หลังหยุดยาวช่วงปีใหม่จบลง ฉันกลับมาทำงานที่บริษัทอีกครั้งหลังหยุดยาวไปด้วยความลำบากใจ เพราะตัวเองดันไปวันไนซ์กับหนึ่งในประธานบริษัทน่ะสิ
เช้าวันจันทร์แรกของเดือน บรรยากาศในออฟฟิศใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง เสียงทักทาย เสียงเปิดคอม เสียงกาแฟเครื่องชงในแพนทรี่ยังคงทำงานได้อย่างเป็นอย่างดีเหมือนเดิม
แต่ไม่ใช่สำหรับฉันที่หนีออกมาจากห้องของคุณอีวานที่หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนและหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอเขาตลอดสองวันที่พักอยู่ที่โรงแรมหลังงานเลี้ยง
แถมพอกลับมาหยุดยาวที่บ้านแล้วฉันก็ยังเลี่ยงการรับสาย และตอบกลับข้อความของเขาอีกด้วย
แต่ว่า…
“พัดชา เธอได้รับคำสั่งด่วนให้ไปพบฝ่ายบุคคลหน่อยนะ”
เสียงรุ่นพี่หัวหน้าแผนกคนเดิมดีคนเดิมที่เคยทำให้ฉันใจสลาย เรียกฉันด้วยน้ำเสียงนุ่นนวล
หลังจากคืนนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ส่งข้อความมาขอโทษฉัน ที่เมามากจนต้องขึ้นไปพักที่ห้องพักก่อน (แน่นอนว่าฉันรู้ว่าเขาโกหก แต่ว่าเขาไม่รู้)
และแน่นอนว่าวันรุ่งขึ้นระหว่างทานอาหารเช้าที่โรงแรมเขาก็ยังคงชวนฉันคุยเป็นปกติเช่นเดิม
เขาไม่ได้รู้เลยว่าฉันเห็น… ทั้งหมด
“คะ? ฉันเหรอ?” ฉันเลิกคิ้วอย่างงุนงงพร้อมกับชี้ที่ตัวเอง
รุ่นพี่พยักหน้าช้าๆ แล้วพูดเสริม “เขาบอกว่ามีคำสั่งจากเบื้องบน… ให้ย้ายตำแหน่งเธอทันที”
หัวใจฉันหล่นวูบ
“ย้ายเหรอคะ… ย้ายไปไหน?” น้ำเสียงของฉันแผ่วลงอย่างไม่รู้ตัว ฉันทำอะไรให้คุณอีวานไม่พอใจมากเลยสินะ
เขาคงจะไม่ไล่ออกเพราะเขาบอกว่าจะย้ายฉัน แต่ว่าเขาจะย้ายฉันไปไหนล่ะแผนกอื่น ฉันไม่ได้รู้จักใครเป็นพิเศษเลยนะ เขาคงจะไม่ได้แกล้งให้ฉันย้ายไปเป็นตำแหน่งแม่บ้านค่อยทำความสะอาดห้องน้ำอะไรแบบในละครสั้นช่องทางออนไลน์หรอกใช่ไหม
“พี่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน” รุ่นพี่ตอบยกมือขึ้นปาดฟองครีมจากกาแฟที่ปากของฉันออกให้อย่างเบามือ
“พี่คิดว่าเธอคงจะต้องไปพังเอาเองนะ รีบไปเถอะเพราะพี่ก็อยากจะรู้เหมือนกัน สู้ๆ นะพัดชา ยิ้มเข้าไว้เวลาที่เธอยิ้มมันสวยมากเลย”
เมื่อเดินไปถึงฝ่ายบุคคล พนักงานหญิงที่นั่งอยู่บนโต๊ะยื่นแฟ้มเอกสารให้ฉันพร้อมยิ้มบางๆ ส่งมาให้
“คุณพัดชาใช่ไหมคะ? นี่เป็นคำสั่งย้ายตำแหน่งของคุณค่ะ มันมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“วันนี้?” พัดชารับแฟ้มมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม
“แล้ว… ฉันต้องย้ายไปที่ไหนเหรอคะ?”
พนักงานหญิงเหลือบตามองเล็กน้อยเหมือนกลั้นยิ้มก่อนจะตอบเสียงเรียบ แต่มีแววซุบซิบปนซุกซนในน้ำเสียงนั้น
“ไปเป็นผู้ช่วยพิเศษ หน้าห้องของประธานอีวานค่ะ”
ทุกอย่างในร่างฉันหยุดนิ่งไปในวินาทีนั้น ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำถึงขั้นนี้
สมองฉันประมวลผลไม่ทันในช่วงสั้นๆ จนถึงกับพูดไม่ออก
“เอ่อ… วะ…ว่าไงนะคะ?” ถามยำอีกครั้งอย่างงงงวยจับต้นชนปลายไม่ต่อยถูก
หญิงสาวพนักงานบุคคลหัวเราะเบาๆ มองฉันอย่างเอ็นดูปนความสงสารเจืออยู่ลึกๆ เป็นที่รู้กันดีว่าคุณอีวานใช้เลขาเปลืองมากๆ
ใครโดนเรียกไปทำงานในตำแหน่งเลขาของเขา จะบอกว่าโชคดีมันก็โชคดีที่ได้เงินขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาไม่นาน
แต่หากคิดว่ามันเป็นโชคร้ายก็คือว่าไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นานเกินหนึ่งปีเลยซักคน จะเรียกว่าเป็นตำแหน่งอาถรรพ์เลยก็ได้
“ฉันไม่อยากไปทำตำแหน่งนั้นเลยค่ะ ฉันขอไม่ย้ายจากตำแหน่งงานเดิมได้หรือเปล่า?”
“คุณอีวานลงชื่อเองเลยนะคะว่าอยากได้คุณไปช่วยงานใกล้ชิด เขาบอกว่าประทับใจใน ‘ความสามารถเฉพาะด้าน’ ที่คุณแสดงออกมาในช่วงงานเลี้ยงสิ้นปีค่ะ”
แผนกงานสาวอ่านกระดาษโน๊ตที่แปะอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองเป็นกระดาษโพสต์อิทที่หน้าจะพึ่งดึงออกจากเอกสารของฉันเป็นแน่
“ตายจริง แต่แน่ๆ เลยฉัน” พัดชาพึมพำออกมาเบาๆ หน้าร้อนผ่าว มือเย็นวาบรู้สึกงุนงงและสับสนไปหมด
ยังไม่ทันได้เรียบเรียงคำพูด มือถือของเธอก็สั่นเบาๆ เป็นสัญญาณเตือน
ชื่อบนหน้าจอขึ้นว่า: (Ivan)
พัดชากัดริมฝีปากล่างแน่น ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู และปลายสายพูดเสียงดังฟังชัด
“หวังว่าหลังจากวันนี้ คุณจะไม่กล้าหายหน้าไปไหนอีกนะ พัดชา”
“เดี๋ยวค่ะคุณ…”
“รีบเก็บของส่วนตัวของคุณมาหาผมได้แล้ว หรือว่าอยากที่จะให้ผมเดินไปรับคุณที่แผนกด้วยตัวเอง”
“ไม่ค่ะ ไม่ต้องฉันจะรีบเก็บของ รีบไปค่ะเดี๋ยวนี้เลยคะ” ฉันพงกหัวลงเพื่อขอตัวออกจากห้องของฝ่ายบุคคลและรีบเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
“รีบมาเร็วๆ เลยพัดชา ผมไม่ชอบรออะไรนานๆ”
“…”
“ถ้าขื่นคุณยังชักช้า ผมจะเดินไปหาคุณที่แผนกเอง”
“ขะ ขอเวลาให้ฉันซักชั่วโมงนะคะ พอดีของฉันเยอะมากๆ เลย” ฉันต่อรองอย่างสิ้นหวัง
“ผมให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณมาช้ากว่านั้นคุณจะได้รู้ว่าค่าเวลาที่ทำให้ผมต้องรอคอยมันเป็นยังไง”
“งั้นฉันไม่เก็บของแล้วค่ะ ฉันจะรีบไปหาคุณเดี๋ยวนี้เลย คุณจะได้ไม่ต้องรอฉันจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าอะไรให้กับคุณ”
“หึหึ คุณนี่มันสู้มือดีจริงๆ ผมให้เวลาคุณห้านาทีถ้าภายในห้านาทียังมาไม่ถึง…”
“ฉันกำลังไปค่ะ อย่าเร่งกันสิคะ”
“รีบมาเร็วเข้า ผมหิวข้าวแล้วรอไปกินข้าวเที่ยงอร่อยๆ กับคุณอยู่นะพัดชา”
คำสั่งที่เหมือนกับการงอแงของเขามันทำให้ฉันโกรธเขาไม่ลง
แค่ไม่ได้รับสายเขาถึงกับย้ายแตน่งของฉันพร้อมกับเพิ่มเงินเดือนให้หลายเท่า ถ้าฉันทำหน้าที่ได้ดีก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าทำได้ไม่ดีอนาคตอันใกล้ของฉันกับบริษัทนี่ก็คงจะไม่รอดแน่
ถ้าจะให้กลับไปพึ่งใบบุญของที่บ้านมันก็ได้แหละ แต่ว่าตอนนี้ฉันยังอยากจะอยู่ที่กรุงเทพ เมืองที่แทบจะไม่เคยหลับไหลนี่มากกว่าบ้านไร่ที่ต่างจังหวัดของพ่อกับแม่อย่างน้อยๆ ก็จนกว่าจะหาแฟนหล่อๆ ดีๆ กับไปอวดที่บ้านได้ซักคนอ่ะนะ