Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 42 ทดสอบแข่งจริง

            การทดสอบต่อไปคือการแข่งขันฟุตบอลกันจริงๆ ซึ่งภายในสนามมีทั้งผู้ตัดสิน ทั้งไลน์แมน โค้ชและผู้ช่วยโค้ชก็มี และที่สำคัญเกมนี้ได้บันทึกวีดีโอไว้ด้วย ผู้เล่นจะเล่นราวกับว่าได้แข่งขันกันจริงๆ

            ในขณะนี้เหล่าผู้คัดเลือกทั้งยี่สิบสองคนเตรียมพร้อมอยู่ในสนามแล้ว

            ซึ่งตำแหน่งการเล่นของพวกเขาอิงตามใบสมัคร ใครสมัครตำแหน่งอะไรก็เล่นตำแหน่งนั้น โดยคณะกรรมการได้วางแผนกันก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง นั่นจึงทำให้แต่ละสนามไม่มีนักเตะคนไหนเล่นตำแหน่งที่ซ้ำกัน

            พวกเด็กๆที่กำลังจะได้แข่งฟุตบอลก็ต่างพากันตื่นเต้น ร่างกายของบางคนมีอาการสั่นเล็กน้อย 

            ทว่าเจษกลับรู้สึกไม่ดีแปลกๆ เขารู้สึกไม่ดีเลยจริงๆตอนนี้..

            'รางสังหรณ์ไม่ดีเลยเรา ขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นเลยนะ'

            ขณะที่เจษกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ผู้ตัดสินชี้ขาดที่อยู่ตรงกลางสนามได้พูดขึ้นอย่างแข็งกร้าว

            "ถึงนี่จะเป็นการทดสอบ แต่ก็ใช่ว่าพวกเธอจะทำเป็นเล่นได้! พวกเธอต้องคิดว่านี่คือแข่งขันฟุตบอลจริงๆ นี่คือคำเตือนสุดท้ายจากฉัน! เอาล่ะ! ใครจะผ่านเข้ารอบต่อไปก็ขอให้โชคดี!!"

            พอเขาพูดจบมือหนาก็พลางจับนกหวีดขึ้นมาเป่า..

            ปี๊ดดดด

            ในเวลาต่อมาเจษที่ยืนอยู่จุดเขี่ยบอลก็ทำการแตะบอลให้เพื่อนแล้ววิ่งขึ้นไปแดนหน้าอย่างกระตือรือร้น

            ทว่าหลังจากนั้นแล้ว เท้าของเขาไม่ได้สัมผัสบอลอีกเลย ใช่ไม่ได้สัมผัสบอลแม้แต่ครั้งเดียวจนเวลาผ่านไปสิบนาที

            รูปเกมส์ของทั้งสองทีมในตอนนี้ค่อนข้างสูสี พวกเขาต่างปะทะกันที่แดนกลางตะลุมบอนยุ่งเหยิงอยู่ตรงนั้น

            พอทั้งสองทีมเห็นว่าบุกตรงกลางไม่ได้ผล ก็ส่งบอลออกด้านข้างมากขึ้น

            ซึ่งจังหวะนี้ทีมเจษเป็นฝ่ายบุก ฟุตบอลถูกลำเรียงมาทางกาบขวา ส่งต่อมาจนถึงปีก

            ปีกชาวโปรตุเกสคนนี้ฝีเท้าเขาค่อนข้างรวดเร็วว่องไวมาก การเลี้ยงลูกบอลของเขาเนียนตาสุดๆ ราวกับว่าเท้าของเขามีกาวติดกับลูกบอลไว้

            เมื่อเจษเห็นเพื่อนได้บอลเขาก็วิ่งเข้าไปเพื่อเพิ่มทางเลือกให้เพื่อนร่วมทีม เขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก

            ทว่าปีกคนนั้นก็ไม่ส่งบอลให้เจษเลย ดึงดันที่จะเลี้ยงฝ่าไปเองรวดเดียว ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามรอซ้อนอยู่ตั้งสองคน

            เจษเห็นแบบนั้นก็กัดฟันกับการเล่นของวัยรุ่นหัวร้อนคนนี้

            ในจังหวะต่อมาก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา วัยรุ่นชาวโปรตุเกสคนนั้นโดนแบ็คซ้ายฝ่ายตรงข้ามดักทางบอลเอาง่ายๆแล้วก็เสียบอล จนเจษได้วิ่งเข้าไปไล่บอลเพื่อชิงบอลกลับคืน 

            ทว่านั่นก็ได้สายไปเสียแล้ว แบ็คซ้ายฝ่ายตรงข้ามเห็นเจษวิ่งเข้ามาก็พลิกตัวแล้วจ่ายบอลกลับหลังไปให้ผู้รักษาประตูที่ยืนอยู่โล่งๆ เจษก็ได้แต่วิ่งไล่บอลต่อ

            อีกจังหวะหนึ่ง เจษก็ได้ยืนอยู่พื้นที่ดีทั้งยังโล่งๆเหมือนเคย คราวนี้ปีกฝั่งซ้ายทีมของเขาก็ดึงดันจะเลี้ยงให้ผ่านคู่แข่งเหมือนกัน ไม่ส่งบอลให้เขาอีกแล้ว ส่งผลให้เสียบอลไปง่ายๆเหมือนในจังหวะแรก

            'บัดซบ! พวกมึงไม่เอาบอลไปเล่นทีย้านวะ!..รางสังหรณ์เรานี่ชั่งแม่นยำจริงๆ'

            ..

            ที่ด้านข้างสนาม เหล่าโค้ชกับผู้ข่วยนั้นมาเพียงแค่มองดู พวกเขาไม่ได้แก้เกมหรือแนะนำพวกเด็กๆแต่อย่างใด พวกเขาปล่อยให้เด็กๆเหล่านั้นเล่นกันไปเอง

            จังหวะที่ปีกทั้งสองฝั่งทีมเจษพยายามฝืนเลี้ยงนั้น สมิทเห็นแบบนั้นก็หน้านิ่งไม่มีกิริยาท่าทางอะไร กลับกันบรูโน่นที่อยู่ข้างๆเขากลับกระซิบกระซาบทันที

            "เด็กพวกนี้เอาแต่โชว์ทักษะของตนเอง ทั้งๆที่บอกไปตั้งแต่แรกแล้วนะว่าแข่งจริง มันจะมีสักคนไหมที่เข้าใจคำใบ้ข้อนี้"

            ".."

            สมิทเงียบไม่ตอบกลับไป เขาตั้งใจดูเกมส์ต่อ หน้าที่ของเขาคือเฟ้นหาผู้เล่นในสนามนี้เพียงแค่สิบคนในที่นี้เท่านั้น เขาต้องตั้งใจทำงานให้สุดความสามารถ จะได้ไม่พลาดนักเตะดีๆ

            ..

            เกมดำเนินผ่านไปอีกห้านาที เจษก็ยังไม่ได้บอลเหมือนเคย ทั้งๆที่เขาลงมาเชื่อมบอลแดนกลางบ่อยครั้งแต่ก็ไม่มีใครส่งบอลให้เขา ทีมมองเขาราวกับว่าเขาเป็นอากาศธาตุ

            ในจังหวะนั้นเอง เจษพลันหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทีมของเขา..

            ปรากฎว่าพวกมันกำลังแสดงสีหน้าเยาะเย้ยเขาอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันมองเห็นเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีแน่ๆ แต่ไม่ส่งบอลให้ มันช่างน่าเบิดกะโหลกนัก

            'บัดซบ! ไอ้พวกลูกหมานี่! จะเล่นกันแบบนี้ใช่ไหม!? ได้!!'

            เจษเริ่มมีน้ำโห อารมณ์เขาก็เดือดขึ้นทันควัน

            ทว่าเขาก็พยายามข่มอารมณ์ได้แต่เก็บซ่อนมันไว้ภายในใจ พลางเล่นฟุตบอลตามจังหวะอย่างตั้งใจ ไม่ปล่อยให้อารมณ์ของเขามาเป็นเหตุให้เสียการเสียงานได้

            เจษได้แต่รอคอยเวลาที่จะปลดปล่อยความเจ็บแค้นนี้ออกมา..

            'มันต้องมีโอกาสนั้นแน่ ฉันขอแค่โอกาสเดียวเท่านั้น!!'

            ในเวลาต่อมา เจษตั้งหน้าตั้งตาเล่นฟุตบอลต่ออย่างตั้งใจ หัวสมองเขาทำงานอย่างหนักเพื่ออ่านเกมส์..

            ค่าวิศัยทัศน์85ของเจษไม่ได้มีไว้โชว์ เขาวิ่งไปพื้นที่ที่เหมาะสมทุกครั้งที่ทีมฝั่งเขาได้บุก ราวกับว่าเขามองเห็นทั่วสนาม เขาทำได้ดีจนทำให้เพื่อนร่วมทีมของเขาที่ต่างพากันเสียบอลโง่ๆหลายจังหวะรู้สึกละอายใจ..

            ในนาทีสุดท้าย ทีมของเจษได้โต้กลับจากจังหวะลูกเตะมุมของฝั่งตรงข้าม เป็นผู้รักษาประตูชกบอลออกมาด้านข้างสนาม

            ปีกวัยรุ่นชาวโปรตุเกสที่ฉีกตัวออกไปริมเส้นเพื่อรับบอล บอลก็ได้มาหาเขาอยู่ข้างสนามจริงๆราวกับปฏิหาริย์

             ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นเจษที่กลางสนามในตำแหน่งที่ดีมาก พลันแทงบอลเร็วไปให้ทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียบอลได้ถ้าเขาไม่ส่งบอลเร็ว เพราะเขาอาจโดนรุมกินโต๊ะ ก่อนรับบอลเขาเห็นผู้เล่นสองสามคนกำลังวิ่งมาหาเขาราวกับสัตว์ป่า

            ตึบ!

            เจษที่วิ่งเลี้ยงไลน์อยู่ตรงกลางสนามเหลือบตามองวิถีบอล เขาก็วิ่งไปจุดบอลตกทันที

            ขณะนี้เจษได้วิ่งแข่งกับฟูลแบ็คทั้งสองของฝั่งตรงข้าม แน่นอนว่าเจษนั้นวิ่งแซงสบาย แต่ทว่าลำบากหน่อยเพราะโดนดึง แต่เขาก็ใช้แขนสลัดออกมาได้

            'แจ๋ว!'

            เจษที่สลัดคู่แข่งมาได้กำลังจะได้ครอบครองในท้ายที่สุดก็พลันดีใจที่ได้รับโอกาส

            ทว่าบอลยังอยู่ไกลประตูมากนัก เมื่อเขาวิ่งไปถึงบอลเขาทำการแตะบอลยาวตรงไปที่ประตูฝั่งตรงข้าม แล้วก็วิ่งตามบอลไป..

            ซึ่งตั้งแต่ต้นเจษไม่ได้ลดสปีดลงเลย เขาวิ่งต่อเนื่องอย่างสุดกำลัง 

            จากนั้นเจษก็หลุดเดี่ยวเขาเลี้ยงบอลสองสามจังหวะจนเข้าใกล้ขอบเขตโทษ ผู้รักษาประตูที่เห็นแบบนั้นก็พลันวิ่งออกมาปิดช่อง ทว่าข้างหลังเขาก็ยังมีผู้เล่นวิ่งตามมาไม่ห่างเหมือนกัน

            เมื่อเห็นแบบนั้น เจษคิดวิเคราะห์ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเร็ว..

            เจษโยกไปด้านซ้ายเพื่อหลอก ก่อนจะใช้เท้าขวาชิพใต้ลูกฟุตบอล..

            ฟุ่บ!

            ลูกฟุตบอลได้ลอยข้ามหัวผู้รักษาประตูคนนั้นเข้าประตูไปด้วยน้ำหนักที่พอดิบพอดี..

            สวบ!!

            เมื่อเจษเห็นว่าบอลเข้าไปแล้ว เขาก็ยืนนิ่งไม่แสดงความดีใจ พลางยกมือหนาปาดเหงื่อแล้ววิ่งกลับไปที่แดนตน

            ในจังหวะนั้นเอง เจษหันไปมองดูทีมตนเองก็เห็นพวกมันแสดงสีหน้าอ้ำอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่อยู่เขาก็พลันรู้สึกพอใจขึ้นมาก

            'ดูไว้ซะพวกเด็กน้อย!!'

             

             

             

             

                                          I’m number 4