ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่40 เค้นความลับ (2)

    27 2-2

     

    ตอนที่40 เค้นความลับ (2)

     

    และเห็นเซียถงฮูหยินเฉิงลูกตาหดวูบ เชิดศีรษะยกมือขึ้นพักเอว ตีสีหน้าไม่พอใจกล่าวดุว่า

     

    “นังเดรัจฉานไสหัวออกไปให้พ้นทาง ข้ามาในครั้งนี้ภายใต้พระราชฎีกาของฝ่าบาท เพื่อเสาะเค้นความลับที่แม่ของเจ้าเก็บงำ!”

     

    เซียถงสะบัดข้อมือกระชากแส้หางเหล็กออกเป็นอิสระจากมือของฮูหยินเฉิงโดยตรงหวาดฝ่ามือตบหน้าอีกฝ่ายเสียงดังฉะใหญ่ เสมือนถูกต้อนหนักเป็นตันโบกหน้าร่างฮูหยินเฉิงถึงกับร่วงลงกับพื้น

     

    ฮูหยินเฉิงร้องโอดครวญทั้งท่านั่งพับเพียบปวดแสบปวดร้อนยิ่งยวดบริเวณพวงแก้ม เซียถงยืนมองอีกฝ่ายสายตาเผยสะท้อนแววเกลียดชังฝังลึกกับขั้วกระดูกดำเหวี่ยงแส้หางเหล็กสะบัดฟาดพื้นดังเปรี้ยงปร้าง สะเก็ดไฟน้อยใหญ่สาดกระเซ็นก่อนจะยกขึ้นหวดใส่ฮูหยินเฉิงกระหน่ำไม่หยุดหย่อน อีกฝ่ายได้แต่กลิ้งเกลือกกรีดร้องไปมาไม่หยุด

     

    ทั่วทั้งร่างกายของฮูหยินเฉิงเสมือนเนื้อหนังถูกฉีกเป็นชิ้นๆปริแตกเป็นแผลสดแผลฉกรรจ์

     

    ส่วนพวกคนรับใช้โดยรอบได้แค่ก้มตัวหดหัวเป็นลูกหนังทรงกลมด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดมีเหงื่อเย็นผุดไหลออกมา เพียงเพราะกลัวว่า หากเผลอไผลทำอะไรไม่ดีขึ้นมา จะโดนเซียถงกระหน่ำฟาดแส้ใส่อีกคน

     

    “ถงเอ๋อร์! อย่าตีนาง!อย่าตีนาง!”

     

    ฮูหยินหลี่ที่อยู่มุมหนึ่งรีบพยุงร่างขึ้นจากพื้น ตรงพรวดเข้าไปกอดร่างบุตรสาว หวังจะพยายามหยุดนางเอาไว้

     

    เซียถงแกะมือผลักร่างฮูหยินหลี่ออกสีหน้ายามนี้ของนางมืดทมิฬราวกับปีศาจ ทั้งยังยกแส้หางเหล็กในมือขึ้นหวดฮูหยินเฉิงต่ออย่างบ้าคลั่งจนอีกฝ่ายกรีดร้องเสียงแหบแห้งด้วยเจ็บปวดสุดขีด

     

    “นังเด็กไม่รักดี!หยุดมือ!!”

     

    เซี่ยอี้เฉินที่ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกลก็รีบวิ่งตรงเข้ามายังที่เกิดเหตุ จ้องตาเซียถงเขม็งด้วยความโกรธจัด

     

    พอเห็นเซี่ยอี้เฉิน ซึ่งเป็นตัวการที่จับแม่ของตนเข้ามาขังในกระท่อมหลังนี้เพลิงความอาฆาตเกลียดชังยิ่งโหมทวีทบ อัดแน่นล้นอยู่กลางออกของเซียถง นางหันขวับกวาดแส้หางเหล็กในมือเบี่ยงทิศทาง หันไปหาเซียอี้เฉินแทนโดยทันที

     

    “เจ้า! เจ้า!...ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!!”

