"หืม!! ไอ้เวรนั้นกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญของการปิดขั้นพลังอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง เหมือนว่าโชคของเจ้าจะไม่ดีเอาเสียเลย" ก่อนที่เงาสังหาร เทียนเฟิงจะยกยิ้มมองอี้เฉินที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยแววตาดุร้าย บ้าคลั่ง ไม่คิดว่าการฆ่าสังหารแก้แค้นให้นายน้อย จางอู๋จี้ แห่งเผ่าอสูรฟ้า จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาที่อุตส่าห์ พากลุ่มคนมาไม่น้อย ไม่คิดว่าจะเสียกำลังทรัพย์ไปเสียเปล่าเฉกเช่นนี้ เมื่อเห็นสถานการณ์ของอี้เฉิน อยู่ในช่วงเลื่อนขั้นพลัง ไม่อาจทำอะไรได้
เงาสังหาร เทียนเฟิง กล่าวพูดออกไปอีกครา "อี้เฉิน ข้ารู้นะว่าเจ้าได้ยินที่ข้าเอ่ยพูด แต่เหมือนว่ายามนี้เจ้าจะดวงกุด ชะตาขาดเสียแล้วกระมัง"
ด้านอี้เฉินที่หลับตาพริ้ม ได้ยินคำพูดที่โอหัง เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม เมื่อรับรู้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ มีเหล่าอนุชนยอดยุทธ์ อยู่กันหลายสิบคน ทว่ายามนี้ เขากำลังเลื่อนขั้นพลัง อยู่ในช่วงเวลาสำคัญ หากเขาออกจากการปิดขั้นพลังในยามนี้ เกรงว่าจะทำให้เขาสามารถเลื่อนขั้นพลังได้ แต่อาจส่งผลให้ ฐานพลังของเขาอ่อนแอ เสียหายอย่างหนัก เขาจึงเลือกที่จะสงบนิ่ง ย่อยความรู้เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง คิดจะเลื่อนขั้นพลังอย่างสมบูรณ์ แต่ยามนี้ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาเหล่านั้น มีหรือจะให้อี้เฉินเลื่อนขั้นพลังอย่างสมบูรณ์ได้
ทว่าเมื่ออี้เฉิน สัมผัสถึงขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ของบุรุษหนุ่มผู้เป็นคนสั่งการ นามว่า เทียนเฟิง อนุชนจำศีล มันก็ทำให้อี้เฉิน หัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย จดจำชายหนุ่มผู้นี้ได้ดี ทั้งเรื่องที่เขาฆ่าสังหาร นายน้อยของเผ่าอสูรฟ้า ไม่ช้าแรงแค้นจะต้องย้อนกลับมาหาตัวเขา ข้อนี้อี้เฉินล้วนรู้ดี
เทียนเฟิง ที่กวาดสายตาเพ่งพิจารณา ครั้นเห็นปฏิกิริยาของร่างกายอี้เฉิน สั่นเทาออกมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเด็กหนุ่มหวาดกลัว อย่างไม่อาจปิดบังได้ มันจึงทำให้เขายกยิ้ม "ข้าใช้เวลาไปเกือบหนึ่งปี ภายในแดนมรดกของเผ่ามดแดงสวรรค์ กว่าข้าจะได้พบเจอไฟวิเศษระดับสูง หยั่งรู้มรดกของมดแดงสวรรค์ ก็ใช้เวลาไปร่วมปี"
"แต่เมื่อข้าออกมาจากมรดกมดแดงสวรรค์ ข้าก็ได้ยินข่าวคราวของเจ้า อี้เฉิน ข้าจึงไม่ลังเลบึ่งออกตามหาเจ้าในทันที ..ข้าใช้เวลาตามหาเจ้าไม่น้อย ไม่คิดว่าเจ้าจะอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ เฉกเช่นนี้อี้เฉิน ข้าคิดจะใช้มรดกของเผ่ามดแดงสวรรค์ จัดการเจ้าเสียหน่อย ทว่ายามนี้คงไม่จำเป็นต้องให้ข้าลงมือแล้วสินะ"
ก่อนเทียนเฟิงจะหันไปที่เหล่าลิ่วล้อ ไม่ว่าจะเป็นคนของ4สำนักใหญ่ ที่เขาได้ความช่วยเหลือจาก กลุ่มศิษย์เอกที่เคยบาดหมางกับอี้เฉิน หรือแม้แต่คนของเผ่าอสูรฟ้า หมายจะกลบฝังอี้เฉินให้กลายเป็นปุ๋ยในดิน "พวกเจ้า จัดการมันเสีย ยามนี้มันไม่มีทางทำอะไร พวกเจ้าได้อีกต่อไป รีบจบงานนี้แล้วไปดื่มสังสรรค์กันเถอะ"
เหล่าอนุชนผู้เยี่ยมยุทธ์ที่รวมตัวเฉพาะกิจ พวกเขายิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาอย่างไม่มีปิดบัง
อย่างไรอี้เฉินผู้นี้ก็สร้างเรื่องไว้ให้กับ4สำนักใหญ่ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า หากไม่รีบฆ่าสังหารคนผู้นี้ตอนนี้ เกรงว่า ภายภาคหน้า บุรุษผู้นี้อาจจะนำปัญหามาให้พวกเขา 4 สำนักใหญ่ก็เป็นได้
ก่อนบุรุษหนุ่มทั้งสามจะรับคำสั่ง นำศาสตราวุธออกมาใช้อย่างไม่ลังเล พร้อมอายสังหารที่โหมซัดอย่างรุนแรง มองว่าอี้เฉินในยามนี้ ไม่อาจปกป้องตนเองได้อีกต่อไป
เมื่อเสียง!!เหยียบพื้นถ้ำดังออกมาสนั่นหวั่นไหว ร่างทั้งสามที่พุ่งปราดออกไปดุจดั่งเงาพราย ไปพร้อมกับอายสังหาร ที่โหมซัดออกมาไม่ขาดสาย ฝ่ามือ ที่หมุนควงศาสตราวุธในมือ หวดออกไปใส่ศีรษะ อี้เฉินอย่างแรง หมายจะให้ชายหนุ่มผมขาวที่นั่งขัดสมาธิหลับตาพริ้ม หัวแหลกเละ เป็นแตงโมโดนทุบ มาพร้อมกับเสียง"ฆ่า"ถูกคำราม ออกมาดังกู่ก้องทั่วถ้ำใต้บึงน้ำ
เงาสังหาร เทียนเฟิงเขาไม่แม้จะหันไปดูฉากการฆ่าสังหารเสียด้วยซ้ำ เขามองว่าอย่างไรอี้เฉินก็ต้องตายตก อาภรณ์สีดำคลับจึงโบกสะบัดโยกย้ายจากไปกับการก้าวเดินของเขา เมื่อเขาที่ได้ยิน เสียงร่างแตกระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด ริมฝีปากจึงยกยิ้มออกมาด้วยความยินดี
ทว่าเมื่อ เทียนเฟิง ส่งจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบ มันก็ทำให้เขาต้องหยุดเดินกะทันหัน เมื่อเห็นอนุชนผู้เยี่ยมยุทธ์ ทั้งสาม ที่พุ่งเข้าไปฆ่าสังหารอี้เฉิน ถูกแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร จนร่างแตกสลาย กลายเป็นหมอกเลือดในฉับพลัน
เทียนเฟิงเขาถึงกับหน้าบูดหน้าเบี้ยวไม่น่ามองในทันที "บัดซบ! เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับมีแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหารเลยหรือ?"
แม้แต่เหล่าอนุชนที่เห็น กลุ่มคนของพวกเขาตายตก ยังตกตะลึงกันไม่หาย หากเป็นพวกเขาที่เข้าไปโจมตี ชีวิตน้อยๆ ได้จบสิ้นเป็นแน่ เมื่อใบหน้าเริ่มกลับมาเยือกเย็นได้อีกครา แววตาจึงจ้องมองอี้เฉินด้วยความเดือดดาลบ้าคลั่ง พร้อมอายสังหารโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ประหนึ่งว่าเป็นแดนประหารในยามนี้ ทว่าพวกเขาก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่าม เข้าไปฆ่าสังหารอี้เฉินอีกต่อไป
เทียนเฟิง เอ่ยสั่งการกลุ่มคนที่เหลือในทันทีหมายจะรุมทึ้ง อี้เฉินในยามนี้ "พวกเจ้ามัวรออะไรอยู่เล่า เกรงว่ามันจะมีแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหารเพียงแผ่นเดียว รีบจัดการมันเสียก่อนที่มันจะเลื่อนขั้นพลังจนกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก"
กลุ่มอนุชน ครั้นได้ยินพวกเขาพยักหน้าให้กันในทันที ครั้นเมื่อเตรียมจะพุ่งออกไปโจมตี พวกเขาต่างก็พากันมีใบหน้าบูดเบี้ยวจนไม่น่ามอง เมื่อเห็นอี้เฉินหยิบแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหารออกมาใช้อย่างไม่ลังเล หมายมั่นจะถ่วงเวลาพวกเขาในยามนี้
เทียนเฟิงเขากระทืบเท้าลงพื้นเบื้องล่างอย่างแรง จนเสียงดังออกมาสนั่นหวั่นไหว "ไอ้เวร เจ้ามีแผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร สองแผ่นอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าเข้าไปจัดการมันเสีย หรือพวกเจ้าไม่อยากแก้แค้นให้สำนักของพวกเจ้า โดยเฉพาะกลุ่มคนสำนักซากศพ"
เหล่าลิ่วล้อ ที่ติดตามครั้นได้ยิน พวกเขา ต่างมองใบหน้ากันเลิ่กลั่กไปมา ไม่มีใครยินยอมที่จะเอาชีวิตไปทิ้ง เฉกเช่นนั้น
จนในยามนี้ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้น อายสังหารโหมซัดออกมาอย่างไม่มีหยุดหย่อน พร้อมเสียงที่กัดกรามกรอด เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน
เทียนเฟิง กล่าวพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาล "อี้เฉิน เจ้าจะยื้อเวลาพวกข้าไปได้อีกซัก กี่ชั่วอึดใจกันเชียว หากพวกเราคิดหาวิธีได้เมื่อใด เจ้าต้องตายภายใต้เนื้อมือของพวกข้า ไม่เร็วก็ช้าอยู่ดี"
"ใช่ๆ เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่าพึ่งดีใจไป หากพวกข้าหาวิธีจัดการเจ้าได้เมื่อใด เจ้าได้ถูกพวกข้า รุมทึ้งแน่"
อี้เฉินเองก็รับรู้ แผ่นยันต์ค่ายกลฆ่าสังหาร ไม่อาจยื้อเวลา พวกเขาเหล่านั้นได้นานนัก แต่อี้เฉิน ไม่คิดว่าพวกเขาจะคิดวิธีได้เร็วมากถึงเพียงนี้
เพียงเวลาไม่กี่ชั่วอึดใจ เทียนเฟิง ก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกเจ้า หากเข้าใกล้ตัวมันไม่ได้ ก็ฆ่าสังหารมันจากระยะไกล กลบฝังมันไปพร้อมกับสถานที่ ที่น่าอุบาทว์ แห่งนี้มันเสียเลย แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีบางสิ่งแอบซ่อนอยู่ก็ตาม ข้าไม่สนใจมันอีกต่อไป"
เมื่อคำพูดนั้นดังขึ้นมาหลายคนก็พยักหน้าให้กัน เห็นพ้องต้องกันในทันที "ดี ..ดี เอาเช่นนั้น พวกเรากลบฝังมันลงนรก ไปเสีย แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องพังทลายก็ตาม"
ฉับพลัน ปราณพลังที่บ้าคลั่ง ก็ถูกระเบิดออกมาทั่วสารพางค์กาย จนรอบๆ สั่นไหวจากปราณพลังของเหล่ายอดยุทธ์ พร้อมกับ 1 อนุชนจำศีลผู้สูงส่ง มือที่ถือศาสตราวุธ ร่ายรำโจมตีออกไปด้านหน้า ก่อเกิดแสงสว่างพร่างพราว เต็มไปด้วยคลื่นปราณพลังส่งออกมาเป็นระลอกคลื่นที่เฉียบคม พร้อมจะตัดผ่าทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า
อี้เฉินในยามนี้ ราวกับเขายืนอยู่บนปากหุบเหว อเวจีอีกครา เมื่อเห็นการโจมตีเหล่านั้น พุ่งตรงมาที่ตัวเขา จนเขาไม่อาจปิดขั้นพลังได้อีกต่อไป ต้องทิ้งประสบการณ์ความรู้ที่เขายังไม่ได้ ย่อยดูดซับมันเข้าไปไม่น้อย แม้ว่าเขาจะเลื่อนขั้นพลังได้
ทว่ากลับทำให้ฐานพลังที่ไปอยู่ในขั้นพลังเทวะ ขั้นสุด ฐานพลังอ่อนแอ เสียหายอย่างหนัก ต้องควานหาสิ่งล้ำค่ามาเติมเต็ม ...แต่เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของอี้เฉินเอาไว้ เขาจึงจำเป็นต้องหลบการโจมตี ที่บ้าคลั่งเหล่านั้น หลบหนีออกไป
เสียง"ตูม" ดังออกมาก้องฟ้า ส่งผลให้ ถ้ำใต้บึงน้ำ จมหายไปในพริบตา มาพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ของพวกเขาเหล่านั้น ดังออกมาดังลั่น