ซุนชิงเหอตายแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบ
“ตระกูลซุนกล้าโจมตีฉันตอนกลางวันแสกๆดูเหมือนว่าอิทธิพลของตระกูลหลินคงจะหมดไปแล้ว!”
เย่เทียนถอนหายใจ
ตระกูลหลินเคยตั้งกฎไว้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ในฐานหลินไห่ห้ามต่อสู้กันหรือห้ามฆ่าใครตามอำเภอใจ
แต่ตอนนี้การกระทำของตระกูลซุนกลับเมินเฉยต่อตระกูลหลินโดยสิ้นเชิง
“ใช่แล้ว ตระกูลซุนแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลินมากยิ่งตอนนี้พวกมันยังหยั่งรากลึกอยู่ในฐานหลินไห่แล้วดังนั้นตระกูลซุนจึงไม่เห็นตระกูลหลินอยู่ในสายตาอีกต่อไปทว่าในเมื่อตระกูลซุนไม่รักษากฎ เช่นนั้นฉันก็ไม่ต้องรักษากฎอีกต่อไปแล้ว!”
เย่เทียนถืออาวุธระดับกลางไว้ในมือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ตระกูลซุนจะนับเป็นอะไรได้? ต่อให้เป็นปรมาจารย์สองคนจากฐานเขี้ยวเหล็กเข้าช่วยเหลือเขาก็ไม่สนใจ
เท่าที่เขารู้ ปรมาจารย์ทั้งสองคนนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนักพวกเขาเป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นต้นเท่านั้น ส่วนจะมีพรสวรรค์พิเศษหรือไม่เย่เทียบก็ไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไรผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพรสวรรค์พิเศษก็มีอยู่น้อยมากหากปรมาจารย์ทั้งสองไม่มีพรสวรรค์พิเศษแล้วละก็ เกรงว่าแม้แต่การโจมตีเดียวของเขาก็มิอาจรับได้
เย่เทียนแทบจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานหลินไห่ไปแล้วแล้วเขาจะยังต้องกลัวอะไรอีก?
“งั้นเรามาสะสางปัญหานี้กัน!”
เย่เทียนมองไกลออกไปพร้อมพึมพำ
......
สิบนาทีต่อมา
ย่านที่อยู่อาศัยของตระกูลซุน ประตูใหญ่ทางเข้า
เย่เทียนมาถึงที่นี่เพียงลำพัง จิตสังหารทั่วทั้งร่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้เหล่าผู้คุ้มกันของตระกูลซุนเหงื่อแตกพลั่ก
“หยุดนะ ที่นี่คือตระกูลซุน รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
ผู้คุ้มกันพยายามระงับความกลัวในใจก่อนตะโกนขู่
“วันนี้ตระกูลซุนจะต้องถูกลบชื่อออกไป!”
เสียงของเย่เทียนเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันหลายคนคิดในใจว่านี่ไม่ดีแล้ว
“รีบไปเรียกคนมา!”
ผู้คุ้มกันคนหนึ่งตะโกน
อย่างไรก็ตามมันสายไปแล้ว!
ประกายแสงจากดาบดับโลกของพวกเขาในพริบตา!
เมื่อแสงจากดาบหายไป เหล่าผู้คุ้มกันหลายคนก็ล้มลง รวมไปถึงประตูด้านหน้าของที่พักตระกูลซุนที่แตกสลายกลายเป็นผุยผง
ที่พักตระกูลซุนไม่ได้ใหญ่โตมากนักสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้ทุกคนในตระกูลรู้เรื่องทันที
ทันใดนั้นนักรบของตระกูลซุนก็มาถึง
ผู้คุ้มกันของตระกูลซุนถูกชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กแต่ละคนล้วนมีพลังขั้นนักรบ หัวหน้าผู้คุ้มกันก็เป็นนักรบชั้นยอด จำนวนนักรบผู้คุ้มกันตระกูลนั้นมีทั้งหมดประมาณหนึ่งร้อยคนนี่เป็นขุมพลังอันแข็งแกร่งที่ตระกูลซุนขาดไม่ได้
ตูม!!!
