เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 34: คอมพิวเตอร์ย้อนยุค

     

            การบอกรักกัน

            และกันของพ่อกับลูกอย่างนี้ สำหรับไตเติ้ลแล้วเขารู้สึกว่ามันส่งผลในแง่ของความผูกพันต่อความรู้สึกที่ไม่ใช่เพียงแค่กับเด็กแต่กับผู้ใหญ่ก็เช่นเดียวกัน

            แต่เดิมตอนที่มาอยู่ในร่างนี้ใหม่ ๆ ไตเติ้ลไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกับเจ้าเด็กนี่มากนักก็แค่สมบัติเก่าอันเป็นภาระที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ให้แล้วเจ้าเด็กน้อยก็ดูน่าสงสารเพราะถูกพ่อเลว ๆ ทารุณกรรมมาโดยตลอดก็เลี้ยงกันต่อไปด้วยเพราะความสงสารและความเป็นภาระของสมบัติเดิมนั่นแหละ

             

            แต่เพราะว่าลูกพลับนั้นเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อทั้งยังขี้ประจบประแจง คอยอ้อนบอกรักพ่ออยู่บ่อย ๆ ด้วยแล้วพอเขาตอบกลับเด็กชายด้วยประโยคแบบนี้อยู่ทุกวัน บ่อยเข้า ๆ มันก็รู้สึกได้ตามนั้นจริงๆ

             

            สำหรับไตเติ้ลแล้วความผูกพันที่เขามีต่อเจ้าเด็กน้อยในเวลานี้มันไม่ใช่เพราะหน้าที่ภาระ หรือความรับผิดชอบอะไรใด ๆ อีกต่อไปแล้วแต่มันเป็นเพราะว่าเขาเริ่มที่จะรักและผูกพันกับเด็กคนนี้เหมือนอย่างพ่อกับลูกชาย 

             

            สำหรับเขาแล้วลูกพลับคือลูกชายคนหนึ่งที่เขารักและปรารถนาจะเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ให้เด็กชายได้มีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะมอบให้กับลูกชายของตนได้

             

            “ลูกพลับรักป๊ะป๋ามากที่สุดเลย” เด็กชายยังกอดพ่อเอาไว้แน่น

             

            “ป๊ะป๋าก็รักลูกพลับมากที่สุดเหมือนกันเลยครับ”ไตเติ้ลตอบ

             

            “เอ้า ๆ พ่อลูกอยู่ ๆ ก็มาหวานแหววกันแถวนี้จะอวดให้เฮียอิจฉาใช่ไหม เฮียไม่อิจฉาหรอกเดี๋ยวพลับพลึงเกิดมาแล้วยัยหนูจะอ้อนเฮียหนักกว่านี้อีก”

             

            “ลูกพลับไม่ได้อ้อน ลูกพลับแค่รักป๊ะป๋า” เด็กชายเถียง 

             

            คำพูดของผู้ใหญ่บางทีก็ยากเกินกว่าเด็กจะเข้าใจแม้จะเป็นเด็กที่โตเกินวัยอย่างลูกพลับแต่ก็ยังเข้าถึงความซับซ้อนในความรู้สึกของภาษาไม่ได้มากนัก 

            ประโยคที่เฮียฮั้วพูดออกมาด้วยความชมชอบปนอิจฉาเล็กๆ เพราะหวังอยากจะให้ลูกสาวรู้จักอ้อนตัวเองแบบนี้บ้างแต่ลูกพลับกลับคิดว่าเฮียฮั้วมาหาว่าเขาอ้อนประจบป๊ะป๋า ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาก็แค่อยากจะบอกให้ป๊ะป๋ารู้ว่าลูกพลับก็รักป๊ะป๋าเอามากๆ เลยจริง ๆ เหมือนกันนะ

             

            “ป๊ะป๋ารู้ครับว่าลูกพลับไม่ได้อ้อนลูกพลับแค่อยากให้ป๊ะป๋ารู้ว่าลูกพลับรักป๊ะป๋ามากเหมือนกับที่ป๊ะป๋ารักลูกพลับเลยใช่ไหมครับ”

            ไตเติ้ลเริ่มหมดความอดทนกับความน่ารักอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งตักแล้วจับฟัดหัวเหม่ง ๆ อย่างมันเขี้ยวอืม..เส้นผมเป็นตอสั้น ๆ ทรงเณรหนีเที่ยวแบบนี้มันก็จึ๊ก ๆ ฟัดมันดีอยู่เหมือนกันแฮะ

             

            “ฮึ่ย! รักกันเข้าไปไว้รอยัยหนูพลับพลึงคลอดออกมาก่อนเถอะ เฮียจะไม่แบ่งให้ทิดวัฒน์อุ้มเลย” 

            เฮียฮั้วเห็นสองพ่อลูกจี๋จ๋ากันก็อดจะอิจฉาเล็ก ๆ อยากกอดลูกของตัวเองขึ้นมาไม่ได้

             

            ‘แล้วแต่เฮียเลยครับผมไม่คิดจะอุ้มเด็กเปรตคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองอยู่แล้ว’ ไตเติ้ลแอบคิดเถียงอยู่ในใจ

             

            เฮียฮั้วเห็นสองพ่อลูกกำลังเปิดโหมดเข้าสู่โลกส่วนตัวก็ขอตัวลงมาดูแลร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ที่ว่าจ้างมาแจกทานฟรีด้านล่างหน้าโรงพิมพ์ก่อนเขายังบอกให้ทิดวัฒน์นั่งทานข้าวไปที่ชั้นบนนี้แหละ เงียบสงบดีทานข้าวเสร็จแล้วจะเปิดคอมพิวเตอร์สอนให้เจ้าว่าที่ลูกเขยใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นในวันนี้เลยก็ได้เฮียฮั้วไม่ขัดข้อง

             

            ไตเติ้ลดูเวลาก็เห็นว่าใกล้จะเย็นได้ที่รีบกลับบ้านไปก็คงสอนหนังสือให้ลูกพลับไม่ทันแสงสว่างหมดอย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นก็ลองเปิดคอมพิวเตอร์ของเฮียฮั้วดูสเปกดูรุ่นไปก่อนจะได้รู้ว่าควรสอนลูกพลับให้เริ่มต้นใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างไรหากพอเปิดเครื่องมาแล้วเขาก็ได้พบกับ…

             

            แรมหนึ่งเมกะไบต์? 

            หืออออ??? อยู่ในยุคที่ยังใช้หน่วยเป็นเมกะไบต์ [1] อยู่เลยสินะเนี่ย?

             

            ฮาร์ดดิสก์สิบเมกะไบต์?

            เห็นแล้วก็อยากจะร้องไห้นึกถึงความรุ่งเรืองของยุคสมัยที่จากมา ในกาลเวลาที่ฮาร์ดดิสก์ห้อยท้ายหน่วยเป็น TB จริง ๆ เลยว้อยยยแล้วยังจะระบบปฏิบัติการนั่น…

             

            s 3.1? MS-DOS[2] 6.22?

             

             ย….ย….ย…. ยังต้องพึ่งพาดอสอยู่เหรอวะเนี่ย!? 

            แล้วเขาไม่ได้เจอกับคำสั่งดอสมาสามสิบกว่าปีแล้วนะ!? ในชีวิตก่อนตอนที่เพิ่งเริ่มจับคอมชีวิตก็ผ่านดอสมาแค่วูบเดียวหลังจากนั้น s 95 ก็ออกมาแล้ว ไอ้ 3.1 นี่แม่ม… โคตรระลึกชาติ!

             

            ไตเติ้ลพยายามระลึกชาติถึงยุคสมัยที่เคยคีย์คำสั่งดอสก็เห็นA:/ B: เป็นเงาลอยเข้ามาในหัวอย่างเลือนรางเอาจริง ๆ ให้ใช้ Notepad เขียน html ในตอนนี้ยังจะง่ายเสียยิ่งกว่าเขาคิดว่าตัวเองคงต้องไปเดินร้านหนังสือหาหนังสือสอนภาษาคอมพิวเตอร์มาอ่านเพื่อทบทวนการระลึกชาติสักหน่อยแล้ว

            วินโดวส์ 3.1 ถึงจะใช้งานได้ง่ายแต่ก็ยังคล่องตัวได้ไม่เท่ากับ 95จริง ๆ

             

            นี่มันก็ปี 2538 ปลายปีแล้วด้วย อีกไม่เกินสามปีวินโดว์เก้าแปดก็จะออกแล้วไตเติ้ลเห็นควรว่าเฮียฮั้วน่าจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ให้มันอัปเดตกว่านี้แต่ก็อย่างที่รู้ว่าในยุคนี้คอมพิวเตอร์มีราคาสูงมาก สเปกอย่างเครื่องนี้หากซื้อตอนที่3.1 เพิ่งจะออกก็คิดว่าราคาน่าจะเฉียดหลักสองสามหมื่นได้อยู่

            คนในยุคสมัยนี้ยังไม่ชินกับสิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ดีนักภาพลักษณ์ของคอมพิวเตอร์ในคนอายุวัยอย่างเฮียฮั้วมักจะเข้าใจว่ามันคือเครื่องใช้ไฟฟ้ามีราคาแพง ซื้อมาแล้วก็มักจะเลือกที่ทนทาน ใช้งานได้จนรุ่นลูกรุ่นหลาน… 

             

            หึ! ในยุคสมัยนี้ไม่มีใครคาดถึงหรอกว่าเงินหลักหลายหมื่นที่เอามาลงกับคอมพิวเตอร์ไปนั่นน่ะก็เพื่อที่จะเอามาโยนทิ้งแล้ววิ่งไปซื้อเครื่องใหม่ในอีกสามปีให้หลังต่างหาก!ไม่ว่าอะไหล่ข้างในของมันจะพังหรือไม่ก็ตาม

             

            คิด ๆ ดูแล้วนอกจากหนังสือพวกภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ แล้วเขาควรซื้อหนังสือสอนประกอบคอมมาด้วยสินะถึงตอนที่เฮียฮั้วคิดอยากจะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่เมื่อไรเขาจะได้เลือกสเปกและประกอบเครื่องที่ดีๆ ให้ได้ในราคาไม่แพง 

             

            ในยุคสมัยนี้เพราะคอมพิวเตอร์มีราคาแพงมากโดยเฉพาะหากเทียบกับสเปกที่ดี ไว ใช้งานได้คอมพิวเตอร์สำเร็จรูปจากบริษัทมักจะหาแบบสเปกที่ตรงความต้องการได้ยากมากดังนั้นจึงมีพวกร้านรับประกอบคอมผุดขึ้นมากมาย ซึ่งในปี 256X นั้นไตเติ้ลจำได้ว่ามีบริษัทขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลายบริษัทเลยที่ใหญ่โตและมั่นคงขึ้นมาได้จากจุดเริ่มต้นของการเป็นร้านประกอบคอมพิวเตอร์ในยุคเก้าศูนย์

             

            แต่ว่าร้านประกอบคอมพวกนั้นน่ะมันก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ทุกร้านเสมอไปโดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อย่างเฮียฮั้วด้วยแล้วจะโดนหลอกยัดอุปกรณ์พัง ๆ ใส่ของมือสองมาให้ พวกนี้มีเยอะแยะมาก

             

            ไตเติ้ลยังจำได้ขึ้นใจเลย ไม่ต้องย้อนถึงยุค 2538 หรอก แต่ในครั้งนึ่งช่วงปี 256Xที่เขาไปซื้อคอมพิวเตอร์ เป็นร้านแบรนด์กล้วยหอมที่จดทะเบียนบริษัทดูน่าเชื่อถือแต่ขายคอมพิวเตอร์แบบสั่งประกอบ ตอนนั้นคนของบริษัทแม่ม!ยัดเอาถ่านไบออสขึ้นสนิมใส่มา แล้วดันแปะสติ๊กเกอร์การันตีเอาไว้ห้ามเปิดเคสคอมดูด้วยนะ ก็ว่าคอมมีอาการรวนแปลก ๆ นึกว่าวินโดวส์พัง แต่พอผ่านไปหนึ่งปีเปิดเคสดูข้างในได้ถึงเพิ่งรู้ว่ามันยัดไส้ เอาถ่านขึ้นสนิมมาให้คิดถึงแล้วก็ยังโมโหอยู่เลย

             

            ดังนั้นแล้วกับเฮียฮั้วที่เป็นคนดีคอยช่วยเหลือเขาในทุก ๆ เรื่องอย่างนี้อะไรที่ตัวเองพอจะช่วยได้ไตเติ้ลก็อยากจะช่วย แค่ประกอบคอมมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเพียงแต่จะต้องฟื้นวิชากับย้อนยุคศึกษา

             

            นวัตกรรมในปี พ.ศ.2538 อีกนิดหน่อยก็แค่นั้น.

     


    [1]เมกะไบต์ Megabyte เป็นหน่วยวัดปริมาณสารสนเทศหรือความจุของหน่วยเก็บ(storage) ในคอมพิวเตอร์มีค่าเท่ากับหนึ่งล้านไบต์ หน่วยที่ใหญ่กว่า MB ในยุคสมัยต่อมาคือ G/GB หรือกิกะไบต์ (Gigabyte) และหน่วยที่ใหญ่กว่ากิกะไบต์ก็คือเทราไบต์(TB) โดย1024 MB. =หนึ่งGB และ 1,000 GB. จะเท่ากับหนึ่งTB. (1 Tb. = 1,000,000 MB.​)

     

     

     

    [2]ดอส (Dos) ชื่อระบบปฏิบัติการที่บันทึกเก็บไว้บนจานแม่เหล็กใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำงานโดยการใช้คำสั่งทีละบรรทัด ผ่านระบบ commandLine operating system. เช่น MS-DOS PC-DOS.​

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน