กมลเพลิงกำเนิดปทุมมา นามว่าเพลิงโลกันตร์
เมื่อได้เห็นปทุมมาเพลิงเมิ่งฝานก็สั่นสะท้านไปในทันใดเขาจ้องมองปทุมมาเพลิงที่เบื้องหน้าด้วยความต้องการที่ไม่อาจปิดบังจากนัยน์ตา
จากตำราในสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นจะเห็นได้ว่าปทุมมาเพลิงนับว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกที่แท้จริงแฝงไปด้วยพลังธาตุไฟอันยิ่งใหญ่หากบอกว่าเมื่อมันระเบิดตัวจะทำให้เมืองทั้งเมืองถูกแผดเผาก็ยังไม่เกินงาม!
วัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ถือเป็นเสมือนของรักของเปลวเพลิงภายในแฝงไปด้วยพลังงานแห่งฟ้าดินอันแข็งแกร่งยิ่งใหญ่จนแม้แต่เมิ่งฝานก็ยังไม่กล้าที่จะอนุมาน
นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาในยามนี้!
เมิ่งฝานก้าวออกไปเบื้องหน้าแล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิด“ตอนนี้ ข้าสามารถเริ่มเบิกพลังของวิชายุทธ์ที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์นั้นได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ถูกต้อง!”
รั่วสุ่ยอีพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า“พลังงานของปทุมมาเพลิงนี้บริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง เหมาะสมแก่การทำให้เจ้าพัฒนาแต่ก็อย่าได้วาดหวังให้มากนักเพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเพียงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกในการเบิกวิชายุทธ์ที่ไม่อาจทำให้พลังของเจ้าพัฒนาได้มากมายเท่าใด”
“วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกยังไม่มากพออีกหรือขอรับ?”
มุมปากของเมิ่งฝานกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามอย่างจนปัญญาเพราะหากของสิ่งนี้แพร่งพรายออกไปก็คงจะมีเสียงเล่าลืออันมากมายวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกในใต้หล้าแห่งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งต่อให้อยู่ในระดับอาณาจักรต้าก้านก็ยังยากที่จะได้เห็น
ทว่าสำหรับคัมภีร์ทวนเทพแล้วกลับยังไม่พอฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงรู้สึกจนปัญญาขึ้นมาเล็กน้อย
รั่วสุ่ยอีไหวไหล่ จากนั้นจึงยกยิ้มอย่างงดงามแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือไรว่าสิ่งที่จะทำให้คัมภีร์ทวนเทพพัฒนาได้นั้นมีเพียงกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติเท่านั้นมีเพียงการดูดกลืนกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติถึงจะทำให้คัมภีร์ทวนเทพสร้างโลกของตนเองขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยอานุภาพอันมากมายมหาศาลฉะนั้นแล้วในโลกใบนี้จึงมีเพียงสิบวัตถุเทพเท่านั้นที่เหมาะจะให้เจ้ากลืนกิน”
“ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ!”
เมิ่งฝานกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยถามออกไป“ทศวัตถุเทพแห่งโลก!”
ให้ตายสิ!
เมิ่งฝานกัดฟันแน่นเขามองรั่วสุ่ยอีด้วยแววตาที่ดุดันก่อนจะรู้ว่าความจริงว่าตนเองไม่ควรถามออกไป
ทศวัตถุเทพเป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในตำนานเท่านั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากในใต้หล้าที่แม้แต่พรรคเหมันต์สวรรค์ก็ยังไม่มี!
ผู้ที่มีสิทธิ์ได้ทศวัตถุเทพไปครอบครองนั้นมีเพียงเทพของโลกใบนี้เท่านั้น! ฉะนั้นแล้วหากเมิ่งฝานต้องการดูดกลืนทศวัตถุเทพจึงนับว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานมีสีหน้าที่ยากจะอธิบายรั่วสุ่ยอีก็หัวเราะออกมาเสียงเรียบก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าไปตามหามันให้ครบทั้งหมดเสียหน่อยขอเพียงได้ดูดกลืนสักชิ้นก็ทำให้คัมภีร์ทวนเทพของเจ้าพัฒนาขึ้นแล้ว เอาล่ะตอนนี้เอาปทุมมาเพลิงที่เบื้องหน้ามาแก้ขัดไปก่อนก็แล้วกันให้ข้าได้เห็นเสียหน่อยว่าวิชายุทธ์ของเจ้าน่าอัศจรรย์ใจเพียงใด!”
เมิ่งฝานคุ้นชินกับความโผงผางของรั่วสุ่ยอีจึงทำเพียงส่ายหน้าเท่านั้นก่อนจะก้าวออกไปคว้าปทุมมาเพลิงที่เบื้องหน้า
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเมิ่งฝานในเวลานี้กำลังดูดกลืนพลังแห่งฟ้าดินเห็นได้ชัดว่ามันกำลังเบ่งบาน ฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงไม่คิดที่จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ปทุมมาเพลิงที่เบื้องหน้าเบ่งบานเต็มที่มันอาจจะมีสติปัญญาแล้วต่อต้านตนเองได้
วัตถุศักดิ์สิทธิ์และศัสตราวุธในระดับหกขึ้นไปนั้นล้วนแต่มีโอกาสที่จะเกิดสติปัญญาของตนเองขึ้นมาได้ทั้งสิ้นเล่าว่าหลังจากที่อยู่ในระดับเก้าขึ้นไปไม่ว่าจะเป็นศัสตราวุธหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ก็ล้วนแต่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์และออกเดินทางไปทั่วหล้าได้ทั้งสิ้น!
ไม่นานเมิ่งฝานก็ได้ปทุมมาเพลิงดอกนั้นมาครอบครองแม้ว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งฟ้าดินอันยิ่งใหญ่ภายใน แต่ปทุมมาเพลิงก็อยู่ในมือเขาอย่างแน่นิ่งหาได้ขัดขืนแต่อย่างใด
เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาแล้ววางปทุมมาเพลิงไว้ที่ฝ่ามือเหมือนดั่งเด็กน้อยที่นึกสนุกมันมีไอความร้อนสูงแผ่ซ่านออกมา ทั้งยังมีระลอกคลื่นแห่งพลังฟ้าดินที่น่าตกตะลึงอีกด้วย!
“ต้องทำเช่นไรต่อขอรับ?”
เมิ่งฝานเงยหน้าแล้วถามเสียงเข้มเมื่อถึงเวลาที่สามารถฝึกฝนพลังของคัมภีร์ทวนเทพได้จริงๆ เด็กหนุ่มพลันรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่อาจห้ามได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้นรั่วสุ่ยอีจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“เมิ่งฝาน หากเจ้าต้องการเบิกพลังของคัมภีร์ทวนเทพจะต้องผสานพลังของปทุมมาเพลิงเข้าไปภายในการที่จะดูดกลืนพลังของมันเข้าไปเพียงครั้งเดียวนั้นไม่อาจเป็นไปได้อยู่แล้วเพราะร่างกายของเจ้าไม่อาจรับไหวเป็นแน่จำต้องค่อยๆ กลืนกินพลังของมันเข้าไปเท่านั้น ทว่าความร้อนระอุที่คล้ายดั่งไฟโลกันตร์แผดเผาร่างกายนั้นคือสิ่งที่ต้องบอกว่าน่าสะพรึงกว่าครั้งก่อนนับร้อยเท่าตัว!”
ไฟโลกันตร์แผดเผาร่างกาย!
เมิ่งฝานยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะเอ่ยถามอย่างจนปัญญา“มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นหรือขอรับ?”
“ใช่!”
รั่วสุ่ยอีพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เลิศล้ำไม่ธรรมดาย่อมต้องใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาหากเจ้าอยากใช้เวลาเพียงสองปีกว่านี้ให้ตนเองก้าวหน้าขึ้นไปยังจุดที่เลิศล้ำเหนือจอมยุทธ์ชนรุ่นหลังทั้งปวงก็ต้องใช้วิธีนี้!”
นั่นสินะ ยามนี้เหลือเวลาอีกเพียงสองปีกว่าเท่านั้น!
เมื่อเขานับนิ้วดูก็พบว่าตนเองใช้เวลาไปเกือบหนึ่งปีแล้วแต่กลับก้าวหน้ามาได้เพียงเท่านี้ ไม่รู้ว่าเวลานี้มู่อวี่อินก้าวหน้าไปเพียงใดแล้ว!
พรรคเหมันต์สวรรค์ พันธสัญญาสามปีมู่อวี่อิน!
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเมิ่งฝานเขาพลันกำหมัดแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “มาเริ่มกันเลยขอรับเพื่อคำสัญญานั้นแล้ว...ข้าเองก็ต้องทนทุกข์มามากแล้วไม่ใช่หรือ?”
ในระหว่างที่เอ่ยวาจาพลังปราณภายในร่างกายของเมิ่งฝานพลันถาโถมเขานั่งขัดสมาธิลงไปแล้วเริ่มเคลื่อนพลังปราณตามวิธีของคัมภีร์ทวนเทพ
เมื่อได้เห็นใบหน้าอันมุ่งมั่นของเมิ่งฝานรั่วสุ่ยอีก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมรอยยิ้มชื่นชมบนใบหน้า จากนั้นฝ่ามือสวยของนางก็ขยับพลันมีแสงสว่างดวงหนึ่งลอยไปหาปทุมมาเพลิง
การผสานพลังหมายความว่าเมิ่งฝานจะต้องดูดกลืนพลังของปทุมมาเพลิงเข้าไปภายในร่างกายเพียงชั่วพริบตาที่รั่วสุ่ยอีทำเช่นนั้นปทุมมาเพลิงก็เปล่งประกายขึ้น แล้วพลังสีแดงเส้นหนึ่งของมันก็ลอยเข้าไปในร่างกายของเมิ่งฝานผสานเข้ากับพลังปราณในกายของเด็กหนุ่ม
อ๊าก!~~
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ตวาดออกมาเสียงดังใบหน้าเล็กบิดเบี้ยว เขากัดฟันแน่นและหลับตาลง
ในชั่วพริบตาที่พลังของปทุมมาเพลิงเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝานเขารู้สึกคล้ายกับว่ามีลาวาหลั่งไหลอยู่ในร่างกายความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นไปทั่วอวัยวะภายใน
ซึ่งความเจ็บปวดนั้นราวกับร่างกายกำลังฉีกขาดประหนึ่งอวัยวะภายในถูกแผดเผามันเป็นความเจ็บปวดที่ต่อให้เมิ่งฝานเคยทนทุกข์มาอย่างมากมายก็ยังแทบต้องสลบไสล
ดูดกลืนปทุมมาเพลิงเปลวโลกันตร์นับหมื่นหลอมกายา
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือแต่ถึงกระนั้นเมิ่งฝานก็ยังคงเคลื่อนพลังอันร้อนระอุนี้ให้เข้าไปยังผนึกลึกลับในจุดสมุทรจิตอยู่อย่างนั้นต่อไป
เมิ่งฝานรู้ดีว่าการฝึกฝนคัมภีร์ทวนเทพนั้นจะต้องกระตุ้นอักขระซึ่งเป็นผนึกลึกลับภายในร่างกายของตนมีเพียงอักขระที่คล้ายดั่งว่าไม่มีวันเปลี่ยนแปลงนั้นจึงจะเป็นกุญแจสำคัญสูงสุดในการบำเพ็ญตนของเขา!
พลังปราณถาโถมเมื่อพลังงานของปทุมมาเพลิงได้มุ่งตรงไปยังสมุทรจิตของเมิ่งฝานก็ลอยล่องอยู่รอบผนึกลึกลับดุจดั่งสายธารหลาก
ตั้งแต่เมิ่งฝานฝึกฝนคัมภีร์ทวนเทพผนึกดังกล่าวไม่เคยขยับมาก่อนทว่าในวันนี้เมื่อได้รับการผสานด้วยพลังอันยิ่งใหญ่มันจึงเริ่มมีการสั่นไหวเกิดขึ้นมาแล้ว!
แสงสว่างอันแปลกประหลาดเปล่งประกายก่อนจะมีกลิ่นอายพลังที่แปลกประหลาดไม่ต่างกันแผ่ซ่านออกมาจากผนึก มันดูคล้ายเป็นสิ่งที่สูงส่งไร้เทียมทานเสมือนว่าเป็นความยิ่งใหญ่จากฟากฟ้าก็ไม่ปาน
เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็รู้ว่าจะต้องผสานพลังทั้งหมดเพื่อปลดผนึกจึงจะเรียกว่าได้เข้าถึงมรรคาแห่งคัมภีร์ทวนเทพอย่างแท้จริง แต่เมื่อเขานึกถึงความยากในการปลดผนึกก็รู้ได้ทันทีว่ามันจะต้องยากเย็นเป็นแน่!
เลือดสีแดงสดปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเมิ่งฝานเมื่อรั่วสุ่ยอีขยับฝ่ามือสวยพลังของปทุมมาเพลิงก็ลอยเข้าไปผสานในร่างกายของเมิ่งฝานความร้ายกาจของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับหกนั้นสูงส่งเป็นอย่างยิ่งฉะนั้นแล้วแม้มันจะผ่านไปพียงครู่เดียวก็ยังทำให้เมิ่งฝานรู้สึกราวกับว่ากาลเวลาผ่านพ้นไปนานนับร้อยนับพันปีก็ไม่ปาน
ความเจ็บปวดรวดร้าวจากการถูกแผดเผาเกิดขึ้นภายในร่างกายของเมิ่งฝานที่นั่งขัดสมาธิอยู่บริเวณกลางหน้าผากของเขามีเลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในร่างกายล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากการแผดเผาของปทุมมาเพลิงทั้งสิ้นยามนี้ผิวหนังของเขาก็เริ่มหลุดลอกออกไปเช่นกัน
ภายใต้การผสานพลังเช่นว่านั้นผลลัพธ์ของมันมีเพียงสองทางหนึ่งคือต้องตายไปพร้อมกับความล้มเหลวที่นอกจากจะไม่อาจปลดพันธนาการของผนึกได้แล้วยังต้องสิ้นชีพไปด้วยอีกหนึ่งคือรอดตายและสามารถปลดพันธนาการคัมภีร์ทวนเทพได้
“เมิ่งฝาน ยังมีโอกาสสุดท้ายให้เจ้าได้เลือกเจ้าสามารถละทิ้งหนทางในการฝึกฝนเช่นนี้แล้วข้าก็จะให้เจ้าได้ฝึกฝนอีกหนทางหนึ่งแม้ว่าผลลัพธ์ของมันจะไม่อาจเทียบได้กับวิธีนี้ แต่ไม่ต้องเจ็บปวดรวดร้าวถึงเพียงนี้!”
ภายในไข่อสูรทมิฬนั้น รั่วสุ่ยอีเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจออกมานางมองไปยังร่างกายของเมิ่งฝานที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนตายทั้งเป็นแล้วนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น...
ทว่าเมิ่งฝานกลับไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาเขาใช้ความเงียบงันเป็นคำตอบแล้วปล่อยให้ความร้อนแผดเผาร่างกายของตนเองต่อไปจนกระทั่งเกิดการสอดผสานขึ้นมาขณะเดียวกันพลังของปทุมมาเพลิงที่เบื้องหน้าก็ลอยเข้าไปในร่างกายของเมิ่งฝานแล้วผสานเข้ากับผนึกภายใน
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าใดก้นบึ้งของบึงลาวายังคงปกคลุมไปด้วยความร้อนไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใดทว่าปทุมมาเพลิงที่ใจกลางของมันได้หายไปแล้ว
และในส่วนลึกนั้น มีเงาร่างของคนผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิแน่นิ่งอยู่บนโขดหิน
ร่างถูกลาวาหลอมละลายจนทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานไม่สมประกอบเส้นผมและคิ้วต่างก็หายไปเพราะความร้อน มีผิวสีดำดูไร้ซึ่งพลังชีวิต
หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคงต้องกลายเป็นเพียงผุยผงใต้ก้นบึ้งของบึงลาวาเป็นแน่
ทว่าในเวลาต่อมากลับมีพลังปราณที่คล้ายดั่งสายธารแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายที่ไหม้เกรียมใจกลางของมันคล้ายกับมีโลกใบหนึ่งปรากฏ บรรยากาศโดยรอบพลันบิดเบี้ยวไป!
อ๊าก!~~
เสียงคำรามราวกับสัตว์ร้ายดังออกไปทั่วสารทิศแล้วในเวลาต่อมาเมิ่งฝานจึงลืมตาขึ้นมาด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายดุจดั่งดวงดาว
ในที่สุด...เขาก็ยืนหยัดจนสำเร็จ!
เวลานี้พลังของปทุมมาเพลิงได้สอดผสานอยู่ในร่างกายของเมิ่งฝานอย่างสมบูรณ์แล้วเมื่อเขาต้องรับมือกับความเจ็บปวดรวร้าวมากมายมหาศาลสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาจึงเป็นความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่และมั่นคง!
ขณะเดียวกันก็สามารถเห็นได้ว่ามีพลังลมปราณและพลังชีวิตระเบิดออกจากร่างกายของเด็กหนุ่มคล้ายดั่งร่างกายได้เกิดใหม่ ลมปราณสั่นสะท้าน ยามนี้ร่างกายของเมิ่งฝานเริ่มฟื้นฟูขึ้นด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพลังชีวิตภายในทำให้ร่างกายของเขาเป็นดั่งท่อนไม้แห้งที่กลับมามีชีวิตก็ไม่ปาน!
ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ในร่างกายเวลานี้ปทุมมาเพลิงในฝ่ามือของเมิ่งฝานได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว ส่วนที่ปรากฏขึ้นในร่างกายของเมิ่งฝานก็คือผนึกแห่งพลังที่แท้จริง!
ผนึกนั้นเป็นเสมือนเทพแห่งสรวงสวรรค์ก็ไม่ปานดำรงอยู่อย่างยาวนานไม่ผุพัง แล้วเพียงชั่วพริบตาพลังปราณภายในร่างกายของเมิ่งฝานก็ถาโถมแล้วพุ่งทะยานไปยังพันธนาการในร่างกาย
ตู้ม!
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็รู้ว่าตนเองกำลังจะก้าวขึ้นไปยังระดับเซียนของขั้นหลอมปราณพลังปราณภายในร่างกายถาโถมและไม่ได้แตกซ่าน แต่กลับผสานกันอย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมจากนั้นทะยานไปทั่วร่างของเด็กหนุ่มดุจอาชานับหมื่น
เมื่อเขาลองเพ่งมองไปยังผนึกที่อยู่ในร่างกายก็ถึงกับต้องตกตะลึงเพราะเขาได้เห็นว่าหลังจากที่กลืนกินพลังของปทุมมาเพลิงเข้าไปนั้น...มันกำลังเปลี่ยนเปลง!