“หลบไป!พวกเ้าหลบไปให้หมด!”
ทันทีที่เสียงะโทรงพลังดังก้องมาจากด้านนอกทุกคนต่างหลีกทางให้โดยสัญชาตญาณ ถึงแม้ว่ายังไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ตาม
ฮวาชิงเหยียนเห็นชายวัยกลางคนร่างกำยำสวมชุดองครักษ์แต่เต็มไปด้วยาแเร่งฝีเท้าเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรนก่อนจะกวาดตาหาคนบางคน
“นักหลอมโอสถหวังอยู่ไหน! เขาอยู่ไหน!”
ด้านหลังเขามีองครักษ์อีกสองคนหามเปลซึ่งมีชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าในสภาพสะบักสะบอมและเต็มไปด้วยาแเดินเข้ามาขาขวาของคนผู้นั้นเกือบขาด เหลือเพียงิับางๆ เชื่อมไว้เท่านั้น
“์! ขาเขาหัก!”
“นั่น...ใช่องค์ชายสี่ที่ออกไปฝึกปรือหรือไม่! เกิดอะไรขึ้น!”
ผู้คนจับจ้องไปยังองค์ชายสี่ที่ถูกหามเข้ามาวางไว้กลางหอประมูลก่อนจะพากันพูดคุยอย่างแตกตื่น
องครักษ์คนเดิมเงยหน้าก็เห็นว่าหวังเฟิงอยู่บนชั้นสองจึงพุ่งตัวไปคว้าไหล่เขาก่อนพาตัวลงมาทันที พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน
“ท่านรีบไปดูขาองค์ชายสี่เถิด!”
หวังเฟิงที่ถูกดึงตัวลงมาสีหน้าไม่สู้ดีนักแต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนของราชวงศ์ เขาจำต้องกดข่มอารมณ์ไว้แล้วคุกเข่าลงตรวจดูขาองค์ชายสี่ซึ่งเกือบขาดนั้น
ฮวาชิงเหยียนมององค์ชายสี่ผ่านๆเขาใบหน้างดงามดั่งหยก ดวงตาคมลึกแม้ใบหน้าซีดเผือดจากอาการาเ็และเส้นผมกระเซิงแนบแก้มดูอ่อนระโหยแต่เขากลับไม่เปล่งเสียงใด เพียงเงียบมองหวังเฟิงด้วยแววตาเปี่ยมความหวังคล้ายเหล่าทหารที่นางเคยรักษาในชาติก่อน
แต่เพียงไม่นานหวังเฟิงก็กล่าวอย่างเด็ดขาด“ขาองค์ชายสี่ถูกสัตว์อสูรกัดจนเกือบขาด รอยแผลฉีกขาดรุนแรงหากไม่มียาเชื่อมกระดูกบ่มผิวระดับเก้าก็ไม่อาจรักษาได้”
เมื่อองค์ชายสี่ได้ยินนักหลอมโอสถกล่าวดังนั้นั์ตาพลันหม่นแสงลง ถึงแม้เดิมความหวังในการให้ขาหายดีจะมีไม่มาก แต่พอได้ยินนักหลอมโอสถพูดเช่นนี้กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังและเสียใจยิ่งนัก
ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นก็ใเช่นกันเพราะองค์ชายสี่เป็คนมีความสามารถจนเกือบจะเทียบเท่าองค์รัชทายาท แต่ตอนนี้ขาขาดถึงขั้นนักหลอมโอสถหวังผู้เลื่องชื่อก็รักษาไม่ได้
เมื่อองค์ชายสี่ได้ยินคำพูดที่ทำลายความหวังเฮือกสุดท้ายของเขาแววตาพลันหม่นแสงลง แม้เขาจะรู้ดีว่าความหวังนั้นริบหรี่แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้จริงๆ กลับยิ่งรู้สึกหดหู่และเ็ปอย่างยิ่ง
ผู้คนรอบด้านต่างทอดถอนใจองค์ชายสี่ถือเป็ยอดอัจฉริยะสายบู๊อันดับต้นๆ จนแทบจะเทียบเคียงกับรัชทายาทแต่บัดนี้กลับขาพิการ แม้แต่นักหลอมโอสถหวังผู้เลื่องชื่อก็ยังรักษาไม่ได้ช่างเป็ความไม่แน่นอนของโลกมนุษย์เสียจริงไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่ฮวาเฮ่าเย่ว์แห่งจวนอันกั๋วกงต้องพบชะตากรรมเช่นกัน
ทว่าองครักษ์ร่างกำยำผู้หนึ่งกลับคว้าคอเสื้อของหวังเฟิงไว้ดวงตากลมดั่งระฆังทองจ้องเขม็งด้วยความเดือดดาล ก่อนะโลั่นด้วยความโกรธ “ไม่ได้! เ้าต้องรักษาขาองค์ชายสี่ให้หาย!”
ั์ตาขององครักษ์แดงก่ำรื้นน้ำตาหากไม่ใช่เพราะองค์ชายสี่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขา จะถูกสัตว์อสูรกัดจนขาขาดเช่นนี้ได้อย่างไรทั้งหมดเป็เพราะเขาอวดดี จึงทำให้องค์ชายสี่ต้องเป็เช่นนี้หากขาองค์ชายรักษาไม่ได้ ต่อให้เขาตายสิบครั้งก็ยากจะชดใช้ความผิดทั้งหมด
หวังเฟิงในฐานะนักหลอมโอสถผู้เก่งกาจที่สุดในเมืองชี่เฉิงไม่เคยถูกปฏิบัติอย่างไร้มารยาทถึงเพียงนี้เขาจึงตะคอกเสียงเข้มกลับไปทันที “ปล่อยข้า!มีเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถระดับเก้าแห่งแผ่นดินหลงเหยียนอย่างไป่เฉ่าจื่อเท่านั้นที่รักษาขาขององค์ชายสี่ได้ข้าไร้ความสามารถจริงๆ”
“เหลวไหล! คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเ้าอยู่ฝั่งรัชทายาทเ้าแกล้งไม่รักษาองค์ชายสี่ใช่หรือไม่!”
“เย่ชิง อย่าทำให้นักหลอมโอสถลำบากใจเลย”
แม้องค์ชายสี่จะรู้ว่าขาตนรักษาไม่ได้แต่ยังคงมีเหตุผลและสุขุมเช่นเดิม
เมื่อฮวาชิงเหยียนเห็นเช่นนี้ก็อดนึกถึงเหล่านักรบผู้เข้มแข็งในอดีตไม่ได้ในใจพลันเกิดความะเืใจเล็กน้อย
ทว่าเย่ชิงกลับไม่ยอมปล่อยมือจากคอเสื้อหวังเฟิงเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเก้า ส่วนหวังเฟิงแม้เป็นักหลอมโอสถแต่อยู่แค่ระดับเจ็ดเท่านั้น จึงดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด ได้แต่กล่าวเสียงแข็งว่า “ปล่อยข้า!ข้าบอกแล้วว่าตอนนี้มีเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถระดับเก้าเท่านั้นที่รักษาได้หากเ้าไม่เชื่อก็ไปหาคนอื่นมารักษาแทนได้เลย ข้าพูดอย่างไม่เกรงใจหากเ้าหาใครที่รักษาขาองค์ชายสี่ได้โดยไม่ต้องใช้โอสถเชื่อมกระดูกบ่มผิวได้จริงข้าจะตัดขาทั้งสองข้างของข้าให้เ้าดู!”
“โอ้โฮ นักหลอมโอสถหวังพูดถึงขนาดนี้แล้วดูท่าขาองค์ชายสี่คงไร้ทางรักษาจริงๆ”
“นั่นสิโอสถเชื่อมกระดูกบ่มผิวมีเพียงปรมาจารย์หลอมโอสถอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินหลงเหยียนอย่างไป่เฉ่าจื่อเท่านั้นที่หลอมได้แต่ไม่มีใครหาตัวไป่เฉ่าจื่อเจอเสียด้วยสิ”
“ข้ารักษาองค์ชายสี่ได้!”
ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของผู้คนโดยรอบพลันมีเสียงใสมั่นใจของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นมา
ทุกสายตาหันขวับไปยังผู้พูดเห็นเพียงฮวาชิงเหยียนที่ใบหน้าเหลืองซีด ผอมบางซ้ำยังสวมเสื้อผ้าหยาบเก่าไม่ต่างจากคนไร้ตัวตน ก่อนทั้งหอประมูลจะเงียบลงในพริบตา
“ฮ่าๆๆๆ นักหลอมโอสถหวังยังรักษาไม่ได้เ้านับเป็ตัวอะไรถึงกล้าอวดอ้างว่าจะรักษาองค์ชายสี่ ไว้ชาติหน้าค่อยว่ากันเถอะ!”
อิ่นจื่อไป๋ที่ก่อนหน้านี้เอาแต่มองดูเงียบๆเป็ผู้เปิดฉากขึ้น ทั้งยังพูดพลางหัวเราะเสียงดังลั่น
“ใช่! เป็แค่คนไร้ค่าแต่กล้าปากดี พูดออกมาได้อย่างไรว่าเ้ารักษาได้หากเ้ารักษาองค์ชายสี่ได้ ข้าจะมอบตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองที่ข้าเก็บสะสมมาให้เลย!”
“หึ! หากเ้ารักษาได้จริง ข้ายอมมอบสองหมื่นตำลึงทองให้ด้วย!”
เสียงหัวเราะเยาะดังเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งหอประมูล
ทว่าเย่ชิงกลับโยนหวังเฟิงทิ้งไปด้านหนึ่งก่อนเร่งฝีเท้าตรงเข้ามาหาฮวาชิงเหยียนด้วยท่าทีร้อนรนแล้วคว้าไหล่ทั้งสองของนางไว้แน่น ใบหน้าแดงก่ำจากความตื่นเต้นจนดูน่ากลัวเสียงที่เปล่งออกมาดังลั่นนั้นเต็มไปด้วยความหวัง “สาวน้อยเ้าแน่ใจว่าเ้ารักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่!”
หากเป็เด็กสาวคนอื่นคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไปแล้วแต่ฮวาชิงเหยียนกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
เมื่อครู่นางเพิ่งได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลร้านว่านอกจากสมุนไพรพื้นฐานที่นาง้าแล้วในโลกนี้อาจมีสมุนไพรหายากที่สูญพันธุ์ไปแล้วในศตวรรษที่ยี่สิบสามด้วยเพียงคิดถึงจุดนี้ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ หากมีสมุนไพรครบมือ ด้วยฝีมือนางแล้วย่อมรักษาขาองค์ชายสี่ได้อย่างแน่นอน
“องค์ชายสี่อย่าหลงเชื่อคำพูดนางนะขอรับ!นางคือฮวาชิงเหยียนคนไร้ค่าจวนอันกั๋วกง!แม้แต่พร์ในการฝึกปรือยังไม่มีด้วยซ้ำ จะไปรักษาอันใดได้!”
อิ่นจื่อไป๋เอ่ยเตือนองค์ชายสี่
หวังเฟิงที่ถูกเย่ชิงโยนทิ้งไว้ข้างๆก็พูดเย้ยหยันทันที “หากนางรักษาขาองค์ชายสี่ได้จริง ข้าจะตัดขาทั้งสองของข้าทิ้งซะ!”
ฮวาชิงเหยียนมององค์ชายสี่ด้วยสีหน้าสงบนิ่งนางเห็นประกายในแววตาของเขาค่อยๆ จุดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาจ้องมองนางแน่วแน่ก่อนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าเชื่อนาง”
แววตาฮวาชิงเหยียนอ่อนโยนลงเล็กน้อยนางยิ้มบางพลางกล่าวว่า “องค์ชายสี่จะไม่ผิดหวังแน่นอนเ้าค่ะ”
อิ่นจื่อไป๋เป็พวกขององค์รัชทายาทย่อมไม่อยากให้ขาองค์ชายสี่หายดี จึงยิ่งกล่าวยุยง “ฮ่าๆๆๆองค์ชายสี่เชื่อคนไร้ค่าเช่นนี้รึ! ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้วทำไมไม่ตั้งโต๊ะพนันกันเสียเลยละว่าเ้าคนไร้ค่านี่จะรักษาได้หรือไม่ข้าลงหนึ่งแสนตำลึงทอง นางไม่มีทางรักษาได้!”
“ข้าด้วยๆ ข้าขอลงสามหมื่นตำลึงทอง! รักษาไม่ได้แน่นอน!”
“ข้าลงหนึ่งหมื่นตำลึงทอง! ขาองค์ชายสี่ไม่มีวันหาย!”
“เฮ้ๆๆ พวกเ้าจะให้ข้าล้มละลายหรืออย่างไรอย่างน้อยก็มีใครเดิมพันฝั่งรักษาขาหายหน่อยสิ!”
กลุ่มของอิ่นจื่อไป๋ถึงขั้นกล่าวจาบจ้วงเช่นนี้ต่อหน้าองค์ชายสี่ราวกับองค์ชายสี่หมดอำนาจจนไม่มีใครเกรงใจอีกแล้ว
เย่ชิงโมโหจนกำหมัดแน่นแต่เสียงเบาๆ ขององค์ชายสี่กลับดังขึ้น
“เย่ชิง อย่าใจร้อน”
ฮวาชิงเหยียนเห็นองค์ชายสี่ยังสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้ก็อดชื่นชมไม่ได้นางจึงเอ่ยอย่างมั่นใจด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าลงหนึ่งพันตำลึงทองขาองค์ชายสี่จะต้องรักษาได้!”