สํานักยุทธ์ิญญาครามเป็หนึ่งในสํานักฝึกยุทธ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเหลยโจว ทั้งขุนนางระดับสูงและชนชั้นสูงต่างๆ ล้วน้าให้ลูกหลานของตนเข้าศึกษาเล่าเรียนที่สํานักนี้ เป็เพราะไม่เพียงแต่ที่นี่มีอาจารย์ระดับสูงจํานวนมาก นอกจากนี้ยังมีผู้าุโระดับผู้ใช้ยุทธ์ระดับสูงสุดถึงสามคน การได้เรียนกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เด็กพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็การสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่ชนรุ่นใหม่ด้วย
วันนี้รอบๆ เวทีประลองของสํานักเริ่มมีคนมาชุมนุมกันอย่างคึกคักส่งเสียงจอแจมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
นั่นเป็เพราะวันนี้ครบกำหนดวันเดิมพันของเ้าขยะน้อยเย่กับหวางหลินจะต้องประลองกัน ฉะนั้นเื่นี้จึงดูดความสนใจของทุกผู้คน แต่ข้อกำหนดในการเดิมพันก็คือ :ถ้าผู้ใดพ่ายแพ้ คนผู้นั้นจะต้องคุกเข่าโขกศีรษะคํานับผู้ชนะ แม้ตระกูลเย่จะตกต่ำ แต่ก็ยังถือว่าเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ ทุกคนจึงแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นขยะไร้ค่าอย่างจื่อเย่ถูกบดขยี้ พ่ายแพ้หวางหลินอย่างย่อยยับต้องคุกเข่าโขกศีรษะคำนับ
ก่อนที่เย่จื่อเฟิงจะมาถึง หวางหลินก็กําลังพูดคุยอยู่กับสหายสองสามคน
" ท่านพี่หลิน ท่านคิดว่าไอ้ขยะนั่นมันถูกพวกเราทุบตีจนเสียสติไปแล้วหรือไม่? คนไม่เอาถ่านอย่างมันจะใช้สั้นๆ ยกระดับจากระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 เป็ขั้นที่ 3 เนี่ยนะ ช่างน่าขันสิ้นดี...แล้วยังจะมีปัญญาเอาอะไรมาชนะระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 อย่างท่านพี่ได้ "
" นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่วมาว่า ไอ้เ้าขยะนั่นทําให้บิดาโกรธจนควันออกหู สั่งขังมันอยู่ในห้องเก็บปืนนานสามวัน"
" หืม...จริงหรือถูกขังคุกสามวัน? เห๊อะ! ขยะยังไงก็เป็ขยะอยู่วันยังค่ำ แม้แต่คนในตระกูลเองก็ยังไม่เห็นมันอยู่ในสายตา "
หวางหลินยิ้มอย่างเ็าอย่างไร้ซึ่งความกังวล
เดิมทีมันแอบคิดว่าเย่จื่อเฟิงแอบซุกซ่อนของดี หรือมีแผนบางอย่างซ่อนไว้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็ต้องกังวลอีกต่อไป
เมื่อรู้ว่าเขาถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืนตลอดสามวัน แล้วขยะไร้ค่าอย่างเย่จื่อเฟิงจะทําอะไรได้?
" ท่านพี่หลิน จนป่านนี้ไอ้ขยะไร้ค่ามันยังมาเลย ท่านคิดว่ามันจะกลัวจนหัวหดไม่กล้ามาต่อสู้หรือเปล่า? "
หวางหลินหัวเราะดังลั่นแล้วกล่าวว่า " ฮ่ะๆๆ ก็อาจเป็ไปได้ ขยะไร้สมองอย่างมันนับว่าฉลาดไม่เบา พอมันรู้ตัวว่าไม่สามารถเอาชนะข้าได้ก็กลัวจนหางจุกตูด แต่ก็ดี๊∼ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทําให้ตระกูลเย่ต้องอับอายขายหน้า"
"เอาล่ะๆ แยกย้าย แยกย้าย เฮ้อ... เรารู้ว่าเย่จื่อเฟิงมันเป็คนไม่เอาอ่าว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็คนขี้ขลาดตาขาวเยี่ยงนี้ " ผู้คนที่มารอชมต่างส่ายหัว
ทันใดนั้นก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปรากฏขึ้น แล้วทุกผู้คนก็หยุดชะงักฝีเท้า กลิ่นนี้ได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนอย่างแท้จริง
ทุกคนมองมาที่คนทั้งสองที่ก้าวขึ้นมาบนเวที
เวลานี้ทุกผู้คนที่อยู่ภายในสนามประลองทั้งหมดต่างเงียบกริบ ทุกคนต้องไปที่สนามประลองด้วยสายตาว่างเปล่าไม่มีผู้ใดคิดที่จะกล่าวออกมาอีก
"เย่เสวี่ยอี๋? " แววตาของหวางหลินเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนซับซ้อน มันหาได้เกรงกลัวเย่จื่อเฟิงแต่อย่างใด แต่หากเป็เย่เสวี่ยอี๋ย่อมต่างออกไป นางเป็ปัญหาใหญ่สําหรับมัน หวางหลินจึงมองเย่เสวี่ยอี๋ด้วยความกังวลอยู่ไม่น้อย
หวางหลินมองเย่จื่อเฟิงด้วยสายตาเ็าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า " นี่เป็การประลองของพวกเราทั้งสองคน ไฉนเ้าถึงพาน้องสาวมาด้วย? "
เย่จื่อเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า " ทำไมเล่า การที่ข้าพานางด้วยทำให้เ้ากลัวเช่นนั้นหรือ? หรือว่าเ้ากลัว? ... แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก นางรู้กฎของการประลองดี ฉะนั้นเ้าวางใจได้ นางแค่มาดูการประลองเท่านั้น ไม่ได้มาต่อสู้ "
"ท่านพี่เราไปกันเถอะ ท่านเอาชนะมันไม่ได้หรอก ให้ข้า... " ท่าทีของเย่เสวี่ยอี๋เต็มไปด้วยความกังวล ดูแล้วนางอยากจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้นี้ด้วย
" เ้าอย่าได้ลดตัวเกลือกกลั้วกับโคลนตมเลย ไปนั่งดูอยู่ใต้ต้นไม้นู่นไป "
เมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนเองตัดสินใจแล้ว นางก็ทอดถอนหายใจแล้วตอบหงอยๆ กลับไปว่า "ก็ได้" ก่อนจะเดินไปนั่ง
ในทวีปิญญายุทธ์ผู้คนต่างเคารพวิถีการฝึกยุทธ์ สำนักอนุญาตให้ลูกศิษย์สามารถประลองกันได้ ตราบใดที่ไม่ประลองกันจนถึงตาย นอกจากนี้คนนอกยังไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่ายได้ สําหรับเื่การเดิมพันกันไว้ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นไรก็ไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านได้
"เยี่ยม! " หวางหลินยิ้ม ในมุมมองของมันตราบใดที่เย่เสวี่ยอี๋ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว เท่ากับว่าผลลัพธ์ในการประลองในครั้งนี้ได้ถูกกําหนดไว้แล้ว
"ข้ากําลังคิดอยู่ว่าเ้าคงไม่กล้ามาประลอง ดังนั้นข้าบอกเ้าเอาบุญก็แล้วกันว่าตรงนั้นคือห้องอาวุธ ที่นั่นมีอาวุธมากมายกว่ายี่สิบชนิด เ้าสามารถเลือกมาใช้สักชิ้นแล้วค่อยมาสู้กับข้า"หวางหลินโบกมือแล้วชี้ไปที่ห้องอาวุธ
"หวางหลินแล้วเ้าไม่ใช้อาวุธ? " เย่จื่อเฟิงถาม
หวางหลินยิ้มแล้วตอบว่า "สู้กับเ้า ข้าจําเป็ต้องใช้อาวุธด้วยรึ? "
เย่จื่อเฟิงยิ้มตอบกลับ " ก็ได้... ถ้าเ้าไม่ใช้ เช่นนั้นข้าก็ไม่ใช้เหมือนกัน มา รีบเริ่มๆ กันเถอะ จะได้รีบๆ จบเื่นี้ ข้าต้องรีบกลับไปไม่ทันมื้อค่ำของที่บ้าน"
"เ้า! " คำตอบนี้ทำให้หวางหลินรู้สึกโกรธอย่างมาก เย่จื่อเฟิงไม่ได้เห็นมันอยู่ในสายตา การที่เขาเร่งรีบเช่นนี้หมายความว่าไง?
" ไอ้ขยะเย่จื่อเฟิง คอยดูเถอะ! ข้าจะอัดเ้าให้เละจนฟันร่วงหมดปากเลยคอยดู! "
ผู้ชมคนหนึ่งส่ายศีรษะแล้วชี้ไปทางเย่จื่อเฟิง
" เ้าเย่จื่อเฟิงผู้นี้ยังสติดีอยู่หรือไม่ ก็เห็นๆ อยู่ว่าฝีมือของมันอยู่แค่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 ยังจะทำปากกล้าสามหาวกับท่านพี่หวางหลินเช่นนั้น? "
" ท่านพี่หลิน แม้กฎจะห้ามไม่ให้ท่านฆ่ามัน แต่ท่านก็สามารถทําให้มันพิการได้! "
"เห๊อะ! เ้าเย่จื่อเฟิงผู้นี้สมควรตายยิ่งนัก เ้ายังอยากให้ท่านพี่หลินทําให้มันพิการทําไม? "
ผู้ชมต่างะเิหัวเราะออกมา ดูท่าทางว่าหวางหลินจะต้องทําให้ฝ่ายตรงข้ามพิการมากกว่าเดิมเป็แน่
"เห็นแก่หน้าน้องสาวเ้า ครั้งนี้ข้าจะหักซี่โครงเ้าแค่สามท่อนเท่านั้น! "
แววตาของเย่จื่อเฟิงสาดประกายความดุร้าย แล้วกล่าวว่า " ถ้าเ้ามีปัญญาก็เข้ามา"
เย่จื่อเฟิงเคยอยู่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ในชาติก่อน ฉะนั้นเขาจึงมีประสบการณ์การต่อสู้มากมายนับไม่ถ้วน คนธรรมดาอย่างหวางหลินไม่อาจเทียบได้
"ดี ดี ดี! " หวางหลินพูดซ้ำไปซ้ำมา เห็นได้ชัดว่าโทสะของมันพุ่งถึงขีดสุดดังนั้นมันจึงกล่าวว่า " เห็นทีข้าผู้นี้จะต้องอัดร่างอ่อนปวกเปียกของเ้าให้เละเป็โจ๊กซะแล้ว! "
หวางหลินกระโจนขึ้นไปบนอากาศ ลมปราณทั่วร่างะเิออก เขาอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่สี่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถควบคุมพลังลมปราณของตนเองได้เล็กน้อย
"ตายซะ! "
หมัดเขามันแหวกฝ่าอากาศพวยพุ่งเข้าไปยังใบหน้าของเย่จื่อเฟิง ในสายตาทุกคนต่างคิดว่าหากหมัดกระแทกใส่หน้าเขาเข้าอย่างจัง มีหวังงานนี้เย่จื่อเฟิงคงได้เสียโฉมโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง เย่เสวี่ยอี๋กรีดร้องด้วยความหวาดเสียวแล้วหลับตาปี๋ไม่อาจทนดูภาพที่จะเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็อย่างที่ทุกคนคิด
เย่จื่อเฟิงก้าวออกไปด้านข้างหนึ่งก้าว ยื่นมือออกไปกุมฝ่ามือของมันเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่หวางหลินเค้นพลังออกมาอย่างเต็มที่ ทว่าัักระทบเสมือนมันพุ่งชนกับฟองน้ำก็มิปาน
ทุกผู้คนต่างตกตะลึง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งผู้ที่เย้ยหยันดูถูกเย่จื่อเฟิงก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวก็ถึงกับพูดไม่ออก ขนาดเหล่าอาจารย์ที่บังเอิญเดินผ่านมายังรู้สึกใ ในใจต่างคิดว่า : เย่จื่อเฟิงมีฝีมืออยู่แค่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 มิใช่หรือ?
"เย่จื่อเฟิง...มะ...มันไปทำอะไรมา? ทําไมมันโดนหมัดของพี่หวางหลินแล้วถึงไม่ลอยกระเด็น? พื้นฐานการฝึกยุทธ์ของทั้งสองแตกต่างกันตั้งสองระดับเลยนะ! "
เย่จื่อเฟิงยังยืนอย่างมั่นคงยิ้มกริ่ม พร้อมกับกําหมัดของหวางหลินแน่น
"พี่หวาง ท่านออมมือมากเกินไปแล้ว! รีบๆ จัดการไอ้ขยะเนี่ยสักที"
" ใช่...เ้าพูดถูก เร็วเข้าพี่หวาง ออกแรงมากกว่านี้หน่อยแล้วบดขยี้ไอ้ขยะนี้ให้สิ้นซากไปซะ อย่าได้ปรานีมันอีกต่อไป! "
ยามนี้หวางหลินรู้สึกงุนงงและประหลาดใจมากกว่าผู้อื่น สำหรับคนอื่นๆ แล้วอาจจะเห็นว่ามันออมมือ แต่แท้จริงแล้วหมัดที่มันอัดกระแทกเข้าใส่เย่จื่อเฟิง เป็หมัดที่ซัดออกไปอย่างสุดกำลังแล้วจริงๆ หาได้ออมมือแม้แต่น้อย!
สีหน้าของมันยามนี้เคร่งเครียดอย่างยิ่ง ไม่ว่ามันจะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถดึงหมัดออกจากฝ่ามือที่คว้ากุมราวกับเหล็กหนีบของเย่จื่อเฟิงได้
"เ้า! " หวางหลินมองเย่จื่อเฟิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเย่จื่อเฟิงได้กลายเป็คนละคนโดยสมบูรณ์
เย่จื่อเฟิงยังคงยิ้ม " เ้าไม่ได้ยินสิ่งที่พวกนั้นกล่าวหรือไร? อย่ามัวแต่ออมมือ ไฉนไม่อัดข้าให้ฟันร่วงหมดปากสักที? " เย่จื่อเฟิงออกแรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าหวางหลินกลับกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
หวางหลินจ้องมองเย่จื่อเฟิงราวจะกินเืกินเนื้อ พร้อมกับง้างมือข้างซ้ายที่สั่งสมพลังลมปราณไว้อย่างเต็มที่ พร้อมๆ กับปล่อยท่าไม้ตาย
"นั่นมันหมัดสะบั้นวายุของพี่หลินนี่! "
"ทําให้ท่านพี่หลินโกรธจัดขนาดนี้ ไอ้ขยะตระกูลเย่ได้ตายแน่"
อย่างไรก็ตาม เย่จื่อเฟิงกลับทําในสิ่งที่เขาเคยทําก่อนหน้านี้อีกครั้ง ด้วยการยื่นฝ่ามือออกไปรับหมัดสะบั้นวายุของหวางหลิน ก่อนที่ผู้ใดจะได้เห็นพลังของหมัดสะบั้นวายุสำแดงอานุภาพ หมัดของหวางหลินก็ถูกเย่จื่อเฟิงคว้าจับ
ผู้คนทั้งหมดต่างเงียบกริบด้วยความงุนงงและตกตะลึงโดยไม่อยากจะเชื่อสายตา
ในตอนที่เย่จื่อเฟิงหยุดหมัดแรกไว้ได้ ทุกคนล้วนคิดว่าหวางหลินนั้นออมมือ ทว่ายามนี้เย่จื่อเฟิงกลับหยุดหมัดสะบั้นวายุของหวางหลินได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง สิ่งนี้ทําให้ทุกคนอ้าปากค้าง ั์ตาของเย่เสวี่ยอี๋เปล่งประกายส่งเสียงให้กำลังใจเย่จื่อเฟิงอยู่ด้านข้างอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนางแทบอยากจะกรี๊ดออกมาเลยทีเดียว พี่ชายของนางที่ถูกตราหน้าว่าเป็ขยะไร้ค่ามาทั้งชีวิต สามารถต่อสู้ทัดเทียมกับหวางหลิน มันจึงทําให้นางรู้สึกสะใจเป็อย่างมาก
" หึหึ! เ้าปล่อยหมัดสะบั้นวายุมาเช่นนี้ คิดจะฆ่าข้างั้นรึ? " เย่จื่อเฟิงหัวเราะอย่างเ็า ทันใดนั้น กร๊อบบบบ∼ เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นไปทั่ว
ในเวทีประลองที่สงบเงียบ เสียงที่สั่นเครือได้ยินก้องไปทั่ว เสียงของหวางหลินกรีดร้องดังราวกับกระบือถูกเชือด
"อ๊ากกกกก! " เสียงร้องอยากเ็ปของมันดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงกระดูกแตกหัก
"ท่านพี่หลิน! "
เมื่อเห็นภาพดังกล่าวผู้คนโดยรอบก็อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ หลังจากผ่านการต่อสู้ไปได้ไม่นานมือทั้งสองข้างของหวางหลินก็ถูกเย่จือเฟิงบดขยี้จนแตกหัก จากสิ่งที่เห็นไม่เพียงแต่เย่จื่อเฟิงสามารถเอาชนะหวางหลินที่มีระดับสูงกว่าตนเองได้ถึงสองขั้น แต่วิธีที่เขาใช้นั้นยังโเี้อำมหิตเป็อย่างมาก ภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้แตกต่างราวฟ้ากับเหว เช่นนี้ผู้คนยังจะกล้าเรียกเย่จื่อเฟิงว่าขยะไร้ค่าอีกหรือ?
"เย่จื่อเฟิง ข้าจะฆ่าเ้า!!! " หวางหลินนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป มือทั้งสองข้างของมันถูกเย่จื่อเฟิงบดขยี้จนแตกหัก อาการาเ็นี้จะส่งผลต่อการฝึกยุทธ์ในอนาคตของมันอย่างแน่นอน
เย่จื่อเฟิงจ้องมองหวางหลินอย่างเ็า ปราศจากซึ่งความเห็นอกเห็นใจใดๆ สำหรับคนต่ำช้าบางคนต่อให้เราปฏิบัติดีกับมันแค่ไหน มันก็ยังทำตัวชั่วช้าสามานย์กับเราอยู่ดี เหตุการณ์ครั้งนี้เสมือนดั่งฟ้าผ่ากลางใจของหวางหลินก็ไม่ปาน! ครั้งนี้หวางหลินผู้โชคร้ายหมายจะเสริมบารมีด้วยการจัดการเย่จื่อเฟิง แต่เหตุการณ์ทั้งหมดกลับตาลปัตร
"ก่อนจะฆ่าข้า เ้าอย่าลืมว่ายังมีบางสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ? " เย่จื่อเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
"อะไร... ข้าต้องทําอะไร? "
เย่จื่อเฟิงเดินเข้าไปถามมันอย่างช้าๆ การแสดงออกของผู้ไร้ซึ่งความแยแสแลไร้ปรานีอย่างที่สุด "เ้ายังจําเดิมพันของพวกเราได้หรือไม่? หรือต้องให้ข้าย้ำเตือนความจำเ้าอีกสักหน่อย? "
"เย่จื่อเฟิง จะ... เ้าอยากให้ข้า..." หวางหลินรู้สึกตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่ง หากมันต้องคุกเข่าโขกศีรษะคํานับเย่จื่อเฟิงจริงๆ ชั่วชีวิตนี้มันคงไม่กล้าไปสู้หน้าผู้ใดอีก
เย่จื่อเฟิงหัวเราะดังๆ ต่อหน้าผู้คนพร้อมกล่าวว่า " เอ้าเร็วเข้าสิ! เ้าจำคำพูดของตัวเองไม่ได้หรือ? ยังมีอาหารเย็นรอข้าอยู่ที่บ้าน ข้าไม่อยากเสียเวลากับเ้าอยู่ที่นี่..."
เย่จื่อเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ " เ้าจะต้องโขกศีรษะคารวะข้าจนกว่าข้าจะพอใจ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่นับว่าเ้าทำตามข้อตกลง และจะไม่ยอมหยุดจนกว่าเ้าจะทำให้ข้าพอใจ "
"เ้า! ชักจะมากเกินไปแล้ว! " หวางหลินจ้องมองเย่จื่อเฟิงด้วยโทสะสุดจะบรรยาย มันโกรธจนพูดไม่ออกอยู่นาน หลังจากนั้นมันก็สลบไปในที่สุด
"ท่านพี่หลิน! ท่านพี่หลิน! "
"ท่านพี่หลิน! ตื่นสิ! "
เย่จื่อเฟิงจ้องไปที่เขาอย่างเ็า แล้วหันหลังกลับ ไม่้าที่จะมองหวางหลินอีกต่อไป
"เสวี่ยอี๋ กลับบ้านกันเถอะ..."
จบตอน