ผู้คุ้มกันหนึ่งร้อยคนถืออาวุธเวทและเริ่มสร้างค่ายกลพลังของพวกเขาในขณะนี้สามารถต่อกรกับนักรบผู้เชี่ยวชาญได้ แต่ก็แค่ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ลำแสงดาบสีเขียวสายหนึ่งได้ทะลุผ่านตรงกลางและฉีกกระชากค่ายกลทั้งหมดเป็นชิ้นๆไม่เพียงแค่นั้น ลำแสงดาบสีเขียวยังตัดผ่านที่พักของตระกูลซุนจนแยกออกเป็นสองส่วนในพริบตา
บ้านเรือนพังทลาย พื้นดินแตกเป็นเส้นแนวยาว
นี่คือการโจมตีระดับปรมาจารย์!
ผู้คุ้มกันของตระกูลซุนถูกเย่เทียนโจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่าครึ่งเหล่าผู้คุ้มกันที่เหลือต่างก็สูญเสียขวัญกำลังใจในการต่อสู้รีบถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว
ในเวลานี้เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลซุนก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นกันพวกเขามองไปที่เย่เทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“การโจมตีระดับปรมาจารย์!”
ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลซุน ซุนคงที่อยู่จุดสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดกล่าวด้วยความกังวล
การโจมตีที่สามารถสร้างพลังทำลายล้างที่ทรงพลังเช่นนี้ได้จะต้องเป็นพลังโจมตีของปรมาจารย์อย่างไม่ต้องสงสัยแต่เขาเห็นได้ชัดว่าเย่เทียนไม่ใช่ปรมาจารย์
แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ปรมาจารย์แต่เย่เทียนก็สามารถบรรลุถึงพลังโจมตีระดับที่เทียบได้กับปรมาจารย์แล้ว
แม้ว่าตระกูลซุนจะไม่มีนักรบระดับปรมาจารย์อยู่แต่ซุนคงก็สามารถปลดปล่อยพลังโจมตีระดับปรมาจารย์ได้เช่นกันเพราะเขามีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลางและได้ฝึกฝนทักษะดาบระดับทองแดงหลายวิชาจนถึงจุดสูงสุดของขั้นเชี่ยวชาญมันทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
หากพูดถึงพลังโจมตีของเขาแม้มันจะแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ที่เพิ่งเลื่อนขั้นแต่ความแข็งแกร่งโดยรวมของเขากลับยังด้อยกว่าปรมาจารย์ทั่วไปอยู่มาก
ที่เขาไม่สามารถสู้กับปรมาจารย์ได้เพราะความเร็วของเขาไม่สามารถเทียบได้กับระดับปรมาจารย์
มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนักรบผู้เชี่ยวชาญกับปรมาจารย์อยู่เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกันหรือความเร็วก็ล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์เขาคงต้านทานการโจมตีได้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ซุนคงรู้สึกเบาใจอย่างยิ่งที่ผู้ที่มาไม่ใช่ปรมาจารย์
“ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เขากลับสามารถปลดปล่อยการโจมตีระดับปรมาจารย์ได้คนผู้นี้ต้องเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงอย่างแน่นอน!” ซุนคงคิด
ทันใดนั้นซุนเฟิงตะโกนว่า “มัน…เป็นมัน! มันคือเย่เทียน!”
เมื่อคําพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
สำหรับชื่อของเย่เทียน คนตระกูลซุนนั้นรู้จักชื่อนี้ดี
เย่เทียนทำให้ตระกูลซุนเสียหน้าถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลซุนต้องการวางรากฐานให้มั่นคงที่ฐานหลินไห่เย่เทียนคงถูกกำจัดไปนานแล้ว
แต่ใครจะคิดว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
“เย่เทียน อาวุธในมือของแกเป็นของพ่อของฉัน แล้วพ่อของฉันล่ะ?”
ซุนเฟิงจ้องมองอาวุธเวทปฐมธาตุระดับกลางในมือของเย่เทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“ซุนชิงเหอเหรอ? มันตายไปแล้ว!”
เย่เทียนยิ้มบางๆ
“เจ้าหนุ่ม นายมาที่นี่เพื่อทำลายตระกูลซุนของฉันอย่างนั้นหรือ?”
ซุนคงเดินเข้ามาหาเย่เทียนก่อนจะถาม
“แล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ? ตั้งแต่ตระกูลซุนของคุณส่งคนมาฆ่าผมเส้นทางของเราทั้งสองตระกูลก็ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าผมไม่ตายตระกูลของคุณก็ต้องถูกลบออกไป!”
เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา
“เฮ้อ ถ้ารู้ว่านายแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ตระกูลซุนของเราก็คงไม่ลงมือกับนายถ้ายังไงไม่สู้ปล่อยเรื่องในวันนี้ไป เลิกแล้วต่อกันดีไหม?” ซุนคงพยายามกล่าวประนีประนอม
“ผู้อาวุโสใหญ่ มันสังหารพ่อของผม ท่านรีบฆ่ามันเร็วเข้า!”
ซุนเฟิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
“หุบปาก!” ซุนคงตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ
“ถ้าไม่ใช่เพราะแกสร้างปัญหา ตระกูลซุนจะเกิดเรื่องในวันนี้ได้อย่างไร?”
จริงๆ แล้วภายในใจของซุนคงไม่ได้ต้องการประนีประนอม แต่เขาแค่ไม่ต้องการทำสงครามกับเย่เทียนที่นี่
นักรบที่มีพลังโจมตีระดับปรมาจารย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต่อกรด้วยอีกทั้งพลังทำลายล้างในขณะต่อสู้นั้นก็รุนแรงเกินไปมันจะส่งผลกระทบต่อผู้คนโดยรอบได้อย่างง่ายดาย หากเขาต่อสู้กับเย่เทียนที่นี่ต่อให้เขาฆ่าเย่เทียนได้สำเร็จ ตระกูลซุนก็คงถูกทำลายเช่นกัน
เขาไม่ได้คิดที่จะปล่อยเท่เทียนไปสักนิดเขาแค่จะรอให้เย่เทียนจากไปก่อนแล้วค่อยตามไปจัดการเย่เทียนในภายหลัง
นี่คือแผนของเขา!
น่าเสียดายที่แผนของเขานั้นไม่ได้ผล
“เลิกแล้วต่อกัน? ขอโทษด้วยสิ่งที่คุณพูดมามันคงเป็นไปไม่ได้!”
เวลานี้เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเขาอยากจะทดสอบว่าพลังการต่อสู้ของเขาในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!
ก่อนหน้านี้ เขาเพียงทำได้แค่คาดเดาพลังของเขาส่วนซุนชิงเหอนั้นก็อ่อนแอเกินไป ทำให้เย่เทียนไม่สามารถเติมเต็มความปรารถนาในการต่อสู้ของเขาได้
ดังนั้นเย่เทียนจึงอยากจะรู้นักว่าคนจากตระกูลซุนจะกระตุ้นความปรารถนาในการต่อสู้ของเขาได้หรือไม่ดังนั้นเขาจึงพูดพล่ามไร้สาระออกมาเช่นนี้ ซึ่งเป้าหมายจริงๆของเขาคือการรอให้ยอดฝีมือของตระกูลซุนมารวมตัวกัน
และก็เป็นไปตามที่เย่เทียนหวังไว้ หลังจากการสนทนานี้นักรบผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดจากตระกูลซุนก็มาถึงกันแล้ว
“ทุกคนที่มีระดับต่ำกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญถอยออกไป!”
ซุนคงตะโกน
พรึบ!!!!
นักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดสองคน และนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นต้นและขั้นกลางเจ็ดคนเข้าปิดล้อมเย่เทียนทันที
การต่อสู้กําลังจะเปิดฉากขึ้น!
เย่เทียนกวาดสายตามองผ่านพรสวรรค์ของพวกเขา
ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดนั้นเป็นเพียงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเท่านั้นซึ่งนี่ก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ หากมีผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดตระกูลซุนคงให้กำเนิดปรมาจารย์ไปแล้ว
นอกจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะแล้วพวกเขาทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลาง
“ศัตรูไม่ได้อ่อนแอ ลงมือสังหารมันพร้อมกันเลย!”
ซุนคงออกคำสั่ง