TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 96 อีวาสำแดงเดช

    ตอนที่ 96 อีวาสำแดงเดช


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    “ว่ายังไงนะ! ฉันต้องเอาตัวรอดจากที่นี่อย่างนั้นหรอ?” อีวาในร่างเฟิร์สแผดเสียงออกมา เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองได้อยู่ในทะเลทรายอันเวิ้งว้าง แถมตอนนี้ยังยืนอยู่บนกองซากศพของสัตว์ประหลาดตัวยักษ์อีกด้วย


    สายตาของเธอมองไปที่ร่างของหนอนยักษ์อย่างน่าขนลุก


    “นี่ฉันต้องจัดการกับเจ้าพวกนี้จริงๆ หรอเนี้ย!”


    แม้ในโลกของเธอจะมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นสัตว์อสูรพวกนั้นมาก่อน นั่นเพราะในหมู่บ้านมีค่ายฝึกฝน ผู้บ่มเพาะหลายคนต้องฝึกฝีมือด้วยการจัดการกับสัตว์อสูร หมู่บ้านของเธอจึงไม่ค่อยมีสัตว์อสูรออกมาโจมตี


    อีวาที่เป็นแค่คนธรรมดาจึงไม่เคยพบกับสัตว์ประหลาดเหล่านั้นมาก่อน


    ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นมอนสเตอร์ตัวเป็นๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะได้รับการแนะนำจากเฟิร์สว่าให้ดูคลิปวีดีโอการล่าสัตว์อสูรของเวเนเตอร์มาแล้ว 


    แต่การเห็นมอนสเตอร์ในจอกับมอนสเตอร์ตัวเป็นๆ นั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


    อีวารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็โคจรอำนาจอักขระรายล้อมรอบกายเอาไว้ อำนาจอักขระเหล่านี้เป็นสำนึกที่ไร้รูปร่าง มันจะก่อรูปร่างขึ้นมาก็ต่อเมื่อผู้ใช้จินตนาการมันขึ้นมาเท่านั้น


    อีวาฝึกฝนการต่อสู้ของเฟิร์สมาถึงครึ่งเดือน หากไม่นับว่าเธอเป็นหญิงสาวที่ไม่สามารถปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว เธอก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะมาก


    ครึ่งเดือนมานี้เธอสามารถใช้ได้ทั้งไอเทมสปีริตและอำนาจอักขระได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่ง


    ยิ่งหลังจากที่เธอได้รับการบำรุงวิญญาณจากพลังสายเลือดของเธอ เธอก็สามารถควบคุมพลังทุกอย่างได้ราวกับอยู่ในกำมือ


    “ฉันต้องฝึกฝนอยู่ที่นี่ ยิ่งฉันเก่งได้เร็วขึ้นมากเท่าไหร่ ฉันก็สามารถช่วยพ่อและแม่ออกมาได้ไวมากเท่านั้น” อีวามองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่เป็นผืนทรายอันไร้ที่สิ้นสุดอย่างมุ่งมั่น


    “ไป”


    เข็มสีขาวกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏออกมา 


    อีวาสามารถเรียกเข็มเหล่านี้ซึ่งเป็นไอเทมสปีริตของเฟิร์สออกมาได้มากมาย ทั้งนี้เธอก็ต้องสูญเสียพลังสปีริตไปมากเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นบนร่างของเฟิร์สยังมีจุดชีพจรยุทธ์ถึงยี่สิบแปดจุด มันถึงได้กักเก็บพลังสปีริตได้มากมายขนาดนี้ แม้ว่าการบ่มเพาะของร่างนี้จะอยู่ที่ดาราขาวแปดแฉกก็ตาม


    อีวาก้าวขึ้นเหยียบเข็มสีขาวเหล่านั้นอย่างใจเย็น ราวกับว่าหมู่เข็มสีขาวเหล่านั้นคือบริวารของเธอ เหตุการณ์นี้แม้แต่เฟิร์สเองก็ยังไม่เคยที่จะทำมัน


    หมู่เข็มสีขาวมากมายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ภาพนี้ราวกับอีวากำลังเหยียบกลุ่มเมฆสีขาวเหินฟ้า


    เมื่อมาถึงจุดหนึ่งดวงตาของอีวาก็สว่างขึ้น


    เธอแผ่อำนาจอักขระออกมารอบๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา 


    ทันทีที่สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมอนสเตอร์ เธอก็สะบัดมือขาวออกไป


    เข็มสีขาวกลุ่มหนึ่งพุ่งออกไปราวกับฝูงของแมลง ดำดิ่งลงลึกเข้าสู่ผืนทราย


    ตูม!


    ร่างอันมหึมาของมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนหนอนยักษ์กระโจนพุ่งขึ้นมา 


    ทว่าความเร็วของมันกลับช้ากว่าฝูงเข็มสีขาวยิ่ง 


    ฝูงเข็มสีขาวพุ่งเจาะทะลวงไปที่ร่างของมอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างโหดเหี้ยม จนร่างของมันเป็นรูพรุนพร้อมกับเลือดโพยพุ่งออกมาอย่างสยดสยอง 


    อีวาไม่ได้ปราณีต่อมอนสเตอร์เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย


    ชวีดดดดดดดดดดด


    มอนสเตอร์ส่งเสียงกรีดร้องเมื่อฝูงเข็มสีขาวเจาะทะลวงไปที่ร่างของมันหลายครั้ง มันแทบจะไม่ทันสังเกตถึงการมีอยู่ของอีวาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องร้องเจ็บปวดด้วยการโจมตีของเข็มเหล่านั้น


    หากมองจากภายนอกแล้วฝูงเข็มสีขาวแทบจะไม่ต่างไปจากฝูงตั๊กแตนกินเนื้อคนเลยแม้แต่น้อย 


    เพียงไม่กี่ลมหายไปร่างของมอนสเตอร์ก็ล้มลงและตายอยู่ตรงนั้นอย่างสิ้นแรง 


    อีวาโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง แกนสปีริตก็ถูกอำนาจอักขระห่อหุ้มเอาไว้แล้วลอยไปที่มือของเธอ


    ครืน ... ครืน ... ครืน ...


    ทว่าตอนนั้นเองผืนทรายก็เหมือนทะเลเดือด มอนสเตอร์สิบกว่าตัวที่อยู่บริเวณนี้ พวกมันได้ยินเสียงร้องของมอนสเตอร์ตัวที่พึ่งตายและรีบมาในทันที


    โชคดีที่นี่เป็นการกวาดล้างระลอกที่สาม หากเป็นก่อนหน้านี้เสียงร้องนี้อาจจะไม่เรียกมอนสเตอร์มาแค่สิบกว่าตัวนี้แน่นอน


    อีวาที่ศึกษาเรื่องพวกนี้มาบ้างแล้ว ก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่เมื่อครู่เธอได้จัดการสังหารมอนสเตอร์ไปตัวหนึ่งอย่างง่ายดายแล้ว ปณิธานในการต่อสู้ของเธอก็เต็มเปี่ยม 


    เธอมีความมั่นใจไม่น้อยกับการจัดการมอนสเตอร์เหล่านี้


    “ดูเหมือนว่าหลังจากเสร็จเรื่องพวกนี้แล้วฉันต้องไปช็อปปิ้งคลายเครียดเสียหน่อยแล้ว” อีวาเอ่ยพึมพำออกมา


    เธอใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้มาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขคือการผลาญเงินของเฟิร์สไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำในโลกของเธอ


    แม้การร่วมมือกับเฟิร์สจะทำให้เธอลดความเอาแต่ใจไปบ้าง แต่นอกจากเรื่องที่ไม่แต่งหญิงออกไปข้างนอก เธอก็แทบจะแอบทำทุกอย่างเช่นเดิม


    เพียงแต่ช่วงนี้ต้องฝึกฝนการต่อสู้อย่างหนักเท่านั้น จึงทำให้เธอห่างหายจากเรื่องนี้ไป


    ถึงแม้อารมณ์และนิสัยของเธอจะเหมือนกับผู้หญิงทั่วไป แต่เมื่อตอนนี้เธออยู่ในสนามรบ ทุกสิ่งก็พลันเปลี่ยนไป


    กลิ่นอายของเธอกลายเป็นเย็นชามากขึ้น


    ครืน ... ครืน ... ครืน ...


    ผืนทรายเคลื่อนไหวราวกับคลื่นสึนามิที่ถาโถมเข้าหาอีวารอบด้าน 


    หากเป็นคนปกติทั่วไปจะต้องตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน


    ชวีดดดดดดดดดด


    เสียงกรีดร้องคำรามของมอนสเตอร์นับสิบดังแผดออกมา


    อีวามองมอนสเตอร์ตัวมหึมาเหล่านั้นด้วยแววตาที่เยียบเย็น ก่อนจะยื่นมือออกไปหยิบเข็มสีขาวแปดเล่มด้านหน้า แล้ววาดมือออกไป


    หากเฟิร์สเป็นผู้มีความสามารถในการขุดค้นที่ลึกซึ้ง อีวาก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการควบคุมที่เลิศล้ำมากเช่นกัน


    เข็มทั้งแปดถูกซัดออกไป ในขณะเดียวกันอำนาจอักขระก็ควบแน่น ทำให้เข็มสีขาวทั้งแปดเกิดเป็นภาพมายาของเสายักษ์แปดต้นที่ตั้งตระหง่านคำ้ฟ้ารายรอบตัวเธอ


    เสายักษ์ทั้งแปดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากกว่าสิบเมตร แต่ลำต้นล้วนมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่ามอนสเตอร์เหล่านั้นเสียอีก


    พวกมันหมุนรอบอีวาอย่างรวดเร็วและแผ่ขยายออกไปโดยมีอีวาเป็นศูนย์กลาง


    โครม!


    ปัง! ปัง! ปัง!


    คลื่นสึนามิทรายพลันแตกซ่าน ร่างของมอนสเตอร์มหึมานับสิบถูกบดขยี้


    ความรุนแรงของมันทำให้ร่างมหึมากลายเป็นเนื้อบด โลหิตสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า


    แม้อำนาจอักขระจะไม่มีความสามารถโจมตีที่โดดเด่นก็จริง แต่สำหรับการประยุตก์ใช้ที่เข้าท่าแล้ว มันก็กลายเป็นการโจมตีที่ร้ายกาจได้เช่นกัน


    ภาพการต่อสู้อันตระการตานี้ทำให้เวเนเตอร์บางกลุ่มสังเกตเห็นและเกิดความสนใจ


    “นั่นมันการต่อสู้ของกลุ่มไหนกัน? ทำไมถึงได้รุนแรงขนาดนี้?”


    “ไปดูกันเถอะ”


    เวเนเตอร์ที่เข้ามาได้แยกกันเป็นกลุ่มๆ แล้วออกค้นหามอนสเตอร์ที่หลงเหลือเพื่อต่อสู้ 


    ตอนนี้เวเนเตอร์กลุ่มหนึ่งที่สนใจการต่อสู้ต่างเร่งรุดไปดูการต่อสู้นี้ทันที


    แม้ในบางกลุ่มของพวกเขาจะมีเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกเข้าร่วมด้วย แต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นการโจมตีที่ยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้มาก่อน แม้แต่เวเนเตอร์ดาราแดงก็คิดว่าคงมีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้


    การได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กับตาก็นับว่าเป็นประสบการณ์และความภาคภูมิอย่างหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปดูการต่อสู้นี้ทันที


    แต่ทว่า ...


    เมื่อพวกเขาไปถึงการต่อสู้นี้ก็จบลงแล้ว 


    สิ่งที่พวกเขาเห็นเหลือเพียงแต่ซากมอนสเตอร์ที่ถูกบดละเอียดและเสาสีขาวยักษ์ทั้งแปดที่กำลังหายไป


    “ดูนั่น ... ข้างบนนั้น!”


    ตอนนั้นเองผู้คนก็พากันแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า


    ภาพที่พวกเขาเห็นคือเด็กหนุ่มร่างผอมบาง สวมใส่ชุดสูทสีขาวที่มีสัญลักษณ์ของนิวโฮป เขากำลังยืนอยู่บนเมฆสีขาว แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่านั่นคือเข็มสีขาวนับไม่ถ้วน


    เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะมองลงมาด้านล่าง เขาวาดมือออกไปอย่างลวกๆ แกนสปีริตที่ฝังอยู่บนร่างของมอนสเตอร์ก็ถูกอำนาจอักขระห่อหุ้มแล้วลอยเข้าหาเขา


    ภาพนี้ทำให้เด็กหนุ่มราวกับเทพเซียนมิปาน


    อีวารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อต้องมาทำอะไรแบบนี้ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังจับจ้องอยู่


    แล้วเธอก็หันหลังกลับแล้วทะยานจากไป


    ทิ้งผู้คนเบื้องล่างให้มองตามอย่างตื่นตะลึง แม้ว่าพวกเขาจะรับรู้ว่ามีเวเนเตอร์จำนวนหนึ่งที่สามารถบินได้ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นมันกับตาเช่นกัน


    “นั่นน่ะหรือผู้กองเฟิร์สวันที่เขาล่ำลือกัน” วอชเชอร์คนหนึ่งกล่าวอย่างอึ้งๆ


    เมื่อผู้คนได้ยินสิ่งที่เขากล่าว พวกเขาก็รีบมารุมล้อมในทันที


    “ผู้กองเฟิร์สวัน เขาเป็นใครอย่างนั้นหรอ?”


    “คนคนนั้นเก่งมากเลยหรอ?”


    ไม่ว่าใครก็ตามพวกเขาล้วนอยากรู้ที่มาของเด็กหนุ่มคนนั้น แม้แต่เวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกหลายคนก็ยังรู้สึกอิจฉา


    ทางด้านอีวาหลังจากทะยานออกจากที่นั่นแล้วเธอก็ออกไล่ล่ามอนสเตอร์เพื่อฝึกฝนฝีมือต่อ

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน