ในวังหลวงเกิดข่าวยิ่งใหญ่อยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์ถึงสองเื่ ถึงแม้ว่าการว่านินทาเชื้อพระวงศ์ลับหลังจะมีโทษใหญ่หลวง แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์มีผู้ใดห้ามปากตัวเองได้กัน
ข่าวแรกคือเื่อิทธิฤทธิ์ของว่าที่ฮองเฮาคนใหม่ มีพยานหลายปากยืนยันว่านางมีเวท หรืออาจจะเป็ปราณดังนั้นจึงเกิดข่าวลือแตกแขนงไปมากมาย บ้างก็กล่าวว่านางอาจเป็ปีศาจจำแลงกายมา และบ้างก็กล่าวว่านางเป็เทพธิดาจริง แต่โดยส่วนมากแล้วจะเป็อย่างหลังมากกว่า เนื่องจากชื่อเสียงของนางไม่เคยก่อความเดือดร้อนให้ผู้ใดมาก่อน อีกทั้งนางยังมีเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ และด้วยความที่เป็เื่เล่าลือปากต่อปาก แต่ละปากจึงเล่าเกินจริงไม่ต่างกับจิงจิงเล่า จนในยามนี้เล่าลือกันว่าเวทที่งดงามดั่งวารีบุปผานั้น อาจจะเป็ปทุมมาในมือพระพุทธองค์ หรือเทพแห่งบุปผาลงมาจุติปัดเป่าทุกข์ร้อนให้กับมวลมนุษย์
และข่าวลืออีกเื่หนึ่งคือเื่สุขภาพของฮ่องเต้ และด้วยความที่เป็การเล่าเื่แบบปากต่อปากอีกดังนั้นจึงมีการเติมสีเข้าไปเสียจนฉูดฉาด ถึงความไม่แข็งแรงของฮ่องเต้ เื่นี้ถูกเติมแต่งเสียจนกล่าวกันว่าฮ่องเต้ไม่มีโอรส ธิดานั่นอาจหมายถึงความอ่อนแอของสุขภาพร่างกายท่าน จนมีขนาดเล็กเท่ากับหนอนแมลงวัน เื่นี้เมื่อเข้าถึงหูฝ่ายขุนนางขี้ตื่นตูมทั้งหลายก็พากันตื่นตระหนก
เมื่อเื่นี้เข้าถึงหูมารดาอย่างหงอวี้หวงไทเฮา นางก็ใเป็อย่างมากวิ่งลนลานเรากับไก่หัวขาด พาสวามีนำยาบำรุงที่ดีที่สุดมาให้บุตรชาย
เหรินจวินมองสารพัดอาหารและยาบำรุงที่มารดานำมาให้ ก็ถึงกับต้องชะงัก
“ท่านคิดอะไร”
“ข้าได้ยินว่าเ้าสุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรง จึงรีบมาบำรุง อีกไม่กี่วันก็จะต้องอภิเษกกับฮองเฮาแล้ว จะได้รีบมีหลานให้ข้า”
“ข้ายังแข็งแรงดี อีกทั้งข้าไม่คิดจะร่วมหอหรืออภิรมย์กับนาง”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร หากเ้าไม่เข้าหอเื่รัชทายาทเล่า หรือเ้ายังคิดจะมีลูกกับหลินหราน เื่รับนางเป็สนมข้าก็ไม่ว่าแล้ว เ้ายังคิดให้ลูกนางสืบทอดบัลลังก์อีกหรือ เ้าลองคิดดูเถิด บิดาของเ้าฆ่าพ่อ ฆ่าแม่นางขังนางเอาไว้เป็ตัวประกัน เ้าคิดว่านางรักเ้าที่ใจจริงหรือ”
เมื่อเหรินจวินได้ฟังก็เผลอกระแทกฎีกาลงโต๊ะ ก่อนเขาจะนึกได้ว่าอีกฝ่ายคือมารดา จึงมีท่าทีอ่อนลง “ข้ารู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่”
ฮุ่ยิไท่ซางหวงที่นั่งเงียบมานาน จึงกล่าวขึ้น “เช่นนั้นเ้ากำลังทำอะไรอยู่เล่า นางเข้าวังมาได้ครู่ใหญ่แล้ว เ้าเคยเสด็จตำหนักนางกี่ครั้ง ยังจะเื่คนที่ลอบฆ่านางอีก ได้ความอย่างไรบ้าง หากรู้ตัวจริงว่ากำลังทำอะไรอยู่”
“ข้ากำลังให้คนสืบหาความจริง”
"ตามธรรมเนียมแล้ว เ้าต้องเยี่ยมเยียนนางไม่ใช่หรือ หวังจินฮวาเป็ภรรยาเอกที่ยังไม่ได้เข้าพิธีของเ้า เ้าเคยใส่ใจในตัวนางบ้างหรือไม่” ฮุ่ยิเงียบเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าให้คนไปสืบมาเื่อิทธิฤทธิ์ของนางเป็ความจริงหรือไม่ นอกวังหลวงร่ำลือกันให้ทั่วถึงนาง”
ความจริงแล้วเื่ความเชื่อความศรัทธา เื่เทพเซียนเป็ที่เคารพศรัทธาในแคว้นอันเหลียนอย่างมาก
ลู่เหรินจวินเองก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาไม่มีอิทธิฤทธิ์ชัดเจนก็ตาม
เมื่อครั้งที่เขายังเด็กมีการจัดพิธีอวยพร ผู้ทรงศีลหลายต่อหลายท่านกล่าวว่าเขามีรากเซียนที่แข็งแกร่งและสูงส่งมาก และอาจจะนำไปสู่แก่นเซียน
บางทีหวังจินฮวาก็อาจจะมีรากเซียนเช่นกัน
หลังจากนั้นฮุ่ยิจึงกล่าวเสริม “และถึงเื่อิทธิฤทธิ์ของนางจะไม่เป็ความจริง ก็ควรให้เกียรตินางอย่างน้อยที่สุดในฐานะฮองเฮา”
เหรินจวินถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย “ได้ ข้าจะไปเยี่ยมนาง”
หลังจากที่เสร็จราชการบ้านเมืองแล้ว เหรินจวินจึงเสด็จมายังตำหนักของจินฮวา ก่อนจะได้พบกับภาพแปลกประหลาด หญิงสาวในชุดสีขาวเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วัน กำลังยกมือสูง ก่อนจะโยกตัวเองไปมาคล้ายกับปลาขาดน้ำ พร้อมกับเสียงร้องแปลกๆ
“มารู มารู เหมียว เหมียว ไม่ได้ผลหรือ ข้าร่ายคาถาผิดวิธี”
นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนางจะยกมือขึ้นคล้ายกับท่างูแผ่แม่เบี้ยมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งทำท่างูแผ่แม่เบี้ยคว่ำหัว ก่อนจะลุกนั่ง
“กุรุ กุรุ กุ๊ก กุ๊ก”
ความประหลาดของนางเรียกรอยยิ้มให้เหรินจวินโดยไม่รู้ตัว
“เ้ากำลังทำอะไร”
เมื่อดวงตากลมๆ หันมาเห็นเขา ก่อนจะอ้าปาก รีบเก็บไม้เก็บมือ และถอยหลังหนีไปหลายก้าว
“ข้าถามว่าเ้ากำลังทำอะไรอยู่” เหรินจวินไปนั่งที่เก้าอี้ในสวน ที่อยู่ใกล้กับนาง
“ทุกคนกล่าวว่าข้ามีอิทธิฤทธิ์ ข้าจึงลองดูว่าตนเองจะทำได้หรือไม่”
“ผลเป็อย่างไร”
“มันไม่มีแสงหรือไม่มีอะไรออกจากมือข้า”
เหรินจวินรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีท่าทางคล้ายว่าจะกลัวเขา “เ้าเป็อันใด เหตุใดจึงหลบตาข้า”
จินฮวาเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง นางกัดริมฝีปากตนเองอย่างชั่งใจก่อนจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “ท่านจะทำกับข้าเหมือนที่ทำกับิเฟยหรือไม่”
“ไม่!”
น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นจนนางใ “ท่านอารมณ์ไม่ดีหรือ ข้าขออภัย ท่านอย่ากินข้าเลย อย่าทำร้ายข้าด้วย ข้ากลัวเจ็บ”
เหรินจวินไม่เข้าใจคำกล่าวของนางเลยแม้แต่ประโยคเดียว เขาหรือจะกินนาง เขาไม่ใช่มนุษย์กินมนุษย์เสียหน่อย
“กล่าวเลื่อนเปื้อนอะไรของเ้า” เหรินจวินเอ่ยติดความรำคาญเล็กน้อย
“แต่ท่านดูอารมณ์ไม่ดี หากท่านรับปากว่าท่านจะไม่กินข้า ข้าจะช่วยท่านดีหรือไม่”
“ไม่มีเ้าได้หรือไม่เล่า”
จินฮวาเอียงคออย่างใช้ความคิด “ท่านกำลังกล่าวโทษข้าหรือ” และนางก็นึกย้อนไปถึงเื่ที่อวี้ฮวาเล่าให้นางฟัง นางไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร แต่นางไม่ชอบให้ผู้ใดเป็ทุกข์ นางเงียบไปอยู่ชั่วครู่หนึ่ง “ความจริงเื่ของพวกท่านข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจ พวกท่านคิดอะไรมากมายซับซ้อน แต่หากเป็ข้าพึงใจผู้ใด เพียงดมก้นคนผู้นั้น”
“ดมก้น”
“อือ ที่ข้าอยากจะบอกคือพวกท่านไม่ควรคิดอะไรให้ซับซ้อนมากเกินไป บางครั้งการทำอะไรเรียบง่าย ตรงกับความรู้สึกตนเองก็ไม่ใช่เื่แย่”
“บางครั้งการอยู่สูง ก็ยิ่งทำให้หลายสิ่งหลายอย่างยากเย็นเกินไป”
“การไขว่คว้าสิ่งที่ปรารถนามาด้วยกำลังของตนเอง ความจริงก็เป็เื่ที่ดี แต่บางครั้งท่านหาความสุขเล็กๆ จากสิ่งที่ตนเองมีอยู่ก็ไม่ใช่เื่แย่ ข้ามีคติเสมอว่าหากหลายสิ่งหลายอย่างมันยากเกินไป ก็เพียงแค่โยนมันทิ้ง” กล่าวจบนางก็ยิ้มให้กับคติของตนเองอย่างภาคภูมิใจ
เหรินจวินมองใบหน้านางอยู่เนิ่นนาน ก่อนเขาจะรู้ตัวมือของเขาก็วางบนศีรษะนางแล้ว ไม่ทราบเหตุใดการที่เขามองนางจึงให้ความรู้สึกคุ้นเคย เอ็นดูและพ่ายแพ้
“พวกเขาพูดถูก บางทีเ้าอาจมีอิทธิฤทธิ์”
จินฮวามึนงง “ข้ามีอิทธิฤทธิ์อะไรหรือ”
“คงจะเป็ละลายใจกระมัง...”
กล่าวจบแล้วเขาก็เดินจากไป จินฮวายกมือขึ้นวางบนศีรษะที่เขาวางไว้เมื่อสักครู่นี้
ถึงตอนนี้นางก็ยังกลัวเขาอยู่ แต่นางก็รู้สึกว่าเขาอบอุ่นคุ้นเคยด้วย เขาช่างเหมือนกับคนคนนั้นเหลือเกิน
หมีไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ สักที หมีจะพูดออกมาตรงๆ เลยนะคะ เื่นี้เป็เทพเซียนค่ะ จริงๆ แล้วชื่อเื่ที่เป็ concept หลักในการเขียนโครงเื่มีชื่อว่า บ่วงกรรมรักนิรันดร์กาล จะเล่าเื่ราวความรัก ที่มาพร้อมกับบ่วงกรรม ของเทพเซียนที่เกี่ยวพันกัน 4 ภพ 4 ชาติ ใครเคยอ่านนิยายเทพเซียนก็คงจะรู้กิตติมศักดิ์นิยายจีนประเภทเทพเซียนดี แต่หมีสัญญาค่ะว่าจะไม่เขียนให้จมไม่เขียนให้ดิ่ง
บทหน้าเราจะย้อนความเื่น้องเหมียว กับคุณสัตวแพทย์กัน
ส่วนเื่ที่น้องเหมือนจะมาโผล่ในยุคปัจจุบัน และก็มาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง มีคำอธิบายอยู่แต่รอกันหน่อยนะคะ