วารุตพาเจ้าขวานเดินไปยังหน้าประตูบานใหญ่ทางฝั่งซ้าย เจ้าชายภูวดลและเสือโคร่งโยรุก็เดินเคียงข้างกันไปยังประตูบานใหญ่ทางฝั่งขวา พอถึงจุดออกตัวทั้งสองฝ่ายก็หันหน้ากลับมายังจุดกึ่งกลางของลานประลอง
“จะเริ่มแล้วสินะ”
เมฆาพึมพำ เขายืนชมอยู่ข้างบนอัฒจันทร์
ไม่นานศารทูลก็ตะเบ็งเสียงดังกึกก้องออกมา
“เริ่มต้นการประลอง!”
การแผดเสียงก้องกังวานของศารทูลยังไม่สิ้นสุดดี เสือโคร่งโยรุก็วิ่งทะยานออกมาซะแล้ว มันควบตะบึงจากจุดเริ่มต้นมายังกึ่งกลางของลานประลองด้วยความรวดเร็ว
และดูเหมือนเจ้าขวานก็จะตอบรับคำเชื้อเชิญอหังการนั้นเสียด้วย มันพุ่งกระโจนออกตัวแซงหน้าวารุต โดยที่เขาเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ
แม้จะมีความรู้สึกเฉลียวใจแต่เมฆาก็แอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า ซึ่งก็รวมไปถึงศารทูลเช่นเดียวกัน มันจะมีสัตว์สักกี่ตัวกันเชียว ที่จะกล้าวิ่งเข้าใส่เสือโคร่งโยรุ
วารุตและเจ้าชายภูวดลต่างก็รีบวิ่งไล่ตามหลังสัตว์ซาตานของตน แต่ทั้งคู่ออกตัวช้ากว่าพวกมัน จึงเป็นฝั่งของสองสัตว์ร่างใหญ่ที่ทะยานเข้าประจันหน้ากันก่อน พวกมันไม่มีการชะลอความเร็วใดๆ เลย หุนหันพลันแล่นกันทั้งคู่ ซึ่งก็แน่นอนว่าสัตว์ที่มีร่างกายขนาดใหญ่กว่า ก็ย่อมมีเรี่ยวแรงมากกว่า
แม้เจ้าขวานจะกระโดดเข้าใส่ด้วยจังหวะที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อพอเข้าถึงตัวกลับถูกอุ้งเท้าคู่หน้าของเสือโคร่งโยรุตะปบ ซัด! เข้าเต็มๆ จนมันเสียหลักเซถลาล้มกลิ้งฝุ่นตลบ โครม!
วารุตวิ่งผ่านสองสัตว์ร่างยักษ์ที่กำลังฟัดเหวี่ยงนัวเนีย พุ่งเข้าใส่เจ้าชายภูวดล ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง เขาประเดประดังออกอาวุธจู่โจมเข้าใส่องค์รัชทายาทในทันที อย่างไม่ยั้งมือ เหวี่ยงหมัดฮุกซ้าย เตะขาขวาขึ้นพาดสูงระหว่างลำคอ กระโดดทะยานเข่าลอย
เจ้าชายภูวดลทำได้แค่หลบหลีกและปัดป้องด้วยท่าทางทุลักทุเล จนในท้ายที่สุดก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงทุกการโจมตีได้พ้น ถูกลำแข้งซ้ายของวารุตเตะอัดเข้าต้นแขน แถมยังเสียท่าให้กับหมัดขวาที่เสยขึ้น ซัด! เข้าปลายคาง เจ้าชายภูวดลเลือดกบปากภายในหมัดเดียว
ถูกกระหน่ำโจมตีเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวว่าไม่สบอารมณ์แล้ว แต่พอมองเห็นสายตาและสีหน้าเรียบนิ่งของวารุต ยิ่งทำให้เจ้าชายภูวดลรู้สึกไม่สบอารมณ์มากเข้าไปใหญ่
สีหน้าเหยเกบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว เสียงกัดกรามแน่น ดังกรุบกรับ! ดวงตาจ้องเขม็ง และพระองค์ก็ส่งเสียงเรียกสัตว์ซาตานให้กลับมาหาตน
“โยรุ!”
