The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

LV 181 ทำไมมันง่ายนัก

เครดิตภาพจาก https://unsplash.com


       เลือดแดงฉานพุ่งทะลักออกมา ราวกับน้ำพุบางส่วนกระเซ็นไปโดนใบหน้าเนียนของอากิเนะ ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งตัวโยน ทว่า….. 


“ เอ๊ะ! ทำไมถึงไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเราจะตายไปแล้ว ” 

      


       อากิเนะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตนเองยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ เธอจึงรวบรวมความกล้า แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นและสิ่งแรกที่ปรากฏในคลองจักษ์ก็คือ……ภาพมาวินที่ยืนกระอักเลือดด้วยฝ่ามือคมที่คาดว่าจะใช้ทะลวงอกของเด็กสาว กลับไปเสียบที่หน้าท้องของตัวเอง


“ ว้าย….นั่นมัน ”อากิเนะร้องเสียงหลง เธอเตรียมเข้าไปรักษาตามสัญชาตญาณ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับตามคำสั่งด้วยสิ้นเรี่ยวแรงและบอบช้ำเหลือประมาณ 

     


       อากิเนะพูดไม่ออก บอกไม่ถูกสีหน้างุนงงถึงขีดสุด ส่วนเทพศาสตรายังคงนิ่งเงียบคล้ายรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ 

      


       มาวินฝืนยิ้มให้อากิเนะเลือดกระอักออกจากปากอีกสองล็อตใหญ่ ประหนึ่งช้ำในอย่างหนักแต่ดวงตากลับฉายแววเสียดาย จากนั้นก็เค้นคำอย่างยากลำบาก 


“ อึก….บ้าที่สุด อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จอยู่แล้ว ไม่น่าเลย มันดันรู้ทันเรา ” 

     


       อากิเนะยังคงเอ๋อรับประทานเด็กสาวไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามาวินทำแบบนี้ทำไม ทั้งที่ไม่กี่วินาทีก่อนเขาตั้งใจจะฆ่าเธอและท่านปู่ เดือดร้อนถึงเทพศาสตราที่ต้องมาเฉลยให้หายสงสัย 


“ ไม่ต้องงงไปหรอก หลานข้าสาเหตุที่ไอ้หนูนั่นทำกิริยาข่มขู่พวกเรา เพราะต้องการหลอกมารร้ายให้ตายใจจากนั้นก็จะฉวยโอกาส สังหารตัวเอง เพื่อช่วยเหลือโลกนี้จากอมนุษย์นับว่า…ใจกล้าไม่ใช่เล่น ” 


“ อะไรนะตะ…ตาหน้าลิงคิดบะ..แบบนี้จริงหรือ ” อากิเนะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้จึงรีบหันไปถามมาวิน สีหน้ายังแสดงออกว่างุนงง 


“ ฮะ ฮะ ฮะ เป็นตะ…ตามนั้นสมกับเป็นลุงแกนดัล์ฟจริงๆ อ่านแผนของชั้นออกจนทะลุปรุโปร่ง ตะ…แต่ว่า….. ”มาวินยืนยัน ใบหน้าเริ่มซีดเผือด ไร้สีเลือด เพราะเสียโลหิตไปมาก 


“ แต่ว่าอะไร ” อากิเนะรีบถามโดยเร็วเพราะเธอยังรู้สึกค้างคา ทว่าผู้ที่ตอบกลับเป็นเทพศาสตราที่เชี่ยวชาญกลศึก 


“ แต่แผนนี้ล้มเหลวเพราะมารร้ายก็อ่านออกเช่นกัน ไม่เชื่อ เจ้าดูที่ลำตัวของเจ้าหนูหัวเขียวนั่นสิ ” 

      


      อากิเนะมองไปยังจุดที่เทพศาสตราร้องบอกก็พบว่าฝ่ามือมหากาฬนั้นเสียบเข้าไปในลำตัวเพียงผิวเผิน หาได้ทะลุไปถึงแผ่นหลังอย่างที่ควรจะเป็นเพราะถูกมือซ้ายฉุดรั้ง 


