ฤกษ์แต่งงานของจางเหว่ยกับซิงซิงเห็นควรจากจางจิ้งว่าจะจัดให้หลังจากท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว
เมื่อเดินทางกลับไปถึงเมืองหมาน อีกสองเดือนถือเป็ฤกษ์ที่ดีในการจัดงานมงคล เสวี่ยเหมยย่อมจะจัดงานมงคลออกมาให้สมกับเป็สาวใช้คนสนิทของนาง สาวใช้ที่นางรักและเอ็นดูมากที่สุด ทางเสวี่ยฮูหยินเองก็ไม่ได้ขัดใจบุตรสาวเช่นกัน
เห็นยามนี้ทุกคนพากันพูดคุยเื่แต่งงานอย่างมีความสุข เสวี่ยเหมยก็นึกถึงเขาขึ้นมาอีกแล้ว บุรุษที่ขอนางแต่งงานในคืนนั้น น้ำเสียงที่จริงจังของเขายามเมื่อเอ่ยคำนั้นออกมา คำพูดของเขาที่ทำให้ใจนางเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึง ััของเขายามแตะต้องนาง อ้อมกอดอันอบอุ่นของเขายามที่นางประชดและทำตัวงี่เง่าใส่ทุกครั้ง ทุกๆ อย่างของเขาอยู่ในความคิดของนางมิลืมเลือนสักครา เมื่อนึกถึงเขามากขึ้นริมฝีปากบางก็ยกยิ้มอย่างอ่อนโยนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
สบายดีหรือไม่นะ
หรงจวิ้น...
เวลาล่วงเลยมาสองเดือนกว่าแล้ว อีกครึ่งเดือนทุกคนก็จะกลับมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้ว่าแคว้นฝูหยวนได้เสียทหารผู้กล้าที่ยอมพลีชีพเพื่อแว่นแคว้นของตนไปกี่นายแล้ว
ส่วนหรงจวิ้น...เสวี่ยเหมยเชื่อมั่นในตัวเขา บุรุษผู้นี้จะต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน
จางเหว่ยอยู่คุยฤกษ์แต่งงานเสร็จก็ฝืนลาซิงซิงด้วยความจำใจ เพื่อกลับไปคุ้มกันจวนแม่ทัพทิศทักษิณ ถึงแม้มาถึงเมืองหลวงไม่กี่วัน ก็ััรับรู้ได้ว่าจางเหล่ยด่าว่าเขาไปเยอะแล้วเป็แน่
ชีวิตประจำวันตลอดสองเดือนกว่าของเสวี่ยเหมยทุกวันนี้ก็เหมือนเดิม ว่างๆ ไม่มีอะไรให้นางทำเลย หากว่าวันไหนเบื่อๆ นางก็จะนัดเจอพวกเถียนจ้าวหนิง เถียนปิง และเถียนหลินหลิงมาเจอกัน
ก็อย่างเช่นวันนี้
“ข้าอยากกินปลาดาบราดพริก”
เถียนปิงเอ่ยขึ้น แต่ในมือของนางยามนี้ก็มีขนมอยู่เต็มสองมือ เสวี่ยเหมยเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนว่าเด็กสาวผู้นี้มีน้ำมีนวลเพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่เจอกันครั้งแรกเมื่อสองเดือนก่อน
“เ้าก็กินให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ หากให้อ้วนกลมกว่านี้ มีหวังไม่มีบุตรชายบ้านใดมาสู่ขอแน่ๆ” เสวี่ยเหมยเอ่ยล้อ ทุกคนก็พลันหัวเราะออกมา
“พูดถึงปลา ข้าอยากไปพายเรือเล่นในแม่น้ำจังเลย พี่เหมยพวกเราไปกันไหมเ้าคะ”
หลินหลิงนางเป็คนอ่อนโยนและไม่ค่อยชอบพูดจา พอทุกคนได้ยินว่านางอยากไปพายเรือเล่น พวกพี่สาวย่อมไม่ปล่อยให้ความปรารถนาของน้องเล็กหลุดมือไป พากันตรงไปยังท่าเรือเล็กทันที
เมื่อจัดการเื่เรือเสร็จแล้วก็พากันก้าวขึ้นไปนั่งบนเรือพายช้าๆ โดยให้จ้าวหนิงขึ้นไปก่อน ค่อยตามด้วยน้องเล็กหลินหลิง และเถียนปิงก้าวขึ้นไปเป็คนที่สาม เสวี่ยเหมยหันไปบอกให้ซิงซิงกับสาวใช้ของพวกจ้าวหนิงว่าให้รอนี่สักประเดี๋ยว ขณะกำลังจะก้าวไปบนเรือก็ได้ยินเสียงเล็กของเด็กชายร้องเรียกขึ้น
“แม่นางเหมย! แม่นางเหมย!”
เสวี่ยเหมยหันไปตามทิศทางของเสียงก็เห็นหนุ่มน้อยตัวอ้วนกลมกำลังวิ่งมาทางนางอย่างเหนื่อยหอบ ขาเล็กสั้นของเขาทำเอาทุกคนเอ็นดูก่อนจะส่งเสียงหัวเราะใสๆ ออกมา
“แม่นางเหมย” เด็กชายวิ่งหอบมาหยุดตรงหน้านางก่อนจะจับเข่าตัวเองไว้พักหายใจครู่หนึ่ง “ข้าอยากนั่งเรือพายด้วย ขอข้าไปด้วยนะ”
วันนี้เสวี่ยเหมยไม่ได้ใส่ผ้าคลุมหน้ามา แต่เด็กหนุ่มกลับจำนางได้นับว่าฉลาดในการจดจำผู้คนนัก นางเห็นเ้าตัวกลมส่งสายตาอ้อนวอนมาก็อดเอ็นดูไม่ได้ หันไปทางพวกสหายเห็นพวกเขาพยักหน้าอย่างใจดี แม้แต่จ้าวหนิงเองก็ไม่ได้ทำหน้าเศร้าหมอง แค่จ้าวหนิงไม่คิดอะไรนางก็โล่งใจแล้ว
“ท่านองครักษ์ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะดูแลท่านชายน้อยสี่อย่างดี” เห็นเสวี่ยเหมยยืนยันเช่นนั้นพวกเขาก็พยักหน้าแล้วพากันไปยืนรออยู่ใกล้ๆ พวกซิงซิงทันที
“แม่นางเหมย ไม่ได้พบกันตั้งนาน” เด็กชายยิ้มเอ่ยแก้มปริ นางมองหนุ่มน้อยแก้มกลม ดูแล้วเหมือนกับซาลาเปาลูกน้อยจริงๆ “ตอนแรกข้าก็ลังเลว่าจะใช้เ้าหรือไม่ แต่ข้ามักจำรูปร่างคนไม่ผิดจึงมั่นใจว่าเป็ท่านอยู่หลายส่วน ยิ่งพอเห็นพี่สาวด้านนี้ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น” มืออ้วนชี้ไปทางจ้าวหนิง
นางจำได้ว่าคืนนั้นเถียนจ้าวหนิงเองก็ไปส่งเขาเช่นกัน “ท่านชายน้อยเก่งมากเพคะ แล้วเสด็จแม่ให้ออกมาได้หรือเพคะ”
“ทำไมจะออกมาไม่ได้เล่า ข้าแปดขวบแล้วนะ แล้วเสด็จแม่ยังบอกอีกด้วยว่าก่อนจะกลับวังให้ซื้อของเล่นไปฝากน้องสาวด้วย”
เห็นิ่ซื่อหัวเราะชอบใจ เสวี่ยเหมยกับจ้าวหนิงก็คิดไปถึงตอนพระชายารัชทายาทที่ท้องโตคราวก่อน สงสัยเพิ่งคลอดไปได้ไม่นาน นางเองก็คอยลอบมองดูสหายอยู่ตลอดเวลาด้วยกลัวว่านางจะคิดมากขึ้นมาอีก
“ได้น้องสาวหรือเพคะ”
“เป็น้องสาวล่ะ! นางน่าเอ็นดูมาก เหมือนกับแม่นางผู้นั้น” ิ่ซื่อชี้ไปทางหลินหลิงที่กำลังออกแรงพายเรืออย่างสนุกสนาน และเหมือนว่านางไม่รับรู้ว่าถูกผู้ใดกล่าวถึงอยู่
“ยังไม่เหมือนหรอกท่านชาย ท่านหญิงน้อยของท่านเพิ่งคลอดเองนะ” เสวี่ยเหมยหัวเราะชอบใจ
“ไม่ได้เหมือนขนาดนั้น ข้าแค่บอกว่าน่าเอ็นดูเหมือนนาง” สายตาเด็กน้อยจับจ้องไปทางหลินหลิงอย่างเป็ประกาย “แม่นางเหมย นางมีนามว่าอะไร”
ิ่ซื่อคะยั้นคะยอเขย่าแขนเสวี่ยเหมยไม่หยุด สายตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ก่อนจะหันไปทางหลินหลิงอย่างชอบใจอีกครั้ง ทุกคนในนั้นเห็นความไร้เดียงสาของท่านชายน้อยก็พากันหัวเราะดุจระฆังใสที่กำลังกระทบกับสายลม เสียงหัวเราะของสตรีกึกก้องออกมาจากน่านน้ำกว้างของเมืองหลวงส่งต่อกันมาตามระลอกคลื่น
“สนุกไหมเพคะ” เมื่อลงมาจากเรือกันหมดแล้ว จ้าวหนิงก็ถามิ่ซื่อขึ้นมา ทำเอาเสวี่ยเหมยใ นางเปลี่ยนไปมาก เหมือนกับว่าไม่ได้คิดอะไรต่อองค์รัชทายาทอีกแล้ว
“สนุกมากแม่นางหนิง ข้าขอบคุณแม่นางทุกคนที่ให้ข้าไปนั่งเรือพายด้วย” สายตาิ่ซื่อก็ยังคงมองไปทางหลินหลิงอย่างไม่ลดละ แต่เด็กสาวหยิบหนังสือจากสาวใช้มาอ่านตอนไหนก็ไม่รู้ ทำให้หนุ่มน้อยผิดหวังเล็กๆ
“หลินหลิงอ่านอะไรอยู่หรือ” ความพยายามของิ่ซื่อไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น เด็กชายเดินตามหลินหลิงอย่างไม่ยอมหยุด
“เอ่อ...ไม่มีอะไรเพคะ” หลินหลิงรีบเก็บหนังสือคืนให้สาวใช้ นิทานชาวบ้านเล่มนี้กำลังสนุกอยู่แล้วเชียว แต่จะไปให้เด็กผู้ชายรู้เื่ก็จะขัดเขินยังไงอยู่ นิทานพวกนี้ส่วนใหญ่เป็แนวเพ้อฝันจนเกินไปนอกจากสตรีด้วยกันแล้ว พวกบุรุษนางก็ไม่กล้าจะไปพูดคุยเื่พวกนี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เด็กชายตัวน้อย
“หลินหลิงเราไปซื้อถังหูลู่กันเถอะ เ้าชอบหรือไม่ ข้าจะซื้อให้เ้านะ”
หลินหลิงถูกหนุ่มน้อยลากไปยังร้านข้างทางที่ตั้งขายขนมอยู่ เถียนปิงพอได้ยินว่ามีขนมก็รีบตามไปติดๆ อย่างกับเป็เงาของพวกิ่ซื่อเสียอย่างนั้น
“จ้าวหนิง เ้าไม่เป็ไรแล้วหรือ”
“เป็อะไรกันเหมยเอ๋อร์ ข้าสบายดีอยู่ตลอดนั่นแหละ”
“ข้ารู้มาสักพักละนะ ที่เ้า...กับรัชทายาท” เสวี่ยเหมยแม้กลัวคำพูดไปกระทบความรู้สึก แต่นางก็ตัดสินใจแล้วว่าจะถามออกไป ไม่อย่างนั้นความลับที่อยู่ในใจของนางนี้ก็คงจะได้ะเิออกมาแทนสหายสักวัน
“...เ้ารู้หรือ” เป็จริงดังคาด พอนางเอ่ยเื่นี้ออกมาเอง จ้าวหนิงก็ทำหน้าเศร้าหมองขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้ารู้เมื่อวันที่มีงานชมดอกเหมยกุ้ยนั่นแหละ ข้าเห็นแววตาของเ้าที่มองรัชทายาท แววตาที่อ่อนโยนนั้นสามารถสื่อความรู้สึกที่เ้ามีต่อเขาออกมาได้ทั้งหมดเลยจ้าวหนิง ตลอดมาข้าทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น แต่ว่าวันนี้ข้าตัดสินใจที่จะบอกกับเ้าว่าข้ารู้ อยากให้เ้ารู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้เสมอ ระบายต่อข้าได้เสมอนะ”
“เหมยเอ๋อร์...เ้าจะมารู้ทันข้าทุกเื่ไม่ได้นะ” จ้าวหนิงตอบกลับด้วยน้ำตาคลออยู่เต็มสองตา แต่ริมฝีปากยิ้มกว้างก่อนจะโผเข้ากอดสหายของนาง
“เอาล่ะๆ จะมาร้องไห้กลางถนนเช่นนี้ไม่ได้ หากใครเห็นจะโดนเอาไปปั้นเื่ว่าข้ารังแกเ้า”
“ขอบคุณเ้ามาก” จ้าวหนิงถอนจากอ้อมกอดสหายก่อนจะกล่าวขอบคุณนางจากใจจริง “ขอบคุณที่เ้ายอมเอ่ยออกมา ไม่อย่างนั้นข้าคงได้อึดอัดตายแน่”
“เ้าอึดอัดอะไรก็บอกข้ามาเถอะ”
“ข้า...” จ้าวหนิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดได้ “ข้าคิดว่า ข้าจะเลิกรักเขาแล้ว”
“ทำไมเ้าจึงเลิกรักได้ง่ายขนาดนั้นเล่า หรือตลอดมาเ้าไม่ได้รักเขาใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่...” จ้าวหนิงส่ายหน้าตอบอย่างช้าๆ “ข้ารักเขาแน่นอน” ก่อนจะค่อยๆ เล่าเรียบเรียงเื่ราวที่นางเคยพบกับเขาเมื่อหลายปีก่อนให้เสวี่ยเหมยฟัง