ตอนที่ 123
เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)
.
ฟารา : " มีคนมาเพิ่มเหรอ แต่ตอนนี้พวกเราเจอปัญหาแล้ว "
ฟาราและอีลีทกลับมาแถวชายหาดและรู้ว่าได้ทหารนายหนึ่งเพิ่มเข้ามาในกลุ่ม
ฟาราได้แจ้งเรื่องที่เจอกับหญิงสาวปริศนาท่าทางไม่เป็นมิตรอยู่ในโบราณสถาน
โดยยังมีร่างเงาของไมเด้นอยู่ด้วยเพื่อค่อยแจ้งเรื่องต่างๆ ออกมายังโลกภายนอก
ทางทหารที่อยู่ด้านนอกตัดสินใจว่าจะส่งทหารหน่วยหนึ่งเข้าไปคุ้มกันกลุ่มนักวิจัยและฟาราก่อน
แต่ทางคุณหัวหน้าที่คุมงานอยู่ไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะทำให้เขตแดนของ Artifact ขยายใหญ่ขึ้น
.
อีลีท : " เรื่องที่คุณฟาราบอก..............ให้ฉันลองอะไรสักอย่างได้ไหมคะ "
ในช่วงก่อนหน้านี้ในช่วงที่ประเทศ Fate โดนบุกโดยกลุ่มติดอาวุธ เธอได้เคยสู้กับคนที่มีพลังในการเปิดประตูมิติมาก่อน
ในครั้งนั้นอีลีทได้ป้องกันไม่ให้เกิดการเปิดประตูมิติโดยการปั่นป่วนโดยการใช้พลัง Fate อันมหาศาลของเธอเขย่ามิติที่อยู่โดยรอบตัวเธอ
ทำให้กลุ่มติดอาวุธไม่สามารถเปิดประตูมิติหนีไปได้ หลังจากนั้นเธอก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับพลังของเธอ
ทำให้รู้ว่าพลังของเธอสามารถฉีกมิติโดยรอบตัวเธอให้เสียหายได้
.
ฟารา : " ฉันก็เคยเป็นแบบนี้นะที่พึ่งรู้จักพลังตัวเอง แต่เธอมั่นใจกับมันมากแค่ไหน "
อีลีท : " ถ้าเรื่องฉีกมิติก็มั่นใจอยู่ค่ะ แต่ค่อยมั่นใจหลังจากนั้นมากกว่า "
อีกเรื่องที่อีลีทกำลังคิดคือเรื่องที่เธอจะสามารถใช้รอยฉีกของมิติเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ไหม
เพราะอีลีทเคยทำมากสุดก็คือเปิดรอยฉีกของมิตินิดหน่อย แต่ยังไม่เคยใช้รอยฉีกของมิติเชื่อมไปยังมิติอื่น
.
ทหาร : " รู้สึกกับได้ยินไหมครับ "
ทหารที่หลุดเข้ามาได้ยินบางอย่างพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นจึงแจ้งให้กับคนอื่นรู้
ในตอนแรกก็มีแค่ทหารคนเดียวที่รู้สึก แต่สักพักทุกคนเองก็รู้สึกเหมือนกัน
เสียงและแรงสั่นสะเทือนมันมาจากใจกลางเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน
.
ฟารา : " เอาเลยอีลีท จะยังก็ได้ พาพวกเราออกไป "
ฟารารู้สึกไม่ดีเหมือนว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังจะมาหาพวกเขา
ซึ่งหญิงสาวก็โผล่ออกมาจากแนวป่าของชายหาดและเธอไม่ได้มาคนเดียว
เธอมาพร้อมกับนักรบเงาเป็นกองทัพที่ล้อมกลุ่มนักวิจัยเอาไว้แล้ว
.
ฟารา : " นานไหมอีลีท "
อีลีท : " ขอ 2 นาทีค่ะ "
ฟารา : " พวกเราคงต้องถ่วงเวลากันหน่อย "
ฟาราเปิดการโจมตีโดยไม่ให้หญิงสาวคนนั้นได้พูดอะไร ฟารารวบรวมแสงและยิงใส่นักรบเงา
ซึ่งก็เป็นไปตามปกติที่นักรบเงาจะโผล่กลับออกมาพร้อมกับนักรบเงาอีกตัวที่ทำจากแสงที่ฟาราใช้โจมตี
นักรบเงาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหลังจากการโจมตีของฟารา ครึ่งหนึ่งเป็นนักรบที่สร้างจากเงา
อีกครึ่งเป็นนักรบที่สร้างจากแสงซึ่งฟาราสามารถควบคุมพวกมันได้ ฟาราจึงบังคับพวกมันให้สู้กันเองเพื่อถ่วงเวลา
.
หญิงสาว : " พวกเจ้าโชคดีเพราะที่นี่คือโลกแห่งความคิด "
หญิงสาวพูดกับฟาราที่สามารถสั่งการนักรบที่ทำจากแสงได้
.
ฟารา : " (ร่างความคิดเหรอ เหมือนที่ไอแซกพูดไว้ แสดงว่าผู้หญิงคนนี้รู้เรื่องงั้นเหรอ) "
ฟารารู้เรื่องที่ร่างกายของเธอไปอยู่ในโบราณสถานใต้ดินชั้นสุดท้ายแล้วจากคำบอกเล่าของไอแซก
.
ฟารา : " พวกเรามาหาทางออกอย่างสันติวิธีไม่ได้เหรอ "
หญิงสาว : " กับพวกหน้าไหว้หลังหลอกอย่างพวกแกเหรอ "
หญิงสาวมีท่าทางโมโหหลังจากได้ยินคำพูดของฟารา แต่หญิงสาวก็ไม่ได้เข้ามาโจมตีด้วยตัวเอง
ทำเพียงแค่สั่งการนักรบเงาอยู่ด้านหลังแทน
.
อีลีท : " จะได้แล้วค่ะ จะมีรอยแยกมิติโผล่มาด้านหน้าของฉัน กระโดดเข้าไปเลยค่ะ "
อีลีทรวบรวมพลัง Fate ของเธอมาถึงระดับที่ต้องการเพื่อจะเปิดรอยแยกของมิติ
เธอได้บอกให้ทุกคนเตรียมตัว หญิงสาวคนนั้นก็ได้ยินเหมือนกันและพึ่งจะรู้สึกตัว
.
อีลีท : " ทำอะไรนะไมเด้น "
ร่างเงาของไมเด้นเข้ามาบีบคอของอีลีท
.
ร่างที่ไมเด้นสร้าง : " ฉันไม่ได้ทำ ร่างกายมันขยับไปเอง "
ไมเด้นคุยกับอีลีทผ่านร่างที่ไมเด้นสร้างขึ้น ในขณะที่ร่างนั้นกำลังบีบคออีลีทอยู่
พวกนักวิจัยก็เข้ามาหยุดร่างที่ไมเด้นสร้างขึ้น โชคดีที่ไมเด้นไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างเงาของเธอ
ทำให้นักวิจัยหยุดร่างเงาของไมเด้นได้
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ไมเด้นช่วยงานอยู่ พาไปเจอตอนนี้ไม่ได้ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐกำลังคุยอยู่กับโทรุและลิน่าหลังจากที่ไอแซกพาทั้งสองคนเข้ามาด้วย
โทรุอยากเจอไมเด้น แต่โทรุไม่สามารถไปเจอไมเด้นได้
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ฉันจะพาสองคนนี้ไปส่งบ้าน เดี๋ยวกลับมานะคะ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐไปคุยกับคุณหัวหน้าเพื่อขอตัวไปส่งลิน่าและโทรุกลับบ้าน
.