“ ชะ…ใช่แล้ว เจ้ามารบ้านี่รู้ทันจึงบังคับมือซ้ายให้มาหยุดชั้น เลยฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ ทำไม หมอนี่ถึงเคี่ยวนักแย่ชะมัด ” มาวินท้อ เพราะตอนนี้ เขาหมดมุกจริงๆแล้ว และไม่นานเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงแหบห้าวที่ไม่อยากพบเจอ 


“ หึ หึ หึ คิดหรือว่าข้าจะหลงกลโง่ๆ และกว่าเจ้าจะโผล่หางให้เห็นก็รออยู่นานพอดู ” 


“ เชอะ ถึงจะดูงี่เง่าแต่ชั้นก็เกือบทำได้ล่ะน่า และขอเพียงทิ่มฝ่ามือลงไปอีกแค่เซ็นต์เดียวพวกเราก็จะตายพร้อมกัน ” ดวงตาของมาวินเปล่งประกายวาวโรจน์ เขาตั้งใจจะใช้แรงฮึดเฮือกสุดท้ายสานต่อแผนการให้สำเร็จ แต่มารร้ายย่อมไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นจึงรีบดึงเด็กหนุ่มเข้าสู่โลกแห่งจิตใจ 


………………….. 


“ เอ๊ะ! ที่นี่มัน…..”มาวินเหลียวมองรอบตัว ดวงตาประสบกับความมืดมิดที่ห้อมล้อมอากาศเวิ้งว้างจึงรู้ว่าที่นี่คือ….ส่วนลึกของโลกแห่งจิตใจ 


“ เรากลับมาที่เดิมแล้วเจ้ามารร้ายล่ะ ” มาวินสงสัย แต่ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงแหบห้าวที่ชวนสยองที่ด้านหลัง 


“ ในที่สุด ก็ทรยศข้าจนได้ก็รออยู่นานเลยทีเดียว เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะลงมือตอนไหน ” 

      


       มาวินรีบหันกลับไปจึงพบกับมารร้ายผมขาว มันกำลังยืนยิ้มกริ่ม ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์  

      


       ท่วงท่าดังกล่าวของอมนุษย์ทำให้มาวินรู้สึกเขย่าประสาท เพราะมันดูไม่ต่างจากพวกฆาตกรโรคจิตในหนังสยองขวัญแต่เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ข่มความกลัว แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเทา 


“ นี่แกรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยว่าชั้นจะหักหลัง” 


“ ใช่แล้วเพราะไม่ว่าจะแสร้งชั่วช้าสารเลวยังไง เนื้อแท้ของเจ้าก็เป็นคนแบบเดียวกับสองปู่หลานนั่น” มารร้ายตอบแบบไม่ต้องคิด ดูเหมือนว่ามันจะอ่านใจของมาวินออกจนทะลุปรุโปร่ง 

       


       เด็กหนุ่มพูดไม่ออก เพราะแผนการสุดท้ายที่คาดว่าจะได้ผลกลับถูกอมนุษย์ตนนี้มองออกตั้งแต่ต้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากลิงน้อยที่วิ่งวนบนฝ่ามือของพระยูไล 


“ เอาล่ะ เมื่อเจ้าหมดสิ้นหนทางข้าก็ขอปิดเกม ” มารร้ายเอื้อนเอ่ยช้าๆ ทว่ามาวินกลับร้องห้าม หวังถ่วงเวลาแน่นอนว่าอมนุษย์ไม่รับฟัง มันยกมือขวาขึ้นมาส่งผลให้โซ่เส้นโตนับสิบล่ามรอบตัวของเด็กหนุ่ม 


“ เฮ้ย….นะ..นี่มัน ”มาวินร้องได้คำเดียว ก่อนทรุดลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้นส่วนมารร้ายเริ่มแย้มยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็เฉลยที่มาของพันธนาการ 


“ นั่นคือโซ่เวทมนตร์เพื่อให้เกิดความแน่นอน ข้าจึงร่ายเวทเพิ่มกว่าครั้งแรกถึง 10 เท่า ทีนี้ต่อให้ใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เจ้าก็ไม่อาจสะบัดหลุดเหมือนคราวก่อน ” มารร้ายกล่าวอย่างมั่นใจ เพราะถึงนาทีนี้ มันไม่ได้มองมาวินเป็นหนอนแมลงอีกต่อไป


“ แก….” มาวินคำรามดังเปลวเพลิงสีเขียวรอบกายลุกโชนขึ้นมา พร้อมพละกำลังมหาศาลแต่มันก็ช่วยให้เด็กหนุ่มทำได้แค่ลุกขึ้นยืน 


“ กึก กึก กึก…..” โซ่เวทมนตร์ท่อนเขื่องขนาดข้อแขนนับสิบสั่นแรงและทำท่าจะขาดออกจากกัน แต่สุดท้ายก็ยังล็อกร่างกายของมาวินไว้อย่างแน่นหนา 


“ บัดซบ หลุดสิโว้ย ” มาวินตะโกนดังหวังให้การแหกปากช่วยเร่งพลังถึงที่สุด จะได้หลุดพ้นจากโซ่เวทมนตร์ที่ผูกมัดทว่ากลับไร้ผล ถึงกระนั้น ก็สร้างความประหลาดใจแก่มารร้ายอยู่ไม่น้อย 


“ โห…..ยอดเยี่ยมจริงๆขนาดโดนโซ่เวทมนตร์พันธนาการถึง10 เส้นยังสามารถลุกขึ้นมาได้ ” มารร้ายพึมพำเบาๆ ท่าทางยินดี และในตอนนั้นเอง ความคิดของมันก็เปลี่ยนไป 


“ เจ้าหนูนี่มีบางสิ่งอยู่ในตัวและอาจไปได้ไกลกว่าที่ใครคาดคิด หรือเราจะลองเสี่ยงกับมัน ” 


“กะ…แกยะ…อย่าฆ่ายัยกระต่ายน้อยและลุงแกนดัล์ฟ ถะ..ถ้าจะทำ ตะ..ต้องผ่านชั้นไปก่อน” มาวินกล่าวอย่างยากลำบาก เพราะแค่ลุกขึ้นยืน ก็กินแรงจนแทบหมดกายด้วยพันธนาการที่ผูกมัดตัวนั้นโคตรหนัก ไม่ต่างจากถูกรถบรรทุกนับสิบบดทับแต่ก่อนจะได้ทำสิ่งใด มารร้ายก็พุ่งเข้ามา 


“ เฮ้ย! ซวยแล้ว ไม่น่าไปท้ามันเลย ”นี่คือสำนึกสุดท้ายของเด็กหนุ่มหัวเขียว ก่อนที่เขาจะหลับตาปี๋เพื่อรอรับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส แต่ในความเป็นจริง กลับมีเพียงร่างกายที่เบาลง 


“ เอ๊ะ! อะ…อะไรกัน ” มาวินค่อยๆลืมตาจึงพบว่าโซ่เวทมนตร์นับสิบเส้นที่พันกายได้อันตรธานหายไป ทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น


“ โซ่พวกนั้นหายไปไหน มันเกิดอะไรขึ้นเป็นไปได้ยังไง ” มาวินสับสน หรือว่าเขาจะฝันไป แต่ไม่นาน เด็กหนุ่มก็เริ่มเข้าใจเมื่อได้ยินมารร้ายแถลงไข 


“ ไม่ต้องตกใจไปข้าเป็นคนทำให้โซ่เวทมนตร์พวกนี้หายไป เจ้าเป็นอิสระแล้ว ” 

       