แม้ว่าเจ้าชายภูวดลจะไม่ใช่นายที่แท้จริงของมัน แต่เสือโคร่งโยรุที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี มันย่อมรู้หน้าที่ ขณะที่มันกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่กับเจ้าขวานอย่างชุลมุนชุลเก เมื่อได้ยินเสียงเรียกขานของเจ้าชายเสือโคร่งโยรุก็รีบสลัดเจ้าขวานทิ้งและวิ่งกลับมา
ด้วยเหตุนี้วารุตจึงต้องล่าถอยเพื่อรักษาระยะห่าง เขาไม่อาจที่จะอยู่ใกล้ภายในรัศมีทำการเสือโคร่งโยรุได้
กลยุทธ์ในการเอาชนะของวารุตก่อนหน้านี้ก็คือ ให้เจ้าขวานยับยั้งเสือโคร่งโยรุเอาไว้ และตนจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปเผด็จศึกเจ้าชายภูวดล ซึ่งก็เป็นไปตามกฎกติกาและเงื่อนไขของการประลอง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าชายภูวดลคงจะไม่ยอมให้เขาง่ายๆ
เขายืนนิ่งดูเชิงอยู่กึ่งกลางสนามสักพัก ไม่นานเจ้าขวานเองก็วิ่งถลากลับมาหาเขา ทุกอย่างจึงกลับมาเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายกลับมายืนประจันหน้ากันอีกครั้ง
“นี่น่ะหรือ สิ่งที่เจ้าอยากให้ข้าเห็นกับตาของข้าเอง เมฆา”
กษัตริย์สิงหลตรัสถามชายแก่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“บัดนี้ข้าได้ประจักษ์กับมันแล้ว เด็กคนนี้เก่งกาจ”
ปลายเท้าของกษัตริย์สั่นระริกอยู่ไม่สุข มือทั้งสองข้างกำกำปั้นแน่น เหมือนกับคนที่กำลังพยายามระงับความพิโรธของตัวเอง
“เขาเป็นเด็กที่น่าสนใจมากทีเดียวขอรับ ข้าคิดว่าเขาน่าจะพัฒนาขึ้นได้อีก”
เมฆาเอ่ยเสริม โดยไม่ได้หันกลับมามองท่าทางเคร่งเครียดของกษัตริย์สิงหล เพราะเขามัวแต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องล่าง
“ถ้าเป็นเช่นนี้ ภูวดลจะเป็นฝ่ายปราชัยใช่ไหมเพคะ”
เจ้าหญิงกรรณิการ์เอ่ยถามบ้าง
กษัตริย์สิงหลพยายามควบคุมอารมณ์โกรธงุ่นง่านของตัวเองแล้วตอบกลับลูกสาวว่า
“ตอนนี้ยังไม่รู้ผล เราต้องเฝ้าดูกันไปก่อน การประลองยังไม่สิ้นสุดลงหรอกนะลูกพ่อ”
ในขณะเดียวกันศารทูลผู้ที่เป็นกรรมการ ตอนนี้เขายังคงยืนอยู่ข้างสนาม ไม่ได้เดินเข้ามาแทรก หรือออกคำสั่งให้ผู้เข้ารับการประลองหยุดพักแต่อย่างใด มันขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองฝ่ายจะเปิดฉากอีกครั้งเมื่อไหร่เพียงเท่านั้น
วารุตใช้มือปาดเหงื่อที่ไหลนองอาบหน้า ส่วนทางเจ้าชายภูวดลก็ถ่มถุยน้ำลายที่มีเลือดปะปนออกมา สายตาของทั้งคู่กลับมาประสานกัน แต่ดูเหมือนว่าทางฝั่งวารุตจะขอเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน
“มาลุยต่อกันเถอะเจ้าขวาน”
กำปั้นขวายกขึ้นมากระทบกับฝ่ามือข้างซ้าย หน้าตาเอาจริงเอาจัง เจ้าขวานแผดเสียงดุดันออกมาสั้นๆ แต่หนักแน่นรับ
ไม่มีการส่งสัญญาณหรือนัดแนะกันใดๆ จู่ ๆ ทั้งคู่ก็พุ่งพรวดตรงออกไปด้านหน้าพร้อมๆ กัน
และก็แน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามเองก็ไม่รอช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าเสือโคร่งโยรุ พอมันเห็นหมาป่าตัวใหญ่วิ่งถลามา มันก็ควบตะบึงเข้าหาอย่างฉับพลันทันทีโดยไม่รีรอให้ใครมาออกคำสั่ง แต่ละฝ่ายต่างก็พุ่งทะยานเข้าหากันด้วยความเร็ว