เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่หกสิบเอ็ด เล่นนอกบท

    ตอนที่หกสิบเอ็ด เล่นนอกบท

    โรงเตี๊ยมภูตพรายทางเทคนิคสามารถเข้าไปได้เพราะเป็นแหล่งที่ซื้ออุปกรณ์ไอเท็มอย่างหนึ่งในเกมส์นั่นเอง

    แต่นั่นก็เป็นแค่โรงเตี๊ยมด้านหน้าเท่านั้นเราต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางเข้าไปคนละหนึ่งล้านเยน จึงจะได้เดินไปตรงฉากด้านหลังของหุบเขาที่มีบ่อน้ำร้อนภูตพรายที่แท้จริงอยู่อีกแห่งหนึ่ง

    ผมกับคานาเอะวางแผนจะไปเข้าในโรงเตี๊ยม

    ที่คิดว่าฉากของเกมส์ที่จะช่วยป้องกันการติดตามของศัตรูได้ตามความเป็นจริง

    ว่าทางเทคนิค ในเกมส์ก็มีฉากอยู่ว่าแม้แต่ตอนจิ้งจอกเก้าหางอาละวาดได้ ก็ยังซื้อข้าวของในเกมส์ได้

    โลกความจริงเราคิดว่านั่นคือเทคนิคการที่เจ้าของบริษัทเกมส์พยายามจะขายเกมส์ให้ได้โดยไม่ให้มีอะไรมาขัดขวางการทำรายได้

    แบบที่ในฉากปราสาทจอมมารก็ต้องมีคนขายไอเท็มไปรับจ็อบขายไอเท็มและจุดเซฟในปราสาทจอมมารนั่นเอง

    ส่วนเหตุผลตามเนื้อเรื่องคือ

    “เรื่องราวของมนุษย์ถูกทำลายไปไม่เกี่ยวกับภูตพรายอย่างเราเราแค่ไปหลบซ่อนอยู่อีกด้านของโลกเท่านั้นเอง”

     เป็นการแถว่าให้พวกเรายังซื้อของจากร้านขายไอเท็มในเกมส์ได้ฉากในโรงเตี๊ยมภูตพรายยังเป็นฉากปลอดภัยและยังมีมินิเกมส์เพิ่มขึ้นมาด้วยเหตุผลว่า

    “บรรดาปีศาจได้เคลื่อนไหวแปลกๆเราขอจ้างคุณเข้าไปกวาดล้างตรงท่อระบายน้ำของเราว่าไม่ให้มีพวกที่รุกล้ำเข้ามาได้”

    โดยเป็นเควสต์ให้เราเล่นในสถานการณ์ที่บอสโผล่ออกมาทั้งฉากแผนที่นั่นเอง

    บริษัทไม่พลาดที่จะเก็บเงินอยู่แล้วแต่...

    ร้อยคำนวณพันคำนวณผมคำนวณพลาดไป

    เราทำเวลาเร็วไปนิดหนึ่งก่อนจะถึงพื้นดินที่โรงเตี๊ยมภูตพรายจะเปิด

    ทั้งที่ภูตน่าจะหากินยามราตรีแต่อาจจะเพราะนโยบายป้องกันเด็กเล่นเกมส์ตอนกลางคืนบริษัทเลยกำหนดว่าจะเริ่มเปิดตั้งแต่เวลาประมาณ 5:00น.

    ตอนนี้ก็ประมาณเหลืออีกสักสิบห้านาทีล่ะนะ

    ผมอุ้มคานาเอะและกดตู้ขายน้ำโรงเตี๊ยมไม่ให้คลาดเวลา

    กดเพชรออกมาอีกนิดหน่อยจากการทำกิจกรรมถ่ายสติกเกอร์เช็คอินต่างๆกับคานาเอะ

    “เอ้ายิ้ม”

    ตึกตัก

    “ถ่ายอีกรูปนะชิสึกะจัง”

    “อีกรูป”

    คานาเอะท่าทางจะมีความสุขมากที่ยิ้มแย้ม แยกเขี้ยวแลบลิ้นใส่หน้าจอทำตัวบ้าบอไปกับผม

    ลักษณะตัวละครตามเกมส์ที่บรรยายว่า

    ”หญิงสาวผู้เยือกเย็นไม่แสดงความรู้สึกบอบบางราวกับตุ๊กตา”

    นั้นไม่เหลือให้เห็นเลย

    ตึกตัก

    “อะแฮ่ม”

    เสียงกระแอมของพวกสูทดำที่มาล้อมพวกเราสองคนที่อยู่หน้าโรงเตี๊ยมธรรมดาด้านหน้าของโรงเตี๊ยมภูตพราย

    “ขออภัยที่ขัดจังหวะนะโอโตนาชิคุงได้เวลาต้องพาคานาเอะจังกลับแล้ว”

    อืมผมดันคิดว่าเขตหน้าโรงเตี๊ยมคือเขตห้ามต่อสู้ในเกมส์นะเนี่ย

    แต่ท่าทางโลกความจริงจะไม่สะดวกขนาดนั้นสินะ?

    เมื่อเหล่าบรรดาสูทดำกว่ายี่สิบคนได้ล้อมผมเอาไว้

    ผมสูดหายใจที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องต่อสู้กับพวกเขาแต่ก่อนอื่น

    กริ๊ง ก่อง

    ผมกดออดตรงข้างหน้าโรงเตี๊ยม

    “ฮัลโหลทางโรงเตี๊ยมสนใจมาห้ามคนที่จะก่อเรื่องตรงหน้าประตูหรือเปล่าครับ?”

    ผมกดออดสัญญาณหน้าโรงเตี๊ยมที่ในเกมส์จะเป็นของประดับฉาก หากเข้าไปสำรวจหรือกดพูดก็จะเป็นคำตอบแบบซ้ำๆกันว่า

    “เวลายังไม่ถึงกรุณาคอยจนกว่าถึงเวลา 5:00น.”

    แต่ตอนนี้ผมเจอเหตุการณ์นอกบทเสียจนผมต้องลองเล่นนอกบทดูบ้างแล้ว

    กรึ้ง เสียงอีกฝ่ายตอบรับ

    “...ซ่าเราจะออกไปแก้ไขปัญหากรุณาคอยสักครู่”

    ตอนนี้ผมไม่ได้มีบทพูดจำกัดแค่ตามเนื้อเรื้องในเกมส์และบทพูดของโรงเตี๊ยมก็ไม่ได้มาจากในเกมส์เช่นกัน

    เช้ง เฟี้ยว

     แต่หอกและอาวุธต่างๆก็พุ่งมาทางผม

    พวกสูทดำก็ไม่ใช่ NPC ที่คอยผมพูดเสร็จเหมือนกัน