King of world ราชันแห่งพิภพ

    สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ

            ​

            สกิลอูรสงครามที่แท้จริง! ทำงาน!

            บรรยากาศรอบด้านวาสทวีความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม วาสกู่ร้องคำรามยาวเหยียด ค่าสถานะไต่ระดับขึ้นสูงไม่หยุดยั้ง

            จิตสังหารบริสุทธิ์สังหารแพร่กระจายออก บรรยากาศหนักหน่วงกดทับรอบบิรเวณ

            เดิมทีจิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสไม่สามารถกดข่มมอนเตอร์ระดับสูงอย่างมอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงได้ แต่ว่าเวลานี้มอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงต่างพากันตัวสั่นด้วยความหวาดผวา

            ความต้องการฆ่าปรากฏเด่นขึ้นในดวงตาของวาส แต่ทว่าน่าแปลกที่ท่าทางของเขายังเต็มไปด้วยความสุขุมเย็นชาแตกต่างจากท่าทางบ้าคลั่งเมื่อครู่

            “นี่มัน...”วาสรู้สึกเหมือนความทรงจำขาดหายไปช่วงหนึ่ง เขากำหมัดแน่นเกิดเสียงทึบๆดังขึ้น

            ความแข็งแกร่งของเขา...เพิ่มขึ้นมหาศาล!

            มันมากเสียยิ่งกว่าตอนที่วาสใช้สกิลทลายขีดจำกัดเสียอีก!

            สกิลอสูรสงครามที่แท้จริง[ Lv.1 ( 0 % ) ] =>สกิลติดตัว ทำงานพร้อมกับสกิลสันดานดิบอสูรสงคราม เมื่อสกิลทำงานเพิ่มค่าสถานะทุกค่า 300% เพิ่มประสิทธิภาพสกิลทุกสกิล 300% ไม่ตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง สกิลจะทำงานเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมงและจะหายไปพร้อมสกิลสันดานดิบอสูรสงคราม

            วาสแสยะยิ้มออกกว้าง

            สกิลอสูรสงครามที่แท้จริงถือเป็นสกิลที่ปิดจุดบอดของสกิลสันดานดิบอสูรสงคราม

            ควรจะรู้ว่าศัตรูที่รับมือได้ง่ายที่สุดคือศัตรูที่ไร้สติ

            นอกจากนี้ดูเหมือนว่าสกิลนี้ยังไม่มีผลกระทบหลังใช้เหมือนสกิลทลายขีดจำกัดอีกด้วย!

            แต่แล้ววาสก็คิดถึงบางอย่าง เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นเพื่อตรวจสอบก่อนที่ร่างเขาจะสะท้านเฮือกใหญ่

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”วาสหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทำเอามอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงที่เฝ้าระวังอยู่รอบๆตกใจยกใหญ่

            สาเหตุที่วาสหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังก็เพราะว่าค่าสถานะของเขาตอนนี้มีค่ามากกว่า 8 เท่าของค่าสถานะปกติ!

            สกิลอสูรสงครามที่แท้จริงสามารถซ้อนทับสกิลสันดานดิบอสูรสงครามได้!

            เมื่อสันดานดิบอสูรสงครามทำงาน วาสจะมีค่าสถานะเป็น 2 เท่าของปกติ แต่พอสกิลอสูรสงครามที่แท้จริงทำงาน มันจะเพิ่มอีก 300%ของที่มีอยู่ หรือ 6 เท่าของค่าสถานะปกติ

            และเมื่อรวมกับของเดิม จะเท่ากับว่าวาสมีค่าถานะเป็น 8 เท่าจากค่าสถานะปกติ!

            วาสหัวใจเต้นอย่างรุนแรง ถ้าเขาใช้สกิลทลายขีดจำกัดรวมด้วย....

            มันจะเป็น 32 เท่าของค่าสถานะปกติ!

            ด้วยค่าสถานะขนาดนั้นเขาจะสามารถตบแม่ทัพใหญ่ก็อบลินให้ตายได้ด้วยฝ่ามือเดียว!

            แต่โอกาสมันช่างเลือนราง อย่าลืมว่าสกิลสันดานดิบอสูรสงครามมีโอกาสทำงานแค่ 10%ในช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น และหากสกิลสันดานดิบอสูรสงครามไม่ทำงาน สกิลอสูรสงครามที่แท้จริงก็จะไม่ทำงานด้วย!

            ถ้าเผ่าพันธุ์อสูรสงครามใช้สกิลทั้ง 2 นี้ได้ดั่งใจนึกพวกเขาคงครองโลกนี้ไปนานแล้ว

            ‘ช่างมันเถอะ ตอนนี้สนใจเรื่องปัจจุบันดีกว่า’วาสเหลือบมองเหล่ามอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงด้วยสายตาเย็นเฉียบ ไอ้พวกนี้ทำเขาเสียเวลามามากแล้ว

            เพียงแค่คิดจิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสก็กระจายออกมาทันที

            ระยะของจิตสังหารบริสุทธิ์ก็คือ....พื้นที่ทุกตารางนิ้วของชั้นที่ 12!

            สกิลสันดานดิบอสูรสงครามและสกิลอสูรสงครามที่แท้จริงไม่ได้เพิ่มแค่ค่าสถานะเท่านั้น มันยังเพิ่มประสิทธิภาพสกิลอีกด้วย

            ยิ่งบวกกับค่าสถานะเพิ่มความสามารถสกิลของวาส ทำให้สกิลของวาสตอนนี้มีประสิทธิภาพรุนแรงพอๆกับสกิลเลเวล 10!

            เฮือก!

            มอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงทั้งหมดในชั้น 12 ลมหายใจขาดห้วง หัวใจหยุดเต้นภายในทันที!

            กระทั่งมอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงกลายพันธุ์ตอนนี้ก็ทำได้เพียงยืนเหม่อลอยอย่างโง่งม

            “ฆ่าพวกมัน!”ราชันแห่งความตายนิรันดร์ทะยานไปตามคำสั่ง กระดูกสีดำแทงทะลุคอของมอนเตอร์ลิงยักษ์ขนแดงกลายพันธุ์ปลิดลมหายใจสุดท้ายของพวกมันไป!

            มอนเตอร์ชั้นที่ 12 ที่ถ่วงเวลาวาสมาเป็นเวลานับวัน ตายตกไปเสียง่ายๆอย่างนั้น!

            วาสจัดเก็บซากศพของพวกมันอย่างรวดเร็ว ตาเบือนไปมองประตูทางลงไปสู่ชั้น 13

            ‘มีเวลาหนึ่งชั่วโมง ด้วยค่าสถานะขนาดนี้ไหวแน่!’วาสคิดอย่างมั่นใจ รีบพุ่งหายเข้าไปในประตูมืด เขาต้องรีบทำเวลาให้เร็วที่สุด ก่อนที่สกิลอสูรสงครามที่แท้จริงและสกิลสันดานดิบอสูรสงครามจะหมดเวลา

            นอกจากนี้เขาจะต้องเผื่อเวลาไว้เผื่อขากลับด้วย

            ไม่เช่นนั้นเขาคงจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่ชั้นที่ 12 เช่นเดิม

            แต่เพียงวาสก้าวขาเข้าไปสู่ประตูที่มืดมิดเพียงก้าวแรก ขนของเขาก็ลุกซู่!

            สกิลสุดยอดสัญชาตญาณที่พัฒนาขึ้นชั่วคราวกำลังเตือนเขาว่าอย่าเข้าไป!

            วาสเกิดความลังเล ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สัก 10 นาที วาสคงไม่เข้าไปแน่ เพราะแค่ชั้นที่ 12 เขาก็สู้ไม่ไหวแล้ว แต่เวลานี้มันต่างกัน ต่อให้เขาเจอนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 เขาก็เชื่อว่าสามารถต่อกรได้ชั่วครู่หนึ่ง

            ‘อย่างน้อยลองเชิงมอนเตอร์ชั้นที่ 13 สักตัวแล้วค่อยคิดอีกทีแล้วกัน’ ว่าแล้วร่างวาสก็หายไปในความมืดพร้อมกับเหล่าราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่ตามมาด้านหนัง

            ทางลงสู่ชั้นต่อไปยังมืดเช่นเดิม

            ปกติทางลงสู่ชั้นต่อไปจะไม่มีอันตราย แต่จวบจนบัดนี้สกิลสุดยอดสัญชาตญาณยังทำงานไม่หยุดทำให้วาสเชื่อไม่ลงว่ามันไม่มีอะไร

            วาสหันไปมองที่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่ตามมาด้านหลัง ถึงจะมืดแต่เขาก็สามารถเห็นรูปร่างสูงใหญ่ของพวกมันได้ลางๆ ด้วยสถานะตอนนี้พวกมันไม่สามารถคุ้มครองเขาได้แล้ว แต่พวกมันยังมีประโยชน์อย่างอื่นอยู่

            วาสควานหาบางอย่างในถุงมิติของเขา เพียงครู่เดียวถังไม้ใบใหญ่ที่ถูกปิดสนิทมิดชิดก็ถูกนำออกมาหลายถังและสิ่งที่วาสทำต่อไปก็คือเตะถังไม้เหล่านั้นใส่ราชันแห่งความตายนิรันดร์

            ถังไม้แตกกระจาย ของเหลวเหนียวหนืดหกรดท่วมตัว ตามด้วยประกายไฟที่เด่นสง่าขึ้นวูบหนึ่งท่ามกลางความมืด

            พรึ่บ!

            เปลวไฟลุกโชนท่วมตัวราชันแห่งความตายนิรันดร์ทั้ง 10 ตัว

            ถังเมื่อครู่บรรจุไว้ด้วยไขมันมอนเตอร์!

            ไขมันมอนเตอร์ในโลกนี้คุณภาพสูงกว่าไขมันสัตว์ในโลกเดิมมาก

            เพียงจุดไฟใส่ มันจะลุกโชนเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง!

            แต่เปลวเพลิงพวกนั้นทำอะไรราชันแห่งความตายนิรันดร์ไม่ได้แม้แตน้อย แต่มันกลับช่วยให้ทางลงสู่ชั้นต่อไปสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

            “ไปต่อ!”

            วาสที่ถูกห้อมล้อมด้วยราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่เป็นกลุ่มไฟขนาดใหญ่ มุ่งหน้าลงไปอย่างระมัดระวัง

            เพียงไม่นานแสงสว่างจากปากทางเข้าสู่ชั้นที่ 13 ก็เข้าสู่สายตาวาส

            แต่การจะผ่านไปสู่ชั้นที่ 13 เขาจะต้องผ่านผู้พิทักษ์ตัวหนึ่งที่เฝ้าประตูไว้ก่อน

            ดวงตาสีแดงแบบเดียวกับวาสกำลังจดจ้องมาที่พวกเขา แต่เมื่อวาสมองเห็นมันกลับลืมหายใจไปชั่วขณะ ความคิดพลันหวนไปนึกถึงความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน

            มันเป็นช่วงเวลาที่เขาเดินทางมาโลกใบนี้ระยะแรกๆ!

            ฮูมมมมมม!

            หุ่นเหล็กยักษ์สีดำคำรามออกมา ปลุกวาสออกมาจากห้วงความคิด!

            โกเลมดาวตก! มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!

            โกลเลมดาวตกที่วาสเคยเจอมันอยู่ที่วิหารของชาวเอลไฮม์!

            เดี๋ยวก่อน! เอลไฮม์!

            วาสสะท้าน เผลอมองแหวนสีเพลิงที่นิ้วมือโดยไม่รู้ตัว

            จากที่เขารู้แหวนแบบนี้มี 5 วง...

            โกเลมดาวตกมาอยู่ที่นี่! หมายความว่า...

            ด้านล่างอาจจะมีวิหารเอลไฮม์ซ่อนอยู่ และอาจจะมีแหวนแบบเดียวกับที่วาสมีซ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน

            อุปกรณ์ระดับพิเศษ!

            วาสทวีความตื่นเต้น ตะโกนก้องว่า!

            “จับมันไว้!”ราชันแห่งความตายนิรันดร์พุ่งเข้าใส่โกเลมดาวตกพร้อมเพรียงกัน

            ภายใต้การสั่งการของวาส ราชันแห่งความตายนิรันดร์ตัวหนึ่งมุดลงต่ำและจับข้อเท้าทั้งสองข้างของโกเลมดาวตกไว้ ในขณะที่ราชันแห่งความตายนิรันดร์อีกตัวหนึ่งใช้ไหล่กระแทกเข้าที่กลางอกของโกเลมดาวตก ทำให้โกเลมดาวตกเสียสมดุลล้มตึงลงไป

            ส่วนราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่เหลือต่างก็พากันช่วยจับยึดแขนขาทั้ง 4 ของโกเลมดาวตกไว้

            วาสเชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการโกเลมดาวตกได้ ครั้งที่แล้ววาสเป็นเพียงแค่มือใหม่ของโลกนี้แต่เขาก็ยังสามารถล้มมันได้ แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นลิบลับ ไม่มีทางที่โกเลมดาวตกจะเอาเขาอยู่

            จุดเด่นของโกเลมดาวตกคือพละกำลังและร่างกายที่แข็งแกร่งจนอาวุธใดยากจะทำลาย แต่ในคราวที่แล้วมันได้แพ้ทางสกิลมิติที่วาสมี

            ทว่าในหลุมนิรนามนี้ต่างกัน วาสไม่สามารถใช้สกิลเรียกใช้งานใดๆได้ จึงได้แต่ต้องใช้วิธีอื่นในการจัดการโกเลมดาวตก

            ก่อนที่วาสจะได้ทำอะไร โกเลมดาวตกที่กอยู่ในวงล้อมของราชันแห่งความตายนิรันดร์ก็คำรามดังลั่นออร่าสีขาวปกคลุมเคลือบเป็นชั้นบางๆ แล้วพลันขยับกายอย่างดุดันเหวี่ยงราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่เกาะแขนอยู่ให้ปลิวกระจายออกไป!

            “เป็นไปไม่ได้!”วาสอุทาน จากความทรงจำของเขาโกเลมดาวตกไม่ได้มีความแข็งแกร่งถึงขั้นนักรบกลายพันธุ์!

            “มันแข็งแกร่งกว่าตัวที่เราเคยเจอ!”ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่ง่ายอย่างที่วาสคิดเสียแล้ว

            เพียงครู่เดียวโกเลมดาวตกก็สะบัดหลุดออกจากการจับกุม ดวงตาสีแดงของโกเลมดาวตกจ้องไปที่วาส มันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและทำท่าเหมือนเตรียมวิ่งเข้าใส่วาส

            วาสย่นคิ้ว เตรียมตัวรับมือ โกเลมดาวตกตัวนี้มีอะไรแปลกๆ

            แต่แล้วโกเลมดาวตกก็ทำสิ่งที่วาสคาดไม่ถึง มันไม่ได้วิ่งเข้าใส่วาส แต่มันกลับวิ่งเข้าไปที่ชั้น 13!

            “เฮ้ย! ตามมันไป!”มีบางอย่างแปลกๆจริงๆ ปกติไม่มีทางที่โกเลมดาวตกจะวิ่งหนีวาสไปอย่างนี้

            ร่างกายของโกเลมดาวตกทำขึ้นมาจากวัสดุล้ำค่า แม้กระทั่งอุปกรณ์ที่วาสสวมใส่อยู่ก็ทำขึ้นมาจากวัสดุนี้ อุปกรณ์ชุดนี้กระทั่งป้องกันการโจมตีของนักรบกลายพันธุ์ได้ ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้มันหลุดลอยไป!

            วาสและราชันแห่งความตายนิรันดร์ทั้ง 10 ตัววิ่งออกมาจากประตูสู่ชั้น 3 ก่อนที่พวกเขาจะชะงัก

            ชั้นที่ 13 เป็นดินแดนรกร้าง ผืนดินแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยรอยแตกกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

            ที่ไกลสุดสายตานั้นมีร่างโกเลมดาวตกยืนนิ่งอยู่ มันมองมาที่พวกเขาอย่างท้าทาย

            วาสกวาดตามองดูรอบๆ ไม่เห็นวี่แววของมอนเตอร์แม้แต่ตัวเดียว บนพื้นดินไม่มี บนท้องฟ้าก็ไม่มี งั้นแสดงว่าอยู่ใต้ดิน?

            วาสคาดว่าโกเลมดาวตกคงจะล่อพวกเขาให้เข้ามาที่นี่เพื่อให้มอนเตอร์จัดการ แต่เขาไม่หลงกลมันง่ายๆ

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์สยายปีกออกกว้าง บินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ที่เหนือศีรษะโกเลมดาวตก

            โกเลมดาวตกชะเง้อคอมองวาสอย่างนิ่งสงบ

            “เตรียมตัวโดนหลอมเป็นอุปกรณ์เถอะแก”วาสพูดเสียงค่อย

            ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับวาส!

            สกิลสุดยอดสัญชาตญาณกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั่วร่างวาสสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ!

            “อะไร!”วาสตกใจ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

            สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่าให้รีบหนีไป แต่สมองเขากำลังหาเหตุผล!

            ทั้งสองอย่างกำลังขัดแย้งกัน!

            หัวใจของวาสเต้นตึกๆๆๆๆๆ และมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อของวาสไหลท่วมทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่

            “ไม่ดีแล้ว!”วาสตัดสินใจถอย ถึงจะไม่เข้าใจแต่เขาจะไม่ยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับอันตรายที่ไม่รู้จัก

            ทว่าก่อนที่วาสจะจางไป จู่ๆหนังศีรษะของวาสก็ชาหนึบ ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่!

            ความตาย!

            วาสรู้สึกถึงความตายที่กำลังหายใจรดต้นคอของเขา!

            โกเลมดาวตกยังคงเงยหน้ามองดูวาสด้วยความนิ่งสงบ เขาไม่เข้าใจว่ามันมองเขาหรืออะไรกันแน่!

            ‘หรือว่า....!”วาสหันขวับขึ้นมองบนท้องฟ้าที่สูงขึ้นไป

            ด้านล่างคือพื้นดินที่ว่างเปล่า ด้านบนก็คือท้องฟ้าที่ไร้เมฆ มีก็แต่เพียงดวงดาวจำนวนหนึ่งประดับไว้

            ‘หือ!...ดวงดาว’วาสเบือนสายตาไปมองดวงดาวกลุ่มนั้นและเริ่มนับจำนวน

            1...2...3...4....5........................................13!

            “หนี!”วาสทุ่มพลังทั้งหมดกระโจมออกจากหลังของราชันแห่งความตายนิรันดร์และพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุดตรงไปยังประตูที่พึ่งออกมา

            วินาทีเดียวกับที่วาสเคลื่อนไหว ดวงดาวทั้ง 13 ดวงก็เคลื่อนไหวตาม!

            ดวงดาวทั้ง 13 ดวงโคจรลัดฟ้าดวงความเร็วที่น่าสะพรึง! มันเร็วยิ่งกว่าวาสที่มีค่าสถานะกว่า 8 เท่าของค่าสถานะเดิม!

            แผ่นหลังของวาสรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากด้านหลัง แต่เขาไม่กล้าเสียเวลาแม้สักเสี้ยววินาทีเพื่อหันไปมอง

            “ขวางพวกมันไว้!”ถึงวาสจะมองไม่เห็นแต่เขาก็รู้ว่าราชันแห่งความตายนิรันดร์กำลังพุ่งไปขวางดวงดาวทั้ง 13 ดวงตามคำสั่งของวาส

            แต่น่าเสียดาย ดวงดาวทั้ง 13 ดวงไม่สนใจราชันแห่งความตายนิรันดร์แม้แต่นิดเดียว ดวงดาวทั้ง 13 ดวงลอยข้ามศีรษะราชันแห่งความตายนิรันดร์ไปเพียงพริบตาเดียวก็มาถึงตัววาสแล้วล้อมรอบเขาไว้

            วาสมองประตูทางออกที่ห่างไปแค่ไม่กี่10เมตรด้วยความข่มขื่น

            ไอร้อนที่แผ่ดวงดาวทั้ง 13 ดวงทำให้บรรยากาศบิดเบี้ยว พวกมันกำลังหมุนวนรอบตัววาสเหมือนดวงดาวกำลังโคจรรอบจักรวาล

            วาสสามารถมองเห็นพวกมันอย่างเต็มตาได้เป็นครั้งแรก

            ความจริงพวกมันไม่ใช่ดวงดาว แต่เป็นมอนเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนหอยเม่นทะเลที่เรืองแสงได้ หนามแหลมห่างจากวาสไม่ถึงคืบมีบางคราที่เผลอกรีดไปบนชุดเกราะวาสอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับทำให้ชุดเกราะวาสเป็นรอย!

            จากนั้นมอนเตอร์ทั้ง 13 ตัวก็เริ่มสั่นไหว ร่างกายของพวกมันสั่นระริก อุณหภูมิทะยานขึ้นสูงทำให้วาสรู้สึกเหมือนอยู่ในเตาหลอม

            พวกมันกำลังจะระเบิด!

            วาสถอนหายใจก่อนจะสบถออกมา

            “บัดซบ!”

            ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

            ทะเลเพลิงแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง รัศมีหลายกิโลเมตรตกอยู่ในทะเลเพลิง

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์ถูกทะเลเพลิงนี้เผาไหม้จะกลายเป็นฝุ่นผง

            กระทั่งโกเลมดาวตกที่ยืนอยู่ไกลๆก็ไม่เวนร่างกายของมันเริ่มที่จะหลอมละลาย แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของมันกลับเริ่มฟื้นฟูเรื่อยๆต้านทานการหลอมละลาย

            แต่สำหรับวาสที่ตกอยู่ในศูนย์กลางของทะเลเพลิงมีสภาพไม่สู้ดีนัก

            ชุดเกราะของเขากลายเป็นของเหลว ไหลไปตามผิวหนังสร้างความแสบร้อน แต่ความร้อนนั้นเทียบไม่ได้จากความร้อนของทะเลเพลิงรอบตัว

            วาสกรีดร้องโหยหวน ถ้าเป็นเมื่อก่อนวาสคงตายภายในวินาทีเดียวกับตอนระเบิด แต่จากค่าสถานะลดความเสียหายและค่าสถานะฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้นสูงชั่วคราวทำให้เขายื้อชีวิตมาได้

            ร่างกายของเขากำลังถูกแผดเผา อวัยวะของวาสได้รับผลกระทบจากการระเบิดทำให้เสียหายอย่างหนัก สมองอื้ออึงสับสน สายตาพร่าเลือน สติลางเลือนใกล้จะหายไปเต็มที

            ‘นี่เราจะต้องมาตายที่นี่จริงๆหรือ’คิดได้แค่นี้สติของเขาก็เลือนหายไป พร้อมกับร่างที่จมอยู่ในกองไฟ แต่ก่อนที่ดวงตาจะปิดสนิทสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นก็คือขนนกสีขาวที่ตกลงมาจากท้องฟ้า