ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 เยือนตระกูลซุน

           ซุนชิงเหอตายแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบ

            “ตระกูลซุนกล้าโจมตีฉันตอนกลางวันแสกๆดูเหมือนว่าอิทธิพลของตระกูลหลินคงจะหมดไปแล้ว!”

            เย่เทียนถอนหายใจ

            ตระกูลหลินเคยตั้งกฎไว้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ในฐานหลินไห่ห้ามต่อสู้กันหรือห้ามฆ่าใครตามอำเภอใจ

            แต่ตอนนี้การกระทำของตระกูลซุนกลับเมินเฉยต่อตระกูลหลินโดยสิ้นเชิง

            “ใช่แล้ว ตระกูลซุนแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลินมากยิ่งตอนนี้พวกมันยังหยั่งรากลึกอยู่ในฐานหลินไห่แล้วดังนั้นตระกูลซุนจึงไม่เห็นตระกูลหลินอยู่ในสายตาอีกต่อไปทว่าในเมื่อตระกูลซุนไม่รักษากฎ เช่นนั้นฉันก็ไม่ต้องรักษากฎอีกต่อไปแล้ว!”

            เย่เทียนถืออาวุธระดับกลางไว้ในมือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

            ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ตระกูลซุนจะนับเป็นอะไรได้? ต่อให้เป็นปรมาจารย์สองคนจากฐานเขี้ยวเหล็กเข้าช่วยเหลือเขาก็ไม่สนใจ

            เท่าที่เขารู้ ปรมาจารย์ทั้งสองคนนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนักพวกเขาเป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นต้นเท่านั้น ส่วนจะมีพรสวรรค์พิเศษหรือไม่เย่เทียบก็ไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไรผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพรสวรรค์พิเศษก็มีอยู่น้อยมากหากปรมาจารย์ทั้งสองไม่มีพรสวรรค์พิเศษแล้วละก็ เกรงว่าแม้แต่การโจมตีเดียวของเขาก็มิอาจรับได้

            เย่เทียนแทบจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานหลินไห่ไปแล้วแล้วเขาจะยังต้องกลัวอะไรอีก?

            “งั้นเรามาสะสางปัญหานี้กัน!”

            เย่เทียนมองไกลออกไปพร้อมพึมพำ

            ......

            สิบนาทีต่อมา

            ย่านที่อยู่อาศัยของตระกูลซุน ประตูใหญ่ทางเข้า

            เย่เทียนมาถึงที่นี่เพียงลำพัง จิตสังหารทั่วทั้งร่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้เหล่าผู้คุ้มกันของตระกูลซุนเหงื่อแตกพลั่ก

            “หยุดนะ ที่นี่คือตระกูลซุน รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”

            ผู้คุ้มกันพยายามระงับความกลัวในใจก่อนตะโกนขู่

            “วันนี้ตระกูลซุนจะต้องถูกลบชื่อออกไป!”

            เสียงของเย่เทียนเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันหลายคนคิดในใจว่านี่ไม่ดีแล้ว

            “รีบไปเรียกคนมา!”

            ผู้คุ้มกันคนหนึ่งตะโกน

            อย่างไรก็ตามมันสายไปแล้ว!

            ประกายแสงจากดาบดับโลกของพวกเขาในพริบตา!

            เมื่อแสงจากดาบหายไป เหล่าผู้คุ้มกันหลายคนก็ล้มลง รวมไปถึงประตูด้านหน้าของที่พักตระกูลซุนที่แตกสลายกลายเป็นผุยผง

            ที่พักตระกูลซุนไม่ได้ใหญ่โตมากนักสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้ทุกคนในตระกูลรู้เรื่องทันที

            ทันใดนั้นนักรบของตระกูลซุนก็มาถึง

            ผู้คุ้มกันของตระกูลซุนถูกชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กแต่ละคนล้วนมีพลังขั้นนักรบ หัวหน้าผู้คุ้มกันก็เป็นนักรบชั้นยอด จำนวนนักรบผู้คุ้มกันตระกูลนั้นมีทั้งหมดประมาณหนึ่งร้อยคนนี่เป็นขุมพลังอันแข็งแกร่งที่ตระกูลซุนขาดไม่ได้

            ตูม!!!

            ผู้คุ้มกันหนึ่งร้อยคนถืออาวุธเวทและเริ่มสร้างค่ายกลพลังของพวกเขาในขณะนี้สามารถต่อกรกับนักรบผู้เชี่ยวชาญได้ แต่ก็แค่ชั่วคราว

            อย่างไรก็ตาม ลำแสงดาบสีเขียวสายหนึ่งได้ทะลุผ่านตรงกลางและฉีกกระชากค่ายกลทั้งหมดเป็นชิ้นๆไม่เพียงแค่นั้น ลำแสงดาบสีเขียวยังตัดผ่านที่พักของตระกูลซุนจนแยกออกเป็นสองส่วนในพริบตา

            บ้านเรือนพังทลาย พื้นดินแตกเป็นเส้นแนวยาว

            นี่คือการโจมตีระดับปรมาจารย์!

            ผู้คุ้มกันของตระกูลซุนถูกเย่เทียนโจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่าครึ่งเหล่าผู้คุ้มกันที่เหลือต่างก็สูญเสียขวัญกำลังใจในการต่อสู้รีบถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว

            ในเวลานี้เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลซุนก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นกันพวกเขามองไปที่เย่เทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

            “การโจมตีระดับปรมาจารย์!”

            ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลซุน ซุนคงที่อยู่จุดสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดกล่าวด้วยความกังวล

            การโจมตีที่สามารถสร้างพลังทำลายล้างที่ทรงพลังเช่นนี้ได้จะต้องเป็นพลังโจมตีของปรมาจารย์อย่างไม่ต้องสงสัยแต่เขาเห็นได้ชัดว่าเย่เทียนไม่ใช่ปรมาจารย์

            แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ปรมาจารย์แต่เย่เทียนก็สามารถบรรลุถึงพลังโจมตีระดับที่เทียบได้กับปรมาจารย์แล้ว

            แม้ว่าตระกูลซุนจะไม่มีนักรบระดับปรมาจารย์อยู่แต่ซุนคงก็สามารถปลดปล่อยพลังโจมตีระดับปรมาจารย์ได้เช่นกันเพราะเขามีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลางและได้ฝึกฝนทักษะดาบระดับทองแดงหลายวิชาจนถึงจุดสูงสุดของขั้นเชี่ยวชาญมันทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

            หากพูดถึงพลังโจมตีของเขาแม้มันจะแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ที่เพิ่งเลื่อนขั้นแต่ความแข็งแกร่งโดยรวมของเขากลับยังด้อยกว่าปรมาจารย์ทั่วไปอยู่มาก

            ที่เขาไม่สามารถสู้กับปรมาจารย์ได้เพราะความเร็วของเขาไม่สามารถเทียบได้กับระดับปรมาจารย์

            มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนักรบผู้เชี่ยวชาญกับปรมาจารย์อยู่เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกันหรือความเร็วก็ล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

            เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์เขาคงต้านทานการโจมตีได้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น

            อย่างไรก็ตาม ซุนคงรู้สึกเบาใจอย่างยิ่งที่ผู้ที่มาไม่ใช่ปรมาจารย์

            “ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เขากลับสามารถปลดปล่อยการโจมตีระดับปรมาจารย์ได้คนผู้นี้ต้องเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงอย่างแน่นอน!” ซุนคงคิด

            ทันใดนั้นซุนเฟิงตะโกนว่า “มัน…เป็นมัน! มันคือเย่เทียน!”

            เมื่อคําพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึง

            สำหรับชื่อของเย่เทียน คนตระกูลซุนนั้นรู้จักชื่อนี้ดี

            เย่เทียนทำให้ตระกูลซุนเสียหน้าถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลซุนต้องการวางรากฐานให้มั่นคงที่ฐานหลินไห่เย่เทียนคงถูกกำจัดไปนานแล้ว

            แต่ใครจะคิดว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้

            “เย่เทียน อาวุธในมือของแกเป็นของพ่อของฉัน แล้วพ่อของฉันล่ะ?”

            ซุนเฟิงจ้องมองอาวุธเวทปฐมธาตุระดับกลางในมือของเย่เทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

            “ซุนชิงเหอเหรอ? มันตายไปแล้ว!”

            เย่เทียนยิ้มบางๆ

            “เจ้าหนุ่ม นายมาที่นี่เพื่อทำลายตระกูลซุนของฉันอย่างนั้นหรือ?”

            ซุนคงเดินเข้ามาหาเย่เทียนก่อนจะถาม

            “แล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ? ตั้งแต่ตระกูลซุนของคุณส่งคนมาฆ่าผมเส้นทางของเราทั้งสองตระกูลก็ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าผมไม่ตายตระกูลของคุณก็ต้องถูกลบออกไป!”

            เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา

            “เฮ้อ ถ้ารู้ว่านายแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ตระกูลซุนของเราก็คงไม่ลงมือกับนายถ้ายังไงไม่สู้ปล่อยเรื่องในวันนี้ไป เลิกแล้วต่อกันดีไหม?” ซุนคงพยายามกล่าวประนีประนอม

            “ผู้อาวุโสใหญ่ มันสังหารพ่อของผม ท่านรีบฆ่ามันเร็วเข้า!”

            ซุนเฟิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

            “หุบปาก!” ซุนคงตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ

            “ถ้าไม่ใช่เพราะแกสร้างปัญหา ตระกูลซุนจะเกิดเรื่องในวันนี้ได้อย่างไร?”

            จริงๆ แล้วภายในใจของซุนคงไม่ได้ต้องการประนีประนอม แต่เขาแค่ไม่ต้องการทำสงครามกับเย่เทียนที่นี่

            นักรบที่มีพลังโจมตีระดับปรมาจารย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต่อกรด้วยอีกทั้งพลังทำลายล้างในขณะต่อสู้นั้นก็รุนแรงเกินไปมันจะส่งผลกระทบต่อผู้คนโดยรอบได้อย่างง่ายดาย หากเขาต่อสู้กับเย่เทียนที่นี่ต่อให้เขาฆ่าเย่เทียนได้สำเร็จ ตระกูลซุนก็คงถูกทำลายเช่นกัน

            เขาไม่ได้คิดที่จะปล่อยเท่เทียนไปสักนิดเขาแค่จะรอให้เย่เทียนจากไปก่อนแล้วค่อยตามไปจัดการเย่เทียนในภายหลัง

            นี่คือแผนของเขา!

            น่าเสียดายที่แผนของเขานั้นไม่ได้ผล

            “เลิกแล้วต่อกัน? ขอโทษด้วยสิ่งที่คุณพูดมามันคงเป็นไปไม่ได้!”

            เวลานี้เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเขาอยากจะทดสอบว่าพลังการต่อสู้ของเขาในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!

            ก่อนหน้านี้ เขาเพียงทำได้แค่คาดเดาพลังของเขาส่วนซุนชิงเหอนั้นก็อ่อนแอเกินไป ทำให้เย่เทียนไม่สามารถเติมเต็มความปรารถนาในการต่อสู้ของเขาได้

            ดังนั้นเย่เทียนจึงอยากจะรู้นักว่าคนจากตระกูลซุนจะกระตุ้นความปรารถนาในการต่อสู้ของเขาได้หรือไม่ดังนั้นเขาจึงพูดพล่ามไร้สาระออกมาเช่นนี้ ซึ่งเป้าหมายจริงๆของเขาคือการรอให้ยอดฝีมือของตระกูลซุนมารวมตัวกัน

            และก็เป็นไปตามที่เย่เทียนหวังไว้ หลังจากการสนทนานี้นักรบผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดจากตระกูลซุนก็มาถึงกันแล้ว

            “ทุกคนที่มีระดับต่ำกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญถอยออกไป!”

            ซุนคงตะโกน

            พรึบ!!!!

            นักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดสองคน และนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นต้นและขั้นกลางเจ็ดคนเข้าปิดล้อมเย่เทียนทันที

            การต่อสู้กําลังจะเปิดฉากขึ้น!

            เย่เทียนกวาดสายตามองผ่านพรสวรรค์ของพวกเขา

            ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดนั้นเป็นเพียงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเท่านั้นซึ่งนี่ก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ หากมีผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดตระกูลซุนคงให้กำเนิดปรมาจารย์ไปแล้ว

            นอกจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะแล้วพวกเขาทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลาง

            “ศัตรูไม่ได้อ่อนแอ ลงมือสังหารมันพร้อมกันเลย!”

            ซุนคงออกคำสั่ง