“มันจะยากอะไรเ้าแค่เดินไปทางนั้นส่วนข้าก็เดินไปทางนี้” ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินแซมผ้าแดงเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปทางด้านหลังของตัวเองมือขวาถือหอกสีแดงพาดบ่าเอาไว้พลางทำหน้าตาไม่ทุกข์ร้อน คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถอนหายใจ
“พูดน่ะมันง่ายนะครับ แล้วอีกอย่างทำไมถึงมีคนที่หน้าตาเหมือนกันทั้งที่ไม่ใช่แฝดกันอยู่บนโลกนี้ได้อีกล่ะแล้วนั่นคุณแต่งชุดอะไรของคุณ”อีกฝ่ายสำรวจคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้มันจะดูเว่อร์ไปหน่อยแต่ก็นับว่าดูดีมากทีเดียว
“ข้าเป็แม่ทัพข้าแต่งตัวเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้วมิใช่รึแล้วเ้าเล่า ชุดแบบนั้นมันป้องกันอะไรได้ที่ไหน” คนที่บอกว่าตัวเองเป็แม่ทัพเอ่ยถามแล้วสำรวจคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกฝ่ายสวมชุดสีขาวั้แ่หัวจรดเท้า มีผ้าคลุมสีขาวประดับอยู่บนบ่าแม้จะดูเหมือนป้องกันอะไรไม่ได้แต่ก็น่าใส่มากทีเดียว ดูท่าจะไม่หนักเท่าชุดที่เขาใส่ตอนนี้ด้วย
“จอมเวทอย่างผมที่ต้องบินบนฟ้ามันก็ต้องแต่งชุดที่เคลื่อนไหวง่ายสิครับว่าแต่คุณพอรู้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหน แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเรา” ทั้งสองมองไปรอบๆ เป็ห้องสีขาวที่นอกจากพวกเขาแล้วก็ไม่มีอะไรอยู่เลยว่างเปล่าอย่างสุดลูกหูลูกตา
“ข้าก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ข้าตายแล้ว”
“ผมด้วย” ทั้งสองมองหน้ากันจากนั้นก็หัวเราะแล้วถอนหายใจ
“แต่น่าแปลกนะ ทั้งที่เราควรจะตายไปแล้วแต่ผมกลับััถึงพลังชีวิตจากเส้นทางด้านหลังคุณได้” ชายหนุ่มจอมเวทชี้ไปทางด้านหลังของแม่ทัพหนุ่มที่ชี้มือมาทางด้านหลังของเขาเช่นกัน
“ข้าก็ััถึงพลังชีวิตจากเส้นทางด้านหลังของเ้าได้”
“แต่เรากลับััพลังชีวิตจากเส้นทางที่เรามาไม่ได้” ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันนั่นจึงเป็เหตุผลที่ว่าหากพวกเขา้าที่จะมีชีวิตรอด พวกเขาต้องเดินไปยังเส้นทางที่อีกฝ่ายจากมาแม้จะไม่รู้ว่าจะรอดจริงๆหรือเปล่าก็ตาม
จะบอกว่าเป็เื่เหนือธรรมชาติ สำหรับพวกเขาที่คนหนึ่งเป็แม่ทัพอีกคนเป็จอมเวทคงจะไม่ได้เหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่นักคงต้องเรียกว่าเป็เื่ที่อยู่เหนือเหตุผลที่เข้าใจได้มากกว่า
“ดูเหมือนว่าเทพเซียนยังพอเหลือทางรอดให้ข้าอยู่บ้าง”
“ผมไม่นับถือพระเ้า แต่เหมือนว่าเราจะยังพอมีทางรอดอยู่จริงๆ” แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ด้วยพลังชีวิตที่ััได้จากเส้นทางทั้งสองบ่งบอกว่าพวกเขามีโอกาสที่จะกลับไปมีชีวิต
แต่เื่มันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง
“แล้วเ้ายินยอมที่จะเดินไปบนเส้นทางนี้เช่นที่ข้าพร้อมที่จะเดินไปยังเส้นทางที่เ้ามาหรือไม่” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งหากพูดให้ปกติ เส้นทางที่พวกเขามาคือเส้นทางของชีวิตที่พวกเขาดำเนินมาจนถึงตอนนี้หากเดินไปยังเส้นทางของอีกคน นั่นก็หมายความว่า....
พวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“นั่นคือเส้นทางที่คุณมา นี่คือเส้นทางที่ผมมาถ้าหากเราเดินไปยังเส้นทางของอีกคนเป็ไปได้ว่าที่ที่เราจะไปจะไม่ใช่ที่เดิมของเราเอง”
“ดูเหมือนข้ากับเ้าจะเข้าใจตรงกันสมแล้วที่เรามีหน้าตาเหมือนกัน” แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าให้กับคำพูดของตัวเองไม่ใช่แค่หน้าตา รวมทั้งชื่อของพวกเขายังเหมือนกันแล้วยังมีชะตากรรมที่ตายแล้วเหมือนกันด้วย
“งั้นเราคงต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก่อนที่จะไปหากเกิดว่าที่ที่ผมไปเป็ที่ที่คุณจากมา ผมจะได้มีอะไรเอาไว้รับมือบ้าง”
“ข้าเองก็ต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง เช่นนั้นเรามาหารือกันเถอะจอมเวท”
.
.
.
.
.
“ชีวิตผมกับคุณนี่พอกันเลยนะ” หลังจากที่นั่งคุยกันมาไม่รู้กี่ชั่วโมงทั้งสองก็สรุปเื่ราวทั้งหมดได้แทบจะไม่มีความแตกต่างอะไรกันเลย บัดซบพอกัน
“ไม่ว่าจะที่ไหนการเชื่อใจคนรอบตัวนี่มันยากเสียจริง”
“แต่เื่ของคุณซับซ้อนนะ”
“ข้าไม่คิดว่าวันหนึ่งข้าจะต้องมาตายแบบนี้เลยเ้าเองก็คงไม่คิดว่าจะต้องมาตายเพราะคนของตัวเอง”
“เื่มันเศร้านะครับ แต่เราก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วถ้าคุณไปยังที่ที่ผมมาจริง ยังไงก็ฝากจัดการให้ด้วยละกันนะครับ ส่วนเื่ของคุณผมจัดการให้เอง”
“มีอีกอย่างที่ข้าอยากขอร้องเ้า” แม่ทัพหนุ่มมองไปยังเพดานสีขาว ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ
“ข้าอยากฝากดูแลคนคนหนึ่งให้ข้าด้วย”
“คนรัก?”
“ไม่เชิง”
“ผมต้องกลับไปสานสัมพันธ์ให้พวกคุณต่อด้วยไหม”
“ปากมากจริง เ้าจะไปเป็ใครที่ไหนยังไม่รู้เลยอย่ามาอวดดีมาสานความสัมพันธ์แทนข้าหน่อยเลย”
“เอ้า อะไรก็เกิดขึ้นได้เื่อย่างวันนี้ยังเกิดขึ้นได้ ไม่แน่นะ ผมอาจจะไปเป็คุณก็ได้”
“หากเป็เช่นนั้นคงยากหน่อยหากจะเข้าใกล้คนคนนั้นแต่นิสัยเ้าเหมือนข้า คงไม่ผิดสังเกตกระมังหากเ้าไปเป็ข้าจริงๆ” แม่ทัพหนุ่มถอนหายใจ จอมเวทหนุ่มมองหน้าอีกฝ่าย
คงจะรักมากจริงๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะดูแลให้เอง”
“หากเขารักเ้าก็คงจะดี”
“คุณทำใจได้จริงๆเหรอ คุณดูรักคนคนนั้นมากเลยนะ”
“แม้ข้าจะรักคนคนนั้นมากแค่ไหนแต่โชคชะตาไม่ได้กำหนดให้ข้าและเขาอยู่คู่กันแต่หากเป็เ้าข้าก็จะยินดีให้เ้าอยู่เคียงข้างเขา”
“ดูเหมือนผมจะต้องไปจีบคนคนนั้นของคุณแล้วสินะเกิดไปเป็ของคนอื่นคุณคงโกรธผมแย่”
“ความรู้สึกเป็เื่ละเอียดอ่อน ข้าแค่ฝากเ้าดูแลเขาไม่ได้ให้ไปทำอะไรที่ฝืนตัวเอง”
“เอาเถอะ ยังไงผมก็รับปากจะดูแลให้แล้วคนคนนั้นเป็ใครล่ะ” แม่ทัพหนุ่มอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชื่อคนคนนั้นให้จอมเวทหนุ่มฟัง เขาขมวดคิ้ว ชื่อนี้มัน......เอาเถอะในเมื่อรับปากเขาแล้ว ยังไงก็ต้องดูแล
“เ้ารับปากข้าแล้ว อย่าเปลี่ยนใจเสียล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยทักเมื่อเห็นสีหน้าของจอมเวทหนุ่ม
“ผมรู้แล้วน่า อยากไปเจอหน้าจริงๆ”
“อีกเื่”
“คุณนี่มีเื่ฝากฝังเยอะเกินไปแล้วนะ”
“หากเ้าต้องไปเป็ข้า และข้าต้องไปเป็เ้าหรือไม่ว่าเราจะไปเป็ใคร เราจะใช้ชีวิตในฐานะของคนคนนั้นและใช้ชีวิตให้ดีที่สุดอดีตที่ผ่านมาแล้วเราจะลืมเลือนมันไป หลังจากนี้เ้าจะมิใช่คนเดิม ข้าก็จะมิใช่ข้าคนเดิมเราจะเป็คนใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจริงจังและเต็มไปด้วยความเข้มแข็งจอมเวทหนุ่มชนหมัดกับอีกฝ่าย
“ผมสัญญา ดูเหมือนว่าเราคงต้องไปกันแล้ว” ห้องสีขาวเริ่มสั่นะเืบ่งบอกว่าหมดเวลาที่พวกเขาจะต้องพูดคุยกันแล้วพวกเขายืนอยู่บนทางเดินที่อีกฝ่ายจากมา หลับตาทำจิตใจให้สงบก่อนจะเอ่ยลาอีกคน
“หลานเยว่เทียนฝั่งนั้นเสน่ห์แรงเอาเื่นะระวังสาวๆจะตามจีบกันล่ะ” จอมเวทหนุ่มะโบอกพลางหัวเราะแม่ทัพหนุ่มะโกลับมา
“หลานเยว่เทียนฝั่งนั้นก็ใช่เล่นระวังจะรับมือไม่ไหวเอาเสียล่ะ”
แสงสว่างสาดผ่านดวงิญญาทั้งสองให้เลือนหายชีวิตที่อยู่ปลายทางของแสงสว่างนั้นจะเป็เช่นไรกันแน่นะ