เมื่อถูกพลังจิตของฉางเฟิงกดทับร่างของผู้ติดตามคนนั้นก็คุกเข่ากับพื้นทำให้พื้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“อ๊ากกกกก”ผู้ติดตามกรีดร้องออกมาเพราะเข่าของเขาถูกแรงกดดันของพลังจิตบดขยี้จนแตกระเอียดไปแล้ว
“สหายหยุดมือ”หู่ซานคิดจะเข้าไปห้ามแต่เมื่อเข้ามาใกล้ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวจึงรีบถอยออกมา
“ถ้ายังคิดจะขวางทางข้าอีกข้าจะไม่ไว้หน้าตาแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ละนะ”ฉางเฟิงกล่าว
“แข็งแกร่งมากพวกเราไม่จำเป็นต้องทำให้เขาขุ่นเคือง” ถังเย่หัวฉลาดมากนางมองออกมาฉางเฟิงได้เป็นเซียนพลังจิตไปแล้วจึงไม่คิดจะไปหาเรื่องอีกฝ่าย
ส่วนหู่ซานนั้นเองก็หวาดกลัวเซียนพลังจิตเองก็เป็นเซียนและไม่ใช่ระดับจักรพรรดิอย่างพวกตนจะไปหาเรื่องได้
“บัดซบเขาเป็นใครกัน” หู่ซานคำราม
“โชคดีที่พวกเราไม่ผลีผลาม”ผู้ติดตามของเจ๋อฟางพากันถอนหายใจ
“อย่างที่คิดเขาต้องมีดีอะไรสักอย่างไม่งั้นจะผ่านชั้นที่35 ได้อย่างไร เอาละในเมื่อพวกท่านผู้นำไม่ลงมือพวกเราเองก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว”เจ๋อฟางกล่าว
คราวนี้ไม่มีใครคิดจะขวางทางฉางเฟิงอีกฉางเฟิงได้กลับไปที่พักอย่างสบายใจแม้แต่ผู้นำของสามตระกูลที่ซ่อนตัวอยู่ยังไม่กล้าลงมือเพราะฉางเฟิงจงใจทำให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงพลังจิตของฉางเฟิงเพียงแค่นี้สามตระกูลก็น่าจะคิดให้รอบคอบก่อนจะหาเรื่องฉางเฟิง
เมื่อฉางเฟิงมาถึงที่พักก็นั่งสมาธิคิดทบทวนการต่อสู้ที่ผ่านมาฉางเฟิงได้รู้ว่าร่างกายนี้มีจุดอ่อนมากมายแค่ใหน อย่างแรกคือเต๋าโกลาหลที่ฉางเฟิงฝึกฝนไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างที่สองเต๋าสังหารและเต๋าแห่งกฎที่ร่างนี้ฝึกฝนมายังไม่ลึกซึ้งมากพอจึงไม่สามารถสำแดงพลังที่แท้จริงออกมาได้
“เรื่องของเต๋าแห่งกฎและเต๋าสังหารตอนนี้เป็นปัญหาใหญ่ของข้าถ้าข้าเจอกับผู้กลืนกินที่แข็งแกร่งกว่าเดิมข้าจะต้องสู้ไม่ไหวแน่ถ้าไม่ใช้พลังจิตสู้ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องใช้เม็ดยาสำเร็จเต๋าและทะลวงขั้นเซียนให้ได้เต๋าของข้าถึงจะสามารถ่อสู้กับเผ่ากลืนกินได้”ฉางเฟิงตัดสินใตทันที
จากนั้นฉางเฟิงก็ออกจากเมืองไปยังอย่างเงียบๆและหาที่เงียบๆบนเขาพร้อมกับสร้างค่ายกลด้วยพลังจิตปกคลุมเอาไว้ก่อนจะกลืนเม็ดยาสำเร็จเต๋า
พริบตาที่กลืนเม็ดยามันราวกับว่าฉางเฟิงได้ใช้เวลาศึกษาเต๋ามาเป็นเวลาพันปีความรู้ของเต๋าจำนวนมากที่ฉางเฟิงฝึกฝนต่างพัฒนาขึ้นไม่หยุด
“ยอดเยี่ยมถ้าข้าสามารถปรุงเย็ดยาสำเร็จเต๋าขึ้นมาได้อาณาจักรสวรรค์ของข้าจะต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดดแน่และโลกกระบี่ก็จะเทียบกับพวกเราไม่ได้” ฉางเฟิงตื่นเต้นอย่างมาก
การหายตัวไปของฉางเฟิงทำให้หลายคนพากันสงสัยแม้พวกเขาจะรู้ว่าฉางเฟิงแข็งแกร่งแต่ด้วยความโลภก็ยังมีคนออกตามหาเพื่อหวังว่าจะสามารถลอบสังหารฉางเฟิงได้
“ตูม!!!!!!!!!!!”
แต่ในตอนนั้นเองบนภูเขาอันห่างใกลได้มีลำแสงเซียนพุ่งสู่ท้องฟ้าทำให้ระดับจักรพรรดิกึ่งเซียนและเซียนส่วนหนึ่งพุ่งออกไป
“หรือว่าจะเป็นเซียนมารคนนั้นเลื่อนขั้นกลายเป็นเซียนแล้ว”
“ถ้าเป็นแบบนั้นสามตระกูลต้องรู้สึกกดดันมากแน่”
“ไปดูกันเผื่อมีเรื่องสนุกเกิดขึ้น”
ในสามตระกูลตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของสามตระกูลต่างก็จ้องมองลำแสงเซียนและเผยจิตสังหารออกมาก่อนจะพุ่งออกไป
ทางด้านฉางเฟิงหลังจากที่เต๋าของตนเองพัฒนาได้ถึงระดับหนึ่งเส้นทางของเซียนก็ปรากฏทัณฑ์เซียนได้ปรากฏลงมาแล้ว เพียงแต่ฉางเฟิงที่เคยผ่านทัณฑ์เซียนที่ยากที่สุดมาแล้วไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวทัณฑ์เซียนในครั้งนี้เลย
“เข้ามาเถอะรีบมาช่วยข้าชำรำกายาและพลังปราณของข้าให้กลายเป็นปราณเซียน” ร่างของฉางเฟิงลอยขึ้นสูงพร้อมกับอ้าแขนออกมา
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!”
ทัณฑ์เซียนเองก็ไม่รอช้าโจมตีมายังร่างของฉางเฟิงอย่างรุนแรงแต่ฉางเฟิงกลับไม่เป็นอะไรเลยความเจ็บปวดแค่นี้เทียบกับคำสาปที่เคยโดนไม่ได้ด้วยซ้ำ
“อะไรกันเจ้ามีพลังแค่นี้งั้นเหรอโจมตีให้หนักกว่านี้ไม่งั้นกายาของข้าจะไม่สามารถยกระดับได้” ฉางเฟิงคำราม
“โฮก!!!!!!!”ปักษาสีทองที่ถูกสร้างมาจากสายฟ้าพุ่งโจมตีมายังฉางเฟิง
“แบบนี้แหละดี”ฉางเฟิงยิ้มอย่างยินดีกายาเซียนมาถูกฉางเฟิงโคจรไม่หยุด ตอนนี้กายาเซียนมารพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันพลังปราณในร่างก็กลายเป็นปราณเซียนเกือบหมดแล้ว
“อะไรกันทัณฑ์เซียนทำอะไรเขาไม่ได้เลย”
“บ้าไปแล้วทัณฑ์เซียนนั่นมองก็รู้ว่าไม่ธรรมดาแต่กลับไม่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้เลยอย่างมากก็ทำให้เสื้อผ้าของเขาขาดเท่านั้น”
“แข็งแกร่งเกินไปเขาเป็นใครและมาจากใหนกันแน่”
หลายคนที่มาถึงและเห็นฉางเฟิงรับทัณฑ์เซียนก็พากันใจสั่นบางคนถึงกับล้มเลิกความคิดที่จะลอบสังหารฉางเฟิงทำไงได้อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไปเมื่อสำเร็จเซียนแล้วไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งจะถึงระดับใหน
ถังเย่หัวยืนอยู่ข้างๆหญิงชราคนหนึ่งมองไปยังฉางเฟิงนางอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ในทวีปชางหลางนางคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ตัวนางนั้นหยิ่งยโสและไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาแม้แต่เจ๋อฟางและหู่ซานเองก็ตาม
แต่ตอนนี้กลับมีอัจฉริยะคนหนึ่งแสดงพลังที่เหนือกว่าที่นางจะเทียบได้ออกมาทำให้จิตใจของนางดิ่งลงทันที
“จำไว้เย่หัวเหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ เหนือกว่าทวีปชางหลางยังมีทวีปเซียนในตอนนั้นข้าได้เดินทางไปยังทวีปเซียนและพบกับอัจฉริยะมากมายพวกเขาแต่ละคนเหนือกว่าเจ้ามากและในหมู่อัจฉริยะยังมีสุดยอดอัจฉริยะคนหนึ่งที่ทำลายความยโสของอัจฉริยะแดนเซียนจนหมดแม้ในตอนนี้เขาจะเงียบหายไปแต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อเขาปรากฎตัวอีกครั้งพลังของเขาจะมากมายขนาดใหน”หญิงชรากล่าว
“ข้าตัดสินใจแล้วท่านย่าเมื่อข้าทะลวงขั้นเซียนข้าจะเดินทางไปที่ทวีปเซียนมีเพียงที่นั่นที่จะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น”ถังเย่หัวกล่าว
“คิดได้แบบนั้นก็ดี”หญิงชราพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!”ไม่นานสายฟ้าเส้นสุดท้ายก็โจมตีมาแต่ก็ยังทำอะไรฉางเฟิงไม่ได้
ตอนนี้กายาเซียนมารได้มาถึงจุดสูงสุดของขั้นเซียนแล้วเรียกได้ว่าฉางเฟิงได้กำไรอย่างมากส่วนเต๋าของฉางเฟิงต่างก็ยกระดับขึ้นมาอย่างมากเต๋าแห่งกฎและเต๋าสังหารได้พัฒนาจนฉางเฟิงสามารถสำแดงพลังของมันออกมาได้มากกว่าเดิมหลายเท่า
“ตอนนี้ถ้าได้เจอกับผู้กลืนกินอีกข้าก็จะไม่จำเป็นต้องใช้พลังจิตของข้าเลย”ฉางเฟิงเผยจิตใจต่อสู้ออกมา