Fate Agent เจตอารักษ์ [END]

    After Sotry [ตัวอย่างในเล่ม]

    After Story 1 : 2 ปีต่อมา

             

            ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาสีขาวกางเกงสีดำสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนตัวเก่งยืนทำอาหารเช้าอยู่อย่างขะมักเขม้น โดยมีผู้ร่วมอาศัยรอกินอาหารฝีมือเขาอยู่ด้วยกันถึงสี่คน


            เป็นสองมนุษย์และสองอสูรที่ไม่น่าจะมาอยู่รวมกันได้ภายในบ้านเช่าหลังนี้


            "เทน อาหารเสร็จรึยัง!!"


            เสียงจิ้งจอกอสูรสีเงินเอ่ยถาม นอกจากไม่ช่วยแล้วยังแร่งรัดอีก คนทำอาหารอย่างอารมณ์ดีเริ่มขุ่นเคือง ดวงตาสีม่วงเข้มหันไปมองอย่างทิ่มแทง


            "ยังครับ แต่ถ้าเรียกอีกผมจะเทอาหารทิ้งให้หมดเลย"


            คำพูดนั้นทั้งตอบคำถามและข่มขู่ในประโยคเดียวกัน ทำเอาคนที่คิดจะประท้วงการทำอาหารที่ล่าช้าถึงกับต้องนั่งเงียบกริบไปอย่างช่วยไม่ได้


            จิ้งจอกอสูรสีดำนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไปอย่างเฉยชาไม่ทุกข์ร้อน เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าอาหารจะเสร็จเมื่อไหร่ ในขณะที่หนุ่มไกราอีกคนนั่งอ่านหนังสือเรียนอย่างเรียบร้อยสงบนิ่ง และหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่นั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อ


            ในยามเช้านี้ก็เหมือนจะสงบสุขอย่างทุกวัน


            เทพินเดินยกจานอาหารเข้ามาวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อยครบทุกจาน ก่อนจะเข้าครัวไปล้างเครื่องครัวเพื่อไม่ให้ทิ้งคราบและทิ้งความสกปรกเอาไว้


            "กินกันก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมออกมาทีหลัง"


            เขาก็เอ่ยอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากวางอาหารแล้ว ทว่าผู้ร่วมโต๊ะก็ยังคงนั่งรอเขากลับมากินกันอย่างพร้อมหน้า มันเหมือนกับอะไรนะ... อืม สิ่งที่เรียกว่าการกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัว?


            แต่ขอโทษที ทั้งสองคนและสองตนที่นั่งอยู่นี่ไม่ใช่ครอบครัวของเขานี่สิ ถ้านับตามสายเลือดน่ะนะ


            สองจิ้งจอกอสูรนั้นเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงและผู้ช่วยเขายอมให้มาอยู่ด้วยก็ไม่นับว่าแปลก แต่กับสองไกราที่ไม่ได้รับเชิญแต่ก็ยังมาอยู่ด้วยกันนี่สิ...


            ส่วนเหตุที่ได้มาอยู่ร่วมกันอยู่นี้คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ในช่วงหลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยวาชัวร์ มหาวิทยาลัยของผู้ที่เป็นไกราได้สำเร็จ... ทั้งที่เขาไม่อยากเข้า


            เขาที่เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยที่สอบเข้าได้ทั้งที่ไมได้เป็นไกราได้รับทุนการศึกษาหนึ่งปีด้วย ไม่รู้ว่าให้ด้วยเหตุอะไรแต่เขาก็รับไว้ด้วยความเต็มใจล่ะนะ เพราะค่าเทอมของมหาวิทยาลัยมันแพงกว่าระดับมัธยมมากนัก


            และเพราะมหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองชั้นในเขาก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ในเมืองอีกครั้ง อาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะปรองดองกันเป็นพิเศษหลังจากเหตุการณ์ปีศาจโจมตีเมือง เคไนน์กับคิวบิก็มาอาศัยอยู่ด้วย


            ถึงตอนแรกคิวบิจะถูกหวาดระแวงอยู่บ้างเพราเคยปรากฏตัวในฐานะศัตรูมาก่อน แต่เพราะได้รับการยืนยันตัวตนจากเกวนแล้วว่านี่คือจิ้งจอกที่เธอเคยเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยสงครามเทพเจ้าและที่ทำไปทั้งหมดก็เป็นเธอสั่งเอง นั่นทำให้เชื่อได้ว่าเจ้าตัวนี้จะไม่ทรยศเขาอย่างแน่นอน ถึงจะต้องลำบากแก้ต่างแต่การมีผู้ช่วยที่รู้เรื่องของเจตอารักษ์ทุกอย่างมันก็ดีอยู่นะ


            ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปอย่างปกติ เป็นคนธรรมดาอย่างที่คาดหวังเอาไว้ แล้วก็แอบทำงานของเจตอารักษ์ไปอย่างลับๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องราว กระทั่งอริชาพี่สาวของเขาก็ยังไม่รู้เรื่องนี้


            ในตลอดปีการศึกษาเขาเจอกับฟอร์มและลุกซ์บ้างเป็นบางครั้ง ไม่ได้เจอกันบ่อยอย่างสมัยเรียนมัธยม เพราะพวกเราต่างโตขึ้น มีความรับผิดชอบหน้าที่ที่ต้องทำมากขึ้น เวลาว่างก็น้อยลงตามไปด้วย


            ทั้งฟอร์มและลุกซ์เองยังมีหน้าที่ในฐานะไกราและฐานะของร่างรองรับพลังแห่งเทพ พวกเขาจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าคนอื่น เทพินก็เป็นห่วงพวกเขาอยู่บ้างเลยให้สองจิ้งจอกอสูรแอบไปดูอย่างลับๆ ตลอดสองปี


            เมื่อขึ้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สอง ช่วงปลายเทอมที่หนึ่ง มีการประกาศรับสมัครนักเขียนทุนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ รับตั้งแต่ชั้นปีที่สองถึงชั้นปีที่ห้า


            เทพินมีสนใจเกี่ยวกับการไปศึกษาที่ต่างประเทศ ถึงสาขาให้มหาวิทยาลัยราชัวลันด์ที่มีทุนไปต่างประเทศจะมีเพียงไม่กี่สาขา แต่สาขาของเขานั้นมีทุนอยู่


            สาขาวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ถึงจะต่างจากสาขาการท่องเที่ยวของประชาชนในเมืองชั้นนอกแต่ก็ใกล้เคียงกันอยู่ และดูจะเหมาะกับเขาที่เป็นเจตอารักษ์ไม่น้อยเลยด้วย


            เมื่อเขาลงทุนของสาขาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูเพื่อนๆ ญาติๆ เขาทั้งหมด ไม่มีใครห้ามปรามและก็พูดกันอย่างเป็นห่วงในระวังตัวเองให้ดี ซึ่งพวกจิ้งจอกอสูรอยากบอกกันเหลือเกินว่าให้ระวังเทพินไว้ดีกว่า ตอนนี้เป็นเจตอารักษ์เต็มตัวแล้ว แค่ดีดนิ้วเบาๆ ก็ดีดคนปลิวหายไปจนลับตาได้สบายๆ


            ฟอร์มกับลุกซ์ในตอนแรกก็แสดงความยินดีกับเขาที่ได้ยิน แต่สองวันต่อมาก็มาบอกหน้าตาเฉยว่าได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศเหมือนกัน ประเทศเดียวกันกับเทพินด้วย ทำให้เขาตกใจไม่น้อย


            ที่น่าตกใจกว่านั้นคืออีกฝ่ายจองตั๋วจองที่พักให้เสร็จสรรพ กลายเป็นพักอยู่ที่เดียวกันหมดทั้งสามคน เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เมืองเดียวกันอีกด้วย กลับมาตัวติดกันเหมือนสมัยมัธยมอีกแล้ว เทพินถอนหายใจอย่างปลงๆ แก้ไขตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะ... ทางบ้านเราเห็นดีเห็นงามจ่ายเงินให้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


            นี่สรุปว่าชีวิตเขาต้องผูกติดกับสองไกรานี่จริงๆ รึเนี่ย


            อสูรทั้งสองเองก็ไม่ยอมอยู่ที่อินฟลัวจะตามไปด้วย เลยกลายเป็นว่าบ้านหลังหนึ่งที่พวกเขาอยู่นั้นมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ถึงห้าชีวิตด้วยกัน


            และนั่นก็กลายมาเป็นสถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเขา


            ถึงจะบอกว่าปัจจุบันแต่เขาก็มาอยู่ที่ประเทศทางตะวันตกของโลกที่ชื่อ 'มัสอานด์' มาแล้วครึ่งปี ที่นี่เป็นประเทศที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมมากกว่าอินฟลัวในระดับหนึ่ง เทคโนโลยีก็ทันสมัยและเปิดกว้างในเรื่องเพศและเผ่าพันธุ์มาก แม้แต่อสูรที่ออกมาจากมิติได้หากไม่ทำใครเดือดร้อนก็สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบสุข





            เป็นประเทศที่ดีจริงๆ เลยว่าไหม


            มหาวิทยาลัยที่พวกเขาย้ายมาเรียนคือ มหาวิทยาลัยเฟทโตเนีย มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ไกราที่จบจากที่นี่ส่วนมากถือเป็นชนชั้นนำของโลกเลยก็ว่าได้ การที่ได้ทุนของที่นี่มาก็เหมือนได้รับความก้าวหน้ากว่าคนอื่นๆ


            เทพินก็ไม่ได้อยากก้าวหน้าขนาดนั้น แต่การจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำยังไงก็มีภาษีที่ดีตอนสมัครงานใช่ไหมล่ะ


            "วันนี้มีเรียนเช้ากันหรือเปล่าครับ" เทพินเอ่ยถามหลังจากพวกเขากินอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ลุกซ์ที่เปลี่ยนมานั่งเล่นเกมบนโซฟาพูดขึ้น


            "ไม่มีนะ... เอ๊ะ เทพินไม่รู้เหรอว่าวันนี้น่ะมันอะไร"


            "วันอะไรล่ะครับ" เทพินเลิกคิ้วสูง นอกจากวันไปเรียนตามปกติ กิจกรรมออกนอกสถานที่เป็นบางครั้งของสาขาที่เรียน เรื่องอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยเขาไม่เคยได้เข้าไปยุ่งสักเท่าไหร่


            อย่าว่าแต่ยุ่งเลย แค่เรียนเฉยๆ ก็เหมือนร่างจะแตก


            "ก็วันนี้การแข่งขันของไกรายังไงล่ะ!"


            "หา?"


            เทพินกะพริบตาปริบๆ พยายามนึกให้ออกว่ามันคืออะไร แต่คงเพราะสีหน้ามึนงงไม่เข้าใจมากเกินไป ลุกซ์เลยอธิบายขยายความเพิ่มให้


            "เป็นการแข่งขันกันเองของเหล่าไกราในรูปแบบของเกมกีฬาน่ะ เกมกีฬาที่จัดขึ้นก็แบ่งไปตามสายของไกราหลักๆ สองสายคือ ต่อสู้กับสนับสนุน พี่กับฟอร์มก็แข่งด้วยนะ"


            "อ้อ ลงแข่งสายต่อสู้ทั้งคู่สินะครับ"


            "ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วสิ พลังของพวกเราจะเอาไปสนับสนุนอะไรได้"


            "ข้าเห็นด้วย พลังของพวกเขามีแต่ถล่มทลายทั้งนั้น สนับสนุนใครไม่ได้หรอก" คิวบิพยักหน้า นึกถึงช่วงใช้พลังต่อสู้แล้วก็รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยคงหยุดซ่อมระยะยาวแน่ๆ งานนี้


            "แล้วมีแข่งวันนี้กันหรือ?" เคไนน์ถาม เขาเป็นอีกคนที่ไม่สนใจกิจกรรมของมหาวิทยาลัย นอกจากกินกับนอนแล้วก็แค่ติดตามเทพินไปเรียนเท่านั้นเอง


            ใช้ชีวิตเป็นอสูรขี้เกียจที่แท้จริง


            "มีแข่งทั้งสัปดาห์อ่ะ พอหมดสัปดาห์นี้ก็จะเข้าสู่ช่วงสอบแล้วก็ปิดเทอม!"


            "โอ้..." เทพินตอบอย่างไร้ความกระตือรือร้น "แล้วนี่พวกพี่ลุกซ์จะมีแข่งเมื่อไหร่ล่ะครับผมจะได้ไปนั่งเชียร์"


            "บ่ายๆ น่ะ อีกตั้งหลายชั่วโมง"


            "อ้อ งั้นมีเวลาผมคงนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ"


            "เทนไม่ลงแข่ง?" ฟอร์มถามอย่างประหลาดใจ


            "ถึงผมจะเข้ามหาวิทยาลัยของไกราได้แต่ผมก็ไม่ได้เป็นไกรานะครับฟอร์ม คงไปแข่งไม่ได้หรอก"


            "ใช่ และเพราะเทนไม่ได้เป็นไกราเขาเลยไม่มีการแจ้งข่าวการแข่งขัน ไม่อย่างนั้นเขาต้องรู้จักการแข่งขันนี้อยู่บ้างแม้จะไม่ได้สนใจอะไรก็ตามแต่ก็น่าจะมีใครพูดถึงให้ได้ยินแหละ" จิ้งจอกอสูรสีเงินกล่าว เรื่องนี้รู้กันทั่วมหาวิทยาลัยเพราะเป็นสถานศึกษาที่มีแต่ไกรา การที่เทพินไม่รู้นับว่าแปลกมากแล้ว


            ถ้าเป็นการจงใจไม่บอกมันก็อีกเรื่องหนึ่ง


            "มีการแบ่งแยกงั้นเหรอ" สองไกราทำสีหน้าไม่พอออกมาทันที


            "ก็ธรรมดาแหละครับ มันเป็นธรรมเนียม และผมก็ไม่ได้ซีเรียสด้วย ถึงจะได้ลงผมก็ไม่รู้จะอยู่ต่อสู้หรือสนับสนุนดี พลังของผมมันก็เกินไปทั้งสองสายแล้ว"


            ในตอนนี้เขากลายเป็นเจตอารักษ์เต็มตัวแล้ว ชีวิตหลังจากนี้ถึงจะดูสงบตามประสา แต่เบื้องหลังก็ยังมีปัญหาตามมาไม่หยุดหย่อน อย่างเมื่อคืนที่ต้องวิ่งไปปรับสมดุลของภูเขาไฟไม่ให้ระเบิดก่อนเวลาแทนเทพแห่งเปลวไฟ เมื่ออาทิตย์ก่อนก็ไปเสริมความหนาวเย็นของภูเขาหิมะแทนเทพเหมันต์ไม่ให้ละลายมากเกินไปไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นภัยน้ำท่วม กระทั่งไปช่วยอสูรคลอดลูกเพราะพบเจอระหว่างทางก็มี...


            ชีวิตไม่เคยจะสงบจริงๆ สักที


            และนี่ก็เป็นพลังที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตเดียวกับไกราแล้ว ถึงจะไม่ได้ใช้ให้ใครเห็นอย่างจริงจัง แต่ไกราระดับสูงก็น่าจะรู้สึกได้กันบ้างล่ะ


            "แล้วเกมกีฬาอะไรนี่เป็นยังไงกันเหรอ" เคไนน์ถามอย่างสนใจ เขาไม่เคยเห็นการเกมกีฬาของไกรามาก่อนเลย


            "ถ้าเป็นสายต่อสู้ก็คือการต่อสู้กันนั่นแหละ แต่เป็นการต่อสู้ที่มีกติกาในรูปแบบของศึกชิงเมือง"


            "ศึกชิงเมือง?"


            "ใช่แล้ว... อ่า พูดอธิบายตอนนี้ไม่เห็นภาพแฮะ ต้องไปดูการแข่งแล้วอธิบายเป็นขั้นๆ ถึงจะเข้าใจกว่าน่ะ ตอนนี้มีการแข่งรึเปล่านะฟอร์ม" ลุกซ์หันไปมองคู่หมั้นในนามของตัวเอง ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดดูแล้วพยักหน้า


            "มี"


            จากนั้นก็ยื่นตารางการแข่งขันมาให้ดู


            "เอ่อ ตารางอะไรชวนงงจังครับ" เทพินมองราคาที่แบ่งสีแบ่งตัวเลขแถมยังมีอักษรย่ออีก อ่านไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย


            "นี่ตารางแบ่งสาย พวกสีคือคณะต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย จะแบ่งสีคณะตามนี้ ส่วนตัวเลขสามตัวแรกก็คือรหัสสาขาวิชานั้นๆ สองตัวหลังคือรหัสชั้นปี และตัวอักษรคือสายการแข่งขันที่ต้องปะทะกันจนกว่าจะได้ผู้ชนะในแต่ละสาย"


            "ยุ่งยากจังเลย..."


            "ช่วยไม่ได้หรอก มหาวิทยาลัยนี้คนก็เยอะ สาขาที่เรียนก็เยอะเหมือนกันจะจำแนกอย่างหยาบๆ คงไม่ได้ แต่จะละเอียดเกินไปก็ลายตา... มันก็เลยออกมาเป็นงี้อ่ะ"


            ยังไงก็มีคำบรรยายแยกย่อยแบ่งออกมาอยู่แล้วสำหรับคนที่ไม่รู้สีหรือรหัสสาขาวิชา แต่กับคนที่จำได้ตารางแบบนี้ก็สะดวกมากกว่า


            "แข่งศึกชิงเมืองแบ่งตามสาขาที่เรียนสินะครับ ไม่ได้จับกลุ่มเอง" หลังจากอ่านจนหมดแล้วเทพินก็ยื่นสมาร์ทโฟนกลับไป "แบบนี้ลุกซ์กับฟอร์มก็อยู่คนละทีมกันน่ะสิ"


            "ก็ดีออก อยู่ทีมเดียวกันมันจะไปสนุกอะไรล่ะ เนอะ!"


            "ใช่"


            ฟอร์มพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าอยู่ทีมเดียวกันตลอด ชนะไปก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีใจเท่าไหร่ มันดูไม่เห็นการพัฒนาของตัวเอง ฉะนั้นแยกกันอยู่บ้างก็อาจจะดีก็ได้


            เทพินมองหน้าไกราทั้งสองแล้วยกมือขึ้นกุมขมับ บางทีก็อยากให้พวกเขานึกบ้างว่าเป็นคู่หมั้นกัน ความห่วงใยในตัวคู่หมั้นก็ต้องมีบ้างสิ ไม่ใช่เอาแค่สนุกเข้าว่า... เขาล่ะหนักใจแทนจริงๆ


            "แล้วมีแค่การแข่งศึกชิงเมืองหรือ ข้าได้ยินว่ามีมากกว่านั้นนะในสายต่อสู้" คิวบิเอ่ยถามขึ้นมา ท่าทางจะได้ยินข่าวการแข่งขันมากกว่าเทพินเสียอีก ทั้งที่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านแท้ๆ


            "ก็มีอีกหลายอย่างที่เข้าร่วมแบบจับกลุ่มกันเองน่ะ เป็นกลุ่มเล็กๆ สามถึงห้าคน"


            "พวกนี้เทนน่าจะลงได้" ฟอร์มขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกได้ ลุกซ์ทุบมือตัวเองแล้วมองเทพินตาเป็นประกาย ชายหนุ่มตาสีม่วงคิ้วกระตุกถี่ๆ


            "ใช่ๆ ถ้าเป็นกิจกรรมพวกนี้เทพินน่าจะร่วมได้"


            กิจกรรมกลุ่มเล็กๆ ของสายต่อสู้พวกนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดมาก ส่วนใหญ่เป็นสาขาวิชาจัดขึ้นกันเองแล้วทางมหาวิทยาลัยอนุมัติให้ ข้อกำหนดเรื่องต้องเป็นไกราเท่านั้นก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไร


            "ไม่ดีมั้งครับ"


            "ไม่ดีอะไรกัน ดีออกจะตาย เนอะฟอร์ม"


            "อื้ม!"


            "นายก็หัดปฏิเสธบ้างเถอะครับฟอร์ม" ชายหนุ่มตาสีม่วงมองอย่างอ่อนใจ เพื่อนไกราของเขาคนนี้ก็ตามใจพี่สาวเหลือเกิน อะไรก็เห็นด้วยไปหมดเลยนะ


            โดยเฉพาะเรื่องของเขาเนี่ย เพลาๆ กันบ้าง


            "ดีล่ะ! เดี๋ยวพอเราออกไปดูกิจกรรมที่เทพินสามารถทำได้กันเถอะ!" ลุกซ์พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น ในขณะที่คนจะถูกไปดูกิจกรรมทำหน้าเหมือนปลาตาย


            "ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะไป ผมจะอ่าน..."


            "ไปๆ มีกิจกรรมทั้งที่มาอุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไงกัน!"


            "นั่นสินะ ออกไปครึกครื้นบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน"


            สองจิ้งจอกอสูรพยักหน้าเห็นพ้องแล้วลุกขึ้นหิ้วแขนซ้ายขวาของคนที่กำลังเอ่ยปากปฏิเสธทำหน้าที่เป็นผู้ลากเขาออกไปร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีสองไกราเดินตามหลังอย่างเบิกบาน


            เทพินทำหน้าป่วยๆ รู้งี้ไม่น่าถามถึงกิจกรรมเล๊ย


            

            + + + + + + + * * [อ่านต่อในเล่ม] * * + + + + + + +


            มาแจ้งข่าวนิยายเรื่องนี้ครับ พิมพ์เป็นเล่มแล้วนะ

            เนื้อหาตอนพิเศษ After Story มีเฉพาะในเล่มและ Meb เท่านั้นครับ ซึ่งมีด้วยกันสามตอนใหญ่ๆ ต่อเนื่อง ส่วนใน Fictionlog และกวีบุ๊ก จะไม่มีตอนพิเศษในส่วนให้อ่านครับ (สงวนให้คนซื้อฉบับเต็มได้อ่านกัน)

            หากต้องการอ่านเป็นเล่ม สามารถซื้อได้ที่ http://leaf-nest.lnwshop.com/p/23

            ชุดละ 620 บาท เรื่องนี้มีชายในงานหนังสือที่จะถึงนี้ด้วยนะครับ