บทที่ 13 ข้ามขั้นตอน
ในความมืด ประสาทััของมนุษย์จะขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับโจวจื้อหย่วนแล้ว มือใหญ่ที่หยาบกร้านถูกจับโดยมือเล็ก ๆ ที่อ่อนนุ่ม นี่เป็ประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขารู้สึกอึดอัดชั่วขณะหนึ่ง อยากจะดึงมือกลับมา แต่ถูกหนิงหนิงจับไว้อย่างมั่นคง น้ำเสียงของเธอเป็ปกติ "คุณอาคะ คุณอาไม่เคยลงมา ที่นี่มีบันไดสูงชัน ฉันจะพาคุณอาไปเองค่ะ"
ความกังวลของเธอเกินคำบรรยาย อดไม่ได้ที่จะทำให้โจวจื้อหย่วนคิดอย่างลึกซึ้ง หรือว่าเขาจะคิดมากเกินไป?
โชคดีที่ในไม่ช้าไฟในห้องก็เปิดสว่าง วินาทีก่อนที่ไฟจะเปิด หนิงหนิงก็ปล่อยมือทันที "คุณอาคะ คุณอาไม่รู้หรอก ตอนแรกที่ขุดที่นี่ลื่นไปหน่อย เข้ามาครั้งแรกก็ลื่นล้มได้ง่ายเลยค่ะ"
จ้าวกุ้ยฮวาเองก็เอ่ยเห็นด้วย "สิ่งที่หนิงหนิงพูดเป็ความจริง ฉันเดินลงมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังลื่นล้มอยู่เลย" ถ้าไม่ใช่เพราะชายชรากลัวความร้อน เธอคงไม่อยากเดินลงมาในห้องใต้ดินนี้เด็ดขาด
โจวจื้อหย่วนอดไม่ได้ที่จะมองกู้หนิงอย่างลึกซึ้ง หนิงหนิงมองเขาด้วยสีหน้าสงบและจงใจแซวว่า "คุณอาคะ คุณอาไม่น่าจะได้จับมือกับผู้หญิงแบบนี้บ่อยๆ ใช่ไหมคะ?" กลยุทธ์ก้าวที่สามในการรุกคุณอา หยอกล้อเขา
เป็ไปตามคาด โจวจื้อหย่วนที่เคยใจกว้างจ้องมองเธอ และเปลี่ยนเื่ทันที "ลุงกู้ล่ะ?"
หนิงหนิงมองหูแดงๆ ของอีกฝ่ายแล้วพูดเป็นัยๆ โดยไม่คิดว่าโจวจื้อหย่วนในวัยหนุ่มจะเป็ผู้ชายที่ไร้เดียงสามากขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาติที่แล้วกู้เหยารอคอยเขามากว่าสิบปี เขาเป็คนที่นิ่งเฉยเหมือนท่อนไม้และไม่รู้เื่อะไรเลยนี่เอง
เธอคิดในใจ และนำทางด้วยรอยยิ้ม "ทางนี้ค่ะ คุณปู่ของฉันกลัวเื่ความร้อนมาก เลยทำห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งไว้โดยเฉพาะน่ะค่ะ" ห้องใต้ดินห้องนี้สร้างขึ้นโดยลูกชายสี่คนของตระกูลกู้หลังจากขุดเป็เวลาหนึ่งหรือสองเดือนติดต่อกัน เตรียมไว้เป็พิเศษสำหรับชายชราที่กลัวความร้อน ใช้สำหรับอยู่อาศัยในฤดูร้อน ผู้คนจะสะดวกสบายมาก
ผู้เฒ่ากู้นอนอยู่บนเตียง สวมเสื้อที่เปียกเหงื่อตัวหนึ่ง ในมือถือพัดไว้ และพัดไม่หยุด ดูเหมือนว่าเขาจะอารมณ์ดี เมื่อเขาเห็นจ้าวกุ้ยฮวาเข้ามา เขาก็ผงะ "วันนี้คุณไม่ยุ่งแล้วเหรอ?" เขาเป็คนพิการทำงานไม่ได้และทนความร้อนไม่ได้ ดังนั้น จึงพยายามไม่สร้างปัญหาให้กับครอบครัวมากที่สุด
เมื่อเห็นสามีของตัวเอง สีหน้าของจ้าวกุ้ยฮวาก็ดีขึ้น "ไม่ยุ่งแล้ว แต่ว่า…" เธออยากจะพูด แต่ก็เปลี่ยนใจ เื่ที่หลานสาวคนโตของเธอกับโจวเหวินเยี่ยนถอนหมั้นกัน ตอนแรกเธอปิดบังชายชรา กลัวว่าเขาจะโกรธและทำให้สุขภาพอ่อนแอลง
เป็โจวจื้อหย่วนที่พูดขึ้นมา "ลุงกู้ เป็ไงบ้างครับ?"
เสียงนี้?
เสียงนั่นทำให้ผู้เฒ่ากู้ประหลาดใจทันที เขาตื่นเต้นและอยากลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นใบหน้าของโจวจื้อหย่วน เขาอดพึมพำไม่ได้ว่า ‘ท่าน!’ เหมือนมาก เหมือนผู้นำเก่าของเขาเมื่อเขายังหนุ่มยังแน่น
โจวจื้อหย่วนนั่งลงบนเก้าอี้ที่หนิงหนิงส่งให้ น้ำเสียงของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ลุงกู้ครับ ผมโจวจื้อหย่วน" ผู้เฒ่ากู้รู้จักโจวจื้อหย่วน เขาและผู้นำเก่ามีการติดต่อกันใน่หลายปีที่ผ่านมา และยิ่งรู้จักชื่อเสียงของโจวจื้อหย่วนด้วย
"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองที่เป็กระดูกผุพังไปแล้วจะได้พบกับเธออีกในชีวิตนี้" ใน่ที่เคยติดต่อกัน ผู้นำเก่าไม่รู้ตัวเลยว่าเคยเอ่ยชื่อโจวจื้อหย่วนกับผู้เฒ่ากู้กี่ครั้ง นายทหารหนุ่มคนนี้ทำงานั้แ่อายุยังน้อย และเขาก็มีชื่อเสียงในกองทัพ นับเป็ความภาคภูมิใจของตระกูลโจว
โจวจื้อหย่วนรู้สึกละอายใจ "ยกย่องกันเกินไปแล้วครับ ครั้งนี้ผมมาขอโทษคุณลุงแทนหลานชายอกตัญญูของบ้านตระกูลโจวน่ะครับ" เขาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสามประโยค เน้นเื่การถอนหมั้นและหยิบค่าชดเชยออกมา
ก่อนหน้านี้ เขาเอาตั๋วเงินพิเศษที่เดิมเตรียมไว้ให้ชายชราไปเปลี่ยนเป็เหล้าเหมาไถสองขวด นมข้าวสาลีสองกระป๋องและขนมอบที่ดีที่สุดยี่ห้อซูจี้
นี่เป็ของขวัญชิ้นใหญ่อยู่แล้ว ถึงอย่างไรต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้
เมื่อมองไปที่การชดเชยนี้ ผู้เฒ่ากู้มีสีหน้าเ็ามากขึ้น "ของพวกนี้เธอเอากลับไปเถอะ เื่ของโจวเหวินเยี่ยนตระกูลกู้จะไม่ให้อภัย"
เขามองหนิงหนิงที่เงียบอยู่ข้าง ๆ หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยดน้ำตา เธอพูดออกมาอย่างมีน้ำใจและมีเหตุผล "คุณปู่คะ น้องเหยารักโจวเหวินเยี่ยน หนูทนได้ไม่เป็ไรหรอกค่ะ"
ผู้เฒ่ากู้ทั้งโกรธและเ็ปอย่างไม่อาจอธิบายได้ จนสุดท้ายก็กลายเป็ถอนหายใจยาว ๆ แทน "น่าสงสารหลานเหลือเกิน หนิงหนิง" จากนั้นเขาก็เปลี่ยนคำพูดและแสดงทัศนคติของเขา "หัวหน้าโจว เื่นี้ฉันต้องขออภัยด้วย ตระกูลกู้ไม่ได้สอนกู้เหยาให้ดี แต่หลานชายของเธอก็ใช้ไม่ได้จริงๆ ถอนหมั้นจากพี่สาวเพื่อไปคบกับน้องสาวเนี่ยนะ พวกเรารับไม่ได้หรอก"
"ผมเข้าใจครับ"
ผู้เฒ่ากู้ไม่เห็นอะไรบนใบหน้าของโจวจื้อหย่วน จับอารมณ์ของเขาไม่ได้จนต้องถอนหายใจประโยคหนึ่งอีกครา ไม่น่าแปลกใจเลยที่นายทหารหนุ่มคนนี้เป็คนที่เก่งที่สุดของตระกูลโจว อายุยังน้อยแต่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ได้แล้ว แต่ชายชราก็ต้องคิดถึงความรู้สึกของหลานสาวคนโตที่ถูกถอนหมั้นด้วยเช่นกัน สุดท้ายเขาก็ขอร้องออกไปว่า "ครอบครัวเรารักเด็กคนนี้มาก เธอหน้าตาดี ผลการเรียนดี งานบ้านและการทำอาหารก็เชี่ยวชาญไม่แพ้ใคร นิสัยใจคอยิ่งไม่ต้องพูดถึง" จากนั้นชายชราก็ได้เปิดเผยถึงจุดประสงค์ของตนเองออกมา "เด็กคนนี้ถูกถอนหมั้นแล้ว ในอนาคตยังไม่รู้ว่าจะมีคนในหมู่บ้านเหลียวแลหรือไม่ ฉันคงต้องขอให้หัวหน้าโจวมองหานายทหารหนุ่มๆ ในกองทัพ ช่วยแนะนำหนิงหนิงให้พวกเขาได้รู้จักเธอบ้าง เพียงเท่านี้ก็เติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของฉันแล้วละ" ส่วนกู้เหยา ชายชราไม่เอ่ยถึงแม้แต่น้อย
กู้หนิงไม่ได้คิดเลยว่าคุณปู่จะฝากโจวจื้อหย่วนให้ช่วยหาคู่ให้กับตนเอง เธอจึงหน้าแดงมาก "คุณปู่!"
