กลางดึก ณ ขณะที่ทุกคนเข้านอน หม่าหลงค่อยๆ ย่องออกจากประตูเพื่อไปบ้านของตาเฒ่าหม่า แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางอยู่แล้ว และยิ่งนึกถึงเงินที่ตาเฒ่าหม่าซ่อนเอาไว้ ความกลัวที่จะต้องออกไปข้างนอกเวลากลางคืนยิ่งไม่มีเลย
ใช้เวลาไม่นานหม่าหลงก็เดินมาถึงบ้านของตาเฒ่าหม่า เป็นเพราะนางมาที่นี่บ่อยครั้งจึงรู้ว่าข้าวของเครื่องใช้ในบ้านวางไว้ตรงจุดไหนบ้าง นางหยิบเทียนมาจุดให้ความสว่าง จากนั้นก็เดินไปในห้องนอนและก้มลงไปใต้เตียง กล่องไม้ใบขนาดย่อมยังวางอยู่ที่เดิม หม่าหลงรีบมุดเข้าใต้เตียงเพื่อนำกล่องไม้ออกมาทันที
“แม่เจ้า! ตาแก่สมควรตายทำไมถึงมีเงินเยอะขนาดนี้ หม่าหลงเอ๋ยหม่าหลง ตอนนี้เจ้าจะสบายแล้ว” หม่าหลงหยิบก้อนเงินออกมานับอย่างดีใจ นับรวมแล้วในกล่องไม้นี้มีเงินอยู่เกือบหนึ่งร้อยตำลึง
“เจ้ากำลังทำอะไร”
“มารดาเจ้าสิ!” อุทานคำหยาบออกมาด้วยความตกใจ
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ”
“เจ้าก็เหมือนกัน เป็นใครถึงได้มาที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ” หม่าหลงคว้าเทียนแล้วยื่นไปยังทิศทางของเสียง ก่อนที่จะตกใจจนเกือบจะทิ้งเทียนลงแล้ว “ท่าน...ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”
“ข้าก็จะมาดูหัวขโมยอย่างเจ้าน่ะสิ ไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะจับเจ้าไปส่งทางการ” หยุนถังก็คิดที่จะมาหาเงินที่ตาเฒ่าหม่าซ่อนไว้เหมือนกัน จึงเลือกที่จะมาที่นี่ในเวลากลางคืน แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับหม่าหลงเข้าพอดี
หม่าหลงพยายามขัดขืนเมื่อถูกมือของหยุนถังจับไว้ เป็นเพราะหม่าหลงตัวใหญ่ หยุนถังแทบจะจับนางไว้ไม่อยู่ เพียงแต่สักพักร่างกายของทั้งคู่ก็เหมือนมีบางอย่างผิดปกติ มือที่หยุนถังจับหม่าหลงไว้ยังกระชับแน่นกว่าเดิม อีกทั้งกลิ่นแป้งที่มาจากกายของนางก็ทำให้เขาเกิดความต้องการ
“นังสารเลว เจ้าวางยาข้า”
“ท่าน...ท่านพูดอะไรเจ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ เป็นท่านที่เข้ามาเองต่างหาก” หม่าหลงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แต่ยิ่งนางสูดลมหายใจเข้าไปมากเท่าไหร่ ความต้องการของนางก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น มือของนางเริ่มปัดป่ายไปทั่ว จนไปเจอกับอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย
จากนั้นเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของหยุนถังก็ดังขึ้น หยุนถังผลักหม่าหลงให้นอนราบกับพื้น เขารีบปลดสายรัดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว หม่าหลงที่สายตาเริ่มพร่าเลือนก็ทึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกเพื่อลดอาการอึดอัด จากนั้นคงไม่ต้องอธิบายแล้วว่าระหว่างหยุนถังกับหม่าหลงจะเกิดอะไรขึ้น
เทียนเล่มนั้นยังคงส่องสว่างและกำลังทำงานของมันอย่างเต็มที่ ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านตาเฒ่าหม่าล้วนเป็นสิ่งของที่เขาเตรียมไว้ใช้เมื่อเขาซื้อนางโลมกลับมาหาความสุข และเทียนเล่มนี้ก็เป็นสุดยอดของยาปลุกกำหนัดที่หอนางโลมนิยมใช้ ประสิทธิภาพของมันนั้นดีเยี่ยม ทั้งช่วยปลุกเร้าอารมณ์และช่วยยืดเวลาในการหาความสุขออกไปอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ตาเฒ่าหม่ามักจะใช้เทียนชนิดนี้เพื่อที่เขาจะได้ออกกำลังกับนางโลมได้อย่างคุ้มค่าเงิน เพราะการซื้อนางโลมมาแต่ละครั้งเขาต้องเสียเงินไปหลายตำลึง จะให้ทำกิจกรรมแค่ไม่กี่ครั้งก็ถือว่าขาดทุนแล้ว เมื่อจุดเทียนเล่มนี้เขาก็สามารถมีความสุขได้ตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งสาง
เพราะฉะนั้นคืนนี้หม่าหลงกับหยุนถังคงต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งคืนแล้ว หนึ่งก็คือฤทธิ์จากกลิ่นเทียน และสองก็คือความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ของทั้งคู่ เพราะทั้งหยุนถังและหม่าหลงต่างก็มีความชอบในกิจกรรมประเภทนี้ และยิ่งเป็นพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนด้วยแล้ว พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ โดยไม่ได้คำนึงว่าคู่นอนของตนจะเคยผ่านใครมา
หยุนหนิงเอ๋อที่มองมู่หรงเฉินอย่างโมโห นางพยายามแกะมือที่เขาใช้ปิดหูนางไว้แต่ก็ไม่สำเร็จ เวลานี้เรียกได้ว่ามู่หรงเฉินบีบกะโหลกของนางจนแทบจะแบนติดกันแล้ว
เป็นเพราะมู่หรงเฉินไม่อยากให้หยุนหนิงเอ๋อได้ยินเสียงต่อสู้อันดุเดือดของหยุนถังกับหม่าหลง เขาอุ้มนางแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดหายไปจากบริเวณนั้นทันที
“ทำไมท่านไม่ให้ข้าฟังพวกเขาคุยกันเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อถามมู่หรงเฉินเสียงเข้ม เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้านของนางแล้ว
“พวกเขาไม่ได้คุยธุระสำคัญอะไรกันหรอก” มู่หรงเฉินบอก และเมื่อนึกถึงเสียงเมื่อคู่ เขาก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
“แล้วนี่ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำไมถึงพูดติดๆ ขัดๆ” หยุนหนิงเอ๋อชูตะเกียงขึ้น “หน้าแดงด้วย ท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ”
“เปล่า ข้าสบายดี” มู่หรงเฉินกระแอมขึ้นมาทีหนึ่ง
“ตกลงว่าท่านมาหาข้ากลางดึกเพราะอะไรหรือเจ้าคะ”
เป็นเพราะเมื่อกลางวัน มู่หรงเฉินเห็นหยุนหนิงเอ๋อร้องไห้เสียใจเรื่องที่ตนเองไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เขากลัวว่านางจะเก็บเรื่องนี้มาคิดมาก จึงตั้งใจมาหานางตอนกลางดึก คิดว่าจะมาปลอบใจนางสักหน่อย แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอหม่าหลงแอบย่องออกไปข้างนอกพอดี
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะเก็บเอาเรื่องนั้นไปคิดมาก จึงตั้งใจมาอยู่เป็นเพื่อน”
ได้ฟังคำตอบของมู่หรงเฉิน หยุนหนิงเอ๋อก็หายโมโหไปทันที “ความจริงข้าก็คิดมากจนนอนไม่หลับเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เป็นความตื่นเต้นกับงานแต่งของเราต่างหาก”
“จริงหรือ...เจ้าไม่ได้โกหกเพื่อให้ข้าสบายใจหรอกนะ”
หยุนหนิงเอ๋อโน้มตัวไปกอดและซุกหน้าเข้ากับอกของเขา “ไม่โกหกเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าก็ไม่ได้คิดมากกับเรื่องนั้นแล้วจริงๆ”
มู่หรงเฉินตัวแข็งทื่อขึ้นทันที ยิ่งเมื่อนึกไปถึงเสียงที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่ เขาผลักหยุนหนิงเอ๋อออกจนนางล้มลงไปนอนกับเตียง “เช่นนั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อน”
ยังไม่ทันที่หยุนหนิงเอ๋อจะทันได้พูดอะไร มู่หรงเฉินก็กระโดดหน้าต่างออกไปเรียบร้อยแล้ว
หยุนหนิงเอ่อนั่งงงกับปฏิกิริยาของเขาอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะนึกได้ว่าหยุนถังกับหม่าหลงต้องทำกิจกรรมบางอย่างกันอยู่แน่ นางรีบคว้าหมอนมาปิดหน้าแล้วหัวเราะออกมาจนน้ำตาไหล ‘ว่าที่สามีของฉันช่างใสซื่อเสียจริง ทำอย่างกับตัวเองไม่เคยทำไปได้ คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่หรือไง แต่จะว่าไป ทฤษฎีเราก็คือแน่นมากนะ แต่ภาคปฏิบัติกลับเป็นศูนย์ เฮ้อ...เมื่อไหร่จะถึงวันแต่งสักที’
ส่วนหยุนถังกับหม่าหลง กว่าทั้งคู่จะตื่นก็เป็นเวลาสายโด่งแล้ว แต่แทนที่พวกเขาตื่นขึ้นมาจะเหน็ดเหนื่อย ทั้งคู่ยังคงต่อสู้และพลิกตัวกันไปมาอีกหลายรอบเลยทีเดียว
“ไม่คิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะแข็งแกร่งสมชายเพียงนี้” หม่าหลงมองเลยหน้าท้องของหยุนถังลงไปข้างล่างอย่างพอใจ
“อย่ามาใช้สายตาเช่นนั้นมองข้า” หยุนถังแสร้งทำท่าทางรังเกียจ แต่เขากลับพอใจในลีลาของหม่าหลงเป็นอย่างมาก ‘ไม่คิดว่านังหญิงอ้วนอัปลักษณ์คนนี้ก็ลีลาดีเหมือนกัน’
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเจ้าขา ที่ข้ามาบ้านตาเฒ่าหม่าเพราะอยากมาเอาเงินของข้าคืนเท่านั้น ก่อนหน้านี้เขามาขู่เอาเงินจากข้าเพื่อแลกกับที่เขาจะไม่ทำร้ายหนิงเอ๋อ ข้าเป็นพี่สะใภ้แสนดีที่เป็นห่วงน้องสามี กลัวว่านางจะถูกตาเฒ่าหม่าทำมิดีมิร้ายก่อนที่จะออกเรือน ก็เลยจำเป็นต้องเอาเงินเก็บของตัวเองออกมาจ่ายให้เขา แต่คราวนี้โชคดีที่ตาแก่เจ้าเล่ห์ตายไปแล้ว ข้าจึงคิดจะมาเอาเงินของข้าคืนเท่านั้นเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้มาขโมยของเหมือนที่ท่านคิดนะเจ้าคะ” หม่าหลงเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง
“เงินที่มีในกล่องนั่นคงไม่ใช่ของเจ้าคนเดียวหรอกกระมัง เอาอย่างนี้...เรามาแบ่งกันคนละครึ่ง” หยุนถังทำหน้าคล้ายกับว่าตนเองพูดอย่างยุติธรรมเต็มที่
“ก็ได้เจ้าค่ะ” หม่าหลงแอบกัดฟันตอบรับอย่างไม่พอใจ แต่ได้มาครึ่งหนึ่งก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย
“หม่าหลง คืนนี้เจ้ามารอข้าที่นี่อีก ข้ามีงานให้เจ้าทำ” หยุนถังลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากหน้าอกขาวๆ ของอีกฝ่ายเลย
“ได้เลยเจ้าค่ะ” หม่าหลงยิ้มอย่างเอียงอาย “ท่าน...ท่านชอบที่ข้าปรนนิบัติท่านใช่ไหมเจ้าคะ”
หยุนถังเชิดหน้าขึ้น “ข้าจะให้เจ้ามารายงานความเป็นไปของหยุนเอ๋อให้ข้าฟังต่างหาก”
“ยังมีเรื่องอะไรที่ต้องรายงานหรือเจ้าคะ” หม่าหลงทำท่าคิด “นอกจากเรื่องที่นางไปทำการค้ากับสกุลหูและสกุลเหลียงในอำเภอ ที่เหลือก็ไม่มี... มีเจ้าค่ะ! หยุนหนิงเอ๋อกำลังจะแต่งงานกับมู่หรงเฉิน ท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่ได้บอกท่านหรือเจ้าคะ”
“อะไรนะ! หนิงเอ๋อกำลังจะแต่งงาน เมื่อไหร่?”
“อีกสิบวันข้างหน้าเจ้าค่ะ พิธีไหว้ฟ้าดินและยกน้ำชาจะจัดที่บ้านของข้า ส่วนพิธีกินเลี้ยง พวกเขาจองภัตตาคารฟู่ชุนหลีเอาไว้”
“บัดซบเอ๊ย!” หยุนถังเดินออกจากบ้านไปราวกับพายุ
“หัวหน้าหมู่บ้าน” หม่าหลงเรียกหยุนถัง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้หันกลับมา “ช่างเถอะ ข้าแค่จะบอกว่าสายรัดเอวเส้นนั้นเป็นของข้า ในเมื่อท่านอยากใช้ ข้าก็จะไม่ทวงคืนก็แล้วกัน”
หม่าหลงสวมเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ไม่มีความจำเป็นที่นางต้องรีบร้อนกลับบ้าน เพราะถึงอย่างไรคนในบ้านนั้นก็ไม่สนใจนางอยู่ดี แต่เมื่อนางหยิบเงินขึ้นมาก็มองไปเห็นเทียนสีแดงที่ไฟยังติดอยู่ นางดมกลิ่นเทียนอย่างตั้งใจ ถึงแม้นางจะชอบเรื่องพรรค์นี้มากแค่ไหน แต่กับการที่เห็นตาแก่อย่างหยุนถังแล้วทำให้นางเกิดความต้องการขึ้นมาในทันทีนั้นคงเป็นไปไม่ได้
เมื่อได้กลิ่นหอมของเทียนชัดๆ หม่าหลงยิ้มและเดินไปหยิบเทียนมาสองเล่ม คืนนี้หยุนไป๋ปฏิเสธนางไม่ได้อย่างแน่นอน ขอแค่นางพาเขาเข้าไปในห้องนอนได้ก็พอ จากนั้นตอนดึกค่อยมาหาหยุนถังก็ยังได้ และเทียนอีกหนึ่งเล่ม นางจะเอาไปให้น้องชายไว้ใช้กับหยุนหนิงเอ๋อ ‘นังหนิงเอ๋อ แกรอขึ้นสวรรค์กับน้องชายข้าได้เลย’