ตอนที่ 22
หุบเขาพรางอากาศ
เฉินินำตัวเ้าสำนักเฒ่ากลับไปยังสำนักหมื่นกระบี่ ทำการตรวจสอบอาการาเ็ของจ้าวชิงเหยาอยู่ครู่หนึ่ง หลี่ฉางเกิงได้พอกยาไว้ให้แล้ว าแจึงไม่สาหัสมากมายนัก เฉินิได้ใคร่ครวญแล้วว่าจะจัดการกับจ้าวชิงเหยาอย่างไร เมื่อเขาต้องจากไปภายใน่ระยะเวลาสั้นๆนี้ ย่อมไม่อาจกลับมาได้อย่างแน่นอน
ประกายวงแหวนทั้งสองชนิดของจ้าวชิงเหยา ต่างหนุนเสริมเกื้อกูลกันไว้เป็อย่างดี 【ประกายวงแหวนร่วงผา】ถึงแม้ว่าระดับจะไม่สูงมากนัก แต่ว่าก็ได้รับความเปลี่ยนแปลงจากประกายวงแหวน【ขอบเขตความสิ้นหวัง】จึงทำให้จ้าวชิงเหยาราวกับสามารถเพิ่มพูนความสามารถขึ้นอีก 10%
หมายหมั่นให้จ้าวชิงเหยาไปหาประสบการณ์ที่หน้าผาหยาซาน หน้าผาหยาซาน มีความหมายตามนามของมัน ในแต่ละบริเวณล้วนแต่เป็หน้าผาสูงชัน ทว่าผู้นำของหน้าผาหยาซานเป็เพียงปีศาจชั้นสูงที่พึ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถี อีกทั้งเขายังได้ให้หวังเิลอบติดตามอยู่ข้างกายจ้าวชิงเหยา เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น
เฉินิได้เขียนจดหมายทิ้งไว้หนึ่งฉบับ : ศิษย์เอ่ย บัดนี้เ้าได้ฝึกปรือจนถึงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ดแล้ว แต่เ้ายังจำเป็ที่จะต้องมีประสบการณ์เพื่อเข้าใจในวิถีอันยิ่งใหญ่ ตัวอาจารย์ได้ทิ้งทรัพย์สมบัติเอาไว้นับไม่ถ้วนใต้หน้าผาหยาซาน หากเ้า้าที่จะพวกมัน เช่นนั้นก็จงไปตามหามันเถอะ !
จากนั้นให้คนส่งข่าวแจ้งต่อไปยังหวังเิ เพื่อที่เขาจะได้แอบลอบให้การคุ้มครองจ้าวชิงเหยา พร้อมกับหยิบกระบี่ิญญาที่มีคุณสมบัติอัคคีที่อยู่ภายในสำนักหมื่นกระบี่มาเล่มหนึ่ง เพื่อที่จะได้สะดวกในการใช้เคล็ดอีกาเพลิงของตนเอง เฉินิยังได้รวบรวมเนื้อตากแห้งบางส่วนไปด้วย ล้วนแต่ถือเป็ของดีในจวนผู้สำเร็จราชการ อีกทั้งยังได้นำเอาสุราไปด้วยไม่น้อย จนกระทั่งได้มาถึงจุดที่เขาได้ทิ้งขุนพลปีศาจวัวร้ายเอาไว้ ทั้งสองร่วมร่ำสุราสนทนาปราศรัยกัน เริ่มรู้สึกสบายใจบ้างขึ้นมา ด้วยที่ได้สาบานเป็พี่น้องต่อกัน แต่ไม่ได้กรีดเืร่วมสาบาน
ขุนพลปีศาจวัวร้ายยัดเนื้อวัวตากแห้งชิ้นหนึ่งใส่เข้าไปในปาก ยื่นมือเข้าไปตบที่หัวไหล่เฉินิ
เฉินิหันไปมองเนื้อวัวตากแห้งที่อยู่ในมือขุนพลปีศาจวัวร้าย พร้อมกับบังเกิดความแตกตื่นขึ้น
ขุนพลปีศาจวัวร้ายนำเนื้อวัวตากแห้งที่เหลืออยู่ยัดเข้าปากต่อ : “แค๊ก น้องชาย นี่มันเนื้อตากแห้งอะไรกัน ข้าหาได้เคยกินมาก่อนไม่ รสชาติเช่นนี้ ช่างน่าพิสมัย จนยากจะอธิบายออกมาได้ ! ”
หากเ้าเคยกินเนื้อวัวก็แปลกแล้ว !
เฉินิกล่าวขึ้นทันที : “นี่เป็สิ่งที่ในยามที่ผู้น้องได้เดินทางผ่านขุนเขาขาวสายยาว จนเสาะพบเข้ากับกวางเขาอ่อน[1]ตัวหนึ่งเข้า จึงได้นำเนื้อกวางมาแล่เพื่อทำเป็เนื้อตากแห้ง ! ”
ขุนพลปีศาจวัวร้ายถึงกับเผยแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับขึ้น : “ที่แท้เนื้อกวางก็น่ากินถึงเพียงนี้......”
เฉินิไม่อาจคาดเดาได้ว่าขุนพลปีศาจวัวร้ายกำลังคิดอะไรอยู่ เ้าตัวเลวร้ายนี้มีสติปัญญาที่ยากจะคาดเดาได้อย่างแท้จริง การที่จะเดาว่าเขานั้นคิดอะไรอยู่ ช่างเป็เื่ที่ยาก ผู้น้อยมิอาจคาดเดาได้ !
เมื่อกินอิ่มจนหนำใจ ขุนพลปีศาจวัวร้ายกล่าว : “ใช่แล้ว พวกเราเดินทางมาทำอะไรกันนะ ? ”
ปีศาจชั้นสูงเผ่าวัวกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังก็ได้แย่งกันกล่าว : “คล้ายกับว่ามีผู้ฝึกตนขอบเขตสู่วิถีผู้หนึ่ง ให้พวกเรามาเพื่อทำลายสำนักหมื่นกระบี่”
ขุนพลปีศาจวัวร้ายกล่าวต่อ : “ที่แท้ก็เป็เื่เล็กน้อยถึงเพียงนี้ ไปเถอะ กลับหุบเขาพรางอากาศกัน บัดนี้เมื่อได้มีน้องชายท่านนี้เข้าร่วมหุบเขาพรางอากาศจึงถือเป็เื่ใหญ่ ใช่แล้ว น้องชายเ้ามีนามว่าอะไร ? ”
“ติ่ง คลี่คลายวิกฤติของสำนักหมื่นกระบี่ ภารกิจสำเร็จ ประเมินภารกิจ: ธรรมดา รางวัลปราณรู้แจ้ง 500 แต้ม คะแนนชื่อเสียง 50 หน่วย”
เฉินิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นทีเขาจะต้องสวมเสื้อกั๊ก[2]เพื่อเข้าร่วมกับเผ่าปีศาจ ย่อมต้องสุขุมไว้ก่อนจึงจะดี : “ผู้น้อยมีนามว่า ยาหวูเต้า[3]”
เมื่อติดตามขุนพลปีศาจวัวร้ายเข้าไปยังส่วนลึกของขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น จากสิ่งที่ปีศาจวัวร้ายได้กล่าวมา เฉินิจึงได้ทราบที่มาที่ไปของหุบเขาพรางอากาศแห่งนี้บ้างแล้ว โดยภาพรวมนั้นได้มีราชสีห์ตนหนึ่ง ถูกขนานนามว่าเป็าาปิศาจราชสีห์ ซึ่งได้โลดโผนมานานกว่าพันปี ทั้งยังปกครองหุบเขาพรางอากาศมาแล้วหลายร้อยปี
หุบเขาพรางอากาศหาได้เป็เพียงหุบเขาที่เรียบง่ายลูกหนึ่งไม่ ที่นั่นใช้โซ่ตรวนขนาดั์ทั้งสี่เส้นแขวนอยู่บนผาอันสูงชันทั้งสี่ด้าน ที่้ายอดเขายังได้มีห้วงลึกอยู่ขุมหนึ่ง ทั่วหุบเขาพรางอากาศเป็ูเาศิลาทั้งลูก แต่กลับไม่มีต้นไม้สักต้น บนภูผาศิลายังได้มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่ประปราย
ณ เวลานี้ เฉินิได้ก้าวข้ามอยู่บนสะพานเพื่อข้ามผ่านไปยังหุบเขาพรางอากาศ เมื่อเฉินิมาถึงยังที่แห่งนี้ ก็มีปีศาจชั้นสูงอยู่ไม่น้อยสาดทอแววตาเป็ประกายกันขึ้นมา ถึงกับเป็เผ่าปีศาจที่มีร่างจำแลงเป็มนุษย์ มิใช่ว่าเป็าาปีศาจตนหนึ่งหรอกงั้นหรือ ?
าาปีศาจราชสีห์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ซึ่งเต็มไปด้วยโครงกระดูกขาว ที่เบื้องล่างของเขายังมีสามในสี่ขุนพลปีศาจซึ่งล้วนแต่เป็บริวารของาาปีศาจราชสีห์
ภายในถ้ำมีเพียงแสงแวววับจากกองเพลิง ส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ ในหมู่สี่ขุนพลปีศาจ มีแต่เพียงาาปีศาจราชสีห์ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ นับเป็การจำแลงกายที่สมบูรณ์แบบเป็อย่างยิ่ง
าาปีศาจราชสีห์เต็มไปด้วยราศีของความเป็ผู้นำ มีเส้นผมสีเขียวประดุจราชสีห์คลั่ง ส่วนใบหน้านั้นได้ตัดเป็มุมฉากอย่างชัดเจน ดูเปี่ยมไปด้วยอำนาจ มืออันใหญ่โตได้คลำสิ่งที่เป็โครงกระดูกคล้ายกับหยกขาวเล่นอยู่ในมือ : “ในสายตาของพวกเ้า ยาหวูเต้าผู้นี้สมควรที่จะได้ไปนั่งอยู่ในตำแหน่งใดภายในหุบเขาพรางอากาศกัน ? ”
สี่ขุนพลปีศาจ ประกอบไปด้วยขุนพลปีศาจวัวร้ายที่อยู่กับเฉินิ และขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกรับหน้าที่รับผิดชอบปกครองแคว้นต่างๆภายในหุบเขาพรางอากาศ ส่วนขุนพลปีศาจวานรกับขุนพลปีศาจกวางนั้นมีหน้าที่ปกครองเผ่าปีศาจในหุบเขาพรางอากาศร่วมกัน
ในส่วนของขุนพลปีศาจวัวร้าย าาปีศาจราชสีห์ได้มอบหมายให้ปีศาจวัวร้ายเป็ผู้ปกครองอาณาเขตโดยรอบ หลังจากที่ได้ปราบปรามความวุ่นวายตามเขตปกครองหุบเขาพรางอากาศแต่ละแห่งได้เป็ที่สำเร็จ ก็จะให้มาเป็องครักษ์ข้างกายของตนเอง
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกกล่าว : “ตามที่ปีศาจวัวร้ายได้กล่าวมา แม้ว่ายาหวูเต้าผู้นี้จะเป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สี่ แต่ก็สามารถที่จะจำแลงกายได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้เขายังสามารถผนึกรวมจนเกิดประเภทวิถีขึ้นมาได้อีกด้วย ในเมื่อผนึกรวมจนเกิดเป็ประเภทวิถีขึ้นมาแล้ว อีกไม่เกินสามสิบปี เกรงว่าคงสามารถขึ้นเป็าาปีศาจตนหนึ่งได้”
าาปีศาจราชสีห์ส่ายหน้าเล็กน้อย เื่เหล่านี้ข้าล้วนแต่ทราบ มารดาเ้าเถิด แท้จริงแล้วเ้า้าที่จะกล่าวอะไร ?
ปีศาจหมาป่าเผือกกล่าว : “เื่ใหญ่เช่นนี้ ทั้งยังเป็เื่ที่เกี่ยวพันธ์กับาาปีศาจ พวกข้ามีหรือที่จะกล้าสอดมือ ยังคงขอให้ใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์เป็ผู้ตัดสินใจ ! ”
าาปีศาจราชสีห์นึกในใจว่าข้าเรียกพวกเ้ามาทำอะไรกัน ?
