High Human

    HH 40

    “รูกาสิมะ?” หญิงสาวเปิดปากพูดใบหน้าแสดงถึงความกังวล

    โจชะงักเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด ตอนนี้เขารู้สึกว่ามีปัญหาแล้ว เขาจึงได้แต่มองหน้าเธอด้วยความงุนงง

    หญิงสาวหูแมวคิ้วขมวดเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่พูดอะไรจึงเอ่ยถามอีกครั้งแต่เขาก็ยังคงเงียบเช่นเดิม

    สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจออกมาแล้วใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ตัวเองและพูดว่า “รูว”

    โจเข้าใจว่าเธอพยายามบอกกับเขาว่าเธอชื่อรูวแต่เขาก็อดขำในใจไม่ได้เหมือนกับเขาเป็นเด็กและหญิงสาวเป็นพี่เลี้ยง

    “รูว” โจพูดตามจากนั้นเขาก็ชี้มาที่ตัวเองและพูดว่า “โจ” 

    “โจ” รูวพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

    รูวไม่พูดอะไรต่อเธอหันหลังและเดินออกไปข้างนอก จากนั้นก็กลับมาพร้อมถ้วยที่ใส่เมล็ดบางอย่างสึทองกลมและมีน้ำสีเหลืองอ่อนพร้อมกับควันและกลิ่นที่หอมฉุย

    ได้กลิ่นหอมท้องของเขาก็ร้องขึ้นมา โจไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานเท่าไรแต่น่าจะนานพอตัวเพราะเขารู้สึกหิวมาก

    แต่เพราะเขายังเจ็บจนแทบจะหยิบจับอะไรไม่ได้ รูวจึงต้องเป็นคนช่วยป้อนให้เขา

    ครั้งนี้โจสำรวจเธอในระยะที่ใกล้มากและพบว่าใบหน้าของเธอละเอียดอ่อนและเรียบเนียน นอกจากนี้หูทั้งสองข้างบนหัวของเธอยังกระดิกไปมาราวกับมีชีวิต เขาอยากจับมันแต่ก็ต้องอดใจไว้ไม่ให้ทำตัวเสียมารยาทกับคนที่ช่วยชีวิตเขา

    หลังจากที่โจกินข้าวเสร็จ รูวก็ออกไปข้างนอกอีกครั้งและกลับมาพร้อมถ้วยยาในมือ กลิ่นของยาไม่ค่อยจะพึงประสงค์เท่าไรแต่เขาก็ต้องกล้ำกลืนกินมันลงไป

    หลังจากนั้นรูวก็พูดกับเขาด้วยภาษาที่ไม่เข้าใจแต่จากการสังเกตุสีหน้าของเธอก็ทำให้รู้เป็นนัยๆว่าเธอต้องการบอกให้เขาพักผ่อน

    ในตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแอมากจึงไม่ได้ดื้อรั้นและยอมนอนลง อาจจะเป็นเพราะบาดเจ็บสาหัสจึงทำให้เขาหลับไปในเวลาต่อมา

    สามเดือนผ่านไปร่างกายของโจก็หายสนิท ในเวลาสามเดือนที่ผ่านมานั้นเขาได้รับการดูแลจากรูว ทุกวันเธอจะมาพูดคุยกับเขาแม้ตอนแรกจะฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม อย่างไรก็ตามผ่านไปนานเขาก็เริ่มเข้าใจภาษาของรูวมากขึ้นจนเริ่มพูดได้บ้างแล้ว

    เธอเล่าให้เขาฟังว่า ในตอนที่เธอกำลังหาของป่าเพื่อนำกลับมาทำอาหารนั้นเธอก็ได้เห็นลูกไฟกำลังตกลงมาจากท้องฟ้า ดอนแรกเธอกลัวว่านี่จะต้องเป็นการลงทัณฑ์จากสวรรค์แต่ด้วยความสงสัยจึงไปดู และเธอก็ได้พบกับโจที่กำลังนอนหมดสติและเต็มไปด้วยเลือด 

    เมื่อเห็นว่าโจไม่ตายรูวจึงลากเขากลับมาที่หมู่บ้าน ตอนแรกคนในหมู่บ้านบอกให้ทิ้งเขาไปเพราะกลัวจะเกิดเรื่องร้าย แต่เธอก็ยืนกรานที่จะช่วยเหลือเขา

    “ทำไมเธอถึงช่วยผมล่ะ? ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้จักกัน” โจกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

    “เพราะว่าฉันเห็นว่าคุณเป็นคนดี” รูวตอบ

    โจเลิกคิ้วขึ้นและถามด้วยความสงสัย “คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมเป็นคนดี?”

    “เพราะฉันเห็น…” รูวพูดแค่นั้นและเธอก็ไม่พูดอีกเหมือนกับว่าเธอลังเลที่จะบอกเขา

    “ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องบอกผมก็ได้” เห็นท่าทางของเธอโจจึงพูดด้วยรอยยิ้ม

    “ขอโทษนะคะ” รูวทำหน้าตาน่าสงสาร

    แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่โจก็ไม่อยากทำให้เธอลำบากใจ เธออุตส่าช่วยเขาเอาไว้หากไม่ได้เธอเขาก็คงต้องตายแน่ๆ

    “ผมนอนอยู่ที่นี่มาสามเดือนตอนนี้ว่าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย” โจกล่าว

    “เอ๋…แต่พวกเขา” รูวมีท่าทางกังวล โจรู้ดีว่าคนในหมู่บ้านเหมือนจะไม่ชอบหน้าโจเพราะเขาเป็นคนแปลกหน้า

    “ไม่เป็นอะไรหรอก” โจยิ้ม

    “ขอถามเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ?” รูวมีท่าทางลังเล

    “อยากถามเรื่องอะไรล่ะ?” 

    “ทำไมคุณถึงไม่มีหูล่ะคะ?” รูวมองไปบนหัวของโจซึ่งไม่มีหูเหมือนอย่างเธอ

    “เพราะผมไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับคุณน่ะ” โจตอบด้วยรอยยิ้ม

    “เอ๋…คุณเป็นคนต่างเผ่าเหรอเนี่ย แต่ทำไมคุณถึงดูเหมือนพวกเรามากกว่าพวกเขา” รูวทำหน้าสงสัย

    “ใครเหรอ?” โจรู้สึกสนใจขึ้นมาดูเหมือนดาวดวงนี้จะมีเผ่าพันธุ์อื่นๆอาศัยอยู่ด้วย

    “พวกนั้นเป็นเผ่าพันธุ์แอนตินอส รูปร่างของพวกเขาใหญ่โตและน่ากลัวมาก พวกเขาเป็นพวกโหดร้ายและพ่อแม่ของฉันก็ถูกพวกมันฆ่าตาย” ตอนแรกรูวพูดด้วยความกลัวและสุดท้ายเธอพูดด้วยความโกรธปนเศร้า

    โจเองก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะตั้งแต่ที่เขาจำความได้ก็อยู่ในสหพันธ์แล้ว เขาไม่มีพ่อแม่จึงไม่รู้ว่าความรู้สึกของการมีพ่อแม่เป็นอย่างไร

    เมื่อเห็นท่าทางเศร้าของรูวโจก็ได้แต่ยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆเพื่อปลอบเธอ หูของรูวที่ลู่ลงก็ตั้งขึ้นและมองโจด้วยรอยยิ้มขอบคุณ

    “ผมไม่ใช่คนของพวกนั้นหรอกไม่ต้องกังวลไปนะ คุณรู้แค่เพียงว่าผมจะไม่มีวันทำร้ายคุณ” โจยิ้มอย่างอ่อนโยน

    “ไปกันเถอะ ผมอยากออกไปดูข้างนอก” โจอยากรีบออกไปดูด้านนอกว่าเป็นที่แบบไหน สามเดือนเขาได้แต่นอนอยู่บนเตียง เขาเคยขอร้องให้รูวพาเขาออกไปแต่เธอไม่ยอมและให้เขานอนพัก เขาไม่อยากปฏิเสธความหวังดีจึงได้แต่จำใจนอนพัก

    รูวพยักหน้าและเดินนำโจไปที่ประตู เมื่อทั้งสองคนออกมาสิ่งแรกที่โจพบคือเขาอยู่บนเขาลูกหนึ่งแต่ที่น่าอัศจรรย์ใจคือหินที่เรียวยาวหลายกิโลเมตรโค้งเหมือนสะพาน นอกจากนั้นหินเรียวยาวแบบนี้ยังมีอีกหลายเส้นแถมบางเส้นก็ตัดกันจนดูสวยงามในแบบฉบับของธรรมชาติ 

    ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพบดาวดวงไหนที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์เท่านี้มาก่อน แม้แต่โลกยังไม่สามารถเทียบกับดาวดวงนี้ได้

    พืชพันธุ์เขียวชอุ่มและเสียงร้องของสัตว์เล็กสัตว์น้อยดังก้องไปทั่วป่าเขา นกสี่ปีกหน้าตาประหลาดบินผ่านหัวและร้องออกมาคล้ายเสียงเพลง

    ในใจของโจมีคำๆหนึ่งผุดขึ้นมา ‘สุดยอด’

    “รูว…ยังไม่ไล่เขาออกไปอีกเหรอ?” เสียงแสดงถึงความไม่พอใจดังขึ้นขัดอาการเหม่อลอยของโจ 

    โจมองไปตามเสียงเป็นชายวัยกลางคนถืออุปกรณ์คล้ายจอบพาดกับไหล่ บนหัวของเขามีหูคล้ายสุนัข

    “สวัสดีครับ ผมชื่อโจ” โจก้าวเท้าไปข้างหน้าและแนะนำตัวอย่างสุภาพ

    ชายคนนั้นสะดุ้งโหยงกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจที่จู่ๆโจก็เดินเข้ามาใกล้

    เขาเอาจอบชี้ไปที่โจด้วยความหวาดระแวง “อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นโดนฟาดแน่”

    เสียงของชายหูสุนัขดังพอที่จะทำให้คนอื่นๆในหมู่บ้านได้ยินพวกเขาจึงพากันมาที่นี่

    “นั่นเขายังไม่ออกไปจากที่นี่อีกเหรอ?” 

    “รักษาตัวหายแล้วก็น่าจะรีบๆจากไปซะที”

    พวกเขาต่างพูดคุยกันที่ยังเห็นโจอยู่ในหมู่บ้าน เพราะตอนนั้นรูวยืนกรานที่จะช่วยเหลือโจจึงทำให้พวกเขาได้แต่ยอมให้เธอพาเขาเข้ามา พวกเขาไม่ใช่คนเลวร้ายเพียงแค่หวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่รู้จัก