“ วิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ ส่งคนมาฆ่าเจ้าทำไม” รองหัวหน้าถามด้วยความตระหนก
“ ข้าไม่รู้ “ อาซันตอบตามตรง
“ แล้วจะทำอย่างไรที่นี้ นักฆ่าเข้ามากี่คนแล้วก็ไม่รู้ “ รองหัวหน้าเริ่มเครียด
“ เรื่องนี้ข้าจะจัดการพวกนักฆ่าเหล่านี้ทั้งหมดเอง ท่านรองผู้คุ้มกฏอย่าได้กังวล”อาซันเสนอตัวที่จะฆ่าพวกมันให้หมด
“ เจ้าฆ่าพวกมันหมด แล้วถ้ามันส่งคนทำร้ายคนในสำนักแล้วจะทำอย่างไรกัน”รองหัวหน้าเอ่ยด้วยความกลัว
“ พวกท่านกลัวคนของวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เลยหรือ” อาซันสงสัย
“ พอแล้ว อาซันเจ้ามีวิธีจัดการพวกมันอย่างไร” หัวหน้าผู้คุ้มกฏตัดบททุกคน
“ ปล่อยให้พวกมันท้าสู้ข้าเหมือนเดิม ข้าจะจัดการพวกมันบนเวทีประลองให้หมด” อาซันเอ่ย ทุกคนฟังแล้วก็เห็นด้วยเรื่องนี้เกิดจากอาซัน ให้เขาจัดการเองก็จบ
“ เจ้ามั่นใจหรือว่าเจ้าจะสังหารพวกมันได้ทั้งหมด” หัวหน้าผู้คุ้มกฏเอ่ยด้วยความกังวลใจ เพราะกลัวเรื่องจะบานปลาย
“ ข้ามั่นใจ”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอรายงานท่านเจ้าสำนักก่อน เจ้าไปรอที่สนามประลอง” หัวหน้าผู้คุ้มกฏรีบรายงานเรื่องนี้กับเจ้าสำนัก ไม่นานก็มีประกาศออกมาที่สนามประลอง เพื่อให้ศิษย์ที่จะเข้าประลองปีนี้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ไม่จำกัด
อนุญาตให้ยกเลิกข้อห้ามทั้งหมด สู้ได้อย่างเสรีหรือ เข่นฆ่ากันได้ไม่ผิดกฏอีกต่อไป สิ้นเสียงประกาศทุกคนฮือฮา กันหนัก มีเสียงกรรมการถาม ถึงคนทีจะทำการต่อสู้กับ ซูซัน ยังมีเหลืออีกกี่คน สุดท้ายนับแล้วเหลือเพียงเก้าคนซึ่งทั้งเก้านี้ อาซันสำรวจแล้วพวกมันคือนักฆ่าทั้งหมด
อาซันเดินขึ้นไปรอบนเวที แล้วชักดาบ 5 คมออกมาก่อนเลย พอคู่ต่อสู้ขึ้นมาพยายามส่งพลังขอบเขตจ้าวเมฆา พยายามบังคับร่างของอาซันไม่ให้ขยับ
อาซัน ก็ไม่ขยับแต่ว่า พอนักฆ่าแทงกระบี่เข้ามาใกล้ อาซันก็ปล่อยดาบ 5 คมบินไปเจาะที่คอนักฆ่าที่เข้ามา ตายคาที่ อาซันเตะเปรี้ยงร่างไร้ชีวิต ร่วงลงเวทีไป
คนต่อมากระโดดขึ้นมาก็ใช้ดาบฟาดฟันอาซันก่อนเลย แต่ก็ได้แต่ตั้งท่า ถูกอาซันใช้ดาบพุ่งเข้าใสจนร่างเป็นรูดาบ 5 รู เลือดนองเวที อาซันดีดร่างคนตายร่วงเวทีไปอีกคน
อาซันตะโกนบอกอีก 7 คนที่เหลือ ให้ขึ้นมาพร้อมกันเลย ทั้ง เจ็ดคนก็กระโดดขึ้นมาทันที อาซันเรียกธนูเทพออกมาแล้วยิงลูกศรปราณเทพออกลูกเดียว ลูกศรแตกออกพร้อมกันทีเดียว 7 ดอกพุ่งเข้าหน้าผากทุกคนอย่างแม่นยำ จบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว
“ ยังมีอีกไหม “ อาซันถามกรรมการ ทียังอ้าปากค้างอยู่ แล้วส่ายหัวเหมือนจะบอกว่าไม่มีอีกแล้ว
ทอม ชิงชิง และ องค์หญิงซาร์เมนธา ทุกคนตกใจที่ได้เห็นฉากต่อสู้ที่จบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ โดยเฉพาะชิงชิง ประมือดีใจที่ อาซันเอาชนะอย่างง่ายดาย
ส่วนซาร์เมนธา ได้แต่ถอนหายใจมองไปทางองค์ชาย 5 และองค์ชาย 8 ที่กำหมัดแน่นขนาดส่งนักฆ่ามาขนาดนี้ยังทำอะไรมันไม่ได้
อาซันลงมาหาทอม ชิงชิง รีบมาแสดงความยินดีกับอาซัน แต่อาซันบอกไปว่า
“ ชิงชิง คนที่ส่งนักฆ่ามาเป็นคนราชวงศ์ซาร์แบบเจ้า ถ้าข้าสังหารพวกเขา เจ้าจะรู้สึกอย่างไร” อาซันบอกกล่าวไปตามตรงเพราะเขารู้ว่า เมื่อคิดสังหารเขา คนผู้นั้นย่อมต้องตายสถานเดียว อยากบอกให้ชิงชิง ทำใจ
ชิงชิงได้ฟังแล้วก็เงียบ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี องค์หญิงซาเมนธาโอบกอดชิงชิงแน่น แล้วตอบแทนชิงชิง
“ พวกเราไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา แต่เราก็ไม่อยากเห็นท่านเข่นฆ่าพี่น้องของพวกเรา” องค์หญิงซาร์เมนธาเอ่ยบ้าง
“ พวกท่านไปบอกพวกมัน พรุ่งนี้หากข้าเห็นหน้าพวกมัน จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตมัน” อาซันพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับทอม ในขณะที่ทั้งสองพี่น้องต่างก็เอามือมาป้องปากอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีใครในแผ่นดินนี้ กล้าข่มขู่คนในราชวงศ์ซาร์เช่นนี้
“ เมื่อไรทางสำนักเราจะทำการคัดตัว ไปเมืองหลวง เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปที่โลกที่ 2” อาซันถามทอม
“ อีกไม่ถึงเดือน ทางสำนักเราจะคัดศิษย์สายใน จำนวน 10 คน เข้าเมืองหลวงเพื่อมีโอกาสขึ้นไปเรียนระดับสูงที่โลกชั้น 2 เวลานี้เจ้าน่าจะมีโอกาสรับเลือกค่อนข้างสูงทีเดียว“ ทอมพูดจบ อาซันก็ชวนทอมไปกินบะหมี่เนื้อ เพราะรู้สึกอยากกิน และคิดว่าถ้าได้ไปเมืองหลวงคงจะไม่มีโอกาสได้กิน และถามทอมว่าเราสามารถใช้คะแนนที่ได้จากสำนักเปลี่ยนเป็นเงินได้หรือไม่ เพราะให้ทอมจ่ายบ่อยๆ ก็รู้สึกเกรงใจ
“ ถ้าพื้นที่บริเวณแถบนี้สามารถใช้คะแนนได้เพราะพวกเขา ย่อมต้องซื้อขายกับสำนักบ่อยๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าไปเมืองอื่น หรือเข้าเมืองหลวงก็ใช้ไม่ได้ แต่ว่ามีภารกิจ ที่มีผู้จ้างได้จ่ายเป็นเงิน ถ้าเจ้าสนใจขากลับเราไปแวะดูกัน” ทอมแนะนำ
ทั้งสองมาถึงร้านบะหมี่เจ้าเดิม อาซันวันนี้สั่งบะหมี่มา 2 ชามเลย เพราะอาจไม่ได้มาอีกนาน ขณะที่กำลังกินอยู่นั้น อาซันสังเกตมีหญิงชายคู่หนึ่งใช้ผ้าคลุมหัวไว้กำลังนั่งกินบะหมี่อย่างเงียบ ได้ถูกชายเกือบ 20 คนแต่งชุดทหารเข้ามาล้อมเอาไว้ จากนั้น
ทั้งสองก็ได้พยายามหลบหนี แต่ว่าหนีไม่พ้นพวกทหารใช้อาวุธประหลาดคล้ายตาข่าย เหวี่ยงไปครอบคนทั้งสอง สุดท้ายก็ถูกจับ ทั้งสองถูกทุบตีอย่างทารุณ จนอาซันเห็นแล้วก็ทนไม่ได้ ขว้างตะเกียงไปเสียบ ฝ่ามือทหารทั้ง 20 คน จนต้องถอยหลังออกไป
“ เจ้าเป็นคนสำนักเทพสุริยัน ทำไมกล้ายุ่งกับคนของทางการ ไม่กลัวความผิดหรือ” หัวหน้าทหารยังกุมมือที่ถูกตะเกียบปักเอาไว้ เอ่ยถามอย่างกลัวๆ กล้าๆ
“ พวกเขาทำผิดอะไร ทำไมถึงจับได้แล้วยังทุบตีพวกเขาอีก” อาซันถามด้วยเสียงเรียบๆ แต่ฟังแล้วดูน่ากลัว
“ พวกเขาเป็นเผ่าทาสของเรา เจ้าไม่มีสิทธิ์ยุ่ง” เปรี้ยง! ฟันกระเด็นออกจนหมดปากกรามล่างย้ายไปตามแรงตบของอาซัน ล้มไปแน่นิ่งกับพื้นทันที
“ คนที่กล้าพูดแบบนี้กับข้าไม่เคย มีใครมีโอกาสได้พูดอีกเลย พวกเจ้าจะพาหัวหน้าเจ้าไปหรือจะอยากจะโดนแบบนี้” ทหารที่เหลือรีบแบกหัวหน้าแล้วรีบวิ่งหนีออกไปจากที่นี่สุดชีวิตเลย
“ ขอบคุณนายท่าน” ทั้งสองลงมาก้มคุกเข่าต่อหน้าอาซัน
“ ลุกขึ้นเถอะ พวกมันตามล่าท่านกันทำไม” พอได้ยินอาซันถาม ทั้งสองก็พยักหน้าให้กัน แล้วเปิดผ้าคลุมหัวออก มีรอยสักประทับ คำว่า ทาส ไว้ที่หน้าผากของคนทั้งสอง อาซันเห็นแล้วสังเวชใจยิ่งนัก ทำไมมนุษย์ด้วยกันทำกันถึงขนาดนี้
“ พวกเราเกิดมาก็เป็นทาส พวกเราหนีออกมาเพราะไม่อยากให้ลูกในท้องของเราเกิดมาต้องเป็นทาสตามพวกเราไปอีก “ ชายคนที่เล่ามองไปที่ภรรยาที่กำลังท้องอ่อน กำลังก้มหน้าน้ำตาไหลออกมา
“ ใครเป็นคนจับพวกท่านมาเป็นทาสแบบนี้” อาซันถามคำถามนี้ออกมาทำให้คนฟังเกิดความสงสัยเช่นเดียวกันทั้งหมด ทอมเลยต้องเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ ก็พวกราชวงศ์ซาร์นั่นแหละ หลังจากที่พวกมันเข้ามายึดครองแผ่นดินของอาณาจักรสุริยันจันทรา พวกมันก็จับคนมาสักที่หน้าผากให้กลายเป็นทาสแล้วส่งขึ้นไปบนโลกชั้นสอง พวกราชวงศ์ซาร์พวกมันมาจากโลกชั้น 2 ทำให้มันมีพลังมากกว่าพวกเราในดินแดนโลกชั้นที่ 1 “ ทอมอธิบาย
“ ที่แท้พวกมันมีพลัง และทรัพยากรมากขนาดนี้ ถึงได้ครองโลกชั้นที่ 1นี่เอง เอาเปรียบกันชัดๆ ว่าแต่ทำไมพวกมันเลือกสักที่หน้าเฉพาะพวกของท่าน” อาซันสงสัยอีก
“ เพราะบรรพบุรุษของพวกเราเป็นทหารรับใช้ของจักรพรรดิของอาณาจักรสุริยันจันทราหลังจากถูกยึดอำนาจได้ พวกเรา ถูกจับได้ทั้งหมด แล้วพวกมันก็ทำการสักคำว่าทาสไว้ที่หน้าผากของพวกเราทุกคน ไมใช่แค่เพื่อทำสัญลักษณ์อย่างเดียว แต่เป็นการสะกดวิญญาณของพวกเราเอาไว้ด้วย หากพวกเราคิดร้ายต่อพวกมัน เพียงแค่ความคิดพวกมันก็ฆ่าเราได้ทันที” สองคนผัวเมียกำหมัดด้วยความแค้น
อาซันมองที่รอยสัก แล้วใช้มือซ้ายที่มียันต์สิงห์คาบดาบสัมผัสที่ชายคนนั้นตัวอักษรคำว่าทาสหายไปทันที สร้างความตกตะลึงให้กับ สองคนผัวเมียยิ่งนักรวมทั้งทอมด้วย อาซันเรียกผู้หญิงมาล้างอักษรทาสให้อีกคน อักษรทาสและคำสาปก็หายไปทันที ทั้งสองลงไปคุกเข่าต่อหน้าอาซันอีกครั้ง
“ นี่เป็นไปได้อย่างไร คนที่ล้างคำสาปนี้ได้มีแต่เพียงบุตรแห่งเทพสุริยันเท่านั้น ทำไมเจ้าถึงล้างคำสาป นี้ได้ “ ทอมรู้สึกงงกับสิ่งที่เห็นมาก สองคนผัวเมียก็เช่นกัน
“ หรือว่าท่านเป็นทายาทของเทพสุริยัน ที่แท้จริง” สองคนผัวเมียรีบเอ่ยแต่ว่าอาซันส่ายหัว
“ นี่เป็นเพียง คำสาปธรรมดา ข้าใช้ยันต์ทำลายคำสาป แค่นั้นเอง ข้าไม่ใช่ทายาทของท่านเทพสุริยันหรอก” อาซันยื่นมือที่มีรูปยันต์ 8 ทิศเขียนไว้ด้านล่างมีสิงห์คาบดาบ ทั้งหมดเลยเข้าใจ
“ ถ้าเช่นนั้นข้ามีเรื่องขอร้องให้ท่านช่วยปลดปล่อยพวกเราด้วยได้ไหม” สองสามีภรรยา ขอร้องอาซัน
“ ได้พวกเขาอยู่ไหนกัน” อาซันตอบว่าจะช่วย
“ พวกเขาอยู่ที่ หมู่บ้านแสงจันทร์ เมืองจันทรา” สองผัวเมียพูดพร้อมกัน
“ ไกลจากที่มากไหม “ อาซันหันไปถามทอม
“ ไม่ไกล อยู่ติดชายแดนฝั่งตะวันตก นี่เอง ขึ่เมฆดำไปไม่นานก็ถึง” ทอมเอ่ยบอกอาซันหยิบเรือเหาะออกมา แล้วพาทั้งหมดลอยไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึง ที่หมายคือ หมู่บ้านแสงจันทร์ แต่ว่ามีทหารเฝ้าทางเข้า ออกเกือบ ห้าร้อยคน
ทางเข้าหมู่บ้านมีทางเข้าออกทางเดียว ด้านหลังเป็นภูเขาล้อมรอบไม่สามารถออกไปได้ อาซันและทั้งหมด ลอยฟ้าเข้าไป ผ่านทหารที่ไม่ได้มองท้องฟ้ามีเรือเหาะบินอยู่ แล้วมาจอดลงที่ด้านล่างกลางหมู่บ้านทันที มีผู้คนออกมาดูกันเป็นจำนวนหลายร้อยคน ทุกคนต่างแตกตื่นตกใจ ที่ได้เห็น สองผัวเมียกลับมา และ
ไม่มีรอยตราประทับทาสติดอยู่บนหน้าผากแล้ว เมื่ออธิบายกันจนเข้าใจแล้ว มีท่านหัวหน้าหมู่บ้านนามว่า ผู้ฒ่าใบไผ่ เริ่มกล่าวกับอาซันก่อน
“ นายท่านสามารถปลดปล่อยตราประทับทาสให้พวกเราได้จริงๆ หรือ”
“ พวกท่านเรียกทุกคนมารวมกันที่นี่ทั้งหมด ข้าจะลบตราประทับให้พวกท่านพร้อมกันเลย” ผู้เฒ่าใบไผ่ เรียกทุกคนมากันหมด อาซันเห็นผู้คนไม่ต่ำกว่าสามพันคน ล้วนมีตราประทับทาสกันทุกคน พอครบแล้วอาซันลอยตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วอาซันใช้ฝ่ามือที่มียันต์สิงห์คาบดาบปล่อยแสงพลังของยันต์สิงห์คาบดาบออกมากระทบที่หน้าผากทุกๆคน รอยสักของทุกคนก็ค่อยหายออกจากหน้าผากไปจนหมด สุดท้ายอาซันก็ลงจากฟ้าลงมาด้านล่าง ทุกคนพอเป็นอิสระจาก อักษรทาสและคำสาปแล้ว บางคนก็สามารถใช้พลังยุทธได้ดั่งเดิม รวมทั้งผู้เฒ่าใบไผ่ ด้วย ซึ่งตัวเขามีพลังถึงขอบเขตจ้าวเมฆา ทั้งหมดคุกเข่าให้กับเทียนทั้งหมด
ทันใดนั้นกลุ่มทหารหลายร้อยคนก็เข้ามาข้างในหมู่บ้านเพราะได้เห็นเหตุการณ์แปลก เลยเข้าดู ก็พบว่าคนทั้งหมด ไม่มีตราประทับทาสอีกแล้ว เลยตกใจทำอะไรไม่ถูก แต่พอเห็นอาซันก็เลยสั่งทุกคนให้จับอาซันเอาไว้ เพราะว่าสาเหตุน่าจะมาจากอาซัน
อาซันหันมา เผชิญหน้ากับกองทหาร 500 คน อาซันใช้ภูมะกลายเป็นปืนกลสาดกระสุนเข้ากองกำลังทั้ง 500 คน ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วยังยิงกระสุนระเบิดอัดเข้าไปหลายสิบนัด ร่างทั้ง ห้าร้อยคนแหลกเหลวกลายเป็นเศษเนื้อไปในพริบตา ชาวบ้านต่างตื่นตกใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นฉากเบื้องหน้านี้ เพราะพวกทหารเหล่านี้เคยย่ำยี ศักดิ์ศรีของพวกเขามานานมากแล้ว ต้องมาตายอย่างอนาจ ต่อหน้าพวกเขา
“ ต่อไปนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว” นี่คือคำพูดที่พวกชาวบ้านอยากฟังมาชั่วชีวิตของพวกเขา แล้ววันนี้พวกเขาก็ได้ยินมันแล้ว...