โทรุ : " ผมไม่อยากกลับ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " อย่าพูดเอาแต่ใจสิ ในนี้มันค่ายทหาร ไม่ใช่ที่ที่เธอจะอยู่ค้างคืนซะหน่อย "
ลิน่า : " โทรุกลับก่อนก็ได้ ไมเด้นไม่เป็นอะไรหรอก "
โทรุอยากเจอไมเด้นและมีท่าทีแสดงออกมาเลยว่าไม่อยากกลับจนกว่าจะเจอไมเด้น
ถึงขั้นยืนเถียงกับคุณเจ้าหน้าที่รัฐในค่ายทหาร
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " เดี๋ยวเริ่มขึ้นเสียงใส่กันแล้วเหรอ "
คุณหัวหน้า : " จะให้ใช้กำลังพากลับไปไหม "
คุณหัวหน้าที่เห็นว่าคุณเจ้าหน้าที่รัฐคุมโทรุไม่อยู่จึงจะใช้กำลังพาโทรุกลับบ้าน
แต่โทรุเพียงแค่ยืนมือไปหาคุณหัวหน้า ทำเอาคนที่รู้เรื่องพลังของโทรุหน้าถอดสีกันหมด
ท่าทีของโทรุพร้อมจะเอาเรื่องกับทุกคนถ้ามีคนเข้ามาขว้าง
คนที่รู้เรื่องพลังของเธอไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามสักคนแม้แต่ไอแซกก็ตาม
แต่สำหรับทหารแถวนั้นพร้อมจะเข้าไปจับโทรุแล้ว
คุณเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นท่าไม่ดีจึงดึงแขนของโทรุและลากโทรุขึ้นไปบนรถ
ถึงโทรุจะก้าวร้าวใส่คุณเจ้าหน้าที่รัฐ โทรุก็ไม่กล้าใช้พลังใส่เธอแม้ว่าจะพยายามขัดขืนก็ตาม
ลิน่าเองก็ตามคุณเจ้าหน้าที่รัฐขึ้นรถไปด้วย ก่อนที่คุณเจ้าหน้าที่รัฐจะขับรถออกไป
.
ไอแซก : " ถ้าไม่มียัยเวสตาอยู่สถานการณ์จะเลวร้ายได้แค่ไหนกันนะ "
ไอแซกกำลังประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่หากไม่มีคุณเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ด้วยว่ามันจะจบแบบไหน
.
ไมเด้น : " เกิดอะไรขึ้นค่ะ? "
คุณหัวหน้า : " เธอออกมาทำไม ข้างในนั้นเกิดอะไรขึ้น "
ไมเด้นโผล่ออกมาจากเต็นท์ที่ทำเป็นศูนย์สั่งการ
.
อีลีท : " เปิดแล้วค่ะ! กระโดดเข้าไปเลย "
อีลีทใช้พลังของเธอฉีกมิติให้เป็นรอยแยกได้แล้ว จึงบอกให้ทุกคนกระโดดเข้าไปในรอยแยก
กลุ่มนักวิจัยกระโดดเข้าก่อนโดยให้ฟาราถ่วงเวลานักรบเงาเอาไว้
หลังจากนักวิจัยไปหมดแล้ว ฟาราก็กระโดดตามเข้าไปพร้อมกับอีลีท
ทั้งหมดมาโผล่ที่โบราณสถานใต้ดินชั้นสุดท้ายเพราะร่างกายของพวกเขาทุกคนอยู่ที่นั่น
ร่างกายของพวกเขาหลุดออกมาจากคริสตัลที่แตกออก
.
ฟารา : " ไม่มีเสื้อผ้าเหรอ อีลีท!? เธอไปเอาเสื้อผ้ามาจากไหน "
อีลีท : " ฉันใช้พลังไปที่บ้านและใส่เสื้อผ้านะคะ ฉันจะพาทุกคนไปนะคะ เริ่มจากคุณฟาราก่อน "
ทุกคนได้สติกลับมาแต่ไม่มีใครใส่เสื้อผ้าเลยยกเว้นอีลีทเพราะเธอได้สติก่อนและกลับไปใส่เสื้อผ้า
.
กลุ่มนักวิจัย : " ผู้หญิงที่เจอคนนั้น เหมือนกับคนที่อยู่ในคริสตัลนี่เลย "
ฟารา : " นี่เป็นความลับระดับประเทศ ถ้าใครพูดเรื่องนี่ออกไป รู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง "
อีลีท : " หยุดคุยกันก่อนค่ะ "
อีลีทเริ่มใช้พลังพาทุกคนออกจากโบราณสถาน สถานการณ์ทางฝั่งของนักวิจัยและฟาราจะเรียบร้อยดีแล้ว
แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นที่ศูนย์วิจัยอีกครั้ง ไมเด้นที่กำลังถูกกักตัวอยู่ก็เกิดอาการแปลกๆ ขึ้นกับเธอ
.
คุณหัวหน้า : " เกิดอะไรขึ้นยัยหนู "
ไมเด้น : " ฉัน ควบ คุม ร่างกายตัวเองไม่ได้ค่ะ "
ร่างกายบางส่วนของไมเด้นเริ่มควบคุมไม่ได้และขยับไปเอง
มือของไมเด้นเริ่มขยับพร้อมกับใช้พลังด้วยตัวมันเอง
มันเกิดขึ้นเพราะไมเด้นไม่สามารถยกเลิกพลังของเธอที่อยู่ในมิตินั้นได้
ทำให้ไมเด้นต้องทิ้งร่างเงาที่เธอสร้างเอาไว้ในนั้นและร่างเงาของไมเด้นคือร่างที่ถูกสร้างขึ้น
ซึ่งในมิตินั้นคือมิติของความคิดเพื่อเป็นที่คุมขังหญิงสาวที่ฟาราเจอให้อยู่ในนั้น
เพราะพลังของหญิงสาวคนนั้นคือการควบคุมอะตอมของสิ่งต่างๆ
ทำให้หญิงสาวคนนั้นไร้พลังหากถูกขังอยู่ในมิติของความคิด
แต่ดันมีสิ่งแปลกปลอมอย่างร่างเงาที่ไมเด้นสร้างขึ้นอยู่ด้วย
หญิงสาวจึงใช้ร่างเงาของไมเด้นเป็นสะพานเชื่อมมายังโลกภายนอก
ผ่านพลังของไมเด้นที่เชื่อมโยงกับร่างเงาของเธอ
.
ไมเด้น : " อ้า!!! เหมือนหัวกำลังจะระเบิดเลย "
ไมเด้นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับร่างกายที่ถูกบังคับให้สร้างบางอย่าง
สิ่งที่ไมเด้นกำลังถูกบังคับให้สร้างคือร่างกายของหญิงสาวที่อยู่ในมิติของความคิด
สาเหตุที่ไมเด้นมีอาการเจ็บปวดเป็นเพราะพลังของเธอกำลังทำงานเกินขีดจำกัด
ขีดจำกัดของไมเด้นคือการสร้างสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ได้เพียง 1 ร่างเท่านั้น
ซึ่งร่างเงาของไมเด้นที่อยู่ในมิติความคิดกำลังทำงานอยู่และยังถูกบังคับให้สร้างร่างใหม่ไปด้วย
.
ทหาร : " ให้ยิงร่างกายที่กำลังสร้างเลยไหมครับ "
คุณหัวหน้า : " ยิงเลย ใครสักคนไปเอาแร่ต่อต้านพลัง fate มาเร็ว! "
ทหารรุมยิงร่างกายที่ไมเด้นกำลังสร้าง แต่ก็ไม่สามารถหยุดการสร้างได้
ส่วนที่เสียหายก็ถูกซ่อมแซมขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ
.
คุณหัวหน้า : " หยุดยิงก่อน มันไม่ช่วยอะไร "
คุณหัวหน้าสั่งหยุดยิงเพราะไมเด้นจะเสียพลังFateมากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากต้องใช้พลังซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไปพร้อมๆ กัน
ร่างที่ไมเด้นถูกบังคับให้สร้างมันเริ่มจากส่วนลำตัว ขึ้นมาเป็นรูปร่างของร่างกายมนุษย์
ส่วนหัวก็ปรากฏออกมาหลังจากส่วนลำตัวเสร็จสิ้น ร่างที่ถูกบังคับให้สร้างเสร็จไปแล้วเกินครึ่ง
แต่ก็ถูกบังคับให้หยุดเพราะทหารมาพร้อมกับแร่ต่อต้านพลัง Fate
.
___________________________________จบตอน________________________________________
.
Artifact (อาร์'ทิแฟคทฺ)
ลูกแก้วเรืองแสง (ยังไม่มีชื่อเรียก)
เป็น Artifact มีลักษณะเป็นลูกบอกทรงกลมขนาดเล็กที่สามารถถือได้ด้วยมือเดียว
ลักษณะภายนอกจะดูเหมือนลูกแก้วใสๆ ที่มีจุดแสงอยู่ภายใน
ความสามารถของมันคือการดึงเอาความคิดของผู้ใช้พลัง Fate เข้าไปในมิติของความคิดที่อยู่ในลูกบอล
เมื่อดึงผู้ใช้พลัง Fate เข้าไปด้านใน อาณาเขตการดึงของArtifact จะขยายใหญ่ขึ้น
ตามปริมาณพลัง Fate ที่ผู้ใช้พลังถูกดึงเข้าไปด้านใน โดยผู้ใช้พลัง Fate ทั่วไปจะเพิ่มแค่ไม่กี่มิลลิเมตร
(ในเนื้อเรื่อง ฟารามีปริมาณพลัง Fate ไม่ต่างจากคนทั่วไป อาณาเขตจึงไม่ขยายมาก
แต่สำหรับอีลีทอาณาเขตขยายออกไปเป็นหลายสิบเมตรจนครอบทั้งศูนย์วิจัย)
เมื่อความคิดถูกดึงเข้าไปด้านในมิติของความคิดแล้ว
ร่างกายก็จะถูกส่งไปยังโบราณสถานชั้นใต้ดินและถูกผนึกอยู่ในคริสตัล
.
ชื่อ : หญิงสาว
อายุ :??
ส่วนสูง :??
น้ำหนัก :??
รายละเอียด : หญิงสาวที่ฟาราและอีลีทไปเจอในมิติของความคิด
เธอหลับใหลอยู่ในสถานที่คล้ายกับโบราณสถานชั้นใต้ดินของประเทศ Fate
รูปร่างและลักษณะของเธอคล้ายกับดอลที่เป็นเด็กสาวที่อยู่กับฟาราอย่างมากจนเหมือนกับจะเป็นคนเดียวกัน
เพียงแค่ว่าเธอดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเท่านั้น เธอมีพลังคล้ายกับของดอลที่สามารถควบคุมอะตอมของสิ่งต่างๆ
แต่ในมิติของความคิดไม่มีอะตอมอะไรให้เธอสามารถควบคุมได้ เธอจึงใช้พลังของเธอในโจมตีฟาราและกลุ่มนักวิจัยไม่ได้
.
ชื่อ : ไมเด้น
อายุ : 17
ส่วนสูง : 167
น้ำหนัก : 48
รายละเอียด : พลังของไมเด้นเป็นรูปแบบสร้างสรร ความสามารถคือการสร้างสิ่งมีชีวิต
โดยปกติแล้วพลังรูปแบบสร้างสรรจะมีพลัง Fate โดยเฉลี่ยมากกว่ารูปแบบอื่นๆ
แต่เป็นเพราะลักษณะพิเศษบางอย่างที่ไมเด้นมีทำให้พลัง Fate ของเธอน้อยกว่ารูปแบบสร้างสรรคนอื่นๆ
โดยแลกมากับการที่พลัง Fate ของไมเด้นจะตรวจจับยากกว่าปกติ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับเม็ก
ด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้ไมเด้นสร้างสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ประมาณมนุษย์ได้เพียงร่างเดียวเท่านั้น
.
สาเหตุที่ไมเด้นถูกควบคุม
ในมิติความคิดหลังจากอีลีทฉีกมิติและหนีออกมาได้ ไมเด้นพยายามยกเลิกพลังของตัวเองแต่ทำไม่ได้
เพราะหญิงสาวที่อยู่ด้านในใช้พลังของเธอบังคับให้ร่างเงาของไมเด้นคงสภาพแบบเดิมไว้
ร่างเงาของไมเด้นที่อยู่ในมิติของความคิด เชื่อมต่อกับไมเด้นที่อยู่โลกภายนอกด้วยพลังของไมเด้นเอง
หญิงสาวได้ใช้ประโยชน์จากจุดนั้นโดยการควบคุมร่างเงาของไมเด้นให้ส่งสัญญาณพลังจิตของหญิงสาว
เข้าไปแทรกแซงภายในสมองของไมเด้นเพื่อควบคุมไมเด้นเอาไว้
และใช้พลังของไมเด้นสร้างร่างกายของหญิงสาวที่โลกภายนอก