64 วัน! กับ 4 ถ้ำบนชั้นที่ 3 และอีก 1 ถ้ำทมิฬ
เวลาที่เหลืออยู่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่เล็กน้อย แต่ออสการ์ไม่ได้กังวลมากนัก
ไม่มีใครเคยกลับออกมาบอกว่าถ้ำที่อยู่ด้านบนสุดต้องใช้วลา 30 วันจริง ๆ หรือไม่?
ทุกอย่างเป็นแค่เพียงการคาดเดาเท่านั้น
‘ทักษะเวทย์
...
- ปราการไม้เลื้อย (เชี่ยวชาญ)
- หอกสายฟ้า (เชี่ยวชาญ)
- ม่านวารีบำบัด (เริ่มผสาน)
- เพลิงไร้ลักษณ์ (ชำนาญ)’
ออสการ์เปิดหน้าต่างทักษะเวทย์ขึ้นดูอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ตอนนี้เขายืนอยู่บนหน้าผาชั้น 3 และกำลังจะเริ่มเข้าไปเคลียร์ถ้ำแรกบนชั้นนี้
ในภาพรวม เด็กหนุ่มยังเป็น ‘เป็ด’ อยู่เหมือนเคย แต่เป็น ‘เป็ด’ ที่พยายามอย่างเต็มที่ในการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับตัวเอง
เขามีทักษะเวทย์ติดตัวอยู่ครบทั้ง 5 สาย ส่วนใหญ่เป็นเพียงเวทย์เบื้องต้นที่ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรร้ายแรงมากนัก และไม่น่าจะทรงประสิทธิภาพมากเพียงพอสำหรับการเคลียร์ถ้ำบนชั้นที่ 3 ทั้ง 4 ถ้ำได้
‘ธนูสายฟ้า (ดั่งใจ)’ ‘วารีบำบัด (ดั่งใจ)’ ‘กายาเหล็ก (กายหินผา ’ ‘เพลิงฟ้าคราม (เพลิงสีชาด)’ ‘ปีกแห่งสายลม (ดั่งใจ)’ และ ‘ม่านวารี (ดั่งใจ)’
ในบรรดา 6 เวทย์เบื้องต้นเหล่านี้ มีเพียง ‘ปีกแห่งสายลม’ เท่านั้นที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และนั่นเป็นเพราะการประสานใช้ร่วมกับทักษะการเคลื่อนไหว
ไม่ใช่จากอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชของเวทมนตร์โดยตรง!
ปราการไม้เลื้อยที่ฝึกฝนได้ถึงขั้นเชี่ยวชาญเป็นเหมือนหลักประกันว่าจะไม่จนมุมง่าย ๆ ถ้าต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ใช้เวทย์ธาตุสายฟ้า และหอกสายฟ้าคือหลักประกันสำหรับการเผชิญหน้ากับเวทย์ธาตุน้ำ
2 ทักษะนี้ออสการ์กัดฟันซื้อมาเรียนรู้เพื่อเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า แต่ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะเป็นการเสียเปล่าหรือไม่?
เด็กหนุ่มตั้งใจที่จะเข้าไปในถ้ำบนชั้นที่ 3 โดยไม่ใช้ธนู อาวุธติดตัวมีเพียงดาบยักษ์ที่สะพายอยู่บนแผ่นหลัง และดาบยาวที่อยู่ในฝักข้างเอว
คะแนนส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนไปใช้ซื้อเม็ดยาเติมมานา และเม็ดยาฟื้นฟู
มันไม่ได้ถูกใช้ไปกับการซื้ออาวุธใหม่ หรือแม้แต่กระทั่งทักษะที่ทรงพลังมากขึ้นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตอนแรก
มีเพียง ‘เพลิงไร้ลักษณ์’ เท่านั้นที่ถูกเลือกซื้อมาเรียนรู้เพื่อเพิ่มพลังการโจมตี ภูษาเหมันต์ หอกน้ำแข็ง หรือเวทย์ระยะไกลอื่น ๆ ถูกมองข้ามไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะออสการ์เลือกทางเดินให้ตัวเองแล้ว เขาจะเป็นนักเวทย์สายเติมผู้เก่งกาจต่อไป
…
ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ…
ต้องใช้เวลาถึงประมาณ 10 วันในแต่ละถ้ำ เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าเพราะอะไร?
เพราะศัตรูนั้นมากมายมหาศาล และกำจัดให้ตายยากเหลือเกิน!
ดาบยักษ์ของออสการ์ในตอนนี้ถูกร่ายรำไปรอบตัวด้วยความเร็วราวกับจักรผัน สายตาสอดส่ายมองสังเกตหาจุดตายของศัตรูด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น
เพราะถ้าหาจุดตายของพวกมันไม่เจอ เด็กหนุ่มอาจจะเป็นฝ่ายตกตายไปเสียเอง
ขาดใจตายเพราะหมดแรง! นั่นคือสิ่งที่น่าจะเป็นผลลัพธ์ในถ้ำแห่งธาตุไม้ถ้ำนี้
ออสการ์ใช้เวลาอยู่ในโถงถ้ำแรกเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังหาวิธีกำจัด ‘ป่ามีชีวิต’ แห่งนี้ไม่ได้
อันที่จริงจะเรียกว่า ‘ป่า’ มันก็ดูอลังการเกินไปเล็กน้อย ในโถงถ้ำที่มีขนาดประมาณสนามฟุตบอลแห่งนี้มี ‘ต้นไม้ใหญ่’ อยู่แค่ไม่ถึง 20 ต้นเท่านั้น แต่ตามพื้นถ้ำมีพุ่มไม้หนามและเถาวัลย์ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป และพวกมันทั้งหมด ‘โจมตี’ ได้
พวกมัน ‘มีชีวิต’ อย่างแน่นอน
“บ้าเอ้ย!อย่าบอกนะว่าต้องเผาทิ้งให้หมดเท่านั้น?”
เด็กหนุ่มพาตัวเองถอยออกมาให้พ้นจากระยะการโจมตี เขม่นตามมองไปรอบ ๆ แล้วพึมพำออกมาอย่างหัวเสียปนหมดหวัง เขากำลังเจอกับศัตรูที่ฆ่าไม่ตายอีกครั้ง
คราวนี้เรียกได้ว่าเป็นอมตะเลยด้วยซ้ำ
พวกมันไม่ใช่สัตว์ป่า ไม่มีคอไม่มีหัวให้ผ่าสังหาร และในเมื่อพวกมันเป็นต้นไม้ การงอกกิ่งก้านสาขาออกมาใหม่ถือว่าเป็นความสามารถพื้นฐาน หรือถ้าพูดง่าย ๆ พวกมันมี ‘ฮีลลิ่งแฟคเตอร์’ สูงลิ่วทุกต้น
“ลองดูก็แล้วกัน!”
ฟู่…
เมื่อยังไม่มีวิธีอื่น ออสการ์ก็เก็บดาบยักษ์ขึ้นสะพายหลัง และชักดาบยาวออกมาเคลือบด้วย ‘เพลิงสีชาด’ เขาต้องประหยัดพลังเวทย์เอาไว้ในมากที่สุด ไม่สามารถใช้อย่างฟุ่มเฟือยได้ตั้งแต่แรก
10 วัน! ระยะเวลาที่ยาวนานคือสิ่งที่ควรจะต้องระวังเป็นที่สุด
…
“ดาบ! ผ่า! ฟืน!!”
ปึก!!!
“เพลิงไร้ลักษณ์!”
พรึ่บ!!
“เฮ้อ… อีหรอบนี้อีกแล้ว คงไม่แคล้วมานาหมดในตอนท้ายแน่!”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาระหว่างที่ยืนดูต้นไม้ใหญ่กำลังถูกเปลวเพลิงไร้สีเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน มันเป็นต้นสุดท้ายของโถงถ้ำแห่งนี้ และเป็นเหมือนที่ออสการ์คิดเอาไว้ มีแค่การเผาเท่านั้นถึงจะกำจัดพวกมันได้
อย่างน้อย ๆ ก็เท่าที่เขารู้ในตอนนี้ มันยังไม่เจอวิธีอื่นจริง ๆ
“โชคดีที่ซื้อเพลิงไร้ลักษณ์มาเรียนแทนที่จะเป็นหอกน้ำแข็ง ไม่อย่างนั้นแค่เพลิงฟ้าครามเผาเจ้าต้นใหญ่แบบนี้ไม่ทันพวกมันฟื้นตัวแน่”
‘เพลิงไร้ลักษณ์’ เป็นเวทย์ขั้นสุดท้ายของเพลิงสีชาด และเพลิงฟ้าคราม เหมือนดั่งชื่อเรียกของมัน เวทย์เปลวเพลิงที่ร้อนแรงเวทย์นี้ไม่มีสีสัน ไม่มีเปลวเพลิงลุกโชนออกมาให้เห็น มันแค่ร้อนแรงและเผาผลาญให้ทุกอย่างที่สัมผัสมอดไหม้ไป ไม่ได้มีรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามอะไรปรากฏออกมาให้เห็น
มันกินมานาของออสการ์มากพอสมควร แม้ว่าจะโอนหน่วยกิตมาจนใช้ได้ในระดับ ‘ชำนาญ’ แล้วก็ตาม
ดาบยาวเคลือบเพลิงสีชาดตัดเถาวัลย์และพุ่มไม้เล็ก ๆ ขาด และถ้าเคลือบด้วยเพลิงฟ้าครามจะเผาผลาญอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน
แต่พวกมันใช้กับต้นใหญ่ไม่ได้ ดาบยาวฟันไม่เข้า เพลิงฟ้าครามเผาได้แค่เปลือกนอก
มีแค่ดาบยักษ์อาบเพลิงไร้ลักษณ์เท่านั้นที่มีประสิทธิภาพมากพอ
และนี่ทำให้เด็กหนุ่มเป็นกังวลอย่างที่สุด
ถ้าโถงถ้ำแรกต้องใช้เพลิงไร้ลักษณ์ แล้วโถงถ้ำท้าย ๆ เขาจะใช้อะไร? แล้วเจ้าตัวบอสล่ะ?
กว่าจะถึงห้องบอส มันยังต้องใช้เวลาอีกหลายวัน เพลิงไร้ลักษณ์จะต้องยกระดับจากชำนาญไปเป็นเชี่ยวชาญ และสุดท้ายก็จะใช้ได้ดั่งใจ อำนาจในการโจมตีทำลายล้างจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวก็จริง
แต่มันจะเพียงพอจริง ๆ หรือ? ทั้งอำนาจการทำลายล้างเผาผลาญ และเม็ดยาเติมมานาที่เตรียมมา มันจะเพียงพอจริง ๆ อย่างนั้นใช่มั้ย?
ใครก็ได้ช่วยตอบเขาที!!
…
ตึก!!
“บ้าเอ้ย!”
เด็กหนุ่มสบถหยาบคายและพุ่งตัวถอยออกมาอย่างรวดเร็ว แค่โถงถ้ำที่ 5 ดาบยักษ์ของเขาก็ฟันไม่เข้าแล้ว
วืด..
โครม!!
“ชิ! คิดว่าฉันกลัวหรือยังไง? กะอีแค่แส้เถาวัลย์หนาม เฮอะ! แกไม่รู้หรอกว่าก้านมะยมน่ากลัวกว่าเยอะแค่ไหน?”
วืด.. วืด.. วืด.. วืด..
ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ…
ระหว่างที่บ่นพึมพำออกไป ออสการ์ไม่เคยหยุดท่องไพรแปดทิศ และไม่เคยหยุดการร่ายรำทักษะดาบลมกรดด้วยดาบยักษ์ที่เคลือบเพลิงฟ้าครามเลย
มันทำให้เขาป้องกันตัวได้อย่างสมบูรณ์ ยังไม่เคยถูกโจมตีแบบจัง ๆ สักครั้งเดียว
การหลบหลีกและป้องกันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปัญหามันคือเด็กหนุ่มจะโจมตีกำจัดเจ้าพวกต้นไม้ใหญ่อย่างไรมากกว่า
“ตรวจสอบพลังชีวิต!”
ไม่มีทางเลือกอื่น ออสการ์เรียกหลอดเลือดของตัวเองให้ปรากฏออกมา พร้อมกับบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอ่อนหวาน
“เอาเบอร์ 1 พอนะ! พ่อรูปหล่อ ขอแค่เบอร์ 1 ก่อนยังไม่ต้องรีบร้อน!”
และเมื่อสั่งการซักซ้อมทำความเข้าใจกับดาบยักษ์ในมือของตัวเองเสร็จ เด็กหนุ่มก็กระตุ้นเวทย์ที่ฝึกฝนมาเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกดูดพลังชีวิตตนแห้งตายต่อทันที
“ม่านวารีบำบัด”
วูบ!
ม่านน้ำบาง ๆ ปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่างกาย มันบางจนไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการโจมตีใด ๆ ทั้งสิ้น มันเป็นเวทย์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตทีละน้อยอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
“มา! มาเริ่มกันเลย! หนักเบอร์ 1!!”
วูบ…
“เพลิงไร้ลักษณ์!!”
ฟู่…
“ดาบวายุถล่มปฐพี!”
ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ…
ปึก!!!
ฉับ! ฉับ! ฉับ…
ปึก!!!
...
“ฟู่!! น่าจะพอได้! ทุ่มลงไปรวดเดียวแบบนี้ยังพอไหวอยู่ ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีป่าให้ต้องเผามากเกินไปเท่านั้น อ้อ! พ่อรูปหล่อสุดยอดมาก ยอดเยี่ยมไม่มีใครเกินจริง ๆ”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาขณะที่ยืนมองต้นไม้ใหญ่ที่มีลักษณะคล้าย ‘เอนท์’ มากขึ้นทุกทีมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน การเลือกใช้เพลิงไร้ลักษณ์เสริมอำนาจการทำลายล้างให้ดาบวายุถล่มปฐพี และไล่ตะลุยกวาดล้างไปอย่างไม่เลือกหน้าได้ผลเป็นอย่างดี
มันเปลืองมานาก็จริง แต่เมื่อหักลบกลบหนี้กับเวลาที่ใช้น้อยลงแล้วก็ยังพอรับได้
แน่นอน! ความดีความชอบส่วนใหญ่ต้องยกให้ดาบยักษ์ที่หน้าตาดีที่สุดใน 3 โลกในมือเขานั่นเอง…