าาปีศาจราชสีห์กล่าว : “พวกเราไปพบพานกับยาหวูเต้ากันก่อนเถอะ ! ”
ย่อมแน่อยู่แล้ว ต่อให้หารือกันอีกครึ่งค่อนวันก็ใช่ว่าจะเกิดข้อสรุปได้
เฉินิเดินเข้าไปในถ้ำ พร้อมกับหันไปมองปีศาจทุกตน จนสามารถที่จะััได้ถึงแรงกดดันที่อยู่ในตัวของาาปีศาจราชสีห์ได้อย่างชัดเจน และค่าดัชนีความเสี่ยงของาาปีศาจราชสีห์ ได้มีเกินกว่า 500 หน่วย
ส่วนขุนพลปีศาจตนอื่นนั้น ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกมีค่าดัชนีความเสี่ยงสูงที่สุด ซึ่งสูงถึง 270 หน่วย ส่วนขุนพลปีศาจวานรมีค่าดัชนีความเสี่ยง 260 หน่วย และขุนพลปีศาจกวางมีค่าดัชนีความเสี่ยงอยู่ที่ 240 หน่วย
าาปีศาจราชสีห์ ถือว่าเป็ผู้ที่มีค่าดัชนีความเสี่ยงสูงมากที่สุดเท่าที่เฉินิเคยพบพาน
“ติ่ง คุณได้แฝงตัวเข้าสู่หุบเขาพรางอากาศได้เป็ที่สำเร็จ ทั้งอีกฝ่ายกลับไม่สงสัยในสถานภาพของคุณด้วย แจ้งเตือนภารกิจสายลับ รอยต่อที่หนึ่ง แฝงตัวเข้าหุบเขาพรางอากาศให้สำเร็จ รางวัลปราณรู้แจ้ง 300 แต้ม ค่าชื่อเสียง 30 หน่วย”
อือ มีปราณรู้แจ้งเพียงแค่300หน่วยเอง แม้ทว่ายุงจะตัวเล็ก ก็ยังคงมีเนื้ออยู่ดี อย่างไรก็ตามย่อมดีกว่าให้ไปฆ่าผู้อยู่ในขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สามถึง 10 คนอยู่แล้ว อีกทั้งตนเองยังได้เข้าร่วมกับหุบเขาพรางอากาศอีกด้วย
เฉินิมองไปทางาาปีศาจราชสีห์ ดวงตาทั้งสองลุกโชนไปด้วยเพลิงไฟ(ไหลเวียนโดยการใช้เคล็ดอีกาเพลิง) : “ใต้เท้าาาปีศาจ ในที่สุดข้าก็ได้พบกับท่าน เนื่องจากเมื่อในสมัยก่อนที่ข้ายังเป็เพียงแค่อีกาน้อยตัวหนึ่ง ได้มีอสรพิษั์คิดที่จะกลืนกินข้า โชคดีที่ใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ แต่นั้นมาข้าจึงคิดที่จะเริ่มออกตามหาท่าน บัดนี้เมื่อได้พบกับท่านใต้เท้าาาปีศาจราชสีห์อีกครั้ง ท่านยังคงเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ล้นฟ้าเหมือนเฉกเช่นกาลก่อน ช่างทรงอำนาจยิ่งนัก! ”
าาปีศาจราชสีห์นึกในใจว่าข้าเองก็มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ฆ่าอสรพิษั์มาก็ตั้งมากมาย ย่อมเป็ไปได้ที่จะไม่ทันสังเกตว่าได้ไปช่วยเหลืออีกาน้อยไว้ตัวหนึ่ง าาปีศาจราชสีห์เองก็หาได้โง่งมไม่ อสรพิษั์ในระหว่างการเดินทาง เมื่อเ้าบอกว่ามี นั่นก็ย่อมต้องมีอย่างแน่นอน : “น้องชาย เมื่อในวันนั้น ข้าแทบจะไม่ได้ทำอะไรที่เหนือบ่าหนักกว่าแรงเลย จึงไม่จำเป็ที่จะต้องเก็บมาใส่ใจ ! ”
เฉินิส่ายหน้าแล้วกล่าว : “จะเป็เช่นนั้นไปได้อย่างไร บุญคุณช่วยชีวิตย่อมต้องทดแทน ! ”
าาปีศาจราชสีห์ครุ่นคิดอยู่นาน ท้ายที่สุดจึงกล่าวขึ้นว่า : “มิสู้เช่นนี้เถอะ น้องชายเ้าไปเป็ผู้นำของสันเขาอินทรีย์เหินเสียก่อน คอยปกครองเผ่าปักษาแห่งหุบเขาพรางอากาศ(เผ่าปีศาจประเภทที่บินได้) รอคอยจนน้องชายทะลวงพลังจนเข้าสู่าาปีศาจได้เป็ที่สำเร็จ พวกเราค่อยหารือถึงเื่ใหญ่กันอีกครา ! ”
อำนาจนั้นย่อมไม่อาจที่จะมอบให้แก่กันได้อยู่แล้ว ยังไงเสียในส่วนสันเขาอินทรีย์เหินนั้นเป็ที่ของลูกน้องที่มีก็เหมือนไม่มี หากมอบให้แก่เขา ให้เขาไปจัดการ ต่อจนเขาสามารถสำเร็จเป็าาปีศาจได้ ก็เป็ได้แค่ผู้บัญชาการแต่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น เมื่อไม่มีบริวารเป็ขุนพลปีศาจ ก็มีแต่ต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น
“ติ่ง สำเร็จภารกิจสายลับรอยต่อที่หนึ่ง รางวัลปราณรู้แจ้ง 300 แต้ม ค่าชื่อเสียง 30 หน่วย”
.
.
.
.
[1] กวางซีก้า
[2] ศัพท์ในออนไลน์ หมายความว่า เหมือนเป็การตั้งชื่อใหม่ในเชิงออนไลน์ เพื่อมิให้ระบุตัวตนได้
[3] อีกาไร้วิถี