ตอนที่ 2 : วิหารร้าง
เงียบงัน... หนาวเหน็บ... และโดดเดี่ยว
นั่นคือััแรกเมื่อเม่ยหลินได้สติกลับคืนมา ไม่มีเสียงลมหวีดหวิวของหน้าผา ไม่มีเสียงกระแสน้ำเชี่ยวกราก มีเพียงกลิ่นอายโบราณกาลที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้กระดูกให้แหลกละเอียด
นางพยายามขยับตัว ทว่าความเ็ปจากกระดูกซี่โครงที่หักสะบั้นและาแฉกรรจ์ที่หัวไหล่ ทำให้นางต้องทรุดหน้าลงกับพื้นหินสีเขียวเข้มที่เย็นเฉียบ เืสีดำคล้ำจากพิษจันทร์ดับ ยังคงไหลซึมออกจากริมฝีปากและาแบนใบหน้า
เม่ยหลินกัดฟันข่มความเ็ป ค่อยๆ เบิกตาขึ้นมองสถานที่แห่งนี้
เบื้องหน้าของนางคือลานหยกกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ล้อมรอบด้วยเสาหินสลักลายัและหงส์ที่ดูเก่าแก่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ตรงกึ่งกลางลานมีบ่อน้ำสี่เหลี่ยมที่บรรจุของเหลวสีเงินยวงเปล่งประกาย
สิ่งที่ดึงดูดสายตานางมากที่สุด คือผนังหยกสูงตระหง่านเสียดฟ้าเื้ับ่อน้ำนั้น
ผนังหยกที่เต็มไปด้วยร่องรอยสลักตัวอักษรโบราณนับหมื่นนับแสนตัว อักขระที่แผ่กลิ่นอายแห่งความตายและการก่อกำเนิด
มือที่สั่นเทาของนางกำ ปิ่นทองคำของเม่ยอิงไว้แน่นจนเืซึม นางใช้มันปักลงบนร่องหินเพื่อเป็หลักยึด ลากสังขารที่แหลกเหลวของตนเองทีละคืบ ทีละคืบมุ่งหน้าเข้าหาผนังหยกนั้น ทิ้งรอยทางสีเืลากยาวเป็เส้นตรง
‘ข้ายังตายไม่ได้... หากข้าตายที่นี่ ผู้ที่เสวยสุขอยู่บนกองเืของตระกูลเม่ยก็คือพวกมัน!’
เมื่อฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยโลหิตของนางััลงบนผนังหยกเย็นเยียบ วิหารที่หลับใหลมาเนิ่นนานพลันเกิดการสั่นะเื เืของนางซึมหายเข้าไปในเนื้อหยกราวกับถูกดูดกลืน
ฉับพลันนั้น ตัวอักษรโบราณบนผนังพลันเปล่งแสงสีทองเรืองรอง
[ขับพิษออกจากร่างกายสำเร็จ]
[พลังปัจจุบัน : ปราณโอสถขั้นต้น]
แสงสีทองพุ่งวาบเข้าสู่หว่างคิ้วของเม่ยหลิน มันมิใช่ถ้อยคำปลอบประโลม แต่มันคือคัมภีร์โอสถา ที่อัดแน่นด้วยความรู้และวิถีแห่งการขัดเกลาปราณที่ถูกยัดเยียดเข้าสู่สมองของนางอย่างรุนแรง ความเ็ปแล่นริ้วจนศีรษะแทบะเิ
นางได้รู้ในวินาทีนั้นว่า สถานที่แห่งนี้คือ มิติวิหารโอสถา ดินแดนที่ซ่อนอยู่ในกำไลหยกของมารดา และบ่อน้ำสีเงินเบื้องหน้า คือ สระปราณา ที่สามารถชำระล้างพิษได้ทุกชนิดในใต้หล้า
อักขระ์ได้เตือนไว้ชัดเจน การชำระล้างพิษจันทร์ดับและต่อกระดูกที่หักสะบั้นด้วยน้ำในสระนี้ มิใช่วิถีของมนุษย์ มันคือการหลอมลอกคราบ ที่ต้องทนรับความเ็ปประดุจถูกลอกหนังและทุบกระดูกใหม่ทั้งหมด
เม่ยหลินมองเงาสะท้อนของตนเองบนพื้นหิน ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้เน่าเฟะและมีรอยไหม้ดำคล้ำจากพิษร้าย ลำคอของนางบอบช้ำจนไม่อาจเปล่งเสียงใด
นางเพียงแค่แสยะยิ้ม แววตาทอประกายอำมหิต
‘เ็ปประดุจลอกหนังทุบกระดูกงั้นหรือ หึ... ความเ็ปทางกายนี้ จะเทียบเท่าความเ็ปที่ถูกคนสายเืเดียวกันหักหลังได้อย่างไร’
ร่างโชกเืทิ้งตัวกลิ้งลงสู่บ่อน้ำสีเงินยวงทันที
ซ่า!!
วินาทีที่ของเหลวสีเงินััร่างกาย มันมิได้เย็นฉ่ำ แต่มันร้อนระอุยิ่งกว่าลาวาเดือดทะลัก น้ำในสระเดือดพล่านเมื่อทำปฏิกิริยากับพิษจันทร์ดับ เม่ยหลินเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ความรู้สึกเหมือนมีใบมีดนับล้านเล่มกำลังเฉือนิัและขูดลอกไขกระดูกของนาง
นางไม่ยอมสลบ หากสติหลุดลอย ิญญาของนางอาจถูกปราณากลืนกินจนแหลกสลาย นางใช้ฟันขบกัดริมฝีปากตนเองจนเืกลบปาก เบิกตาโพลงจ้องมองเพดานวิหารเพื่อรักษาสติสัมปชัญญะ
เวลาในมิติที่ไร้แสงตะวันและจันทราไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน...
หกเดือนแรก... คือนรกแห่งการชำระล้าง
เม่ยหลินต้องแช่อยู่ในสระปราณสีเงิน ปล่อยให้มันกัดกร่อนเนื้อร้ายและพิษสีดำออกจากร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่กระดูกซี่โครงที่หักของนางเริ่มสมานปราณาจะบดขยี้มันอีกครั้งเพื่อจัดเรียงโครงสร้างใหม่ให้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
นางกรีดร้องจนลำคอที่พังทลายมีเืไหลซึมออกมาทุกวัน กระทั่งน้ำสีเงินในสระเปลี่ยนเป็สีใสบริสุทธิ์ พิษในกายจึงถูกถอนรากถอนโคน
เข้าสู่ปีที่หนึ่ง คือการศึกษาอักขระสั่งตาย
เมื่อร่างกายฟื้นฟู เม่ยหลินลากสังขารขึ้นจากสระ นางไม่ได้พักผ่อน แต่เดินตรงไปยังผนังหยกที่สลัก อักขระ์นับหมื่นตัว นางไม่มีอาจารย์คอยชี้แนะ ไม่มีเสียง์คอยบอกใบ้
มีเพียงความรู้เดิมในสมองและสัญชาตญาณ นางใช้ปิ่นทองคำ ของเม่ยอิง กรีดนิ้วตนเอง ใช้หยาดเืวาดลอกเลียนแบบอักขระบนพื้นหินเพื่อทำความเข้าใจวิถีโคจรปราณ
หลายครั้งที่นางโคจรปราณผิดพลาดจนกระอักเื ทว่านางเพียงแค่เช็ดมุมปาก แล้วเริ่มต้นใหม่... ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็หมื่นๆ ครั้ง จนกระทั่งอักขระ์เ่าั้สลักลึกลงไปในจิติญญา
ปีที่สอง คือการหลอมรวมเป็มัจจุราช เมื่อเข้าถึงแก่นแท้ของปราณา เม่ยหลินเริ่มใช้สมุนไพริญญาที่ขึ้นอยู่รอบวิหารมาฝึกหลอมโอสถ
นางล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน เตาหลอมะเิใส่ร่างจนิัมีรอยไหม้ แต่นางใช้น้ำในสระรักษามันแล้วกลับไปนั่งหน้าเตาหลอมใหม่ ความล้มเหลวสอนให้นางเยือกเย็นและแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องจักร
ความโดดเดี่ยว ความเ็ป และความแค้นที่อัดอั้น หล่อหลอมให้เด็กสาววัยสิบหกปี ตายจากไป เหลือเพียงปีศาจชุดแดงที่ไร้ความปรานี
[ตรวจพบ หยกโลหิตั]
[คุณสมบัติ : มีพลังหยางบริสุทธิ์ ใช้เป็ส่วนผสมยาได้]
อักขระสีทองบนผนังเปล่งประกาย ก่อนจะพุ่งเข้าประทับที่หางตาขวาของนาง ก่อเกิดเป็รอยแผลเป็สีแดงจางๆ คล้ายรูปกลีบดอกปี่อั้น (ดอกไม้แห่งความตาย)
เม่ยหลินยืนขึ้นเต็มความสูง อาภรณ์สีแดงที่เกิดจากการควบแน่นของปราณห่อหุ้มร่างที่บัดนี้ขาวกระจ่างดุจหยกเนื้อดี เส้นเสียงที่เคยถูกทำลายฟื้นคืนกลับมา แต่ว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากระด้างและเ็าดุจน้ำแข็ง
"สองปี..."
นางพึมพำขณะมองเงาสะท้อนของตนเองในสระน้ำ นางคำนวณเวลาจากการดูดซับพลังและรอบการเติบโตของสมุนไพรในมิติ นางติดอยู่ในขุมนรกแห่งนี้มาสองปีเต็มแล้ว
และในเวลาเดียวกัน... โลกภายนอกก็คงผ่านไปสองปีเช่นกัน
‘สองปี... มากพอที่จะทำให้พวกกังฉินหยั่งรากลึก มากพอที่จะทำให้สตรีหน้าด้านผู้นั้นชูคอในฐานะฮูหยินแม่ทัพได้อย่างเต็มภาคภูมิ และมากพอ ที่จะทำให้พวกมันลืมเลือนความตายของข้า’
เม่ยหลินก้าวขึ้นจากสระน้ำ หยิบปิ่นทองคำที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพิจารณา แววตาของปีศาจชุดแดงทอประกายเหี้ยมเกรียม
"เวลาแห่งการเสวยสุขบนกองเืของพวกเ้า หมดลงแล้ว"
นางบีบปิ่นทองคำในมือจนงอพับ
"เม่ยอิง แม่ทัพเถียนเฟิง หมากกระดานนี้ ข้าจะเป็ผู้เดินกลับไปเยือนเมืองหลวง และลากคอพวกเ้าลงสู่นรกด้วยมือของข้าเอง"