คิมหันต์กับก๊วนปราบผี!

    ตอนที่ 13 เหตุเกิดเพราะปากกาด้ามเดียว

    ณ อัลปาก้าคาเฟ่

    “ นี่ หนูไพลิน ” ชายสูงอายุกระซิบเรียกเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงบาร์

    “ มีอะไรหรอ ? ”

    “ ซูซาคุเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า รู้สึกว่าวันนี้เหมือนจะฝืนๆตัวเองให้ยิ้มอยู่ตลอดเลย ” โอนเนอร์ถามเพื่อนสาวของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งกดโทรศัพท์ ถึงปกติเด็กหนุ่มจะดูแลลูกค้าดีประหนึ่งพระเจ้าแต่ด้วยความที่ซูซาคุมาทำงานที่นี่ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมทำให้เขาพอจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

    “ อ๋อ ทะเลาะกับเพื่อนผู้หญิงที่เคยมาด้วยกันคราวก่อน ” เธอตอบ คนถามนั้นพยักหน้ารับรู้

    ซูซาคุก็ต้องมีช่วงเวลานี้เหมือนวัยรุ่นทั่วๆไปสินะ นึกว่าจะมีแค่หนูไพลินเป็นเพื่อนคนเดียวไปตลอดชีวิตซะแล้ว

    “ รับอะไรดีครับ นมชมพูปั่นเหมือนเดิมใช่ไหมครับ ? ” เด็กหนุ่มถามลูกค้าผู้หญิงที่กำลังดูเมนู

    “ ซูซาคุคุงจำได้ด้วยหรอคะ ? ” ลูกค้าผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจในความใส่ใจของซูซาคุ

    “ แน่นอนครับ คุณลูกค้าชอบมานั่งโต๊ะนี้เป็นประจำเลยนี่ครับ” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ในขณะที่ในใจยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

    ใช่แล้วเขาจำได้ เขาไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน เพราะพวกเธอทั้งหลายคือลูกค้าประจำที่จะช่วยทำยอดให้กับเขายังไงล่ะ

    “ กรี๊ดดด”

    รอยยิ้มนั่นสามารถเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆเกือบทั้งร้านได้เป็นอย่างดี ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่มาเพื่อมาหาซูซาคุ

    ยิ่งเมื่อเห็นว่าซูซาคุใส่ใจจดจำในตัวของพวกเธอ พวกเธอยิ่งรู้สึกดีที่มีคนใส่ใจในตัวของพวกเธอ พวกเธอจึงยิ่งหลงใหลเป็นแฟนคลับซูซาคุหัวปักหัวปำจนแทบโงหัวไม่ขึ้น

    ซูซาคุฉีกยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินไปหาโอนเนอร์พร้อมทั้งคำนวณเงินโบนัสพิเศษอยู่ภายในใจ

    คำนวณไปทำไมอย่างนั้นเหรอ ? ก็ลูกค้าขาประจำเหล่านี้คือคนที่มักจะทิปให้เด็กหนุ่มเสมอ แน่นอนว่าการทำความดีความชอบแบบนี้เขาจะไม่ได้ทิปพิิเศษได้อย่างไร

    กริ๊ง

    เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้น บ่งบอกว่ามีลูกค้าใหม่มาเยือนซึ่งเด็กหนุ่มหันไปแทบจะทันทีพร้อมกับพูดต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

    “ ยินดีต้อนรับ---“

    “ ยิ้มอะไรของแกวะ ? ไอ้โง่” ลูกค้าผู้มาใหม่ท่าทางนักเลงพูดด้วยน้ำเสียงยั่วโมโห

    เขากลืนคำว่า 'ครับ' ลงคอทันทีพร้อมกับรอยยิ้มที่หายไปฉับพลัน ซูซาคุไม่ใช่คนเลือกลูกค้าเขายินดีบริการคนทุกระดับแต่สำหรับลูกค้าหรือพวกนักเลงกลุ่มนี้เขาดูแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่า ไม่ได้จะมานั่งกินกาแฟอย่างสงบแน่ๆ

    “ นายรับออเดอร์ลูกค้าผู้หญิงไป เดี๋ยวโต๊ะนี้ฉันจัดการให้ ” ไพลินพอจะเดาอารมณ์ซูซาคุได้ เธอจึงอาสาตัวดูแลโต๊ะนี้ให้แทน เขาพยักหน้าแล้วเดินไปบริการลูกค้าโต๊ะอื่นต่อ

    “ ยินดีต้อนรับค่ะ ลูกค้ามากันสองท่านนะคะ รับอะไรดีคะ ?”

    “ ที่นี่มีพนักงานสาวสวยอยู่ด้วยแฮะ นึกว่าจะมีแต่ไอ้หัวแดงนั่น”

    “ นั่นสิลูกพี่”

    “ สรุปจะรับอะไรดีคะ ?” ไพลินถามซ้ำ เธอเริ่มรู้สึกรำคาญนักเลงทั้งสองคนเล็กน้อยแต่ใบหน้าของเธอก็ยังไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกไป

    “ กาแฟดำสองแก้ว นี่ สาวน้อย ว่างๆเราไปเดทกันไหม ?” คนที่เหมือนเป็นลูกพี่ถามเด็กสาวทันที

    “ แค่นี้นะคะ กรุณารอสักครู่ค่ะ ” เธอเมินคำถามของชายหนุ่มและรีบเดินไปสั่งกาแฟกับโอนเนอร์

    “ ชิ ทำมาเป็นเมิน” เขาพูดอย่างขัดใจ

    “ ให้ผมไปจัดการไหมครับ ลูกพี่” นักเลงตัวอ้วนเสนอตัว

    “ ไม่ต้อง ฉันเจอเป้าหมายใหม่แล้ว ” เขาพูดพลางเหลือบไปยังหญิงสาวข้างโต๊ะที่กำลังดื่มนมชมพูปั่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนนักเลงคนนี้หมายปองอยู่

    “ พี่สาว เราไปเดทกันไหม ? เดี๋ยวผมจ่ายให้ก็ได้ ” เขาลุกขึ้นจากโต๊ะตัวเองพร้อมกับลากเก้าอี้ไปนั่งข้างหญิงสาวที่มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

    “ มะ .. ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอปฏิเสธเสียงสั่น

    “ เห ~ อย่าพูดแบบนั้นสิ ไปเถอะ” เขาพยายามจะชวนเธอให้ไปด้วยกันโดยไม่สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิดพร้อมกับมือปลาหมึกที่เริ่มจับแขนและมือของเธออย่างถือวิสาสะ

    “ หยุดเถอะค่ะ ! ” หญิงสาวตะโกนขึ้นทันทีแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อให้หลุดจากสัมผัสของชายหนุ่ม

    “ จะเล่นตัวอะไรนักหนาวะ ! บอกให้มาก็มาดิวะ ! อั่ก ” นักเลงคนนั้นพูดไม่ทันจบเขาก็โดนหมัดของเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าไอ้หัวแดงชกเข้าที่แก้มอย่างเต็มแรง จนตัวเขากระเด็นกระแทกกับโต๊ะเก้าอี้จนล้มเละไปหมด

    ลูกค้าโต๊ะอื่นเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวางเงินไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านอย่างว่องไว ส่วนไพลินกับโอนเนอร์ก็ช่วยพาหญิงสาวที่เป็นเหยื่อออกจากร้าน

    “ ผู้หญิงเขาปฏิเสธแล้วยังจะเซ้าซี้อยู่ได้ !” เขารู้สึกของขึ้นมากกว่าปกติอาจจะเป็นเพราะท่าทางของหญิงสาวดันไปคล้ายกับเด็กสาวผมน้ำตาลที่มีท่าทางหวาดกลัวคล้ายๆกันและที่สำคัญเลยคือลูกค้าประจำคนนี้คือคนที่ให้ทิปหนักสุด

    “ หน๊อยแก ! บังอาจมาทำลูกพี่ ย๊ากกกก! ” นักเลงตัวอ้วนพุ่งเข้าหมายจะชกเด็กหนุ่ม ซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหาเรื่องผิดคน

    เขารับหมัดของนักเลงคนนั้น ตอนนี้ความอดทนของเขามันหมดลงแล้ว อุส่าตั้งใจทำงานเก็บเงิน พยายามไม่คิดเรื่องของเด็กสาวที่เหมือนจะหลบหน้าเขาในวันนี้อีก

    แต่พวกแกบังอาจมาแตะต้องแหล่งเงินของฉัน แถมยังชนข้าวของล้มเสียหายอีกแปลว่าเงินเดือนของเขาอาจจะน้อยลงเพราะต้องเอาไปจ่ายค่าเสียหายอีก !

    “ จริงสิ ..” เขาก้มหน้าพึมพำออกมา

    “ บ่นอะไรของแก ! ไอ้เวรนี่ !” นักเลงตัวอ้วนชักมือกลับก่อนจะปล่อยอีกหมัดใส่คนตรงหน้า ซึ่งเด็กหนุ่มสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย

    “ ไหนๆ ฉันจะต้องจ่ายชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ขออัดแกคลายเครียดให้เต็มที่เลยล่ะกัน !!!” เขาเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลงมือจัดการสั่งสอนพวกนักเลงโดยไม่ออมมือเลยสักนิด

    ตุ้บ โครม ผัวะ !

    “ สงสัยคราวนี้ได้ซื้อโต๊ะกับเก้าอี้ใหม่อีกแน่เลย” ชายสูงวัยบ่นพลางยืนพิงผนังร้านของตน

    “ โอนเนอร์ ควรจะชินได้แล้ว แถมอาจจะเสียเพิ่มเป็นพิเศษเพราะวันนี้หมอนั่นอารมณ์ไม่ดีสุดๆไปเลย” เด็กสาวผมบลอนด์ทองพูดราวกับว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดาสำหรับตัวเธอพร้อมกับหมุนแผ่นป้ายหน้าร้านที่คล้องประตูอยู่ จาก ‘open’ เป็น ‘closed’


    ณ คฤหาสน์ เวลา 17.30 น.


    “ เฮ้อ” คิมหันต์ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เธอยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนเย็นอยู่ เจ้าตัวไปเดินในเมืองมาเกือบชั่วโมงแต่ก็ไม่สามารถหาปากกาแบบเดียวกันได้เลย

    เด็กสาวจึงตัดใจพลางแวะพวกร้านขนมเพื่อซื้อมาง้อเพื่อนขี้โวยวายของตนแต่เจ้าตัวนั้นไม่รู้ว่าซูซาคุชอบกินอะไรเป็นพิเศษจึงซื้อมาเยอะพอสมควรทั้งขนมห่อ ขนมหวาน ขนมโบราณ เรียกได้ว่าสารพัดขนมเนื่องจากมีโปรโมชั่นซื้อแถมและลดราคาพอดี

    นี่ เราซื้อมาเยอะเกินไปไหมนะ ?

    ดวงตาสีม่วงมองถุงพลาสติกใบใหญ่ที่ตนถืออยู่ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยขนมนมเนยทั้งหลาย

    “ วันนี้ซื้อของมาเยอะเชียวนะครับ” ชายหนุ่มที่กำลังกวาดพื้นอยู่เอ่ยทักเด็กสาวผมสีน้ำตาลที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ไม่ยอมเดินเข้ามาข้างในสักที

    “ สวัสดีค่ะคุณเซน เอ้ย คุณซี นิดหน่อยน่ะค่ะ เอ่อ .. แล้วไพลินกับซูซาคุกลับมาหรือยังคะ ?”

    คิมหันต์ที่เรียกชื่อคนตรงหน้าผิดรีบเปลี่ยนทันที ชายหนุ่มพอได้เห็นท่าทางลนลานของเด็กสาวก็หัวเราะเล็กน้อยในความซื่อของเธอก่อนจะตอบคำถามของเธอ



    “ ยังเลยครับ คงจะยังทำงานกันไม่เสร็จ” ชายหนุ่มยิ้มให้เด็กสาวก่อนจะเดินไปทำความสะอาดต่อ

    วันนี้รวบผมขึ้นเป็นคุณซีหรอเนี่ย ช่วงนี้คุณซีออกมาบ่อยจังแฮะ เธอคิด

    ตอนนี้คิมหันต์เริ่มที่จะเรียนรู้ได้ว่าวิธีการแยก ว่าใครเป็น ซี หรือ เซน นั้นไม่ยากอย่างที่คิดเท่าไหร่เพราะสองคนนี้ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนถ้าไม่นับรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันราวกับแกะแล้วล่ะก็นะ

    เซน จะเป็นคนไม่พูดมาก ค่อนข้างเงียบขรึม ขี้รำคาญ เกลียดความวุ่นวาย ถ้าไม่มีความจำเป็นก็จะหลีกเลี่ยงที่จะสุงสิงกับคนหมู่มาก

    ส่วน ซี ตรงข้ามกับเซนเกือบทุกอย่าง เขาชอบเข้าสังคม อารมณ์ดีแทบจะตลอดเวลา ชอบดูแลคนอื่น และซีมักจะชอบมัดผมที่ยาวปิดคอเล็กน้อยขึ้นตลอด

    จากนั้นเจ้าตัวจึงเดินขึ้นบันไดไปแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังห้องของซูซาคุพร้อมกับเอาถุงพลาสติกแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูแบบก้านโยก

    แกร๊ก แอ๊ด

    ไม่ทันที่คิมหันต์แขวนถุงขนมเสร็จ จู่ๆ ประตูก็เปิดเองซะอย่างงั้น เด็กสาวยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้ว่าตัวเองไม่ควรจะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ว่าไหนๆประตูก็เปิดเองแล้ว เอาไปวางไว้ให้ข้างในเลยล่ะกัน

    คิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินเข้ามาในห้องของเด็กหนุ่ม สิ่งที่น่าตกใจเลยก็คือมันเป็นระเบียบกว่าที่เธอคิดมาก ห้องสะอาดสะอ้าน ผ้าห่มถูกพับเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยแถมยังมีพวกของโบราณใส่ทั้งในตู้โชว์และวางไว้ที่โต๊ะอีกด้วย

    “นี่ ห้องของเด็กผู้ชายแน่หรอเนี่ย” เธอพูดขึ้นพลางนำถุงขนมวางพิงไว้ข้างเก้าอี้ก่อนจะวางกระเป๋าไว้กับพื้นแล้วล้วงหาปากกากับกระดาษโน้ตพร้อมกับลงมือเขียนข้อความลงไปบนกระดาษ

    ‘แทนคำขอโทษเรื่องเมื่อตอนเลิกเรียนนะ ฉันไม่รู้ว่านายชอบแบบไหนเลยซื้อมาให้เยอะไปหน่อย เอาไปแบ่งกินกับทุกคนนะ กินให้อร่อยล่ะ’

    พอเขียนเสร็จเรียบร้อยเธอก็จัดการแปะกระดาษลงบนถุงพลาสติก

    “ เข้ามาทำอะไรในห้องของคนอื่น ห๊ะ!”

    “ ว้าย !”

    เพล้ง

    คิมหันต์ที่กำลังมัวแต่สนใจกับสิ่งตรงหน้านั้นไม่รู้ตัวเลยว่าซูซาคุได้กลับมาแล้วพร้อมกับกำลังเห็นเธอทำท่าทางลับๆล่อๆ ตอนแรกเขากะจะแค่ถามเฉยๆแต่ไม่รู้ทำไมถึงตะโกนออกไป นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนตัวเล็กตกใจจนเผลอเอามือไปปัดแจที่อยู่บนโต๊ะข้างเก้าอี้หล่นมาแตกไม่เหลือชิ้นดี

    “ งะ .. ไง”

    “ แจกันของช้านนนนนนนนนนนนนนนนนน !”