       มาวินงงหนักกว่าเดิมอีกเท่าทวีเพราะไม่ว่าดูยังไง การกระทำของมารร้ายก็เท่ากับสงบศึก ถึงอย่างนั้น ก็ยังประมาทไม่ได้ 


“หรือว่าไอ้เจ้านี่จะเล่นเหลี่ยมอะไรอีก มันยิ่งเจ้าเล่ห์ซะด้วย ” 


“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า….” แน่นอนว่าความคิดดังกล่าวย่อมทำให้มารร้ายขบขัน มันจึงหัวเราะเสียงดัง 

      


       มาวินสะดุ้งโหยงพร้อมถอยหลังไปสองก้าว เพื่อเตรียมต่อสู้ แต่ก่อนจะออกกระบวนท่า มารร้ายก็ร้องห้าม 


“ เฮ้ย....เจ้าไม่ต้องเกร็งไปหรอกข้าเลิกสู้แล้ว ” 


“ หมายความว่ายังไง ”มาวินยังไม่เลิกตั้งการ์ด ดวงตาจับจ้องทุกอิริยาบถของอมนุษย์ 


“ ก็หมายความว่า…..ข้ายอมแพ้ไง ”มารผมขาวผายมือไปด้านข้าง ศีรษะก้มลงเล็กน้อย เป็นเชิงคารวะทำให้มาวินสตั้นไปอึดใจ ก่อนจะได้สติ 


“ ฮ้า…..ง่ายๆแค่นี้เองเหรอ ” 


“ ใช่แล้ว ง่ายๆแค่นี้แหละ ”มารร้ายยืนยันในสิ่งที่มาวินคิด ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่รู้สึกแปลกใจเพราะเจ้าอมนุษย์ตนนี้อ่านใจของคนอื่นเป็นเรื่องปกติ 


“ แล้วที่สู้กันมาตั้งนาน เล่นกันเกือบตายล่ะหมายความว่าไง ” คราวนี้ มาวินร้องถามเสียงขุ่น เพราะเท่าที่ผ่านมามารร้ายสร้างความฉิบหายมาพอสมควร แต่ปีศาจผมขาวกลับโบกมือ เป็นเชิงไม่ใส่ใจ 


“ ก็ไม่เห็นจะมีความหมายอะไรเลยแค่ซ้อมมือกันเล่นๆเท่านั้น อีกอย่าง งานนี้ไม่มีใครตาย อย่างดีพวกเจ้าก็เสียแค่โรงฝึกและต้นไม้ไม่กี่ต้นเท่านั้น ” 


“ เหอ เหอ เหอ พูดง่ายเนอะแล้วแกจะทำยังไงต่อไป ” มาวินหัวเราะแห้งๆ พร้อมยิงตรงไปที่บทสรุปซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ 


“ อืม…..เท่าที่คิดไว้คงจะคืนร่างกายให้เจ้า แล้วจำศีลต่อ ” มารผมขาวคิดนิดนึง ก่อนตอบกลับทว่ามาวินยังไม่ค่อยยินดี เพราะเขาอยากให้เจ้าตัวร้ายหายไปแบบถาวร แต่สุดท้ายก็จำยอมไปก่อน 


“ ได้ขี้ ยังดีกว่ากำตดเพราะอย่างน้อย ทุกคนก็รอดพ้นจากมารตนนี้เป็นการชั่วคราว แต่ไม่เข้าใจจริงๆทำไมมันถึงปล่อยพวกเราไป ” 


“ เจ้าอยากรู้จริงเหรอ ”มารร้ายล้วงลึกถึงความในใจ ซึ่งมาวินเริ่มชินกับสันดานของมัน จึงเว้ากันแบบซื่อๆ 


“ ใช่เพราะที่ผ่านมา แกรู้เท่าทันทุกอุบายของชั้น แถมยังนำอยู่หนึ่งก้าวเสมอและชัยชนะก็ลอยอยู่ตรงหน้า แต่สุดท้าย กลับยอมแพ้ซะอย่างงั้นมันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ”



สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน