ตอนที่ 146สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทกีล่า
ทุกคนนั่งพักกันอย่างหมดแรงโดยมีเสียงฝนที่กระทบกับพื้นและเสียงกรีดร้องการสังหารหมู่ฝูงลิงบาบูนของไนเรลดังมาไกลๆ เป็นครั้งคราว
ขณะที่รอคอยพวกเขาก็แบ่งกันกระจายออกไปก็จัดการเรื่องซากของลิงบาบูนไปด้วยเนื่องด้วยจำนวนที่มากกว่าหมื่นตัว พวกเขาจึงเลือกเก็บเนื้อลิงบาบูนเฉพาะระดับ 4ไว้ส่วนระดับต่ำกว่านั้นได้แต่ทุบกะโหลกหาแก่นพลังงานและทิ้งซากไปเท่านั้นอย่างน่าเสียดาย
“ถ้าเอาไปขายอย่างน้อยก็ได้หลายเหมือน G” เบรนบ่นอย่างเสียดาย
“ถึงจะเสียดายแต่จะทำไงได้”เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้าง ๆ เบรนพูด
ถึงจะพวกเขาจะบอกว่าเสียดาย แต่อันที่จริงแล้วทุกคนกลับยินดีอยู่ลึกๆ ไม่ใช่เพราะเรื่องซากสัตว์ระดับ 4 ที่มีจำนวนมากแต่ตอนนี้ระดับพลังของพวกเขาเลือนเป็นระดับสีน้ำตาลแล้ว
เมสันและชารอนเองก็เลือนผ่านระดับสีน้ำตาลเป็นระดับสีเขียวแล้วเช่นกันทุกคนคิดว่าวิธีของไนเรลนั้นเหลือเชื่อมากที่ผลักดันจนระดับพวกเขาเพิ่มอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่มีใครโลภมากจะวิ่งไปหาลิงบาบูนเพื่อสู้แบบบ้าระห่ำอีกเพราะตอนนี้ต้องทำการปรับตัวเข้ากับระดับใหม่ก่อน
อีกอย่างทุกคนต้องพักอย่างน้อยก็หนึ่งวันเพราะตอนนี้ร่างกายที่รีดพลังจนหมดและเติ่มเข้าไปใหม่อีกหลาย ๆ ครั้งมันกลับทำให้พวกเขาปวดเมื่อยและเหนื่อยมาก
หลังจากตกเย็นไนเรลก็กลับมาพร้อมกันนั้นนิเรียที่กินแก่นพลังงานระดับ 5 ไปก็ลืมตาขึ้นทุกคนก็หันไปมองแต่ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นตาของนิเรียส่องแสงสีทองกวาดผ่านทุกคนไป
พวกเขาสามารถรู้สึกได้เลยว่าทุกการเคลื่อนไหวของตัวเองนิเรียสามารถรับรู้และเห็นทั้งหมด แต่ความรู้สึกนั้นอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก็หายไป
นิเรียกะพริบตาถี่ ๆ ไม่กี่ครั้งก็ปรับตัวได้พร้อมกันนั้นเธอก็รู้ตัวเองก้าวผ่านระดับสีเขียวเป็นสีน้ำเงินแล้วนิเรียกล้มมองน้ำที่พื้นสะท้อนเห็นคริสตัลวิวัฒนาการที่หน้าผากที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินตามระดับพลังของเธอ
มันไม่เข้มมากนักแต่ก็เป็นสีน้ำเงิน
“ยินดีด้วยนะน้องพี่ ทำได้ดีมาก”ไนเรลเดินเข้ามาลูปหัวนิเรียด้วยความเอ็นดูแต่เพราะเนื้อตัวที่เปียกน้ำฝนและดินโคลนจากการต่อสู้มันจึงดูตลกเล็กน้อย
ไนเรลเดินมาหยุดอยู่หน้าซากของราชาบาบูนที่พวกเขาเก็บมาวางรวมกับเนื้อลิงบาบูนระดับ4 ชายหนุ่มไม่รอช้าใช้ความสามารถ [ร่างกาบหอยแครง F] ย่อยราชาบาบูนไปทั้งตัวอย่างคาดหวัง
แต่หลังผ่านไปสักพักนิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันมันกลับกลายเป็นว่าไม่มีพลังใหม่เกิดขึ้นใบไม้รอยสักไม่สามารถก่อตัวจนสมบูรณ์ได้
“ไม่พอ...”ไนเรลพึมพำพร้อมกับหันไปมองซากลิงบาบูนนับร้อยตัวเขาจึงจัดการพวกมันเหมือนซากราชาบาบูนไปกว่า40 ตัวในที่สุดก็สามารถก่อร่างใบไม้รอยสักสำเร็จแต่เขาก็ดีใจได้ไม่นานเพราะใบไม้รอยสักเป็นแค่ความสามารถ [เคลื่อนที่เร็ว C] เท่านั้นและตอนนี้มันก็โดนความสามารถ [ราชานักวิ่งระดับ C] กลืนกินทันที
จนความสามารถราชานักวิ่งพัฒนาเป็นระดับ B
“อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องดี”ไนเรลยิ้มพลางส่ายหัว ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ความสามารถลึกลับของราชาบาบูนมาแต่ก็ยังดีที่ความสามารถราชานักวิ่งพัฒนาขึ้นอีกระดับแม้เขาจะไม่ค่อยได้ใช้มันก็เถอะนะ
“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า” นิเรียเดินเข้ามาดู
“เปล่าไม่มีอะไร ไปกันต่อเถอะ”
“ท่านไนเรลนี่คือแก่นพลังงานที่พวกเราเก็บมาจากซากลิงบาบูน”ชารอนยื่นถุงผ้าที่ใส่แก่นพลังงานจนเต็มให้กับชายหนุ่ม
ไนเรลรับมาและแบ่งไปครั้งหนึ่งจากนั้นก็โยนกลับไปให้ชารอนพร้อมกับบอกว่า“ที่เหลือไปแบ่งเท่า ๆ กันถึงอย่างไรทุกคนก็ช่วยกันฆ่า”
ทุกคนได้ยินก็ยิ้มออกมาด้วยแก่นพลังงานในถุงแม้จะแบ่งกันสิบกว่าคน แต่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากอยู่ดี
ทุกคนเดินทางไปที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทกีล่าด้วยพลังใจเต็มเปี่ยมแม้ตัวจะเหนื่อยมากก็ตาม
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทกีล่าเป็นอาคารขนาดใหญ่แบ่งออกเป็นตึกกลาง ตึกฝั่งตะวันออกและตก โดยตึกทั้งหมดอยู่ภายในกำแพงหน้าสูงกว่า3 เมตร
พวกเขาเปิดประตูเข้าก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเนื่องจากภายในไม่มีซอมบี้อยู่เลยแม้แต่น้อยนอกจากสัตว์กลายพันธุ์ขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นอันตรายทำรังอยู่ในบางจุดของตึกเท่านั้น
ด้านในมีร่องรอยการต่อสู้และทำลายอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก ของทุกอย่างแทบจะเรียกได้ว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
ทุกคนเดินตามแผนที่ซึ่งได้มาจากที่ซีโร่ดาวโหลดเก็บไว้ในอุปกรณ์สื่อสารของพวกเขาจนมาถึงตึกปีกตะวันตกเป็นเขตพักอาศัยของพนักงานในสถาบันวิจัยที่นี่ก็ไม่มีใครรอดชวิตเช่นกัน
“พักกันที่นี่ก่อนตอนนี้เรามาถึงถามเวลาที่กำหนดไว้มีเวลาหาของอีก 2วันพรุ่งนี้ค่อยแยกกันไปสองทีมค้นหาของที่ต้องการ” ไนเรลพูดจบก็หาอะไรกินกันเนื่องจากที่นี่เป็นเขตตึกที่พักอาศัยจึงมีห้องครัวอยู่ชารอนจึงอาสานำอาหารให้ทุกคนนิเรียเองก็คิดว่านานแล้วที่ไม่ได้ทำอาหารให้พี่ชายเธอกินจึงเข้าไปช่วยชารอนด้วย
หลังจากกินมื้อใหญ่ที่หรูหรามากเป็นพิเศษพวกเขาก็หาที่พักผ่อนของใครของมันแต่ก็ไม่ไกลกันมาก เพราะแม้ว่าสถานที่นี้ดูจะปลอดภัยแต่ก็อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
กลางดึกที่เงียบสงัดทุกคนหลับกันหมดเหลือคนที่แบ่งมาสลับกันทำหน้าที่เฝ้ายามก็พากันนั่งรอบกองไฟที่ก่อไว้ในถังสีเหล็กที่หามาจากแถวนี้ส่วนไม้แห้งก็เช่นกัน
เสียงเปลวไฟเผาไหมกับไม้ดังเปาะแปะปนไปกับเสียงฝนทันใดนั้นเสียงคำรามของซอมบี้ก็ดังมาไกล ๆ จนแทบไม่สามารถแยกออกแต่กลับมีสองคนที่รับรู้ได้นั้นก็คือ นิเรียและไนเรลที่ยืนมองไปนอกหน้าต่าง
“พี่ชาย ซอมบี้พวกนี้จะให้เก็บเลยไหม”
“ช่างมันเถอะพวกมันคงตามกลิ่นเลือดของลิงบาบูนมาอีกอย่างคงจะเข้ามาที่นี่ไม่ได้ไปนอนกันเถอะตอนเช้ายังต้องออกแรงทำงานกันอีก” ไนเรลยกมือปิดปากหาว
“อย่างพี่เนี่ยนะทำงาน” นิเรียพูดประชดเล็กน้อย
“เอานะ ไปนอนได้แล้ว”
ไนเรลหันกลับไปนอนบนเตียงที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหนนอนหลับไปอย่างสบายใจ
......
เช้าวันต่อมามีซอมบี้มาเกาะที่ข้างรั่วอยู่หลายตัวแต่เพราะประตูทางเข้ามันถูกปิดพวกมันจึงไม่สามารถเข้ามาได้
ปัง!เสียงปืนดังขึ้นร่างของซอมบี้ระดับต่ำพวกนี้ก็ระเบิดหายไปในทันทีซึ่งคนที่ยิงก็คือนิเรียที่ใช้ปืนสไนเปอร์เรียวกันระบบร่างคู่ยิงมาจากบนหลังคาตึกที่อยู่ห่างไป2 กินโลกเมตร
“พี่สาวยิงแม่นมาก” เจคอบที่อยู่ข้าง ๆหยิบกล้องส่องทางไกลมองดูอยู่
“แน่นอนอยู่แล้ว”นิเรียยิ้มออกมาด้วยท่าทีน่ารัก ทำเอาหัวใจหนุ่มน้อยอย่างเจคอบเต้นไม่เป็นจังหวะแต่ก็อยู่ ๆ ก็มีคนเขกหัวของเด็กหนุ่มอย่างแรก จนเจ้าตัวร้อง “โอ๊ย” ออกมา
“ตัวต่อไป” ไนเรลพูดเสียงเรียบอยู่ด้านข้าง ๆ
เจคอบมองไนเรลอย่างไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่จากนั้นก็สองกล้องดูซอมบี้ที่นิเรียยิ่งตายไปอีกตัวที่ออกไปเกือบสามพันเมตรเลยทีเดียว
เหตุผลที่นิเรียมาซ้อมยิ่งซอมบี้อยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการทดลองปละปรับตัวกับระดับพลังที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างพวกเขาว่างโดยเฉพาะไนเรลตอนนี้ไม่รู้จะทำอะไรได้แต่รอ
ชารอนและเมสันที่พาเจ้าหน้าที่สิบคนแบ่งไปเป็นสองทีมพากันไปคนหาของที่ตัวเองต้องการ
ชารอนมีที่จุดหมายของเธออยู่แล้วมันคือตึกตะวันออกเครื่องจักรเกี่ยวกับการผลิตยาและสารสังเคราะห์ต่าง ๆในนั้นเธอยังเจอของที่เป็นประโยชน์อีกมาก ซึ่งทั้งหกคนรวมทั้งเธอด้วยต่างช่วยกันแยกและขนสิ่งที่ต้องใช้ออกมารวมกัน
ทางด้านเมสันได้พาเจ้าหน้าที่แยกไปตามจุดต่าง ๆมีทั้งของที่เป็นเครื่องจักร หุ่นยนต์แต่ที่เมสันหาเป็นจะเป็นพวกอุปกรณ์พิมพ์สามมิติที่ใช้พิมพ์โลหะโดยเฉพาะและยังมีเครื่องกําเนิดพลังงานไฟฟ้าและพลังงาน
ยังมีอุปกรณ์หลายอย่างที่ไนเรลไม่รู้จักด้วยซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยกำลังของพวกเมสันหลังจากผ่านพ้นไปหนึ่งวันทั้งเมสันและชารอนก็ค้นหาสิ่งที่ต้องใช้ได้ครบ
อีกทั้งยังมีของหลายอย่างที่คิดว่ามีประโยชน์กับจูเรียเช่นอุปกรณ์ไอทีและเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของสถาบันวิจัยไนเรลก็สั่งให้คนรวบรวมทุกอย่างที่ใช้ได้มาจนหมด
แต่กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ตกเย็นแล้วดังนั้นไนเรลจึงเลือกเดินทางในเช้าวันต่อมาเพื่อกลับไปที่เมืองซานติเกียและแน่นอนว่าของทุกอย่างถูกชายหนุ่มยัดเข้าไปในเงา
ซึ่งใช้พลังงานเพิ่มขึ้นพอสมควรไนเรลจึงกินแกนพลังงานทุกๆ 4-5 ชั่วโมงเพื่อเติมเต็มพลังงานให้พร้อมใช้อยู่เสมอและแน่นอนว่ามันก็คือแก่นพลังงานที่ได้มาจากฝูงลิงบาบูน
หลังจากออกจากหมอกพิษพวกเขาก็เจอกับม้ายักษ์ที่ทิ้งไว้โชคดีที่พวกม้ายังปลอดภัยไม่ได้มีสัตว์กลายพันธุ์ที่ดุร้ายมากินพวกมันซะก่อนพวกเขาจึงไม่ต้องเดินเท้ากลับ
ไนเรลและกลุ่มกระโดดขึ้นหลังมาขี่ไปยังทิศทางที่เคยมา
.......
ขณะเดียวกันที่เมืองย่อย 92ภายในบ้านพักกลุ่มคนท่าทางมีพิรุธกำลังจัดการเอกสารกันอย่างขะมักเขม้นใบรายชื่อของคนเรร่อนและพวกที่ต้องการเดินทางไปที่เมืองย่อย 101ก็ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
และแน่นอนว่าพวกเขาก็คือคนของสมาพันธ์นักล่าที่ทารรับสมัครผู้คนอย่างลับๆ เพื่อเดินทางไปที่เมืองซานติเกีย โดยที่นี้ถูกดูแลโดย ลีวายมนุษย์ชั้นสูงระดับสีน้ำตาลผู้มีความสามารถ [เพลิง F] หนึ่งในกลุ่มนักล่าผู้ร่วมก่อตั้งสมาพันธ์นักล่า
ในทุก ๆวันพวกเขาจะต้องส่งคนจำนวนกว่าห้าพันคนไปทางรถไฟ และคืนนี้ก็เช่นกันแต่คืนนี้ดูจะไม่ใช่คืนที่สงบสุขนักเนื่องจากมีกองกำลังลึกลับไม่ทราบที่มากำลังเคลื่อนที่เข้ามาล้อมพวกเขาไว้