่อเอาชนะพวกเขาไม่ใช่เื่ยาก
แต่ถ้ากินยาเม็ดคลุ้มคลั่งเข้าไป ต่อให้ชนะก็คงสาหัสไม่น้อย
ต้องสังหารพวกมันให้หมดก่อนที่ยาเม็ดคลุ้มคลั่งจะออกฤทธิ์
ในตอนนั้นเอง——
ปราณกระบี่ที่ดูเหมือนจะผ่า์และโลกได้พุ่งเข้ามา สายลมอันแหลมคมกระแทกใส่ใบหน้าของหลินซานอย่างรุนแรง
ก่อนที่หลินซานจะทันตั้งตัว เงาร่างของฉินเฟิงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับห่านป่าที่บินผ่านท้องฟ้า กระบี่เทียม์ในมือปล่อยแสงสว่างสลัวออกมาราวกับสายน้ำ
ในชั่วพริบตา กระบี่ของฉินเฟิงก็กลับเข้าฝัก
"เ้า..."
ั์ตาของชายร่างใหญ่ทั้งสามหดเกร็งอย่างรุนแรง ร่างอันใหญ่โตล้มลงกับพื้นดังครืน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่สังหารศัตรูได้สามคน ได้รับ 300 แต้มวายร้าย !]
"กระบวนท่ากระบี่ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก !"
หยาดเหงื่อไหลลงจากหน้าผากของหลินซานอย่างช้า ๆ
ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นวิชากระบี่สังหาร แต่ก็ยังรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่เล่มนี้ หากเมื่อครู่ ฉินเฟิงใช้กระบี่นี้ฟันใส่เขา กลัวว่าเขาจะไม่มีเวลาตอบโต้ด้วยซ้ำ
จริง ๆ แล้ว ฉินเฟิงก็เคยคิดจะสังหารหลินซาน เพื่อให้ได้แต้มเยอะ ๆ แต่โอกาสที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันนั้นสูงเกินไป การอยู่ข้างกายเขาในฐานะลูกน้องคนที่หกและหาโอกาสจู่โจมเป็ครั้งคราวน่าจะปลอดภัยที่สุด
"พี่ชายหลิน ช่างบังเอิญจริง ๆ!"
ฉินเฟิงหมุนตัวอย่างสง่างาม เผยรอยยิ้มอันไร้พิษภัย
"ฉินเฟิง ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกเร็วขนาดนี้ !"
หลินซานดูเหมือนจะยังไม่รู้เื่ที่ฉินเฟิงขุดกระดูกจักรพรรดิ จึงประสานมือทักทายอย่างเป็ธรรมชาติ
"ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยชีวิตไว้ ข้า จื่อเยียน ขอคารวะเ้าค่ะ !"
หญิงสาวในชุดสีม่วงรีบเข้ามาขอบคุณ และคำนับให้ทั้งสองอย่างสุภาพ สายตาที่มองไปยังหลินซานนั้นเหมือนตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น
ส่วนฉินเฟิงนั้นไม่สนใจโดยสิ้นเชิง เด็กน้อยอย่างเ้าจะเข้าใจอะไร
"อะไรกัน ทำไมถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้ !?"
ฉินเฟิงรู้สึกไร้คำพูดโดยสิ้นเชิง ได้รับรู้ถึงความไม่มีเหตุผลของตัวเอกในแง่มุมใหม่อีกครั้ง
"แม่นางจื่อเยียนช่างมีน้ำใจยิ่งนัก การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนถือเป็หน้าที่ของพวกข้าผู้ฝึกตน !"
เป็อีกครั้งที่หลินซานแสดงท่าทางอันชอบธรรมและเด็ดเดี่ยว ฉินเฟิงมองแล้วก็แอบกลอกตาไปมา แต่จื่อเยียนที่อยู่ตรงข้ามกลับชอบแบบนี้มาก สายตาเป็ประกายราวกับจะมอบกายถวายตัวให้เลยทีเดียว
ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งที่ยังไม่ตายดี ยิงลูกธนูทะลุเมฆขึ้นไปบนท้องฟ้า ตัวอักษรเสือตัวใหญ่ะเิกระจายบนท้องฟ้า มองเห็นได้ในรัศมีหลายร้อยลี้โดยรอบ
"นี่คือสัญลักษณ์ของกลุ่มเวยหู่ !"
ในฐานะความหวังในอนาคตของตระกูลฉิน ฉินเฟิงย่อมรู้จักกลุ่มกำลังในพื้นที่ของตระกูลตนเป็อย่างดี
กลุ่มเวยหู่เป็กลุ่มกำลังเล็ก ๆ ในพื้นที่ของตระกูลฉิน มีลูกน้องหลายหมื่นคน หัวหน้ากลุ่มมีวรยุทธ์อยู่ในขั้นเหนือิญญา
เนื่องจากทุกปีจะต้องส่งบรรณาการให้ตระกูลฉิน ตระกูลฉินจึงละเลยที่จะสนใจพวกเขา
ชายร่างใหญ่กระอักเืสดออกมาทางปาก พลางหัวเราะอย่างคะนอง "หัวหน้ากลุ่มของพวกข้ามีวรยุทธ์ถึงขั้นเหนือิญญาระดับสาม ไม่ว่าพวกเ้าจะเป็อัจฉริยะอะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องตายหมดแน่"
"ขั้นเหนือิญญาระดับสาม !!"
ดวงตาของจื่อเยียนเต็มไปด้วยความกังวล อยากจะออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
"แม่นางจื่อเยียนไม่ต้องกังวล พวกข้าจะไม่เป็อะไรหรอก !"
หลินซานรับประกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ พลางตบอกของตัวเอง
หากไม่ได้พบกับฉินเฟิง บางทีเขาอาจจะพาจื่อเยียนรีบหนีไปแล้ว แต่ตอนนี้ได้พบกับบุตรชายคนโตของตระกูลฉิน ยังจะหนีอะไรอีก รอให้พวกเขามาคุกเข่าขอให้ฝึกวินัยเถอะ
"เ้ากล้าหาญมาก เอาใจช่วยนะ !"
ฉินเฟิงตั้งใจแน่วแน่ที่จะไม่ให้โอกาสบุตรแห่ง์ได้แสดงฝีมือ เขารีบจูงมือจื่อเยียน และหนีไปโดยเร็ว...