บทที่ 27
เข้าพบโม่เยี่ยน
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าจ้องมองภาพวาดเทือกเขาที่เป็งานฝีมือของจางหยวนอย่างตาไม่กระพริบ
ยามเดินเข้ามาพ่อบ้านโมทำตามมารยาทยกมือขึ้นประสานกันและก็เอ่ยคารวะพร้อมกับรายงานผู้เป็นาย“ นายท่านตอนนี้คนที่ทานยากจะพบเดินทางมาถึงแล้วขอรับ ”
คำกล่าวของพ่อบ้านโม่ดังขึ้นมาเช่นนั้นชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือโม่เยี่ยน
โม่เยี่ยนหันใบหน้าของตัวเองมาอย่างช้าช้าคนผู้นี้เป็หนึ่งในเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองจินหยวน
แล้วถ้าลองจัดอันดับเศรษฐีภายในยุคสมัยนี้ชื่อของคนผู้นี้คงจะติดหนึ่งในยี่สิบอย่าง
ยามหันใบหน้ามาได้สบตาและก็ได้มองรูปลักษณ์จางหยวนพบเห็นว่าชายผู้นี้เป็ชายวัยกลางคนมีบุคลิกท่าทางที่ดูสง่างาม
ร่างกายไม่อ้วนไม่ผอมสวมใส่ชุดผ้าไหมที่ดูดีถูกตัดเฉพาะตัวถ้ามีรอยเหี่ยวย่นปรากฏเล็กน้อยใต้จมูกมีหนวดบางๆประดับเอาไว้บุคลิกท่าทางภายนอกมองดูแล้วเป็คนเคร่งขรึมจริงจังและยังมีความสุขุมเป็อย่างมาก
ยามหันมามองสบดวงตาเข้าหากันจางหยวนพบเห็นว่าความสุขุมของคนผู้นี้ลึกลงไปถึงภายในดวงตา
กระนั้นรูปลักษณ์ที่มองเห็นในตอนนี้ก็ไม่ได้ผิดแปลกจากที่ตนเองคิดหรือจินตนาการเอาไว้สักเท่าไหร่
ตามคำบอกเล่าและข้อมูลที่ได้มาโม่เยี่ยนน่าจะเป็ผู้ที่มีท่าทางที่สุขุมทั้งภายนอกและภายใน
เขายังเป็อีกหนึ่งคนที่ขุนนางภายในเมืองแห่งนี้ต่างหวาดกลัวและไม่อยากจะสนทนาด้วยถ้าไม่มีความจำเป็
โม่เยี่ยนเหมือนใบหน้ามามองตรงที่บุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหลังของพ่อบ้านโม่“ คนผู้นั้นอย่างงั้นหรือ? ”
พ่อบ้านโม่พยักหน้าตอบรับกลับไป “ใช่แล้วขอรับคนผู้นี้คือคนที่นายท่านอยากจะพบเขาเป็คนวาดผลงานชิ้นนั้นออกมา ”
จางหยวนมองเห็นท่าทางที่เงียบขรึมของผู้ที่อยู่ด้านหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นภายในใจคิดว่าอีกฝ่ายต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเขาเป็คนวาดมันขึ้นมา
แต่ในขณะที่กำลังคิดเช่นนั้นคำตอบที่ตนเองไม่คาดคิดได้หลุดออกมาจากปากของโม่เยี่ยน
“ มานั่งสิ ”
จางหยวนแสดงใบหน้าประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายชักชวนไปนั่งที่ที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
ภายในใจเต็มไปด้วยคำถามเขากำลังถามกับตัวเองว่าคนผู้นี้เชื่องั้นรึว่่าเขาเป็คนวาด
โดยทั่วไปแล้วถ้าคนอื่นบอกว่าผลงานชิ้นเอกเช่นนี้เป็เพียงแค่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีเป็คนวาดคงจะไม่มีผู้ใดย่อมเชื่ออย่างแน่นอน
แต่อีกฝ่ายมีท่าทางที่สุขุมภายนอกจนน่าประหลาดแถมยังชักชวนมานั่งสนทนากันอีก
จางหยวนค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆไปนั่งลงบริเวณที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ภายในห้องแห่งนี้
น้ำชาที่ถูกตั้งเอาเตรียมเอาไว้เป็น้ำชาที่ถูกทำขึ้นมาจากใบชาชั้นยอด
อืมเพียงแค่ััทางกลิ่นที่ตนเองได้กินในตอนนี้ก็แตกต่างไปจากน้ำชาที่ถูกทำขึ้นมาจากใบชาถูกของเขาอย่างสิ้นเชิง
จางหยวนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยภายในใจกำลังกระวนกระวาย
โม่เยี่ยนถามขึ้นมา ” เ้าชื่ออะไร? ”
จางหยวนก้มศรีษะเล็กน้อยใช้มือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันกล่าวแนะนำตัว“ ข้าน้อยมีนามว่าจางหยวนขอรับ ”
“ ภาพวาดภาพนั้นเ้าเป็คนวาดขึ้นมาอย่างงั้นรึ?” โม่เยี่ยนถามแล้วมองตา
จางหยวนสบตากับคนผู้นั้นโดยที่ไม่คิดจะหลบตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ“ ขอรับข้าเป็คนวาดขึ้นมา ”
โม่เยี่ยนยืนยันได้จากทางสายตาว่าคนผู้นี้ไม่ได้โกหกมันผ่านเื่ราวและพบเจอเื่ราวมามากมายรู้ดีว่าอะไรเป็อะไร
ตอนนี้มองสายตาของบุรุษหนุ่มผู้นี้ที่พูดออกมาด้วยความมั่นใจและไม่มีพิรุธอะไรก็รู้ได้ว่าคงจะเป็เื่จริง
โม่เยี่นนเป็คนพูดขึ้นมาหันไปมองรูปที่ถูกแขวนเอาไว้บนผนังอย่างงดงามและพูดขึ้นพร้อมชื่นชม “เป็ภาพวาดที่ดีจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นภาพวาดได้ที่จะมีจิติญญามากมายขนาดนี้มันดูสมจริงราวกับว่าตัวของข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น ”
งานศิลปะเป็ที่ชื่นชมในหมู่คนชั้นสูงพวกเศรษฐีพ่อค้าที่มีเงินทองล้วนแล้วแต่ชื่นชมพวกงานศิลปะเหล่านี้ทั้งสิ้น
โม่เยี่ยนดูเหมือนว่าก็จะเป็หนึ่งในนั้นเขาเอ่ยปากชมงานศิลปะที่กำลังแขวนอยู่บนผนัง
จางหยวนเมื่อได้รับคำชมเช่นนั้นก้มศีรษะลงเล็กน้อยและก็พูดขึ้นมาตามมารยาท“ ขอบคุณนายท่านโม่ที่เอ่ยชม ”
“ เ้ามีงานศิลปะชิ้นอื่นอีกหรือไม่? ”
“ ไม่มีขอรับนี่เป็งานศิลปะที่ข้าน้อยตั้งใจวาดขึ้นมาโดยใส่จิติญญาเข้าไปเป็ภาพแรกไม่คิดเลยว่าจะถูกตาและต้องใจกับท่าน” จางหยวนสวนกลับไปด้วยท่าทางที่นอบน้อม
“ อายุเพียงแค่นี้กับสามารถรังสรรค์งานศิลปะเช่นนี้ออกมาได้ในวันข้างหน้าคงจะกลายเป็นักจิตรกรชั้นยอดแห่งยุคอย่างแน่นอน ”
“ ได้ยินว่าเ้าก็เป็คนขายผักิญญาเ่าั้ให้กับตระกูลของพวกเรา” โม่เยี่ยนเริ่มสนทนาจริงจัง
“ ผักิญญาพวกนั้นข้าเป็คนปลูกเอง ”
“ ข้าได้ยินจากพ่อบ้านโม่มาแล้วผักิญญาพวกนั้นมีคุณภาพดีมากกว่าผักิญญาที่พวกเราภายในตระกูลซื้อมาจากที่อื่นเสียอีกแต่ไม่คิดว่าเ้าจะเป็คนที่วาดภาพนี้ด้วย ” โม่เยี่ยนในตอนแรกรู้เื่เกี่ยวกับการซื้อขายผักิญญา
เพียงแต่ว่ามันไม่ได้สนใจเื่ราวพวกนี้ส่วนใหญ่จะให้พ่อบ้านเป็คนจัดการมันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือ
ชื่อของคนซื้อขายผักิญญามันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำในตอนนี้มารู้จักชื่อของคนที่ขายผักิญญานั้นจากงานศิลปะชนิดนี้ว่าเป็คนคนเดียวกัน
จางหยวนพยายามแสดงท่าทางที่นอบน้อมมาก “จริงสิขอรับข้าน้อยลืมขอบคุณไปเลยเกี่ยวกับเื่ที่ดินที่ท่านยอมขายที่ดินให้กับข้าน้อยในราคาถูก”
“ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกตระกูลของพวกเรามีที่ดินอยู่มากมายทั้งเมืองนี่หรือเมืองรอบๆเพียงแค่แบ่งที่ดินขายให้เ้าในจำนวนเพียงแค่นั้นไม่มีปัญหา ”
จางหยวนเมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางที่สุขุมเขาจึงถือโอกาสนี้ในการถาม“ ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอถามหน่อยได้หรือไม่ นายท่านโม่เรียกให้ตัวของข้าน้อยเข้ามาพบ้าจะสั่งอันใดหรือไม่”
โม่เยี่ยนเหลือบสายตามองเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น “ในเมื่อพูดขึ้นมาเช่นนี้ก็ดีเรียกเ้ามาที่นี่เป็เพราะว่าอยากจะให้เ้าวาดรูปให้ข้าสักรูปหนึ่ง ”
ไม่ผิดจากที่จางหยวนคิดเอาไว้สักเท่าไหร่
จางหยวนพยายามแสดงใบหน้านิ่งเฉยเอาไว้แล้วก็ถามกลับไป “วาดรูปอย่างนั้นหรือขอรับ ท่านอยากให้ข้าวาดรูปอะไร ”
“ ข้ามองเห็นว่าจะวาดภาพนี้ได้มีจิติญญาและเสมือนจริงเป็อย่างมากข้าเลยอยากจะจ้างเ้าให้วาดรูปให้กับข้าสักหน่อย ”
“ ภาพที่เ้าจะวาดให้กับข้าถ้ามันออกมาดีร้อยตำลึงข้าก็สามารถจ่ายให้เ้าได้”
เมื่อได้ยินจำนวนเงิน ดวงตาเปล่งประกายลุกวาวขึ้นอย่างรวดเร็วจำนวนเงินขนาดนั้นเทียบเท่ากับการขายผักมากกว่าหนึ่งเดือน
เพราะแบบนั้นดวงตาของจางหยวนจึงลุกวาวเป็ประกายขึ้นมา
เขาก้มหน้าของตนเองลงเล็กน้อยพยายามสงบใจกับจำนวนเงินที่ตนเองได้ยินและก็ถามขึ้นมาอย่างสนอกสนใจ“ แล้วไม่ทราบว่าท่านอยากให้ข้าน้อยวาดภาพอะไร ”
“ ภาพครอบครัว… ”
จางหยวนแสดงใบหน้าฉงนดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความงุนงงแล้วย้ำถามขึ้นมา “ภาพครอบครัวอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ ใช่ภาพครอบครัวนั่นคือสิ่งที่ข้าอยากจะให้เ้าวาดถ้าเ้าสามารถวาดให้ข้าได้หนึ่งร้อยตำลึงนั่นคือสิ่งที่คาดจะจ่ายให้กับเ้า”
จางหยวนผิดคาดไปหน่อยตอนแรกคิดว่าคนผู้นี้น่าจะให้เขาวาดพวกภาพอย่างเช่นภาพทิวทัศน์หรือว่ารังสรรค์ภาพขึ้นมาใหม่เพื่อเป็งานศิลปะชิ้นเอกแห่งยุค
แต่ว่าในตอนนี้กลับกล่าวว่าเป็การวาดภาพครอบครัวอันแสนธรรมดาที่จิตกรธรรมดาทั่วไปก็สามารถวาดได้
“ กรุณากล่าวรายละเอียดมาขอรับข้าน้อยจะรับฟังแล้วจะให้คำตอบเดี๋ยวนี้”
“ ให้เ้าอาวาสภาพครอบครัวของข้าโดยที่มีภรรยาของข้าที่ตายไปแล้วอยู่ภายในนั้นด้วย เป็ภาพแห่งความทรงจำกระมัง” โม่เยี่ยนพูดขึ้นมาพร้อมกับแสดงแววตาที่หวนคิดถึงอดีต
เขามองตรงออกไปนอกหน้าต่างใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ภรรยาของตนเองเคยนั่งอยู่ยามนี้มันว่างเปล่าแววตาคู่นั้นทั้งคิดถึงทั้งโศกเศร้ามัวหมองไปด้วยความรู้สึกด้านลบภายในใจ
จบบท