โจวจื้อหย่วนเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง เด็กสาวอายุ 17-18 ปี เป็ดอกไม้ที่กำลังจะบานสะพรั่ง ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่งดงามของเธอ พวกทหารในกองทัพคงอยากจะเข้ามาต่อแถวเพื่อเธอไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เขาคิดแล้วก็ตกลงว่า "ลุงกู้วางใจได้ครับ ผมจะช่วยหลานสาวของคุณลุงหาคู่เอง"
กู้หนิงได้แต่อุทานอยู่ในใจว่า ไม่! เธอไม่อยากถูกจับคู่กับใครทั้งนั้น!
โจวจื้อหย่วนคิดว่าเธอกำลังเสียใจจากการถูกถอนหมั้น เขาจึงถอดนาฬิกาออกจากข้อมือและให้คำสัญญาว่า "เมื่อเธอพร้อมแล้ว ก็ขอให้ไปหาฉันพร้อมกับนาฬิกาเรือนนี้นะ ฉันรับปากว่าจะแนะนำคนที่ดีให้เธอได้คบหาอย่างแน่นอน" เขาคนนี้เป็คนที่รักษาคำพูดเสมอ
นี่เป็นาฬิกาแบรนด์ดังรุ่นล่าสุดในเซี่ยงไฮ้ มันเป็สีเงินทั้งเรือน ประณีตและสะดุดตา ดูมีค่ามาก
หนิงหนิงลังเล แต่ถูกโจวจื้อหย่วนยัดเข้ามาในมือ "ถือเป็การขอโทษ ถือว่าเป็ค่าชดเชยที่เธอควรได้รับก็แล้วกัน" เพียงแต่เขาไม่ได้บอกว่านาฬิกาเรือนนี้มีความหมายพิเศษต่อเขา มันเป็ของรางวัลที่เขาได้รับหลังจากสร้างคุณูปการชั้นสามและเป็เพียงนาฬิกาเรือนเดียวที่กองทัพเคยแจก
หนิงหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง และเธอรับปากในที่สุด "คุณอาสบายใจได้ค่ะ ฉันจะดูแลนาฬิกาเรือนนี้ให้ดีที่สุด" สายตาจ้องมองนาฬิกา ถือว่าเป็การรับสินสอดล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน
โจวจื้อหย่วนส่งเสียงรับคำในลำคอ จากนั้นผู้เฒ่ากู้ก็ให้หนิงหนิงลุกขึ้นออกไปส่งแขก
เมื่อทั้งสองเดินขึ้นบันได หนิงหนิงก็เหยียบพื้นลื่นโดยไม่ตั้งใจ ทั้งตัวก็ทำท่าจะหงายหลัง โชคดีที่โจวจื้อหย่วนตอบสนองอย่างรวดเร็วจับเธอไว้ทันที แต่การหกล้มมีแรงเฉื่อย นับประสาอะไรกับโจวจื้อหย่วนที่ตัวเองยืนไม่มั่นคงเล็กน้อยอยู่แล้ว
ดังนั้น หนิงหนิงจึงเอนไปเอนมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ และดันโจวจื้อหย่วนไปติดกำแพงโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มคนนี้มีไหล่กว้างและเอวแคบ รูปร่างชั้นหนึ่ง หน้าตายิ่งชั้นหนึ่ง แต่มีอะไรแปลกๆ หรือเปล่านะ?
เดี๋ยวก่อน! ในที่สุดหนิงหนิงก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองข้ามขั้นตอนที่สี่ของกลยุทธ์ไปแล้วเหรอ?
เธอกับเขาแนบชิดกันถึงขนาดนี้ได้ยังไง!