ร่างก้าวย่างเข้าหา เป้าหมายเบื้องหน้าร่างแล้วร่างเล่า พร้อมขากรรไกรที่อ้ากว้างพร้อมขยำเข้าจุดตาย ของสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากระโจนเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัวพลังปราณมากมายหลายสายที่พุ่งเข้าหาตนก่อนจะ เกิดปฏิกิริยาทำลายล้างหลากหลายทั้งแผดเผา แรงบนขยี้ แรงเฉือน แรงสลาย แรงเจาะ จากยุทธภัณฑ์ สรรพวุทธ และปราณหลากชนิดที่ไม่ใช่ระดับเด็กน้อยใช้ปล่อยฝึกซ้อมตามหุ่นทดสอบพลัง หรือชาวบ้านที่พอมีวิชาแต่ใช้ปราณเพียงแค่เป็ หนึ่งในปัจจัยเสริมความสะบายในการใช้ชีวิตเพียงเท่านั้น
หากเป็ชาวยุทธผู้เจนสนาม ร่วมสำรวจและมีประสบการณ์โฉกโฉนจากการขับไล่ อสูรมายานับครั้งไม่ถ้วนที่ประเคนเข้าใส่ฝูงสัตว์มายาที่กรูเข้าดั่งน้ำป่าไหลหลาก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ภายในป่าขจีที่ยังสำรวจไม่หมดทั่วอนาเขตมีเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้นที่ใช้เป็สนามสังหารกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่ว แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตของมนุษย์ที่น้อยลงไปเลยแม้แต่คนเดียว
"ปลดปล่อยปราณเข้าไป ผู้ใดมีพลังอนาเขตไม่ในรัสมีที่กำหนด อนุญาตปล่อยออกมาได้ เสร็จก็สับเปลี่ยนผู้อื่นต่อ เร็ว! เสียงพรึ่งพรับโบกมือสัญญาณการปลดปล่อยพลังปราณของหัวหน้ากองแต่ละหน่วย พร้อมร่างที่ปลดพลังเสร็จก็เลือนหายแทนที่ร่างใหม่เข้าประเคนพลังอย่างบ้าคลั่ง เื้ัพวกเค้ามีก้อนโอสถนับหมื่น ตั้งเรียงราย ให้ผู้ที่ใช้พลังเข้ารับการฟื่นฟูฉับพลันได้ทันท่วงที พร้อมขุมกำลังที่มีฝีมือเฉพาะ อารักขาบ่อโอสถขนาดใหญ่ที่ไม่มีเพียงแค่จุดเดียวนี้
พวกเค้าต่างอยู่บนต้นไม้ขจีสำรวจและปลดปล่อยกับดักเฉพาะเผื่อในกรณีพบอสูรมายา ที่มีความสามารถในการแฝงเข้ามาในบริเวณ พวกเค้าต่างเพ่งปราณจิตครอบบริเวณที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งใจเพื่อป้องกันการผิดพลาดโดยไม่สนใจการต่อสู้ที่หนักหน่วงเบื้องหน้าและ เบื้องบนที่มีระดับหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์สร้างพื้นอนาเขตเฉพาะ โดยสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับศึกนี้ ลูกแก้วลูกบาศน์สีดำมืดมิด ที่พอขยำให้ละเอียดจะแตกออกเป็พื้นที่เอกเทศที่ภายในมีพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา เพียงพอให้ใช้สำหรับการปลดปล่อยพลังที่ไร้ขีดจำกัดโดยไม่กระทบต่อการต่อสู้รอบนอก ที่มีกลุ่มชาวยุทธที่ยังไม่เข้าขั้นสามารถปลดปล่อยความสามารถได้อย่างสูงสุดกับการต่อสู้กับเหล่าอสูรมายา และถือเป็การเตรียมความพร้อมกับการต่อสู้ที่ยังไม่มีตัวตนที่ตัดสินชะตาชีวิตพวกเค้าเข้ามา
พวกหัวหน้ากองที่อาสา เข้าปะทะกับอสูรระดับหัวหน้ามากมายต่างถือลูกแก้วนี้ไว้ และเพ่งสอดส่องเบื้องหน้าไม่สนใจ พวกพ้องเื้ัสิ่งเดียวที่พวกเค้า้าคือการหยุดยั้งตัวติดที่สามารถทำลายแผนที่พวกเค้าวางไว้ เมื่อเห็นตัวตนอสูรระดับหัวหน้าที่โผล่ออกมา พวกเค้าจะรีบประเมิณความสามารถด้านกายภาพ ปราณในรูปแบบธรรมชาติ และหาผู้ที่มีความสามารถที่เอาชัย หรือพอที่จะประมือประวิงเวลา
ก่อนจะทยอยพุ่งกายเข้าใส่จุดเดียวและเปิดการใช้งานลูกแก้วสร้างพื้นที่จำลองนี้ วนเป็โคจรแผนการยับยั้งการตัดกำลังการสูญเสียมนุษย์ที่ฉลาดหลากแหลม เเละการสังหารนี้ล้วนแล้วเกิดขึ้นโดยมีมนุษย์เพียงเท่านั้นมีการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว กลุ่มก้อนลูกแก้วมายานับหมื่นต่างหลั่งไหล เข้าประสานร่างกลุ่มชาวยุทธที่มุ่งเน้นสังหาร
ส่วนนักสู้พเนจรนั้นที่มีความเป็เอกเทศทั้งความคิด และเื่ผลประโยชน์พวกเค้าจะจัดการตามฉบับของพวกเค้าโดยไม่เก้าก่ายกับแผนการที่วางไว้ต่างกระจายเข้าจัดการอสูรมายาอย่างบ้าเืดวงตาพวกเค้าฉายแววความโลภที่้าพลังอย่างรวดเร็วเป็ที่สุด ร่างแล้วร่างเล่ากลายเป็ลูกแก้วเขียวที่พุ่งเข้าหาผู้สังหารที่ไม่หยุดพักเข้าหาทั่วพื้นที่นอกอนาเขต ความกระหายในพลังของเค้าแทบไม่ต่างจากอสูรเลยก็ว่าได้
"ไม่คิดเลยว่าการเข้าร่วม การขับไล่จะทำให้ข้าได้ผลประโยชน์มากถึงขนาดนี้ เ้าพวกโง่เหตุใดจึงยอมลดความสามารถตนไปเป็คนของอนาจักรกัน เพียงแค่จัดการอสูรไปเรื่อยๆ หนทางเพิ่มพลังก็ก้าวะโอยู่แล้วแท้ๆ แต่ก็ดี ผู้ที่จะมาแย่งข้าจะได้น้อยลงหน่อย ฮ่าๆๆ เอ้ารีบมารับคมกระบี่ข้าเร็วเข้า!
ร่างที่พุ่งฟาดฟันอสูรมายาไม่หยุด ตามเส้นทางที่พวกมันเองก็ต่างกระโจนเข้าหาตามสัญชาตญาณที่ได้รับจากผู้ให้กำเนิดเพียงแค่เมื่อพบสิ่งที่เรียกว่า มนุษย์ให้ทำการสังหารได้ทันที เพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็การใช้ปราณหรือสรรพวิชาที่โดดเด่นจากผู้ให้กำเนิดหากแต่ร่างที่ถูกแบ่งออกมาประสิทธภาพก็ด้อยลงมาด้วยเช่นกัน จึงไม่พอเอาชัยเหนืุ์ที่ไม่มีความสามารถในการแบ่งร่างเฉกเช่นสัตว์อสูร
"เข้ามาอีก เข้ามาอีก เข้ามาหืม! ร่างที่ฟัดฟันอสูรตัวขาดกระเด็นไปได้ ปลายตาก็มองเห็นเงาที่ใหญ่กว่าปกติเข้ามาทางตน ร่างที่เก้าอย่างเหนื่อยหน่าย ขมวดคิ้วเพ่งมองร่างอสูรมายาที่เป็ร่างแยกเสหมือนตนที่กลายเป็ลูกแก้วมายา เข้าผสานร่างกับชายที่ยืนนิ่ง สบัดคราบโลหิตที่ติดอยู่ก่อนจะควักโอสถเข้ากลืนทันทีก่อนจะยิ้มเยาะให้กับตัวตนเบื้องหน้า
"ร่างที่เหมือนกันเช่นนี้ เ้าเองหรือสัตว์อสูรที่คนต่างบอกว่าเป็ผู้ให้กำเนิดร่างมายา มาก็ดีข่าวลือที่ว่าหากฆ่าผู้กำเนิดเช่นเ้าไปได้ ข้าจะได้วิชาอันใดจากตัวเ้า ขอข้า ฝูกุ้ยผู้นี้ยืนยันด้วยตัวเองหน่อยก็แล้วกัน เคี๊ยกๆ!
ว่าแล้วร่างกระบี่พนเจรฝูกุ้ย ก็ย่างกายเข้าโจมตีอสูรเงาดำที่ค่อยโพล่ออกมาจนแสงสาดส่องร่างที่แท้จริงให้กระจ่างเปิดเผยเป็ อสูรเสือดำหน้าบากที่มองเหล่ามายาร่างเสมือนตนค่อยๆ สลายไปร่างแล้วร่างเล่า "ชิช่างเปลืองพลังโดยใช่เหตุ รู้เช่นนี้ข้าเสริมพลังให้พวกมันมีััที่มากขึ้นมาหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย ไม่อย่างงั้นคงไม่เสียท่าให้สวะเช่นนี้ หมับ!
ร่างกระบี่พเนจรฝูกุ้ย ปรากฏเบื้องหน้าก่อนตวัดกระบี่เข้าจุดตายเป็ส่วนลำคอที่พองไปด้วยกล้ามเนื้อที่หนาเตอะตามธรรมชาติ ของอสูรเสือดำหน้าบากผู้เจนสนามเช่นกัน ภาพหัวที่หลุดจากการตวัดเพียงคราเดียวฉายซ้ำจากความคิดชายหนุ่มที่ยิ้มเยาะก่อนทัศนียภาพเบื้องหน้าจะบิดม้วนอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะหมุนควงอย่างช้าๆ ดวงตาที่ยังกรอกไปมามองภาพหมุนควงอย่างงุนงง เหมือนกับร่างตนที่ถอยหลังด้วยแรงพลักอากาศไร้ที่มาก่อนจะมองเห็นร่างสภาพไร้หัวของตนที่ยังถือกระบี่ฟาดเข้าใส่ลำคออสูรเสือดำที่ยืนรับอย่างเฉยเมยหากแต่ตัวกระบี่กลับแตกละเอียด ส่วนมืออีกข้างที่มองเห็นเหมือนเหวียงบางอย่างที่มีคราบเืที่เฉาะจากลำคอของตนแปดเปื้อนอุ้งมือนั้น ก่อนภาพค่อยเริ่มมืดลงและมืดลงด้วยที่ตนไม่สามารถแม้แต่จะปริปากอุทานบางอย่างออกมา