     

    เซ่ยอี้เฉินสะดุ้งโหย่งกระโดดหลบแทบไม่ทันระดมลมปราณขุมหนึ่งลงยังฝ่ามือ ตบแส้หางเหล็กกระเด็นไปยังอีกทางยามนี้เขาโมโหโกรธจัดจนแทบสิ้นสติแล้ว

     

    ขณะที่แส้หางเหล็กถูกเปลี่ยนทิศทางมันยังคงรักษาพลังรุนแรงไม่จางหายปลายหางแส้ตวัดไปโฉบใส่ฮูหยินหลี่ที่ยืนอยู่อีกฝั่ง แขนเสื้อฉีกขาดปรากฏรอยแส้สีแดงก่ำบนเรียวแขนผิวสีขาวนวลของนาง

     

    “ท่านแม่!”

     

    เซียถงสะดุ้งตกใจนางรีบชักแส้เก็บกลับมาทันใด วิ่งไปดูอาการบาดเจ็บที่ต้นแขนของอีกฝ่ายแลเห็นเป็นรอยแส้สีแดงแถบหนึ่ง สิ่งนี้เสมือนตราบาปที่ต้องพลั้งมือตีแม่ของตนเองภายในใจรู้สึกทั้งเป็นทุกข์และโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน

     

    “เจ้า...เจ้า...ข้าบอกให้ถอยไปไง!!”

     

    เซี่ยอี้เฉินชี้หน้ากราดคำรามใส่เซียถงเรียวนิ้วสั่นระริก แทบจะเป็นลมล้มพับด้วยความโกรธเกินพิกัด

     

    “เซี่ยอี้เฉินวันนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าความตายเป็นอย่างไร!”

     

    เซียถงหันขวับ เข้าจับจ้องเซี่ยอี้เฉินตาเขม็งก่นเสียงคำรามลือลั่น เปลวเพลิงแห่งความอาฆาตพยาบาทได้ถูกจุดขึ้นติดแล้ว

     

    ครั้งนี้และต่อไปจะไม่มีพลาดเป้าทันทีทันใด แส้หางเหล็กในมือของเซียถงก็ถูกกระแสลมปราณสีครามฟ้าสดใสรินไหลเข้าชโลมปกคลุมจนเอิบอิ่ม แววตาที่จับจ้องเสมือนว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าหาใช่ผู้เป็นพ่อ!

     

    เซียกัดฟันกรอดกระตุกแส้ในมือฟาดพื้นเบื้องหน้าเซี่ยอี้เฉิน เชิงเป็นคำขู่ขวัญทำเอาตัวเซี่ยอี้เฉินสั่นสะท้านหนัก ใบหน้าซีดเผือด หวาดผวาจัด

     

    “ถอยไป...ถอยไป...ถอยไป…!!!”

     

    ริมฝีปากบนล่างสั่นเทาไม่หยุดจะขบให้ตรงกันยังทำไม่ได้ พ่นน้ำลายออกมาคำแล้วคำเล่า ซ้ำไปเวียนมาอยู่แค่นี้

     

    “ถงเอ๋อร์เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้ เขาเป็นท่านพ่อของเจ้า หากเจ้าลงมือสังหารไปเกรงว่าฟ้าดินจะไม่ทนต่อบาปในครานี้!”

     

    ฮูหยินหลี่รีบโพล่งเข้ากอดเซียถงอีกครั้งเป็นคำรบสองท่าทางการแสดงออกตื่นตระหนักหนัก ทั่วใบหน้าอาบพวงแก้มมีแต่น้ำตาแววตาของนางเผยความตื่นตระหนกสั่นไสว

     

    “เซี่ยอี้เฉินกลับเป็นเจ้าที่บีบบังคับให้ข้าแว้งกัดเอง! และครั้งนี้ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปท่านแม่ของข้าเกือบโดนเจ้าทรมานเกือบตาย!”

     

    ความเกลียดชังที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของเซียถงมันยากเกินกว่าจะขจัดทิ้งได้ หากไม่ได้จบลงที่การฆ่า!

     

    จากนั้นเซียถงก็คว้าแขนฮูหยินหลี่ออกแรงผลักให้นางหมุนเคว้งหันหลังจากนั้นก็ถกเสื้อด้านหลังของอีกฝ่ายขึ้นเผยให้เห็นถึงแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเหวะหวะช้ำเลือดที่ใครเห็นต่างต้องขนลุกชันด้วยความสยดสยอง!

     

    “ถงเอ๋อร์ แม่ไม่เป็นไรอย่าโกรธท่านพ่อของเจ้าเลย”

     

    ฮูหยินหลี่รีบชักเสื้อถงลงมาเพื่อปกปิดรอยแผลบนแผ่นหลังสีหน้าท่าทางตื่นตระหนกสุดขีด พยายามเขย่าแขนเซียถงอยู่หลายทีโน้มน้าวใจกล่าวไม่หยุด

     

    “รีบสำนึกผิดแล้วคุกเข่าขอโทษท่านพ่อของเจ้าเร็ว!”

     

    เซียถงจับจ้องเซี่ยอี้เฉินตาเขม็งไม่คลายอ่อนลั่นวาจารีดเค้นออกมาด้วยความแค้นอาฆาตจัดว่า

     

    “ท่านแม่ของข้าทั้งอ่อนโยนใจดีมีเมตตาต่อเจ้าเสมอมา! ดูตอนนี้สิ! ขนาดเจ้าทำร้ายนางปางตายแต่นางยังไม่คิดโกรธเคืองเจ้าแม้สักนิด!เจ้าไม่เพียงจับนางไปขังในกระท่อมโสโครกหลังนี้ แต่ยังทุบตีเฆี่ยนนางเจ้ายังมีหัวใจอยู่หรือไม่? ยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่!?”

     

    เซี่ยอี้เฉินชำเลืองมองฮูหยินหลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนพบว่าเสื้อผ้าทั่วร่างยามนี้ของนางขาดรุ่งริ่งไม่มีชิ้นดี ทั้งยังรอยแผลเหวอะหวะบนแผ่นหลังนั่นอีกพอเห็นแบบนี้เข่าก็อดหันขวับจับจ้องไปทางฮูหยินเฉิงที่นอนจมกองอยู่กับพื้นตรงหน้ามิได้

     

    ทันทีที่ลมปราณระดับชั้นเสาหลักฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเซียถงและเข้าทำทรมานทำร้ายองค์รัชทายาทจนสาหัสปางตาย ก็มีม้าเร็วรีบส่งข่าวรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อฝ่าบาทต่อมา ฝ่าบาทรีบประกาศทันทีว่า บุตรชายของเขาเป็นฝ่ายบริสุทธิ์ จึงมีราชโองการสั่งให้เสนาบดีเซี่ยมาเข้าเฝ้า แต่เบื้องหลังจริงๆ แล้วฝ่าบาทเรียกตัวเขามาก็เพื่อใช้ข้ออ้างนี้ขูดรีดให้เซี่ยอี้เฉินยอมเผยที่ซ่อนของคัมภีร์วรยุทธลับของตระกูลหลี่มา

     

    จากนั้นเซี่ยอี้เฉินรีบกลับมาในจวนและเดินทางไปหาฮูหยินหลี่สนทนากันเป็นการใหญ่เขาหวังว่านางจะยอมมอบคัมภีร์วรยุทธลับดังกล่าวแต่โดยดีแต่กลับถูกปฏิเสธเป็นคำตอบกลับมา ด้วยความโกรธจัดเซี่ยอี้เฉินจึงส่งตัวนางเข้าไปขังในกระท่อมไม้ เพื่อจะนำตัวไปสอบสวนต่อจนกว่าจะยอมคายความลับออกมา

     

    แต่ขณะนั้นเองฮูหยินเฉิงกลับโผล่หัวเสนอหน้าออกมาและขออาสารับหน้าที่เค้นความลับจากฮูหยินหลี่เอง ทั้งยังบอกอีกว่าตนมีวิธีที่จะบีบให้อีกฝ่ายยอมคายความลับออกมาเซี่ยอี้เฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็จึงพยักหน้าเห็นด้วย แต่ใครจะไปคิดกันวิธีที่ว่าจะเป็นการเฆี่ยนตีกันปานนี้

     

    แน่นอนเซี่ยอี้เฉินรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งกับการกระทำของฮูหยินเฉิงแต่สภาพของนางในขณะนี้กลับเวทนาไม่แพ้ฮูหยินหลี่เลยเช่นกันบางทีอาการอาจจะหนักยิ่งกว่า

     

    เหม่อมองร่างของฮูหยินเฉิงที่นอนตะเกียกตะกายอยู่กับพื้นด้วยความเวทนาสงสารร่องรอยความไม่พอใจเมื่อครู่พลันอันตรธานหายวับไปทันทีก่อนจะรีบโบกมือเรียกบ่าวรับใช้ ให้มาช่วยประคองนางออกไปรักษาโดยเร็ว

     

    “เฆี่ยนตีท่านแม่ของข้าหวังเอาตายคงไม่คิดจะจากไปโดยง่ายปานนี้กระมัง?”

     

    พอเห็นร่างของฮูหยินเฉิงถูกบรรดาบ่าวไพร่ช่วยกันประคองขึ้นมาเซียถงก็ยกแส้หางเหล็กขึ้นฟาดอีกจิตใต้สำนึก ผิวปากเรียกทางบรรดาคนเหล่านั้น

     

    เพียงได้ยินเสียงแส้ฟาดอัดพื้นดังเปรี้ยงปร้างใบหน้าของฮูหยินเฉิงถึงกับซีดเซียวหนักราวกับหวาดผวาสุ้มเสียงนี้จนฝังลึกเข้าจิตใต้สำนึกไปแล้ว ฮูหยินเฉิงทิ้งตัวลงทันทีและนั่งทรุดอยู่กับพื้นทั้งแบบนั้น พร้อมกรีดร้องระงมลั่นแหกปากดังไม่หยุดทำเอาบรรดาบ่าวไพร่รอบข้างทั้งหลายร่นถอยกันออกไป

     

    ได้ยินฮูหยินเฉิงกรีดร้องเสียงหลงด้วยความผวากลัวสุดขีดเซียถงจึงกระหน่ำแส้หางเหล็กฟาดพื้นไปอีกชุดใหญ่

     

    ฮูหยินเฉิงยิ่งกรีดร้องดังและดังขึ้นเรื่อยๆ!ราวกับว่านางกลัวเสียงของแส้กระทบพื้นจนเสียสติไปแล้ว!

     

    “หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้!!!พวกเจ้าทั้งหมดกำจัดนังเดรัจฉานนี่ทิ้งซะ!!!”

     

    เซี่ยอี้เฉินโบกมือเรียกทหารยามที่อยู่เบื้องหลังสั่งการด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด

     

    ทหารยามเหล่านี้รีบชักดาบกระชับในมือแน่นโดยไวตามสัญชาตญาณ

     

    มือข้างหนึ่งของเซียถงพลันหยุดชะงักค้างแข็งทันทีทันใดเสมือนกับว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับแววตาเลือดเย็นของปีศาจร้ายที่หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าบ่อน้ำแข็งโบราณนับหมื่นปีเซี่ยอี้เฉินเสียวสันหลังวาบ สั่นสะท้านขนลุกซู่วยันหนังศีรษะโดยมิตั้งใจถึงขั้นที่ว่าเผลอถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ดั่งว่าสัญชาตญาณของเขาสั่งให้หนีออกไป

     

    “หากใครกล้าหนีข้าจะฆ่าทิ้งให้หมด!”

     

    คล้อยหลังพยายามกลัดกุมสติกลับคืนสายตาคู่นั้นของเซี่ยอี้เฉินเองก็ดูเฉียบคมมั่นคงขึ้นเล็กน้อยก่อนคำรามลั่นสั่งการเหล่าทหารยามที่ยืนลังเลอยู่เบื้องหลังให้กำจัดเซียถงต่อทันที!

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน