วันเดินทาง กลุ่มแคมป์ 13 ตั้งเป็กองคาราวาน ประกอบด้วยสมาชิกมากกว่า 30 คน รถเลื่อนปักธงสัญลักษณ์ จำนวน 5 คัน ภายในรถเลื่อนบรรจุสัมภาระต่างๆมี หินเท็นซี่ แยกออกเป็กล่องๆ ปิดไว้อย่างแ่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์คอยคุ้มกันรอบรถเลื่อนแต่ละคัน อาวุธครบมือ มีทั้งปืนกลไก หน้าไม้ การเดินทางครั้งนี้ระยะทางอยู่ไม่ไกล แต่ต้องคอยระวังหากแคมป์ อื่น นั้นสืบเสาะได้ว่าแคมป์13 มีหินสีเหลืองอยู่ อาจบุกเข้าปล้นได้
หัวขบวนเป็กลุ่มของผู้เฒ่าซู รองหัวหน้า กลุ่มชายฉกรรจ์ฝีมือดีหลายคน มีกลุ่มเยาวชนอายุ 15-18ที่คัดเลือกมา 10 คน ส่วนมากเป็ลูกหลานผู้าุโในชุมชน
รถเลื่อนคันสุดท้ายที่ อยู่ท้ายขบวน มีคีแวนนั่งอยู่ในนั้น นาฟ ก็อยู่ใกล้ๆเดินควบคู่ไปด้วย
“ท่าน คีแวน แคมป์กลางอยู่ไกลมากมั๊ยครับ
“ไม่ไกลหรอก น้องชายถ้าเป็การเดินทางแบบไม่มีสัมภาระครึ่งวันก็ถึงแล้ว แต่กลุ่มของพวกเราจำเป็ต้องเดินทางไปอย่างช้า ๆเพราะหินสีเหลืองที่พวกเรานำมานี่แหละ มูลค่าของมันสูงมากมากจนอาจเป็ที่สนใจของชาวแคมป์อื่น อาจสวมรอยเป็โจร เข้ามาปล้นได้
“ก็ให้มันเข้ามา ข้าจะยิงมันให้พรุนเลย พลางยกปืนกลไกขึ้น พวกข้าจะคอยปกป้องเอง ท่านคีแวนชายฉกรรจ์ฝีมือดี ที่คุ้มภัยรถเลื่อน เอ่ย นาฟ มองไปรอบๆ เห็นกองคาราวาน ใหญ่บ้าง น้อยบ้าง จากหลายๆแคมป์ เดินทางในเส้นทางนี้ ควบคู่กันไป
การเดินทางไปอย่างช้าๆ ทำให้กองคาราวานของแคมป์อื่นที่ใช้เส้นทางเดียวกันเพื่อไปแคมป์กลาง ต่างอดสงสัยไม่ได้
“ครั้งนี้กองคาราวานกลุ่มแคมป์ 13เดินทางมาเป็กลุ่มใหญ่สงสัยคงมีโชคชั้นใหญ่อยู่ในรถเลื่อนเ่าั้ ผู้คนจากกองคาราวานใหญ่ น้อยต่างมองมา
มีกลุ่มชายฉกรรจ์จากกองคาราวานขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งจากที่ไกลๆ ในกลุ่มมีสมาชิกราวๆ 5 คน อาวุธครบมือ แต่ไม่ได้ปักธงสัญลักษณ์ของ แคมป์ ไว้บนรถเลื่อน
“เ้าสาม นายเร่งเดินทางล่วงหน้าออกไปก่อน รีบไปแจ้ง ให้หัวหน้าให้ทราบโดยเร็ว
“ได้เลยพี่รอง พร้อมขยับตัวออกจากรถเลื่อนวิ่งนำหน้าออกไป
การเดินทางเป็ไปอย่างราบรื่น กลุ่มแคมป์ 13 เดินทางมาถึงจุดพักก่อนพลบค่ำ เป็บริเวณลานกว้าง อยู่รอบนอก ห่างจากแคมป์กลางไม่มาก ซึ่งได้จัดเป็พื้นที่ สำหรับตั้งค่ายพักแรมของกลุ่มต่างๆ ที่จะเข้าแลกเปลี่ยนสินค้า
ทางกลุ่ม13ได้หาบริเวณกว้าง ที่หนึ่ง เพื่อใช้ตั้งค่าย ลูกหาบแรงงานรวมถึงชายฉกรรจ์ ต่างเร่งช่วยกันจัดตั้งค่ายที่พัก
กลุ่มของผู้เฒ่าซู แยกตัวออกไป หาเ้าหน้าที่ แคมป์กลาง เพื่อขอรับบัตรคิวลำดับ เพื่อเตรียมแลกเปลี่ยนในวันพรุ่งนี้
ตกตอนค่ำ หลังจากจัดตั้งที่พัก เช็คสัมภาระแล้วแต่ละกลุ่มแยกย้าย พักผ่อน ชายฉกรรจ์ฝีมือดี ผลักเปลี่ยนเวรยาม เป็หน่วยป้องกัน
คีแวนนั่งอยู่ข้างกองไฟมีแรงงานบางคน นำอาหารแห้งมาให้
“น้องชาย ข้าเห็นเ้ายืนมองท้องฟ้านานแล้ว เ้าพอนึกถึงเื่ราวในอดีตได้บ้างรึเปล่า นาฟ ก้มหน้าลง พร้อมส่ายหน้า
“ข้าว่าจะออกไปเดินดูรอบๆหน่อย
“ตามใจเ้า ยังไงก็ ระวังตัวด้วย
นาฟ หยิบอุปกรณ์บางอย่างจากกระเป๋าสัมภาระ รวมถึงไม้ปลายแหลมขนาดเล็ก มองคล้ายมีดสั้นที่เหลาแกะสลักจากไม้เนื้อแข็งขึ้นมาใหม่อย่างประณีต เสียบบริเวณเอว แล้วเดินออกไป
นาฟ เดินตรงเข้าไปผ่านทุ่งหญ้ากว้างที่แห้งแล้งผืนหนึ่ง ลึกเข้าไปในใจกลางเขตรอบนอกของ แคมป์กลางพบเห็น พื้นที่หลายพื้นที่ เรียงรายเป็หน้ากระดาน แสงไฟสว่างไสว มีการจัดวางผัง ของ แคมป์ อย่างเป็ระเบียบส่วนมากเป็ลักษณะ เต็นท์สิ่งปลูกสร้าง เรียงรายกันแนวขวาง มีอาณาบริเวณ กว้างขวางประมาณ 5เท่าของ แคมป์ 13 เห็นจะได้
มีเวรยามรักษาความปลอดภัย อยู่เกือบทุกเต็นท์ ดูแล้วพื้นที่ตรงนี้น่าจะรองรับผู้คนได้ราวๆ 3-4พันคน ได้เลยทีเดียว
มีผู้คนพลุกพล่าน อยู่เต็มไปหมด ขนาดเป็่กลางคืนแล้ว แสงไฟจาก เต็นท์ต่างๆส่องทะลุออกมาภายนอก มีเต็มไปหมด นาฟ เดินเข้าไปดูอย่าง สนอก สนใจ มีผู้คนจากหลากหลายแคมป์ ยังซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก โดยใช้เงินตราเป็ตัวกลางแลกเปลี่ยน
นาฟ เดินลัดเลาะอยู่รอบเกือบ 1ชั่วโมงอากาศภายนอกเริ่มเย็นลงเจอ หลากหลายสถานที่ บางที่ไว้สังสรรค์ดื่มกิน คล้ายๆ บาร์กลางแจ้ง เป็จุดที่เปิดให้ขายเครื่องดื่ม อัตราแลกเปลี่ยน สุราขวดหนึ่ง ก็ราวๆ 100 เหรียญทองแดง จะมีก็แต่ชาวแคมป์บางคนที่โชคดี ร่ำรวยจากการแลกเปลี่ยนมานั่งดื่มคลายทุกข์ นาฟ หยุดยืนดูวิถีชีวิตชาวชุมชนต่างๆ อยู่สักพัก แล้วก็เดิน ลัดเลาะ ต่อ
เื่ราวที่เห็นเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นาฟ คุ้นเคย หรือ รู้สึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาได้เลย ผู้คนที่พบเห็น นาฟ ก็เสมือนเห็นเด็กเยาวชนหนุ่มคนหนึ่งเดินเล่นไปตามทาง ไม่มีใครสนใจใคร
สุดท้ายก็ลัดเลาะอ้อมกลับมาทางเดิมตรงเข้าพื้นที่ทุ่งหญ้าเพื่อจะเตรียมกลับค่ายพัก จู่ๆ ข้างหน้ามีเสียงะโ
“ หยุดนะ !”
นาฟหันมองไปตามน้ำเสียงนั้นทันที ปรากฏ มีคนชุดดำ 2 คนวิ่งไล่กันอยู่ ด้วยความเร็ว มาก คนที่อยู่ข้างหน้านั้นวิ่งหนีอย่างเห็นได้ชัด ใส่ชุดดำมีหมวกโม่งดำปิดบังหน้าตามือขวาถือ ถุงผ้าสีดำ เตรียมจะวิ่ง ผ่าน นาฟไป
คนที่ไล่หลังมา ห่างกันราวๆ30 เมตร ดูแล้วยังเป็เยาวชนใส่ชุดหนังสีดำ สวมด้วยหมวกแก๊ปผิวขาวเนียนจมูกโด่งเป็สัน ดูจากหน้าตาเป็เด็กที่หนุ่มหน้าตาดีมากคนหนึ่ง
จู่ๆ เ้าโม่งดำก็ปรับเปลี่ยนท่วงท่า เพิ่มความเร็วอย่างฉับพลัน ย่อตัวเล็กน้อยยันพื้นด้วยความเร็วสูง “ตูมมม”
เคลื่อนตัวพุ่งขึ้นสูงกว่า3 เมตร ราวกับกวางป่าที่ปราดเปรียวพุ่งข้ามหัว นาฟ ไป “ฟ้าว”
นาฟสังเกตเห็นในจุด ะโสุดท้าย ของเ้าโม่งดำนั่น มีรอยบิดเบี้ยวของอากาศจางๆ อยู่
ความเร็วเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว นำหน้าขึ้นไปอีก เด็กหนุ่มใส่หมวกแก๊ป ตามมาทำท่าจะไม่ทัน คุกเข่าลงข้างหนึ่งมือทั้งสองข้างวางลงไปที่พื้น หญ้า “ฟึบบบบ!! ๆๆๆ
นาฟ รู้สึกว่าหญ้าที่เหยียบย่ำอยู่บริเวณนั้นแข็งตัวขึ้นมาทันที โดยเฉพาะตำแหน่งที่พุ่งลงพื้นของเ้าโม่งดำ
“ชิบหายแล้ว!!!! “
จากใบหญ้าที่อ่อนนุ่มกลายเป็ใบมีดขนาดเล็กกระจายอยู่เบื้องหน้า เ้าโม่งดำปรับท่วงท่าก่อนลงพื้น เหวี่ยงถุงผ้าในมือลงพื้นก่อนแล้วเหยียบไปที่ถุง ลดแรงกระแทกที่จะเหยียบลงใบหญ้าโดยตรง “ตุบ”
ก่อน เสียหลักล้มตัว กลิ้งไปข้างหน้า โดนใบหญ้าบาดลำตัว หลายแห่ง เร่งเคลื่อนตัวกลับมาคว้าถุงผ้า ปรับร่างกายรีบลุกขึ้นยืน
บริเวณถุงมีรอยฉีกขาด นาฟ ตกตะลึง เห็น หินเท็นซี่สีเหลืองอยู่ในถุงผ้า รู้ทันทีว่า เอามาจากไหน
ในเสี้ยววินาทีเด็กหนุ่มหมวกแก๊ป ไล่มาตามทัน นาฟ เร่งเคลื่องถอยตัวออกด้านข้าง เปิดทางให้เด็กหนุ่ม ขว้างใบหญ้าพุ่งใส่เ้าโม่งดำทันที
“ฟ้าว!!”
เ้าโม่ง ดำตัวเอี้ยวตัวชักปืนสั้นขึ้นยิง ปัง ๆ ๆ ๆ โดนใบหญ้าที่ปลิว แตกกระจาย “สายธรรมชาติ” โธ่เอ้ย! ไม่คุ้มเอาซะเลย!
เ้าโม่งดำ รีบพลิกตัวพุ่งหนีออกไปด้วยความเร็วสูง “ฟุบบบ “
ไม่รู้ มีเด็กหนุ่มอีกคนมาขวางทาง ที่พุ่งตัวออกไปั้แ่เมื่อไหร่ขณะที่ความเร็วในการพุ่งตัวของเ้าโม่งดำ เร็วมาก ใกล้ปะทะ กับเด็กหนุ่มเต็มที
ความเร็วเพิ่มเป็ 2เท่าจากครั้งที่แล้ว นาฟ เร่งเร้าประสาทััเร่งร่างกายขยับออกด้านทันที รู้ว่าแรงกระแทกนี้ มาแรงเร็วมาก “ฟ้าวววว” ปล่อยให้ร่างเ้าโม่งดำเฉียดผ่าน พุ่งตัวออกไป
“หึ! คิดถูกแล้วที่ไม่ปะทะกับข้า
แต่ในขณะนั้นไม้ปลายแหลม ไม่รู้ มาจากไหน พุ่ง มาจากข้างลำตัวของนาฟ พุ่ง ตรงไปบริเวณข้อมือซ้ายที่จับถุงอยู่ “ฉึก!!” เืกระเซ็นออกจากมือ ถุงปลิวตกไปอีกทาง
เนื่องจากเกิดขึ้นในมุมอับเ้าโม่งดำไม่ทันตั้งตัว ความเร็วแรงของไม้ปลายแหลมนี่สามารถจะพุ่งทะลุมือเขาแน่ เลยปล่อยมือจากถุงดำทันทีแต่ก็แฉลบไปโดนมือถากๆ เป็รอยบาดเืไหลกระจาย
ใบหญ้าพุ่งตามมาทันที 3 ใบสุดแรงที่จะปัดป้อง จำใจเอาท่อนแขนขวาไปกันไว้ “ฉึก ๆ ๆ เสียบเข้าท่อนแขน อย่างจัง
“อ๊ากกกกก”
เ้าโม่งดำ คว้าปืนด้วยมือซ้ายยิงสวนออกไป ปัง ปัง ปัง ปัง เด็กหนุ่มหมวกแก๊ป หลบ หลีกยังไม่กล้าพุ่งเข้ามาใกล้
จู่ๆ เ้าโม่งดำได้กลิ่นไหม้แปลกๆ มองรอยแผลจากมือซ้ายที่ใช้จับปืน จู่ๆ เกิดไฟสีเขียวลุกไหม้ขึ้นทันที“ฟุบบ”
“โอ้ย!!!!ร้อนมาก
เ้าโม่งดำสะบัดทั้งตัว ถอดผ้าคาดเอวมาคลุมเพื่อดับไฟ ตบแล้ว ตบอีก แต่ไฟไม่ยอมดับ “อ๊ากกกกกก! หนอยยยยย! เ้าพวกเด็กบ้า ฝากไว้ก่อนพร้อมโยนขวดทรงกระบอก ลอยมากึ่งกลาง ระหว่างหนุ่มหมวกแก็ป กับนาฟ
เ้าหนุ่มพลิกตัวถอยกลับอย่างรวดเร็วพริบตาถอยมาไกลกว่า20เมตรแล้วถอดเสื้อคลุมหนังชั้นนอกมาปกคลุมร่างกายส่วนหน้าเอาไว้ แอบปลายตาไปที่ นาฟแต่ไม่เห็นแล้ว
“ตูมมมมมมมมม” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว