(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 93 ความแข็งแกร่งของเบฮีมอท

            ฮยุนมูลอยอย่างสงบนิ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าจะสามารถสบั้นเกล็ดของทันย่าออกได้ แต่เขารู้ดีว่านั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างเบฮีมอทอันทรงพลังเท่านั้น ทันย่าในร่างนี้ยังคงมีพลังมหาศาลที่ไม่อาจคาดเดาได้


            “ดาบของผมไม่เคยล้มเหลว แม้ว่าท่านจะแข็งแกร่ง แต่ผมจะไม่ถอยจนกว่าจะพิสูจน์ว่าผมตอนนี้สามารถเอาชนะท่านได้!”


            ทันใดนั้นฮยุนมูก็พุ่งเข้าหาทันย่าอีกครั้ง คราวนี้การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วยิ่งขึ้น ดาบแห่งแสงที่เขาถือไว้ส่องประกายยิ่งกว่าเดิม ลมพายุที่หมุนวนรอบตัวเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล ทันย่าเงยหน้ามองพร้อมกับคำรามก้อง


            “ถ้าคุณคิดว่าดาบเล่มนั่นจะทำให้ฉันกลัว”


            “งั้นฉันก็จะทำให้คุณรู้สึกถึงความสิ้นหวัง!”


            ทันย่าไม่ถอย เขากลับพุ่งเข้าปะทะตรงๆกับดาบของฮยุนมู การเคลื่อนไหวของราชันเบฮีมอทได้ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน


            ขณะที่เกล็ดสีดำบนร่างกายเขาเปล่งประกายดุดัน พร้อมกับที่ทันย่าได้ใช้ปีกมหึมาของเขาฟาดฟันไปที่ฮยุนมู ปะทะเข้ากับพายุลมที่หมุนวนอย่างรุนแรง เกิดการปะทะครั้งใหญ่ที่ทำให้ลมพายุพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งรอบตัวพังทลาย


            การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประลองฝีมือธรรมดา มันเป็นการปะทะระหว่างพลังอันยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยอำนาจของกฎต้นกำเนิด


            ทันย่าในร่างเบฮีมอทเต็มไปด้วยความดุดัน ในขณะที่ฮยุนมูใช้พลังแห่งดาบและกฎต้นกำเนิดที่เขาฝึกฝนมาอย่างชำนาญ


            “ผมเองก็จะไม่ปล่อยให้ท่านได้เปรียบไปตลอด!”


            ฮยุนมูเงื้อดาบขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฟาดมันลงอย่างรวดเร็ว พลังสายลมพุ่งเข้าปะทะทันย่า


            “เปรี๊ยง!”


            ทันย่าป้องกันด้วยปีกของเขา แต่แรงปะทะของดาบนี้กลับทำให้ปีกของเขาแปรเปลี่ยน เกิดรอยร้าวเล็กๆ บนเกล็ดที่เคยไม่แตกสลาย


            ชิงหลงและแบคโฮที่ยืนดูอยู่ด้านข้างต่างเริ่มเห็นความอันตรายของทันย่ามากยิ่งขึ้น


            เมื่อทั้งสองมองหน้ากันเสร็จ ตัวของชิงหลงก็ก้าวไปข้างหน้า ขณะที่แบคโฮยิ้มอย่างเงียบๆ จ้องมองไปยังชิงหลงด้วยแววตาที่ดูสนใจ


            “ถึงเวลาที่ข้าจะต้องเอาจริงมั้งแล้ว!”


            ในตอนนั้นชิงหลงได้ปลดปล่อยพลังอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในตัวเขาออกมา เสียงลมพัดผ่านทำให้บรรยากาศโดยรอบร้อนระอุขึ้นทันที


            ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายขณะที่เขารวบรวมพลังยีนพันธุกรรม ก่อนจะเริ่มก่อตัวเป็นหมัดที่ทรงพลังจนร่างกายสั่นสะท้าน


            “เทคนิคหมัดดวงดาว— หมัดเพลิงมังกรคำราม!”


            ชิงหลงตะโกนก้องพร้อมกับพลังไฟที่ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา


            เทคนิคการต่อสู้ดวงดาวเป็นหนึ่งในวิชาการต่อสู้ระดับสูงที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้สามารถเรียนรู้ได้ มันรวมเอาพลังแห่งดวงดาวและกฎต้นกำเนิดแห่งไฟ ผสานรวมกันจนกลายเป็นพลังที่มีทั้งความรุนแรงและความร้อนแรง แสงไฟสีส้มแดงสว่างส่องไปทั่วบริเวณ ราวกับดวงอาทิตย์ปรากฏกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน


            ขณะที่ชิงหลงรวบรวมพลัง ฮยุนมูที่ยืนอยู่ข้างๆก็กำลังเตรียมโจมตีทันย่าอีกครั้ง


            ดาบแห่งแสงของเขาถูกเคลือบด้วยพลังแห่งลมที่หมุนวนรอบๆ ราวกับพายุเฮอริเคนในขอบฟ้าฟากฟ้า ทันใดนั้น ทั้งชิงหลงและฮยุนมูได้เคลื่อนตัวพร้อมกัน โจมตีเข้าใส่ทันย่าจากทั้งสองทิศทาง


            “รับมือท่านทันย่า!”


            ชายวัยกลางคนที่ใช้เทคนิคหมัดซวนหยวน พุ่งเข้าหาทันย่าด้วยพลังไฟอันมหาศาล หมัดของเขาส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์ รังสีแห่งไฟปล่อยออกมาจากหมัดนั้นอย่างรุนแรง พลังทำลายล้างของมันสามารถแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า


            ฮยุนมูเองก็พุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วเช่นกัน ดาบแห่งแสงที่ผสานกับกฎต้นกำเนิดแห่งสายลมถูกฟาดเข้าใส่ทันย่าจากอีกฝั่ง


            “ครืนนนนนนนนนนน!”


            ทั้งสองขุนพลเทพโจมตีพร้อมกันอย่างประสานกัน พลังของไฟและสายลมที่ปะทะกันตรงกลางระหว่างพวกเขาก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ—พายุไฟหมุนวนเป็นวงใหญ่ แผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้า ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วนเลยก็ว่าได้


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            ทันย่าที่อยู่ตรงกลางรับรู้ถึงพลังมหาศาลที่พุ่งเข้ามาหาเขา แต่กลับไม่มีความหวาดหวั่นในดวงตาของเขา เขาคำรามเสียงดังลั่น ก่อนที่ร่างกายของเขาจะขยับอย่างรวดเร็ว ปีกด้านหลังกางออกเต็มที่ ขณะที่กรงเล็บแหลมคมก็เตรียมพร้อมที่จะต้านทานการโจมตีทั้งสองด้าน


            “พวกคุณคิดว่าพลังของพวกคุณจะเอาชนะฉันได้หรือ? ฉันคือเบฮีมอท..”


            “และไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันล้มลงได้!!”


            ทันย่าพุ่งเข้าสู่การปะทะโดยไม่ลังเล ปีกของเขากางออกเต็มที่ บดบังแสงไฟและสายลมที่ส่องประกายจากการโจมตีของชิงหลงและฮยุนมู


            “ปัง!”


            ชายหนุ่มในร่างเบฮีมอทยกกรงเล็บของเขาขึ้น ขวางหมัดของชิงหลงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งมังกร การปะทะกันของหมัดและกรงเล็บก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น ลมพายุหมุนวนขึ้นจากจุดที่ทั้งสองคนปะทะกัน แรงปะทะนั้นรุนแรงจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน รอยแตกแยกกระจายไปทั่วบริเวณ


            ขณะเดียวกัน ดาบแห่งแสงของฮยุนมูก็ฟาดเข้ามาจากอีกฝั่ง


            “ปัง!”


            ปะทะกับปีกของทันย่าที่ป้องกันอยู่ ความรุนแรงจากกฎต้นกำเนิดแห่งสายลมได้แผ่กระจายไปทั่วปีกของทันย่า ขณะที่แสงจากดาบนั้นส่องประกายและทำลายเกล็ดที่ปกป้องร่างกายของเขา เกล็ดบางส่วนของทันย่าถูกตัดออกอีกครั้ง แต่เขายังคงยืนหยัดไม่ถอยหลัง


            “รวมพลังกันได้ดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอ!”


            ทันย่าตะโกนลั่น ขณะเริ่มปลดปล่อยพลังของเบฮีมอทในระดับที่สูงกว่าเก่า พลังที่ทันย่าปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือนด้วยความดุดัน ร่างเบฮีมอทของเขาเปล่งประกาย ทำให้เหล่าขุนพลเทพทั้งสองต้องก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความระวัง


            “หากยังไม่ปลดปล่อยพลังทั้งหมด”


            “ฉันจะบดขยี้ให้เป็นเถ้าถ่านซะเลย!”


            ตอนนั้น โรซาเลียยืนอยู่ห่างออกไป จ้องมองการต่อสู้ที่เกิดขึ้นตรงหน้า


            ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง การปะทะระหว่างทันย่าที่อยู่ในร่างเบฮีมอทและสองขุนพลเทพอย่างชิงหลงและฮยุนมู กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้พื้นดินใต้เท้าเธอสั่นไหว


            พลังอันมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุและรุนแรงในเวลาเดียวกัน ตัวของหญิงสาวไม่อาจละสายตาจากการต่อสู้นี้ได้ ในใจก็เต็มไปด้วยความคิดมากมาย


            เธอรู้จักพลังของชิงหลงและฮยุนมูเป็นอย่างดี ทั้งสองเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับที่ 7 ซึ่งมีพลังอันแข็งแกร่งและถือเป็นสุดยอดนักสู้พันธุกรรมของโลกนี้ แรงกดดันที่พวกเขาสร้างขึ้นนั้น มหาศาลจนแม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขายังต้องเคารพยำเกรง


            แต่สิ่งที่ทำให้โรซาเลียตกตะลึงมากที่สุด ไม่ใช่ความสามารถของสองขุนพลเทพที่กำลังโจมตีท่านทันย่าอย่างพร้อมเพรียงกัน


            แต่กลับเป็นทันย่าที่อยู่ในร่างเบฮีมอท ซึ่งควรจะมีพลังแค่นักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ดาว


            ทว่าตัวของท่านสามารถต่อกรกับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 7 ดาวได้โดยไม่แสดงอาการเพรียงพล้ำหรือพ่ายแพ้เลยซักนิด ถึงจะมีอาการบาดเจ็บบ้าง ทว่ามันก็เป็นบาดแผลที่เล็กจ้อย


            “มันไม่น่าเป็นไปได้เลยซักนิด!”


            “แค่ระดับ 2 ดาว แต่พลังที่เขาปลดปล่อยออกมามันมากเกินกว่าที่เราจะคาดคิด!”


            โรซาเลียพึมพำกับตัวเอง สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่ทันย่า และหญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างเบฮีมอท


            ไม่ใช่แค่พลังดิบเถื่อน แต่มันยังมีความลึกซึ้งบางอย่างที่มาจากกฎต้นกำเนิดอย่างอวกาศ ทันย่ากำลังใช้พลังของเขาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


            ไม่เพียงแต่ป้องกันการโจมตีของชิงหลงและฮยุนมู แต่ยังสามารถสร้างแรงปะทะที่รุนแรงกลับไปได้ด้วย


            “ทันย่าผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”


            โรซาเลียคิดในใจ ขณะที่เธอเฝ้ามองทันย่าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปีกใหญ่ของเขากางออกเต็มที่เพื่อป้องกันการโจมตี ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมฟาดกลับไปยังชิงหลงด้วยความดุดัน


            การต่อสู้มาถึงจุดเดือดพล่าน ชิงหลงที่ใช้เทคนิคหมัดซวนหยวนกำลังปล่อยพลังโจมตีที่เต็มไปด้วยไฟอันร้อนแรงเข้าใส่ทันย่า ขณะที่ฮยุนมูฟาดดาบแห่งแสงที่ผสานกับกฎแห่งลมตามเข้าไป


            ทันย่าที่อยู่ตรงกลางใช้ปีกของเขาเพื่อป้องกัน พร้อมกับปลดปล่อยพลังของเบฮีมอทออกมาในระดับที่สูงกว่าเดิม


            เวลาเดียวกัน แบคโฮที่ยืนอยู่ห่างออกไปตลอดเวลา มองดูการต่อสู้ระหว่างทันย่ากับชิงหลงและฮยุนมูด้วยสายตานิ่งสงบ


            เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการเข้าร่วมการต่อสู้อย่างเปิดเผย แต่ในใจของเขากำลังวิเคราะห์การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายถูกบันทึกไว้ในจิตสำนึกของเขา


            แม้แบคโฮจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนชิงหลงหรือฮยุนมู แต่พลังของชายแก่ผู้นี้กลับไม่ได้น้อยไปกว่าพวกเขาเลย


            “ถึงเวลาของข้าแล้วสินะ...”



            ...

            ไม่น่าค้าง ????


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน