ตอนที่ 154 พวกเราคือหนูทดลองของพี่พีท
ในประเทศไทยคณะที่เด็กวิทย์-คณิต ส่วนใหญ่หมายปองอยากจะเข้าเรียนมากที่สุดก็คือ คณะแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพราะสองคณะนี้ถือเป็นก้าวแรกสู่สาขาอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้สูงมากที่สุดในประเทศไทย
อีกทั้งผู้ที่เป็นหมอก็มักจะได้รับการยอมรับ ในฐานะทางสังคมมากกว่าอาชีพอื่นๆ อย่างปฏิเสธไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับอาชีพวิศวะที่รองลงมา
แต่กระนั้นไม่ว่าอาชีพไหนก็มีฐานะทางสังคมที่ดีด้วยกันทั้งหมด หากคนๆ นั้นมีความสามารถและเป็นคนที่ดีในสังคม เพียงแต่อาชีพหมออาจจะได้เปรียบตรงที่ พวกเขาะต้องทำงานเกี่ยวกับชีวิตและสุขภาพของผู้คน ดังนั้นเลยถูกมองในสังคมไทยว่าเป็นอาชีพที่คนให้ความเคารพมากที่สุด
ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ การเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าไม่เชื่อฟังหมอแล้วจะไปเชื่อใคร?
ดังนั้นด้วยเหตุนี้ หากครอบครัวไหนที่มีลูก ที่ค่อนข้างเรียนเก่ง ส่วนใหญ่แล้วก็จะตั้งเป้าหมายอยากให้ลูกเข้าคณะแพทย์ให้ได้ ดั่งเช่นดรีมที่พ่อกับแม่เป็นถึงศัลยแพทย์ ประจำโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย
หากดรีมไม่สามารถสอบเข้าคณะแพทย์ได้ คิดดูว่าดรีมจะกดดันมากแค่ไหน
“6 โมงกว่าแล้ว พักกินข้าวเย็นกันได้แล้ว!” หลังจากเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็น ทางด้านของโปรแกรม LevelUP ในห้องติวหนังสือก็ได้หยุดการทำงานลงทั้งหมด
พรึ่บ~!
ทุกคนพากันแปลกใจ คิดว่าตัวเองทำเครื่องคอมพิวเตอร์พัง แต่เมื่อมองไปยังเครื่องต่างๆ ก็พลันรู้ว่า โปรแกรมนี้หยุดการทำงานตามเวลา เพื่อให้พวกเขาได้พักทานข้าวนั่นเอง “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง…ถ้าท้องหิวจะเรียนรู้เรื่องได้ยังไง?!” เด็กหัวโจกลุกขึ้นและบิดขี้เกียจเพื่อขจัดความเมื่อยล้า ก่อนจะพูดกับเด็กคนอื่นๆ ที่ทำหน้างุนงง
“เปิดแอปส่งอาหาร Easy Food ในเครื่องของตัวเองกันดูสิ…มีร้านอาหารและเมนูให้เลือกกินได้ตามสบายและก่อนชำระเงินอย่าลืมใส่คูปองที่โปรแกรมส่งให้กันด้วยล่ะ” เด็กนักเรียนจากห้องสอง ได้บอกเพื่อนที่มาติวด้วยกันให้พักทานข้าวและทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการบอกถึงคูปองสั่งอาหารฟรีให้กับคนอื่นๆ
เด็กที่มาติวต่างทำตามที่เด็กนักเรียนจากห้องสองบอก ไม่นานนักทุกคนก็ออกมากินอาหารที่ได้จากการสั่งผ่านแอป Easy Food กันที่ห้องครัว
“แอป Easy Food เป็นผู้สนับสนุนการติวในครั้งนี้เหรอ?” อีฟหันไปถามเบลล์ พร้อมกับเปิดกล่องใส่อาหารขึ้นมารับประทาน ซึ่งข้าวจานนี้ของเธอมีราคาอยู่ที่ 50 กว่าบาทแล้ว แต่กระนั้นพอกรอกโค้ดที่ได้จากโปรแกรมติวหนังสือลงไป เธอก็ไม่ต้องเสียเงินค่าอาหารนี้เลยแม้แต่บาทเดียว เธอเลยสงสัยว่ากลุ่มติวนี้มีผู้สนับสนุนขนาดนี้เลยเหรอ
“จะว่าแบบนั้นก็ได้…จริงๆ แล้วพี่ชายของพลอยเป็นเจ้าของแอปนี้” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรอีก เพราะเด็กนักเรียนในห้องสองก็รู้กันหมดแล้ว
เบลล์เลยบอกเรื่องที่พีทเป็นเจ้าของแอป Easy Food ไปตามความจริง…ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนในกลุ่มติวนี้ ช็อกไปตามๆ กัน
อย่างไรก็ตาม แม้อีฟจะตกใจกับตัวตนของพี่ชายของพลอยที่เป็นถึงเจ้าของบริษัทแอป Easy Food และร้านไก่ทอด Chicky CPF
แต่เธอนั้นก็ยังมีเรื่องที่สงสัยอยู่อีกเรื่องหนึ่ง
‘พี่ชายของพลอย ทุ่มเทขนาดนี้ไปเพื่ออะไร?’
กลุ่มติวนี้จัดขึ้นฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายสักบาท โปรแกรมที่ใช้ติวก็สุดยอดมากๆ ขนาดเธอเอามาเทียบกับสถาบันสอนพิเศษที่เธอเรียน ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปหลายพันต่อคอร์สก็ยังเทียบกับโปรแกรมติว LevelUP นี้ไม่ได้
แล้วไหนจะค่าโต๊ะส่วนตัว ค่าคอมพิวเตอร์ที่ถึงแม้จะไม่ใช่สเปคคอมพิวเตอร์ที่ดีเลิศอะไร แต่สเปคของมันก็ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับสำนักงาน ที่น่าจะมีราคาอยู่ที่ราวเครื่องละหมื่นๆ เป็นต้น
ไม่นับรวมกับค่าเช่าอาคาร ค่าน้ำและค่าไฟ หรือค่าอาหารที่ยังให้กินฟรีอีก ถ้าหากตีราคาเป็นหลายบุคคล พี่ชายของพลอยต้องเสียค่าใช้จ่าย ตกเฉลี่ยล่ะคนละหลายหมื่นเลยทีเดียว!
เมื่อทุกคนได้ยินคำถามนี้ของอีฟ ทุกคนก็พลันคิดตามและต่างก็เห็นด้วย พี่ชายของพลอยทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย?
ที่อีฟและคนอื่นๆ คิดแบบนี้ก็เพราะหลังจากพวกเขาสอบเข้ามหาลัยได้แล้ว ทุกคนก็จะจากกลุ่มติวนี้ไป ถึงพวกเขาจะสอบติดมหาลัยที่ต้องการหรือสอบไม่ติด ทุกๆ คนก็คงจะไม่มีใครกลับมาที่นี่กันอีกแล้ว ทุกคนจะไปมีชีวิตและสังคมใหม่…และกลุ่มติวนี้จะปิดตัวลงไปอย่างสมบูรณ์
แล้วแบบนี้พี่ชายของพลอยจะได้อะไรกลับมา? ทุกคนยอมรับว่าพี่ชายของพลอยเป็นพี่ชายที่ใจดี แต่ใจดีเกินไปหรือเปล่า เงินพวกนี้ที่ทุ่มเทให้กับพวกเขาและพวกเธอในกลุ่มติวนี้ รวมๆ แล้วน่าจะหมดไปหลานแสน จนถึงล้านเลยนะ กว่าจะถึงวันสอบเข้ามหาลัย
ทุกคนหันไปมองพลอย เพราะเธอน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้ความคิดของพี่ชายตัวเอง ซึ่งพลอยก็รู้จริงๆ นั่นแหละว่าพี่ชายของเขากำลังคิดอะไรอยู่และทุ่มเทแบบเต็มที่ขนาดนี้ไปทำไม
แน่นอนสิ่งแรกที่ต้องพูดก็คือ พี่ชายคนนี้รักน้องสาวและอยากให้พลอยได้เข้ามหาลัยและคณะดีๆ เพื่อไปมีอนาคตที่ดี
แต่ประการสำคัญที่ทำให้เกิดกลุ่มติวนี้ขึ้นมาก็เพื่อ ทดสอบโปรแกรม LevelUP ว่าโปรแกรมนี้ สามารถพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนได้จริงๆ หรือไม่นั่นเอง
“ใช่ พี่พีทไม่ได้ทำเพื่อการกุศล พี่พีทกำลังใช้งานพวกเราทั้งหมดเป็นหนูทดลองให้กับโปรแกรม LevelUP ของเขา…เพื่อที่ว่าในอนาคตพี่พีท มีความตั้งใจว่าจะเปิดโรงเรียนเป็นของตัวเอง เป็นโรงเรียนสำหรับพัฒนานักเรียนในโรงเรียนของเขา ด้วยหลักสูตรการเรียน การสอนแบบใหม่ที่ไม่มีโรงเรียนไหนทำมาก่อนนั่นเอง” พลอยพูดความจริงออกไป เพราะเธอก็เคยถามถึงความตั้งใจนี้กับพี่ชายของเธอมาแล้ว
ซึ่งทุกคนได้ยินว่าตัวเองเป็นหนูทดลองโปรแกรม LevelUP ของพีท แทนที่ทุกคนควรจะโกรธที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ แต่ทว่าทุกคนกลับยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้เองสินะ…พวกเราได้ประโยชน์จากการติวและการทุ่มเทของพี่ชายของพลอยเพื่อนำไปใช้ในการสอบเข้ามหาลัย ส่วยพี่ชายของพลอยก็ได้ผลลัพธ์ที่ทุกคนสอบเข้ามหาลัยได้ เป็นผลสรุปโปรแกรมว่าสามารถที่จะต่อยอดนำมาเปิดเป็นโรงเรียนได้หรือไม่
“พี่ชายของเธอจะเปิดโรงเรียนเลยเหรอ?” ความคิดนี้มันออกจะฟังดูน่าเหลือเชื่อมากจริงๆ สำหรับคนทั่วไปที่ได้ยิน เพราะการเปิดโรงเรียนนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เหมือนกับการสร้างกลุ่มติวขึ้นมา
มันใช้ทั้งเงิน ใช้ทั้งทรัพยากรมนุษย์และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ถึงจะเปิดเป็นโรงเรียนได้…จึงไม่แปลกที่ทุกคนได้ยินคำพูดของพลอย จะดูไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรว่าพี่ชายคนนี้จะทำมันได้
‘พี่ชายของพลอย พึ่งจะอายุเท่าไรเอง…จะลงทุนสร้างโรงเรียนมันออกจะเว่อร์วังเกินไปหน่อยไหม?’
ทุกคนต่างคิดกันไปต่างนานา แต่กระนั้นในใจของพวกเขากลับมีบางอย่างบอกว่าพี่ชายของพลอยจะทำสิ่งนี้ได้จริงๆ
‘เขาเป็นเจ้าของร้าน Chicky CPF ที่มีหลายสาขาทั้งๆ ที่ก่อตั้งได้ไม่ถึงปี…เขาสร้างแอปส่งอาหารอย่างแอป Easy Food ที่ตอนนี้คนทั้งจังหวัดกรุงเทพ ธาราบุรีและปริมณฑลต่างใช้กันทั่วและกำลังขยายไปตามจังหวัดใหญ่ๆ ในประเทศไทย ภายในเวลาไม่กี่เดือน’
‘แล้วกับการเปิดโรงเรียนขึ้นมาเป็นของตัวเอง มันจะยากสำหรับพี่ชายของพลายได้จริงๆ เหรอ?’
ในใจของพวกเขารู้สึกว่า มันไม่ยากเลยสำหรับพี่ชายของพลอย…เรื่องนี้มันอาจเป็นจริงได้
และพวกเขานี้แหละคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้มันเกิดขึ้น…และทำให้ความฝันของพี่พีทสำเร็จ
‘กลุ่มติวนี้จะถูกยุบไปหลังพวกเขาสอบเข้ามหาลัย…ใช่มันจะเป็นแบบนั้น’
‘พวกเขาจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองในอนาคต หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยม’
‘แต่สิ่งที่พวกเขาได้ทำเอาไว้ มันจะคงอยู่ไปตลอดกาล ไม่จางหายไป’
ผลการสอบเข้ามหาลัยของทุกคน…จะถูกสลักไว้ในโปรแกรม LevelUP และเมื่อรู้ว่าผลสอบของพวกเขาจะถูกใช้เป็นสะพานเพื่อการสร้างโรงเรียนในอนาคต แค่คิดมันก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
“ฉันกินอิ่มแล้ว ฉันขอกลับไปติวหนังสือก่อนนะ” ดรีม เด็กที่ได้ชื่อว่าเป็น อันดับหนึ่งของโรงเรียน ได้ลุกขึ้นเป็นคนแรก หลังจากกินข้าวจนหมดจาน ก่อนจะกลับเข้าไปติวหนังสือต่อ
ภาพนี้ทำให้เด็กทั้งหมด บังเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาในใจของทุกคน ขนาดเด็กอันดับหนึ่งยังทุ่มเทให้กับโปรแกรม LevelUP มากขนาดนี้ แล้วพวกเขาล่ะ? พวกเขาจะทำอะไรให้กับพี่ชายของพลอยได้บ้าง
คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในมหาลัยดังๆ อาจจะไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา แต่ถ้าเป็นคณะเดียวกัน แต่เป็นมหาลัยที่ชื่อเสียงรองลงมาแทนล่ะ? ทุกคนคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้
ขนาดอีฟที่เป็นคนถามคำถามนี้เป็นคนแรก ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบกิน รีบลุกกลับไปติวหนังสือต่อแล้ว ทุกคนตั้งใจที่จะทำให้โปรแกรม LevelUP นี้ไปต่อ…อนึ่งเพื่อตัวของพวกเขาเองและเพื่อเด็กนักเรียนในอนาคตที่จะได้เรียนหลักสูตรที่สุดยอดนี้หรือไม่
ทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับการสอบของพวกเขาแล้ว เด็กกว่า 50 คนที่ยังอยู่ติวภาคค่ำต่อ ต่างมุดกลับโต๊ะของตัวเองและเริ่มติวหนังสือต่อ
ในห้องอาหารเหลือเพียง พลอย เบลล์และเพื่อนจากห้องสอง รวมถึงแก๊งเด็กเกเร ไม่กี่คนเท่านั้น
“พลอย…พี่ชายของเธอโคตรเท่เลยว่ะ ถ้าฉันมีพี่ชายแบบพี่พีท ฉันคงรักเขามากๆ เลย” กลุ่มเด็กเกเรพูด พลางมองด้วยความอิจฉาที่มีพี่ชายแบบนี้
“พลอยบอกฉันที ว่าพี่พีทยังไม่มีแฟน…ถ้าฉันเป็นพี่สะใภ้เธอ เธอจะโอเคหรือเปล่า” เด็กผู้หญิงในห้องต่างพากันเข้ามาถามพลอยด้วยความหวัง “พี่พีทมีแฟนอยู่แล้ว ชื่อพี่ฝ้ายคนที่ชอบเอาขนมอร่อยๆ มาให้พวกเราไง” เบลล์เป็นคนตอบคำถามนี้ของเหล่าเพื่อนๆ เบลล์รับรู้อยู่แล้วว่ารุ่นพี่ที่เธอแอบชอบนั้นมีแฟนอยู่แล้ว แม้ในใจจะเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องพูดเรื่องนี้ออกไป เพราะไม่อยากให้ตัวเองมีคู่แข่งไปมากกว่านี้
ขณะเดียวกันพลอยที่จู่ๆ ก็ได้รับคำชมจากเพื่อนๆ ว่าพี่ชายของเธอนั้นเท่อย่างนั้นอย่างนี้ ก็ทำตัวไม่ถูก พี่ชายของเธอเนี่ยนะ ‘หล่อ เท่~!’ อุแหวะ…ทุกคนไม่เคยเห็นสภาพพี่ชายของฉันตอนอยู่บ้านต่างหากล่ะ
พลอยกลอกตามองบน ก่อนจะกลับไปติวหนังสือต่อ…และการติวหนังสือในครั้งนี้ก็ดำเนินต่อไปอีกหลายวัน เริ่มมีเด็กนักเรียนจากห้องอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม รวมไปถึงเด็กจากห้องหนึ่งเกือบครึ่งห้อง ก็ยกโขยงกันมาติวด้วยเช่นกัน
หลังจากที่เด็กนักเรียนห้องหนึ่งที่ได้มาติว ได้บอกต่อๆ กันว่ากลุ่มติวหนังสือของพลอยที่ได้ที่ 1 จากการสอบหนล่าสุด ดีมากแค่ไหน…แม้แต่ดรีม อัจฉริยะของพวกเขา ก็ยกเลิกการติวหนังสือส่วนตัวกับอาจารย์ที่มาสอนไปแล้ว
ถึงขั้นที่ดรีมทะเลาะกับพ่อแม่ของตัวเองเป็นครั้งแรก จนดรีมถูกพ่อแม่หักเงินส่วนตัวไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวและกำหนดชี้ขาดว่า ถ้าดรีมสอบเข้ามหาลัยและคณะที่พ่อแม่หวังไว้ไม่ได้ พ่อกับแม่จะส่งดรีมไปเรียนต่อต่างประเทศเลยทีเดียว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกหลายบ้าน แต่ไม่ได้หนักถึงขั้นแตกหักกันเหมือนบ้านของดรีม ดั่งเช่นบ้านของอีฟที่อยู่ห้องสาม เธอก็ทะเลาะกับพ่อกับแม่ของเธอเช่นเดียวกัน เพียงแต่เธอให้คำมั่นสัญญาว่าเธอจะสอบเข้าคณะแพทย์ให้ได้ หลังจากเธอได้บอกเล่าเรื่องของพลอยที่เมื่อก่อนสอบได้คะแนนน้อยกว่าเธอ กลับกันในตอนนี้กลับได้ที่ 1 ของระดับชั้นไปแล้ว
กลุ่มติวในที่สุดก็เต็มครบ 100 ที่นั่งตามที่พีทหวังเอาไว้ แม้จะมีเด็กจากชั้นอื่นๆ มาปะป่นด้วยในการติว แต่กระนั้นพีทก็พึงพอใจแล้วกับการทุ่มเทให้กับการสร้างกลุ่มติวและโปรแกรม LevelUP นี้ขึ้นมา
โดยที่ขณะเดียวกัน สถานการณ์เกี่ยวกับแอปส่งอาหารระหว่าง Easy Food และ Winner Food ก็ใกล้จะอุบัติขึ้นในทุกวันๆ
เริ่มมีการโฆษณาในสื่อทีวี สื่อตามอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการมาของแอป Winner Food อย่างครึกโครม
แต่ถึงอย่างนั้น พีทนั้นไม่ได้ให้ความสนใจกับการโฆษณาของอีกฝ่ายสักเท่าไร เพราะตอนนี้พีท ไม่ได้ตามสื่อหรือข่าวสารใดๆ เลย
เนื่องด้วยตอนนี้เขาและรดา กำลังมุ่งหน้าลงภาคใต้เป็นครั้งแรก เพื่อนำพาหัวหน้านักวิจัยจากบริษัท โนวากรุปในประเทศอย่าง เฉินสืออี ที่ได้ขอย้ายมาพักร้อนที่ประเทศไทยเป็นเวลาสามเดือน มาที่จังหวัด ‘พังงา’ ที่ดินที่พีทได้เคยซื้อมาจากประธานวรชัย ในก่อนหน้านี้นั่นเอง
เฉินสืออีและภรรยา ได้มาถึงประเทศไทยมาหลายวันแล้ว แต่แม้จะบอกว่ามาพักร้อน ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องเข้าไปรายงานตัวที่บริษัทสยามโนวากรุปของรดา เพื่อเข้าอบรมพนักงานในบริษัทอยู่หลายวัน ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสที่มาจากประเทศจีนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากจบการอบรม ลุงเฉินก็ได้มาพบเจอกับพีทและด้วยความกระตือรือร้น โดยไม่สนใจถึงความลำบาก
ลุงเฉินก็ขอติดตามพีท ที่มีกำหนดการไปเที่ยวเล่นที่ภาคใต้ของประเทศไทยด้วยกันเลย
ซึ่งการไปเที่ยวเล่นที่ภาคใต้นี้ของพีท มันก็ไม่ได้เป็นการเที่ยวเล่นไปเสียทีเดียว เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นก็คือ ตรวจหาสภาพพื้นดินจากที่ดินของเขาว่ามันมีส่วนประกอบของแร่แรร์เอิร์ธ ตามที่เอไออัลฟ่าวิเคราะห์มาจริงๆ หรือไม่นั่นเอง
โดยก่อนหน้านี้ พีทได้ไปพูดคุยกับลุงวรชัยที่มีเพื่อนเป็นผู้รับเหมาอยู่ที่จังหวัดทางภาคใต้ ให้ไปช่วยเคลียร์หน้าดินไปส่วนหนึ่งแล้ว แม้ตรงนั้นจะเป็นแอ่งภูเขา มีต้นไม้และหญ้าขึ้นปกคลุมจนรกชัน แต่หลังจากจัดการไปก็สามารถที่จะเข้าไปสำรวจรอบๆ ที่ดินได้แล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy