[จบ] ย่างก้าวสู่วิถีเซียน

    บทที่ 43 เจ้าอย่าทำเป็นเล่นเป็นอันขาด

    บทที่ 43 เจ้าอย่าทำเป็นเล่นเป็นอันขาด


    สิ่งที่มั่นใจตอนนี้ก็คือการแต่งงานกับเสิ่นม่านอวิ๋นย่อมนำมาซึ่งผลประโยชน์จำนวนมาก


    ไม่ต้องอื่นไกล ดูรางวัลที่ได้ในวันนี้อย่างศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงระดับหนึ่งก็พอ


    สิ่งเดียวที่ทำให้สวี่หยางเสียดายก็คือเหตุใดเสิ่นม่านอวิ๋นถึงไม่ให้คะแนนพิเศษเพิ่มด้วยเล่า?


    “หรือเพราะนางกับข้ายังไม่ได้สานสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ?” สวี่หยางคาดเดาอย่างเงียบงัน


    แม้ทั้งสองจะถือว่าเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้สานสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ จึงเท่ากับว่ายังไม่ได้แต่งงาน


    “แต่ไม่ต้องรีบร้อน เสิ่นม่านอวิ๋นบอกว่านางจะกลับบ้านไปสักการะผู้เป็นแม่ก่อนจะทำการแต่งงานอย่างเป็นทางการ ข้าก็ควรให้ความเคารพเสียหน่อย”


    เมื่อกลับถึงบ้าน สวี่หยางก็พูดเกี่ยวกับที่ตั้งและสภาพแวดล้อมของร้านให้ฟัง


    เนื่องจากเสิ่นม่านอวิ๋นรู้จักที่นั่นก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยคำ "ตรงนั้นไม่เลว บริเวณโดยรอบก็มีผู้บำเพ็ญมากความสามารถอาศัยอยู่ หากเลือกขายพืชและโอสถวิญญาณที่นั่นคงยุ่งตัวเป็นเกลียวแน่นอน"


    “อื้ม ที่นั่นต้องจ่ายค่าเช่าทุกสามเดือน ดังนั้นช่วงนี้ข้าต้องเก็บหินวิญญาณเอาไว้บ้าง”


    สวี่หยางเอ่ยคำ


    สิ้นคำเขาก็หยิบโสมหญ้าโลหิต เสาวรสและโอสถวิญญาณรวมทั้งสิ้นสามสิบชิ้นซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าสองร้อยหินวิญญาณออกมาจากถุงเก็บของ


    เมื่อเห็นเช่นนี้ อย่าว่าแต่เสิ่นม่านอวิ๋นเลย แม้แต่หลินอวี้ก็ยังตกตะลึง


    “สามี ปกติเจ้าเก็บโอสถวิญญาณมากขนาดนี้เลยหรือ?” หลินอวี้เอ่ยคำ


    ใบหน้าของเสิ่นม่านอวิ๋นก็เต็มไปด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน เพราะช่วงที่คุยกับหลินอวี้ก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายบอกว่าเคล็ดปลูกถ่ายวิญญาณของสามีทรงพลังมาก ซึ่งนางเคยเห็นมากับตาแล้วว่าสมุนไพรเติบโตเร็วขึ้นภายใต้การกระตุ้นของเคล็ดดังกล่าว


    ทว่าโสมหญ้าโลหิตคือสมุนไพรที่มีอายุสิบปี


    เท่าที่นางทราบ แม้แต่ผู้ปลูกถ่ายวิญญาณระดับสามก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีในการปลูกโสมหญ้าโลหิต ซึ่งไม่มีหลักประกันว่าจะมีคุณภาพยอดเยี่ยม


    แต่สวี่หยางกลับมีมากมายถึงเพียงนี้


    'ต้องมีวาสนาบางอย่างอยู่ในตัวสามีเป็นแน่'


    เสิ่นม่านอวิ๋นบังเกิดความยินดี ซึ่งนางดีใจยิ่งที่สวี่หยางยอมเปิดเผยความลับเหล่านี้ต่อหน้า นั่นแสดงให้เห็นว่าเขายอมรับให้ตนเป็นหนึ่งในครอบครัวแล้ว


    ความจริง พวกนางจะทราบได้อย่างไรว่าสวี่หยางยังมีของอย่างอื่นอีกที่นอกเหนือจากโสมหญ้าโลหิตอยู่ในถุงเก็บของเป็นจำนวนมาก


    แต่เพื่อไม่ทำให้พวกนางหวาดกลัว เขาจึงเลือกที่จะเอาออกมาเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น


    สวี่หยางพยักหน้า "นี่คือของที่ได้มาเร็ว ๆ นี้ อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าข้าควรเอาไปขายที่ไหน?"


    “ปริมาณค่อนข้างมาก หากเอาไปขายในคราวเดียวจะต้องดึงดูดพวกโลภมากอย่างแน่นอน!”


    “ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”


    “เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้ข้าจะออกไปขายของบางส่วน แต่คงทำได้เพียงขายในราคาครึ่งเดียวของที่นี่ หากขายมากกว่านั้น ข้ากลัวว่าเราจะตกเป็นเป้าเอาได้”


    เพราะมีหยกกับตัวจึงมีความผิด*[1]!


    การถือครองความมั่งคั่งจำนวนมากโดยปราศจากความแข็งแกร่งย่อมไม่นับเป็นความมั่งคั่ง แต่เป็นหายนะ


    เสิ่นม่านอวิ๋นผ่านประสบการณ์มาเช่นกัน ดังนั้นนางย่อมเข้าใจความจริงข้อนี้ดี


    "ดี!" สวี่หยางพยักหน้า "หลังจากขายของแล้วก็ถึงเวลาทำภารกิจประจำเดือนนี้ของตระกูลสวีเสียที!"


    เสิ่นม่านอวิ๋นยิ้มแล้วเอ่ยคำ "วันนี้ข้าไปดูกับพี่อวี้เอ๋อร์มาแล้ว มีภารกิจที่เหมาะสมอยู่ พวกเราสามารถไปที่บ้านเกิดข้าเพื่อเยี่ยมหลุมศพของท่านแม่ได้ในคราวเดียว"


    “โอ้ ถ้างั้นก็เยี่ยมไปเลย แล้วเป็นภารกิจอะไรหรือ?” สวี่หยางถาม


    “ไปประจำการใกล้กับบ้านเกิดของข้าสักพัก ที่นั่นมีเมืองของตระกูลสวีซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลสวีได้ทำการทดสอบรากฐานวิญญาณประจำปี เด็กมนุษย์ทั้งหลายต่างเข้ารับการทดสอบ พวกเขากังวลว่าจะมีคนสร้างปัญหาก็เลยต้องการคนคอยดูแลความเรียบร้อยที่นั่น!”


    “ภารกิจนี้ถือว่าค่อนข้างง่าย หลังจากนั้นเราเพียงแค่ต้องติดตามกลุ่มและนำทางพวกเด็กที่มีรากฐานวิญญาณไปเมืองฟาง”


    “แต่ระยะเวลาอยู่ที่ประมาณยี่สิบวัน”


    สวี่หยางขมวดคิ้ว "ภารกิจฟังดูค่อนข้างง่าย แต่อวี้เอ๋อร์สะดวกจะไปที่นั่นด้วยหรือไม่?"


    หลินอวี้รีบเอ่ยคำ "ข้าอยู่ที่นี่คนเดียวได้"


    "ไม่มีทาง!" สวี่หยางปฏิเสธทันที "ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่เพียงลำพังได้?"


    “สหายเต๋าสวี่ช่างรักภรรยาเหลือเกิน” เสิ่นม่านอวิ๋นยิ้มขณะหันไปพูดกับหลินอวี้ “พี่อวี้เอ๋อร์ ข้าได้ทำการสอบถามเรียบร้อยแล้ว ที่พักที่พวกเขาจัดให้มีค่ายกลอยู่ เจ้าสามารถไปอยู่ที่นั่นได้อย่างวางใจ”


    จากนั้นหลินอวี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ก็ได้”


    นางมองเสิ่นม่านอวิ๋นอย่างมีความสุขแต่ก็ลอบครุ่นคิดอยู่ในใจ เป็นเรื่องดีแล้วที่เสิ่นม่านอวิ๋นกับสามีอยู่ด้วยกัน นับจากนี้ เวลาเขาออกไปทำอะไร ๆ ก็จะปลอดภัยมากขึ้น


    ลึก ๆ นางเกลียดตัวเองมาโดยตลอดที่ไม่สามารถช่วยสวี่หยางได้ แต่ตอนนี้นางมีเสิ่นม่านอวิ๋นมาคอยช่วยอีกแรงแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกมีความสุข


    ด้วยเหตุนี้ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เสิ่นม่านอวิ๋นจึงนำโสมหญ้าโลหิตกับโอสถวิญญาณไปขายอยู่หลายครั้ง ทำให้ได้รับหินวิญญาณมามากกว่าหนึ่งพันก้อน


    เมื่อรวมกับก่อนหน้า ทำให้ตอนนี้พวกเขามีหินวิญญาณทั้งสิ้นสองพันก้อนแล้ว


    ……


    พวกเขาจะเดินทางพรุ่งนี้


    เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียด สวี่หยางวางแผนที่จะให้เสิ่นม่านอวิ๋นมาที่ห้องของหลินอวี้ด้วยกัน


    "ข้าไปได้อยู่หรอก แต่สหายเต๋าสวี่ เจ้าอย่าทำเป็นเล่นเป็นอันขาด"


    เสิ่นม่านอวิ๋นเป็นคนละเอียดอ่อนและมีความคิดความอ่านลึกล้ำ


    ในช่วงสองวันที่ผ่านมา แม้สัญญาว่าจะไปกับสวี่หยาง แต่นางยังไม่ยอมทำจนถึงขั้นสุดท้ายและเต็มใจจะใช้เพียงปากเท่านั้น


    นอกจากสวี่หยางจะให้ความเคารพแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะนับถือในความอุตสาหะของเสิ่นม่านอวิ๋น เขาพยายามหว่านล้อมอยู่หลายครั้ง แต่นางก็สามารถหักห้ามใจได้ มันช่างเป็นความอุตสาหะที่ยิ่งใหญ่นัก


    ภายในถังไม้ซึ่งอยู่ในบ้าน


    เสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน


    ภายในห้องมีหมอกหนาทึบ โดยสตรีทั้งสองสวมชุดผ้าเนื้อบาง ทำให้ผิวน้ำคล้ายกับถูกย้อมด้วยชั้นแสงสีชมพู


    “ว่าอะไรนะ อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้ายังไม่ได้เข้าหออีกหรือ...” หลินอวี้ตกตะลึงหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเสิ่นม่านอวิ๋น


    เสิ่นม่านอวิ๋นยิ้มคล้ายกับได้ลิ้มรสทุกช่วงเวลากับสวี่หยาง แล้วในที่สุดก็เอ่ยคำ "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาลำบาก แต่สำหรับเรื่องใหญ่แบบนี้ ข้าอยากทำให้มันเป็นกิจลักษณะเสียหน่อย"


    “อื้ม ไม่แปลกที่ช่วงนี้เขาดูงุ่นง่านเป็นพิเศษ ฮิฮิ...”


    ขณะทั้งสองสนทนา สวี่หยางก็อยู่นอกประตูขณะทำการฝึกฝนเคล็ดวิชามังกรขับขาน


    ทุกวันนี้ เขาจะใช้เวลาช่วงกลางคืนเพื่อฝึกฝนเคล็ดวิชานี้


    ถึงอย่างไรเคล็ดวิชานี้ก็อยู่ระดับสอง ทันทีที่ทำการฝึกฝนสำเร็จ เขาย่อมมั่นใจว่าจะมีประสิทธิภาพค่อนข้างมาก


    เมื่อคิดว่าวันนี้อาจจะไม่ได้อะไร ทันใดนั้นหน้าจอก็ปรากฏขึ้น


    [เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานไม่สมบูรณ์ ท่านต้องการใช้คะแนนพิเศษ 200 แต้มเพื่อทำให้มันสมบูรณ์หรือไม่?”]


    "นี่มันอะไร??"


    สวี่หยางบังเกิดความยินดี หลังจากพยายามมาหลายวัน ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างเสียที


    ยิ่งกว่านั้น เขาใช้เพียงคะแนนพิเศษ 200 แต้มเพื่อทำให้เคล็ดวิชาสมบูรณ์!


    "ฮ่า ฮ่า..."


    สวี่หยางหัวเราะดังลั่น


    ตอนนี้เขามีคะแนนพิเศษอยู่ 480 แต้ม


    ในความเห็นของเขา การใช้คะแนนพิเศษ 200 แต้มเพื่อทำให้เคล็ดวิชาสมบูรณ์นับว่าคุ้มค่า ถึงอย่างไรมันก็เป็นเคล็ดวิชาระดับสอง ที่ไม่สามารถหาซื้อจากข้างนอกได้


    "สำเร็จ!!"


    ฟ่าว!


    คะแนนพิเศษพลันลดลงเหลือ 280


    [เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นพื้นฐาน 0/40]


    “สมแล้วที่เป็นเคล็ดวิชาระดับสอง คะแนนพิเศษที่ใช้สำหรับขั้นพื้นฐานถึงกับเริ่มที่ 40 แต้ม”


    แม้สวี่หยางจะถอนหายใจ แต่เขาก็เพิ่มคะแนนทันที!


    [เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นชำนาญ 0/80]


    [เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นเชี่ยวชาญ 0/160]


    [เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นสมบูรณ์ 0/320]


    ……


    แม้ตอนนี้คะแนนพิเศษจะกลับไปอยู่ที่ศูนย์ แต่เคล็ดวิชามังกรขับขานก็ไปถึงขั้นสมบูรณ์เช่นกัน!


    ในตอนนี้ ความทรงจำจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา ในความทรงจำดังกล่าว เขาเป็นศิษย์ของสำนักหนึ่งที่ได้รับเคล็ดวิชาลับ ‘เคล็ดวิชามังกรขับขาน’ มาจากชายแปลกหน้า!


    เขาฝึกฝนเคล็ดวิชานี้เป็นเวลาหลายปีและเติบโตทีละขั้น จากนั้นจึงค่อยพบความลับของมัน


    ขั้นพื้นฐาน ขั้นชำนาญ ขั้นเชี่ยวชาญและในที่สุดก็ถึงขั้นสมบูรณ์!


    เขาเริ่มต่อสู้กับสัตว์อสูรก่อนจะตะโกนว่า “คุกเข่า!”


    เสียงของเขาทรงอำนาจจนคล้ายกับเต็มไปด้วยพลังคาถา ทำให้สัตว์อสูรงุนงงชั่วขณะ


    เสียงของเขาทั้งทรงพลังและสามารถแพร่กระจายออกไปได้ไกล


    ตอนนี้เขากำลังนั่งขัดสมาธิด้วยสีหน้าสงบ จากนั้นอ้าปากเล็กน้อยแล้วตะโกนออกมา "ลม!"


    ปราณวิญญาณอันบ้าคลั่งที่อยู่ตรงหน้าก่อเกิดเป็นพายุหมุนอย่างต่อเนื่อง แล้วในที่สุดมันก็กวาดออกไป


    ฟ่าว!


    ดินบนพื้นกลายเป็นผุยผงก่อนจะหายไปในสายลม


    "ดี ดี สมแล้วที่เป็นเคล็ดวิชาระดับสอง"


    หลังจากสวี่หยางปรับกลิ่นอายให้มั่นคง เขาก็มองมือของตนด้วยสีหน้ายินดี


    กว่าจะรู้ตัวก็ทำการฝึกฝนไปแล้วครึ่งชั่วยาม


    เขาเงยหน้ามองฟ้า "อื้ม ถึงเวลาเอาใจภรรยาแล้ว"


    ชายหนุ่มหันหลังก่อนจะเดินเข้าบ้านไป


    ภรรยาทั้งสองอยู่ในถังน้ำที่ปกคลุมด้วยหมอกและระลอกคลื่นน้ำ


    แม้พวกนางจะสวมเสื้อผ้า แต่ผ้าเนื้อบางกึ่งโปร่งใสแบบนี้ยิ่งดูเย้ายวนใจมากกว่าไม่ใส่อะไรเสียอีก


    "นี่..."


    สวี่หยางมองไปที่ทั้งสองคนแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ พวกนางอยู่ในสภาพเช่นนี้ แล้วเขาจะทนไหวได้อย่างไร?


    เขาจึงกระโดดลงไปทันที



    [1] มีหยกกับตัวจึงมีความผิด เดิมกล่าวถึงชาวบ้านยากไร้ไม่มีทางมีของมีค่า(หยก)ไว้ครอบครองได้ เว้นแต่จะไปขโมยมา ต่อมาใช้เปรียบเทียบถึง ผู้มีความสามารถ แต่ความสามารถนั้นกลับเป็นภัยต่อตน

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย่างก้าวสู่วิถีเซียน ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912