Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 41 พิษจิตสูญ ( Remake )

            หวังเฟยหลงมองอาวุธลับที่กระเด็นกลับมาแล้วหวังเฟยหลงขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็เรียกอาวุธลับกลับเข้ามาในช่องเก็บของ ตอนนี้เขาค่อนข้างกังวลอย่างมาก เขาไม่รู้ว่ามันคือทักษะอะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาแน่ๆเพราะค่าสเตตัสของหลินอี้เหยาที่หวังเฟยหลงเห็นมันเพิ่มขึ้นมาก อย่างน้อยๆ ก็ 4-5 ส่วนเลย และไม่รู้ว่ามันจะมีผลแบบนี้ไปนานแค่ไหน

            ‘ ต้องใช้สกิล ความบ้าคลั่งของทรราชจริงๆหรือไงเนี่ย?? ’

            ถึงแม้ว่าหวังเฟยหลงจะใช้สกกิล ความบ้าคลั่งของทรราชไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถจัดการกับหลินอี้เหยาได้ในทันทีเหมือนที่จัดการกับซูเหอ ต้องไม่ลืมว่า หลินอี้เหยา คนนี้ไม่ได้ธรรมดาเหมือนคนอื่น เขาแข็งแกร่งและมีประกบการณ์ต่อสู้ที่มาก หวังเฟยหลงไม่คิดว่าตัวเขาจะสามารถจัดการกับหลินอี้เหยาาได้ภายใน 5 นาที

            ตอนนี้เอง จู่ๆหลินอี้เหยาก็หายไปจากสายตาของหวังเฟยหลง พริบตาเดียว หลินอี้เหยาก็มาปรากฏตัวตรงหน้าของหวังเฟยหลง จากนั้นเขาก็ยิ้มและฟาดดาบมาที่หวังเฟยหลงอย่างรุนแรง

            ‘ บัดซบเอ้ย!! ’

            เมื่อเห็นเช่นนี้หวังเฟยหลงไม่รอช้า เขารีบเปิดใช้สกิล ความบ้าคลั่งของทรราช จากนั้นยกโล่ขึ้นมาป้องกันดาบของหลินอี้เหยาอย่างทันท่วงที ด้วยการโจมตีนี้ทำให้หวังเฟยหลงถอยหลังไปหลายก้าว พร้อมกับถ่มเลือดจากปากออกไปเล็กน้อย หลินอี้เหยาจะปล่อยให้หวังเฟยหลงได้พักหายใจหรือ? แน่นอนว่าไม่ เขาพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าการเพิ่มพลังของของหวังเฟยหลงนั้นมีเวลาที่จำกัด ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องรีบจบการต่อสู้โดยเร็ว

            ‘ หากใช้สกิลไม่ทันละก็ ได้เกิดเรื่องแน่ๆ…ไม่คิดจะให้เวลาพักหายใจกันบ้างเลยหรือไง?? ’ 

            เช่นเดียวกับหลินอี้เหยา หวังเฟยหลงก็ไม่รู้เช่นกันว่าทักษะของหลินอี้เหยานั้นจำกัดเวลา และเมื่อเขาได้ใช้สกิลความบ้าคลั่งของทรราชแล้วเขาก็จำเป็นต้องรีบจบการต่อสู้โดยเร็วที่สุด ถึงแม้ว่าใจจริงของเขาจะไม่อยากใช้สกิลก็ตาม แต่หากไม่ใช้สกิลก็ไม่อาจรับการโจมตีของหลินอี้เหยาได้ ดังนั้นทางเลือกของเขาเหลืออยู่แค่ทางเดียวเท่านั้น

            ตอนนี้หวังเฟยหลงตั้งหลักได้แล้ว เขาสามารถหลบการโจมตีของหลินอี้เหยาได้ไม่ยาก แต่เขาไม่สามารถรักษาระยะห่างจากหิลนอี้เหยาได้อีก ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนเขาเก็บอาวุธลับทั้งหมดแล้วเรียกดาบออกมา ครั้งนี้เขาไม่ได้หลบการโจมตีของหลินอี้เหยา มันอาจจะลำบากและเจ็บสักเล็กน้อยแต่หวังเฟยหลงจำเป็นต้องทำ

            เมื่อหลินอี้เหยามาปรากฏตัวตรงหน้าพร้อมกับฟันดาบเข้ามาที่หวังเฟยหลง สิ่งที่หวังเฟยหลงทำคือการใช้โล่กระแทกสวนการโจมตีของหลินอี้เหยากลับไป แน่นอนว่าปกติแล้ว หากอีกฝ่ายมีพละกำลังที่มากกว่าหวังเฟยหลงเช่นนี้เขาจะไม่ทำแบบนี้เพราะมันจะเป็นการสร้างภาระให้มือของเขามากเกินไป แต่ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องทำจริงๆ 

            เคร้ง!! เสียงเหล็กปะทะกันอย่างรุนแรง หลินอี้เหยากระเด็นถอยหลังไปสองเมตร ส่วนหวังเฟยหลงก็กระเด็นถอยหลังไปไม่น้อยกว่ากัน แรงปะทะทำให้มือของหวังเฟยหลงสั่นชาอย่างมาก แต่เขาไม่สามารถหยุดพักได้เพียงแค่เพราะเจ็บมือ หวังเฟยหลงเก็บดาบกับโล่กลับเข้าไป

            หลังจากเก็บดาบกับโล่เข้าไปแล้ว หวังเฟยหลงเรียกมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่งจากช่องเก็บของของเขา พร้อมกับใช้สกิล ตัดเงา มันเป็นสกิลที่หวังเฟยหลงได้ลองใช้กับคนจริงๆเป็นครั้งแรก สกิลนี้คือสกิลที่จะทำให้เวลาเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมาย จะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่อย่างมาก และยังสามารถโจมตีได้อย่างรวดเร็วด้วย มันเป็นสกิลที่เอาไว้สังหาร หวังเฟยหลงจึงไม่ได้คิดที่จะใช้มันต้องแต่แรก 

            แต่ตอนนี้หวังเฟยหลงไม่มีทางเลือกมากนัก เขาจำเป็นต้องงัดไพ่ในมือออกมาทีละใบเพื่อเอาชนะการประลองนี้ให้ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของเดิมพันอีกต่อไปแล้ว 

            เพียงพริบตาเดียวหวังเฟยหลงหายไปจากสายตาของหลินอี้เหยา และไปปรากฏตัวที่ข้างหลังของหลินอี้เหยาทันที นี้ทำให้หลินอี้เหยาเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ และไม่ใช่แค่หลินอี้เหยาคนเดียว แต่ทุกคนที่ดูการประลองนี้ก็ประหลาดใจเช่นกัน ศิษย์ทุกคนจะเห็นหวังเฟยหลงหายตัวและไปปรากฏตัวที่ข้างหลังหลินอี้เหยาในพริตตาเดียว แต่ด้วยความเร็ซที่มากเกินไปของหวังเฟยหลงทำให้กว่าเขาจะรู้ตัวก็ถูกเล่นงานเสียแล้ว

            มีดสั้นของหวังเฟยหลงฟันไปที่กลางหลังของหลินอี้เหยา จากบนขวาลากยาวไปถึงล่างซ้าย เป็นบาดแผลที่ทั้งยาวและลึก ฟันเสร็จหวังเฟยหลงหมุนตัวเตะไปที่ซี่โครงด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทำให้หลินอี้เหยากระเด็นไปด้านข้างและร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นแผลที่ถูกฟันหรือซี่โครงที่ถูกเตะ หวังเฟยหลงยืนมองอยู่เฉยๆ เพราะตอนนี้ผลการประลองอได้ถูกตัดสินไปแล้ว 

            มีเพียงเหล่าผู้อาวุโสเท่านั้นที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของหวังเฟยหลง เพราะสิ่งที่หวังเฟยหลงทำคือการพุ่งอ้อมไปอยู่ด้านหลังของหลินอี้เหยา แต่มันก็หมายความว่าหวังเฟยหลงยังสามารถเร่งความเร็วได้มากขึ้นไปอีก และความเร็วในตอนนี้มันเร็วพอๆกับคนที่อยู่ระดับกลั่นปราณระยะต้นเลยด้วยซ้ำ

            “ หวังเฟยหลงคนนี้มีไพ่ซ่อนไว้เยอะจริงๆ ไม่รู้ว่ายังมีอะไรที่ซ่อนเอาไว้อีกหรือเปล่า!? ”

            “ บางทีท่านผู้นำอาจจะเป็นคนสอนก็ได้ ใครจะไปรู้ละ ในเมื่อท่านรับศิษย์ทั้งๆที่ไม่คิดจะรับศิษย์มาตั้งหลายปี ท่านคงอยากจะดูแลหวังเฟยหลงมากๆนั่นแหละ!! ท่านคงไม่อยากให้เกิดเหตุเหมือนกับศิษย์คนเก่าเช่นเดิมหรอก!! ”

            เหล่าผู้อาวุโสฝ่ายนอกพูดคุยกันด้วยความสงสัย จริงๆพวกเขาอยากจะถามหวังเฟยหลงด้วยซ้ำว่าทำได้อย่างไร ต้องบอกว่ามันสุดยอดมากขนาดที่พวกเขาก็แทบอดใจไม่ไหว แต่หากทำเช่นนั้นมันจะกลายเป็นว่าพวกเขาหน้าด้านมากไป และต้องไม่ลืมว่าหวังเฟยหลงคือศิษย์ของผู้นำ ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร พวกเขาก็คิดได้เพียงแค่ว่า ลู่หยางเป็นคนถ่ายทอด เป็นคนมอบสิ่งของต่างๆให้ เพื่อป้องไม่ให้หวังเฟยหลงเป็นอะไรไป แต่หารู้ไม่ว่า ลู่หยางก็สงสัยไม่แพ้พวกเขา 

            เดิมทีลู่หยางคิดว่าด้วยฐานะตระกูลหวังกับความที่สนิทสนมกับสมาคมการค้าทมิฬนั่นคงจะทำให้เขามีของดีติดไม้ติดมือบ้าง อาจจะได้อะไรที่ดีในฐานะแขกกิตติมศักดิ์ของสมาคมการค้าทมิฬ แต่จากที่เห็น ทั้งวรยุทธ์เอย ทั้งโอสถเอย ไหนจะเรื่องอาวุธลับ และเทคนิคต่างๆที่หวังเฟยหลงแสดงออกมาให้เห็นจนถึงตอนนี้ มันเกินกว่าจะเป็นของขวัญที่มอบให้กับแขกกิตติมศักดิ์ไปไกลแล้ว

            “ เฮ้อ!! ครั้งนี้พวกเราต้องปกป้องหวังเฟยหลงให้ดีเลย เมื่อเห็นเช่นนี้เกรงว่าพวกมันจะไม่ปล่อยให้หวังเฟยหลงมีชีวิตรอดได้นานนักหรอก และห้ามประมาทเด็ดขาด แม้แต่กับเหล่าผู้อาวุโสด้วยกัน…โดยเฉพาะคนของฝ่ายนั่น ชิงเหมา เจ้าต้องคอยจับตาดูให้ดู ”

            “ ท่านผู้นำไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นครั้งก่อนอีกเป็นแน่!! ” 

            “ แล้วก็ไปตรวจสอบเรื่องทักษะระเบิดปราณนั่นด้วย ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ในครั้งนี้มันมีเบื้องหลัง ”

            ขณะเดียวกัน ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้อาวุโสฝ่ายในกำลังมองดูการต่อสู้ในที่แห่งหนึ่งด้วยความเงียบ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ความไม่พอใจ  เขากำหมัดแน่น จากนั้นก็ปล่อยแรงกดดันใส่ชายวันกลางคนอีกคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าด้วยท่าทีสำนึกผิด หวาดกลัว พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

            “ ข้าย้ำกับเจ้าแล้วว่าอย่าทำอะไรที่มันจะกระทบมาถึงแผนการใหญ่ได้ แล้วนี้คือแผนของเจ้า!? ”

            “ ถึงมันจะไม่สำเร็จและไม่เป็นไปตามแผนแต่ข้าก็ไม่ได้เหลือหลักฐานไว้ ไม่มีทางสาวมาถึงเราแน่ๆขอรับ ”

            “ เจ้า!!!....เจ้ามันช่างโง่บัดซบจริงๆ ถึงจะไม่มีหลักฐานที่จะสาวมาถึงตัวแต่ทักษะนั่นมันก็ทำให้ตาแก่นั่นระแวงแล้ว ”

            “ ทักษะ!? เรื่องทักษะไม่ใช่ฝีมือของข้านะขอรับ!? ”

            “ ไม่ใช่เจ้า!? แล้วแผนที่เจ้าวางไว้มันเป็นอย่างไร เจ้าคงไม่ได้แค่จะไปบอกให้มันจัดการหวังเฟยหลงให้บาดเจ็บสาหัสแค่นั้นหรอกใช่หรือไม่ โดยไม่ได้มอบอะไรเป็นการตอบแทน? ”

            “ แน่นอนว่าข้าต้องมอบบางอย่างให้เจ้าเด็กนั่น แต่เหมือนมันจะไม่คิดที่จะใช้เลยด้วยซ้ำ  ”

            “ เจ้าอธิบายมาสิ!! ”

            “ ข้ามอบพิษให้มัน บอกให้มันเอาไปใช้กับหวังเฟยหลงไม่ว่าจะในการประลองหรืออะไรก็ได้ โดยแลกกับตำราวรยุทธ์ที่มันต้องการขอรับ!! แต่แน่นอนว่าข้าบอกมันเป็นเพียงยาที่ทำให้อีกฝ่ายสลบไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราวเท่านั้น!! ”

            “ พิษ!? พิษอะ.... ”

            ขณะที่ชายวัยกลางคนทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น ในลานประลองก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น มันดึงดูความสนใจของทุกคนแม้แต่ชายวัยกลางคนทั้งสอง มันได้เกิดเหตุการณ์หวังเฟยหลงถูกลอบโจมตีนั่นเอง!!

            มันเกิดขึ้นหลังจากที่หวังเฟยหลงเห็นสภาพของหลินอี้เหยาไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ได้ เขาจึงคลายาความระวังลงและมองหาผู้อาวุโสคุมการทดสอบเพื่อให้เขาประกาศผล แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับผลของสกิลความบ้าคลั่งของทรราชหมดพอดีทำให้หวังเฟยหลงรู้สึกอ่อนแรง ค่าสเตตัสก็ถูกลดลง 

            แต่ก่อนที่ผู้อาวุโสคุมการทดสอบจะได้ประกาศ หลินอี้เหยาก็ไปปาอาวุธลับที่อาบพิษบุคคลลึกลับได้มอบให้เขาเป็นข้อตกลงเรื่องช่วยจัดการหวังเฟยหลงให้ไม่สามารถฝึกฝนต่อได้ เขาปาอาวุธลับไปปักที่หลังของหวังเฟยหลง และนั่นทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินอี้เหยาผู้ที่ลอบกัดทั้งๆที่รู้ผลแพ้ชนะไปแล้ว ถึงมันจะเป็นการประลองเดิมพัน แต่มันไม่ได้เดิมพันด้วยชีวิตเสียหน่อย มันไม่มีเหตุผลให้ต้องลอบกัดเช่นนี้เลย

            “ พิษ?? ไอบั…. ” 

            ติ่ง!! หวังเฟยหลงที่โดนอาวุธลับของหลินอี้เหยาปักอยู่กลางหลังก็ได้รับข้อความทันที มันคือข้อความที่บอกว่าเขาถูกพิษนั่นเอง!! หวังเฟยหลงหน้าเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว เขาพยายามหันไปหาหลินอี้เหยาเพื่อด่า แต่ก็ยังไม่ทันพูดจนจบเขาก็หมดสติล้มลงไปนอนกับพื้น  

            “ พิษ!! หวังเฟยหลงโดนพิษ!! ”

            และผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างๆในจังหวะที่หวังเฟยหลงจะล้มพอดี เขาได้ยินที่หวังเฟยหลงพูด เขาจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ และคำพูดของเขาก็ทำให้ทุกๆคนที่อยู่ทั้งในสนามและนอกสนามหรือแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสฝ่ายในที่แอบดูอยู่ห่างๆก็ได้ยินเช่นกันว่าหวังเฟยหลงโดนพิษ 

            พริบตาเดียว ลู่หยางมาปรากฏตัวข้างกายของหวังเฟยหลงอย่างรวดเร็ว เขารีบตรวจสอบร่างกายของหวังเฟยหลงทันที และชิงเหมาก็ปรากฏตัวข้างกายของหลินอี้เหยาพร้อมกับกดอีกฝ่ายลงไปบนพื้นพร้อมเรียกคนมาคุมตัวไปขังเตรียมสอบสวน 

            “ ท่านจับข้าเรื่องอะไร การประลองยังไม่จบเสียหน่อย และมันก็เป็นแค่พิษที่ทำใหห้สลบไปเท่านั้นเอง!! ”

            “ เจ้าสารเลว มันไม่ใช่พิษที่ทำให้สลบ แต่มันคือจิตสูญ…นำตัวมันไปขัง ชิงเหมาข้าต้องการรู้เรื่องทั้งหมด ”

            เมื่อตรวจสอบร่างกายของหวังเฟยหลงแล้ว ลู่หยางก็ค้นพบทันทีว่าหวังเฟยหลงถูกพิษอะไร มันคือพิษที่มีความเป็นเอกลักษณ์ หากคนที่ไม่รู้และไม่เคยเจอก็จะไม่รู้ว่ามีพิษเช่นนี้อยู่ มันคือพิษที่ไม่ได้ทำให้ตาย แต่มันคือพิษที่ทำลายสมองบางส่วนและจะทำให้คนที่โดนพิษนี้เข้าไปกลายเป็นคนบ้า สติไม่เต็ม และจะไม่สามารถคิดอย่างคนปกติได้ ตอนนี้เขาโกรธอย่างมาก ใจจริงอยากจะฆ่าหลินอี้เหยาเสียตอนนี้ด้วยซ้ำ แต่จากคำพูดของหลินอี้เหยามันต้องเป็นฝีมือของคนอื่นที่หลอกใช้หลินอี้เหยาแน่นอน

            หลังจากรู้แล้วว่าหวังเฟยหลงโดนพิษอะไรเล่นงาน เขาก็อุ้มหวังเฟยหลงขึ้นและพุ่งตัวออกไปยังที่ๆหนึ่งทันที ส่วนคนที่อยู่รอบๆต่างก็รู้และเข้าใจทันทีว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่สำคัญคือมันเกิดขึ้นภายในสถาบันด้วยซ้ำ นอกจากเหล่าผู้อาวุโสแล้ว เหล่าศิษย์ต่างด่าทอหลินอี้เหยาที่ลอบกัด แถมยังใช้พิษอีก ทั้งๆที่หวังเฟยหลงมีเมตตาไม่ไปซ้ำเติมให้บาดเจ็บหนักมากไปกว่านี้แท้ๆ ส่วนพี่น้องตระกูลฉู่ต่างก็รู้สึกเป็นห่วงหวังเฟยหลงอย่างชัดเจน เพราะตั้งแต่ที่เข้ามาที่สถาบัน พวกเขาอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน มันจึงเป็นปกติที่ตอนนี้รู้สึกกับหวังเฟยหลงเหมือนสหายสนิทคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ 

            ส่วนชายวัยกลางคนทั้งสองที่เมื่อสักครู่กำลลังพูดคุยกันถึงเรื่องแผนการนั้น ตอนนี้ต่างก็นิ่งเงียบและมองหน้ากันด้วยสีหน้าจริงจัง ชายวัยกลางคนที่ตอนแรกโกรธราวกับจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายตอนนี้ยิ้มออกมาอย่างหน้าประหลาดใจ 

            “ มันคือพิษจิตสูญ? ”

            “ ขอรับ อย่างที่ท่านคิดเลย ข้าหลอกใช้มัน แน่นอนว่าไม่เหลือหลักฐานใดๆให้สาวมาถึงตัวตนของข้าหรือท่านแน่นอน ”

            “ ครั้งนี้ถือว่าเจ้าทำได้ดีมาก แต่ข้ามีเรื่องส่งสัยว่าใครกันที่มันส่งมอบทักษะระเบิดปราณเช่นนั้น เจ้าไปสืบมาเสีย ”