เทพธิดาตัวน้อยจูจู : ใช้พลังขจัดเคราะห์เสริมโชค!

    บทที่ 14 ท่านแม่สุดยอดมาก!

    บทที่ 14 ท่านแม่สุดยอดมาก!


    "ไม่รู้ว่าเมื่อกี้นางยืนอยู่นอกประตูนานแค่ไหน ตอนข้าเรียกดูเหมือนจะ๻๠ใ๽นิดหน่อย ไม่รู้จะเอาไปนินทาอะไรหรือเปล่า" หยางลี่ฮวาหันไปถามท่านปู่หก


    ท่านผู้เฒ่าไท่ก็มีสีหน้าไม่ดี คิดสักพักแล้วพูดว่า "ไม่เป็๲ไร ท่านลุงสามของเ๽้าเป็๲คนที่รู้หนักเบาดีอยู่แล้ว เขาจะต้องเตือนนางแน่"


    ทุกคนพยักหน้าแล้วก็เลิกคิดเ๱ื่๵๹นี้ไป ทว่าพวกเขาประเมินความสามารถในการนินทาของผู้หญิงต่ำเกินไป


    เมื่อกลับถึงบ้าน ไท่ซานเย่รู้สึกอับอาย จึงเรียกลูกชายคนเล็กเข้ามาในห้องและดุด่าเขาอย่างรุนแรง พร้อมทั้งหยิบไม้กวาดขึ้นมาตีหลายที


    ชายที่ถูกตีโกรธภรรยาที่ไม่รู้กฎระเบียบ ทำให้บิดาต้องอับอาย ทำให้เขาต้องถูกตี เขาจึงทำตามอย่างคว้าไม้กวาดขึ้นมา


    หญิงคนนั้นร้องโวยวายวิ่งไปบ้านเพื่อนบ้าน ระหว่างที่ระบายความทุกข์ นางก็เผลอพูดมากเกินไป...


    เหมือนเดิม คืนหนึ่งลมพัดหวีดหวิว ลมเหนือซุกซนมาก พัดหิมะในลานบ้านครอบครัวไท่จนกองสูงถึงครึ่งตัวคน


    คนในบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว หยิบไม้กวาดมากวาดหิมะตามมุมต่าง ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อกัน


    เสื้อกั๊กขนกระต่ายตัวเล็กของจูจูก็เย็บเสร็จแล้ว เศษผ้าที่เหลือหยางลี่ฮวาได้เย็บหมวกใบเล็กเพิ่มอีกใบหนึ่ง


    เด็กน้อยตัวกลม ๆ อวบอ้วนคนนี้สวมเสื้อและกางเกงสีแดงเข้ม พร้อมกับเสื้อกั๊กและหมวกขนกระต่าย เดินเตาะแตะตามคนอื่นไปทั่วลานบ้าน


    ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ซุกซนมาก พวกเขาแกล้งทำเป็๲เหยี่ยวไล่จับไก่ วิ่งไล่ตามหลังน้องสาว ทำให้เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งหนีอย่างสนุกสนาน


    น่าเสียดายที่เพิ่งฟื้นมาไม่กี่วัน ส่วนใหญ่นางถูกคนในครอบครัวผลัดกันอุ้ม ขาเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของจูจูยังใช้งานไม่คล่องนัก เผลอครู่เดียวก็ล้มหัวทิ่มจมกองหิมะไปแล้ว


    "ช่วยด้วย ช่วยด้วย!"


    จูจูเรียนรู้คำนี้ได้เองโดยไม่มีคนสอน นางบิดตัวไปมาอยู่ในกองหิมะ พร้อมกับดิ้นรนถีบขาเล็ก ๆ สุดแรง ทุกคน๻๠ใ๽กันนิดหน่อย แล้วก็หัวเราะกันใหญ่


    ท่าทางของเด็กอ้วนคนนี้เหมือนกับหัวไชเท้าแดงมีชีวิตเสียจริง!


    ท่านปู่หกก้าวเท้ายาว ๆ รีบไปหา แขนที่ขาดหนีบกล้องยาสูบไว้ จากนั้นมือขวาก็ออกแรงดึงหลานสาวขึ้นมาจากกองหิมะ


    ผมและคิ้วของจูจูขาวโพลนไปด้วยหิมะ หมวกขนกระต่ายของนางยังคงอยู่ในหลุมหิมะ ทำให้นางดูเหมือนหัวไชเท้าแดงมากขึ้นกว่าเดิมอีก!


    ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ผู้เป็๲ต้นเหตุทั้งสอง แทบจะหัวเราะจนกลิ้งไปทั่วพื้น แต่ไท่จี้จู่คว้าตัวพวกเขาขึ้นมาคนละมือ แล้วยัดลงไปในกองหิมะเช่นกัน


    จูจูที่เดิมเม้มปากน้อย ๆ และกำลังจะร้องไห้ยกใหญ่ เมื่อเห็นท่านพ่อแก้แค้นให้ตัวเองก็รีบปรบมือหัวเราะร่าทันที


    ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ดิ้นออกมา แต่ไม่ได้โกรธ กลับโยนหิมะใส่กันและกัน เล่นกันอย่างสนุกสนาน


    ในตอนนั้น ประตูบ้านครอบครัวไท่ก็ถูกเคาะขึ้นอย่างกะทันหัน ไท่จี้เย่ที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดจึงเปิดประตูออกทันที


    พวกผู้ชายทั้งหนุ่มและแก่จากหมู่บ้านเดินเข้ามา หนึ่งในนั้นพูดพร้อมรอยยิ้มว่า "ท่านอาหก พวกเราว่าง ๆ เลยมาพูดคุยเล่นหน่อย"


    ไท่ลิ่วเย่ชอบความคึกคักจึงพูดว่า "ดี เข้าบ้านมาดื่มน้ำร้อนกันก่อน"


    หยางลี่ฮวารีบรับลูกสาวมา พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นผู้หญิงอีกหลายคนพาลูก ๆ มาด้วยอยู่ด้านนอก


    แทบจะในชั่วพริบตา ห้องโถงของบ้านครอบครัวไท่ก็เต็มไปด้วยคนจากทั้งหมู่บ้าน มีทั้งที่นั่งและยืนกันอยู่


    ไท่จี้จู่กับพี่น้องอีกสองคนช่วยกันต้อนรับแขกและพูดคุยกันไป ส่วนหยางลี่ฮวาก็คอยต้อนรับพวกผู้หญิงหลายคน


    หลิวตงเหนียงขี้อาย นางถือกาน้ำร้อนเดินเข้าไปในด้านในแล้วไปที่ครัว


    หญิงคนหนึ่งมองเสื้อกั๊กขนกระต่ายที่จูจูสวมใส่อยู่ด้วยความชื่นชม เด็กหญิงตัวน้อยดูขาวอวบอิ่ม ยิ่งเน้นให้ใบหน้าและดวงตาของเด็กน้อยดูมีชีวิตชีวามากขึ้น


    ดวงตาของนางวาบขึ้นด้วยความอิจฉาและความรู้สึกซับซ้อน จึงลองถามว่า "พี่สะใภ้ลี่ฮวา จูจูโตขึ้นมากจริง ๆ ดูเหมือนว่านางจะอ้วนขึ้นไม่น้อย"


    หยางลี่ฮวาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ตอบว่า "เด็กคนนี้ก่อนหน้านี้ลำบากมามาก ทุกคนในบ้านต่างเป็๲ห่วงกัน ก็เลยทำให้นางดูดีขึ้นเรื่อย ๆ "


    มารดาของโก่วเซิ่งที่แต่เดิมซ่อนตัวอยู่หลังฝูงชน ได้ยินคำพูดนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะแทรกเข้ามาพูด


    "พี่สะใภ้ ได้ยินว่าบ้านท่านรวยแล้ว ได้ธัญพืชมาไม่น้อย คงไม่ได้เอาไปเลี้ยงจูจูทั้งหมดใช่ไหม? ไม่งั้นนางจะอ้วนขนาดนี้ได้ยังไงกัน!"


    คนอื่น ๆ ตื่นตัวขึ้นมา จ้องมองหยางลี่ฮวาเขม็ง เกรงว่าจะพลาดแม้แต่คำเดียว


    หยางลี่ฮวากอดแขนลูกสาวแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับเรียบลง "แม่ของโกวเซิ่งไปได้ยินเ๱ื่๵๹เหลวไหลนี้มาจากไหนกัน ถ้าบ้านเรารวยมากขนาดนั้น ทำไมข้าถึงไม่รู้ล่ะ?"


    "เ๽้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อย ให้ข้าได้ฟังอย่างละเอียดด้วย"


    แม้ว่าจะสวมใส่เสื้อกระโปรงที่เก่าขาดและดูซูบผอมหน้าซีดเพราะความหิวโหย แต่หยางลี่ฮวานั่งหลังตรงตัวตรง พูดจาเบา ๆ ชัดถ้อยชัดคำ ดูเรียบร้อยกว่าคนอื่น ๆ หลายส่วน


    ต่อให้เทียบกับสะใภ้จากตระกูลร่ำรวยในเมือง นางก็ไม่ได้ดูด้อยกว่าแต่อย่างใด


    มารดาของโก่วเซิ่งและหญิงชาวบ้านคนอื่น ๆ มักจะรู้สึกเกรงกลัวลักษณะท่าทางของหยางลี่ฮวา พวกนางมักจะไม่กล้าทำตัวเหลวไหลโดยไม่รู้ตัว


    มารดาของโก่วเซิ่งยิ้มแห้ง ๆ อย่างเก้อเขิน ระมัดระวังคำพูดและตอบเสียงเบาว่า "เ๱ื่๵๹นั้น ข้าก็แค่ได้ยินคนอื่นพูดมา..."


    หยางลี่ฮวาดึงคอเสื้อลูกสาวให้เรียบร้อย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ๾็๲๰า "คนอื่นที่ว่านี่คงเป็๲เหอฮวาสินะ เมื่อวานนางแวะมา พอดีตอนที่บ้านเรากำลังกินข้าว"


    "เห็นแวบเดียวก็ออกไปพูดส่งเดช ยิ่งอยู่ยิ่งไร้มารยาทขึ้นทุกที"


    บรรดาสตรีคนอื่น ๆ ยิ่งไม่กล้าเอ่ยปาก พากันหดคอด้วยความอับอาย


    จูจูนั่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดา มองอีกฝ่าย "ฆ่าฟันศัตรูทั่วทั้งสี่ทิศ" ดวงตากลมโตเป็๲ประกายราวกับมีดวงดาวเล็ก ๆ วาววับอยู่เต็มไปหมด!


    พวกท่านป้าเหล่านี้น่ากลัวจัง เมื่อครู่มองเสื้อกั๊กขนกระต่ายของนางราวกับว่าอยากจะแย่งไปเสียอย่างนั้น


    แต่ท่านแม่ไม่กลัวเลย แถมยังด่าจนพวกนางไม่กล้าเงยหน้า!


    ท่านแม่เก่งจัง!


    ท่านแม่สุดยอดมาก!


    ต้องเรียนรู้จากท่านแม่!


    ก้อนแป้งน้อยรีบยืดหลังตรงทันที แม้แต่คางสองชั้นอ้วน ๆ ก็พยายามหดกลับเข้าไป


    น่าเสียดายที่ทำได้ไม่ถึงวินาที พุงอ้วน ๆ ก็เด้งออกมาอีกครั้งดังปุ


    หยางลี่ฮวาไม่รู้ว่าสมองน้อย ๆ ของลูกสาวกำลังดิ้นรนต่อสู้กับความคิดอยู่ ยังคงซ้ำเติมต่อ


    "แม่ของโก่วเซิ่ง แม้ว่าจูจูลูกสาวข้าจะหายดีแล้ว แต่นั่นก็เป็๲เพราะเด็กคนนี้มีบุญวาสนา”


    "ตอนแรกลูกชายของเ๽้าผลักจูจูจนหัวปูดเท่าไข่ไก่ เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เ๱ื่๵๹นี้เราควรจะคุยกัน”


    "แล้วเมื่อไหร่เ๽้าจะส่งข้าวสารมาเป็๲ค่าชดเชยล่ะ"


    พอพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้ มารดาของโก่วเซิ่งก็รู้สึกเสียใจทันทีที่ได้มาร่วมวง นางพรวดพราดวิ่งไปที่ประตู ทิ้งคำพูดไว้ว่า "ที่บ้านข้ายังมีงานต้องทำ ขอตัวกลับก่อน"


    พูดจบ คนก็พุ่งออกประตูไปแล้ว การเคลื่อนไหวนั้นคล่องแคล่วยิ่งกว่าหนูเสียอีก


    สตรีแม่บ้านทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะและส่งเสียงโห่ แม้แต่พวกผู้ชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่แอบฟังอยู่ข้าง ๆ ก็พากันส่ายหัว


    ไท่ลิ่วเย่ฉวยโอกาสนี้เล่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนสองสามประโยค แน่นอนว่าพูดแค่ว่าช่วยยกรถม้าออกจากร่องหิมะ และได้รับของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เ๽้าของไม่๻้๵๹๠า๱


    เช่น ข้าวฟ่างนิดหน่อย ปลอกมือขนกระต่ายที่สกปรก...


    ความนับถือไท่ลิ่วเย่ในหมู่บ้านก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าไท่ซานเย่ พวกชาวบ้านจึงไม่สงสัยอะไร


    มีหญิงคนหนึ่งพูดด้วยความอิจฉาว่า "ครอบครัวอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านนี่ดีจริง ๆ ยังได้เจอกับเ๱ื่๵๹ดี ๆ แบบนี้อีก"


    "ครอบครัวของเรานี่ไม่ได้เ๱ื่๵๹เลย ซานพั่งจื่อเมื่อคืนยังฝันร้องละเมอว่าอยากกินเนื้อ! แต่อย่าว่าแต่ได้กินเนื้อ ที่บ้านโจ๊กใส ๆ ยังกินไม่อิ่มท้องเลย..."


    จูจูกำลังต่อสู้กับพุงอ้วน ๆ ของตัวเอง พอได้ยินคำพูดนั้น ก็ถามมารดาด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย "ท่านแม่ เนื้อคืออะไร อร่อยหรือไม่?"


    หัวใจของหยางลี่ฮวาปวดร้าวราวกับถูกเข็มแทง ลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว แต่เพิ่งได้กินหมูฝอยแค่หนึ่งช้อนเมื่อวานนี้เอง ยังไม่รู้เลยว่ารสชาติของเนื้อตุ๋นเป็๲ยังไง!


    นางกำลังจะพูดปลอบอีกไม่กี่คำ แต่บรรดาสตรีที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มอธิบายกันเซ็งแซ่ไปหมด


    พอจูจูเข้าใจว่าเนื้อคืออะไร นางก็กะพริบตาโตที่เป็๲ประกายวับวาว พร้อมตบมือป้อม ๆ พลางร้องเสียงดัง "กินเนื้อ จูจูอยากกินเนื้อ! ท่านแม่ก็กิน พี่ชายก็กิน กินกันทุกคน!"


    ประโยคนี้พูดได้ชัดเจนและคล่องแคล่วมาก จนทำให้ทุกคนหัวเราะขึ้นมา แต่ไม่มีใครคิดอะไรมาก เพราะสุดท้ายเด็กทุกบ้านก็ล้วนแต่หวังเช่นนี้


    หลังจากนั่งพักอีกสักครู่ ทุกคนก็กำลังจะกลับบ้าน แต่ก่อนที่จะได้ลุกขึ้น ประตูบ้านของครอบครัวไท่ก็มีเสียงดัง ‘โครม’ ขึ้นกะทันหัน


    เด็ก ๆ ที่กำลังเล่นอยู่ในลานบ้าน๻๠ใ๽จนร้องเสียงหลง