ฮยุนมูลอยอย่างสงบนิ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าจะสามารถสบั้นเกล็ดของทันย่าออกได้ แต่เขารู้ดีว่านั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างเบฮีมอทอันทรงพลังเท่านั้น ทันย่าในร่างนี้ยังคงมีพลังมหาศาลที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ดาบของผมไม่เคยล้มเหลว แม้ว่าท่านจะแข็งแกร่ง แต่ผมจะไม่ถอยจนกว่าจะพิสูจน์ว่าผมตอนนี้สามารถเอาชนะท่านได้!”
ทันใดนั้นฮยุนมูก็พุ่งเข้าหาทันย่าอีกครั้ง คราวนี้การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วยิ่งขึ้น ดาบแห่งแสงที่เขาถือไว้ส่องประกายยิ่งกว่าเดิม ลมพายุที่หมุนวนรอบตัวเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล ทันย่าเงยหน้ามองพร้อมกับคำรามก้อง
“ถ้าคุณคิดว่าดาบเล่มนั่นจะทำให้ฉันกลัว”
“งั้นฉันก็จะทำให้คุณรู้สึกถึงความสิ้นหวัง!”
ทันย่าไม่ถอย เขากลับพุ่งเข้าปะทะตรงๆกับดาบของฮยุนมู การเคลื่อนไหวของราชันเบฮีมอทได้ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
ขณะที่เกล็ดสีดำบนร่างกายเขาเปล่งประกายดุดัน พร้อมกับที่ทันย่าได้ใช้ปีกมหึมาของเขาฟาดฟันไปที่ฮยุนมู ปะทะเข้ากับพายุลมที่หมุนวนอย่างรุนแรง เกิดการปะทะครั้งใหญ่ที่ทำให้ลมพายุพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งรอบตัวพังทลาย
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประลองฝีมือธรรมดา มันเป็นการปะทะระหว่างพลังอันยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยอำนาจของกฎต้นกำเนิด
ทันย่าในร่างเบฮีมอทเต็มไปด้วยความดุดัน ในขณะที่ฮยุนมูใช้พลังแห่งดาบและกฎต้นกำเนิดที่เขาฝึกฝนมาอย่างชำนาญ
“ผมเองก็จะไม่ปล่อยให้ท่านได้เปรียบไปตลอด!”
ฮยุนมูเงื้อดาบขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฟาดมันลงอย่างรวดเร็ว พลังสายลมพุ่งเข้าปะทะทันย่า
“เปรี๊ยง!”
ทันย่าป้องกันด้วยปีกของเขา แต่แรงปะทะของดาบนี้กลับทำให้ปีกของเขาแปรเปลี่ยน เกิดรอยร้าวเล็กๆ บนเกล็ดที่เคยไม่แตกสลาย
ชิงหลงและแบคโฮที่ยืนดูอยู่ด้านข้างต่างเริ่มเห็นความอันตรายของทันย่ามากยิ่งขึ้น
เมื่อทั้งสองมองหน้ากันเสร็จ ตัวของชิงหลงก็ก้าวไปข้างหน้า ขณะที่แบคโฮยิ้มอย่างเงียบๆ จ้องมองไปยังชิงหลงด้วยแววตาที่ดูสนใจ
“ถึงเวลาที่ข้าจะต้องเอาจริงมั้งแล้ว!”
ในตอนนั้นชิงหลงได้ปลดปล่อยพลังอันมหาศาลที่แฝงอยู่ในตัวเขาออกมา เสียงลมพัดผ่านทำให้บรรยากาศโดยรอบร้อนระอุขึ้นทันที
ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายขณะที่เขารวบรวมพลังยีนพันธุกรรม ก่อนจะเริ่มก่อตัวเป็นหมัดที่ทรงพลังจนร่างกายสั่นสะท้าน
“เทคนิคหมัดดวงดาว— หมัดเพลิงมังกรคำราม!”
ชิงหลงตะโกนก้องพร้อมกับพลังไฟที่ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา
เทคนิคการต่อสู้ดวงดาวเป็นหนึ่งในวิชาการต่อสู้ระดับสูงที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้สามารถเรียนรู้ได้ มันรวมเอาพลังแห่งดวงดาวและกฎต้นกำเนิดแห่งไฟ ผสานรวมกันจนกลายเป็นพลังที่มีทั้งความรุนแรงและความร้อนแรง แสงไฟสีส้มแดงสว่างส่องไปทั่วบริเวณ ราวกับดวงอาทิตย์ปรากฏกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน
ขณะที่ชิงหลงรวบรวมพลัง ฮยุนมูที่ยืนอยู่ข้างๆก็กำลังเตรียมโจมตีทันย่าอีกครั้ง
ดาบแห่งแสงของเขาถูกเคลือบด้วยพลังแห่งลมที่หมุนวนรอบๆ ราวกับพายุเฮอริเคนในขอบฟ้าฟากฟ้า ทันใดนั้น ทั้งชิงหลงและฮยุนมูได้เคลื่อนตัวพร้อมกัน โจมตีเข้าใส่ทันย่าจากทั้งสองทิศทาง
“รับมือท่านทันย่า!”
ชายวัยกลางคนที่ใช้เทคนิคหมัดซวนหยวน พุ่งเข้าหาทันย่าด้วยพลังไฟอันมหาศาล หมัดของเขาส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์ รังสีแห่งไฟปล่อยออกมาจากหมัดนั้นอย่างรุนแรง พลังทำลายล้างของมันสามารถแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ฮยุนมูเองก็พุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วเช่นกัน ดาบแห่งแสงที่ผสานกับกฎต้นกำเนิดแห่งสายลมถูกฟาดเข้าใส่ทันย่าจากอีกฝั่ง
“ครืนนนนนนนนนนน!”
ทั้งสองขุนพลเทพโจมตีพร้อมกันอย่างประสานกัน พลังของไฟและสายลมที่ปะทะกันตรงกลางระหว่างพวกเขาก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ—พายุไฟหมุนวนเป็นวงใหญ่ แผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้า ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วนเลยก็ว่าได้
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ทันย่าที่อยู่ตรงกลางรับรู้ถึงพลังมหาศาลที่พุ่งเข้ามาหาเขา แต่กลับไม่มีความหวาดหวั่นในดวงตาของเขา เขาคำรามเสียงดังลั่น ก่อนที่ร่างกายของเขาจะขยับอย่างรวดเร็ว ปีกด้านหลังกางออกเต็มที่ ขณะที่กรงเล็บแหลมคมก็เตรียมพร้อมที่จะต้านทานการโจมตีทั้งสองด้าน
“พวกคุณคิดว่าพลังของพวกคุณจะเอาชนะฉันได้หรือ? ฉันคือเบฮีมอท..”
“และไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันล้มลงได้!!”
ทันย่าพุ่งเข้าสู่การปะทะโดยไม่ลังเล ปีกของเขากางออกเต็มที่ บดบังแสงไฟและสายลมที่ส่องประกายจากการโจมตีของชิงหลงและฮยุนมู
“ปัง!”
ชายหนุ่มในร่างเบฮีมอทยกกรงเล็บของเขาขึ้น ขวางหมัดของชิงหลงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งมังกร การปะทะกันของหมัดและกรงเล็บก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น ลมพายุหมุนวนขึ้นจากจุดที่ทั้งสองคนปะทะกัน แรงปะทะนั้นรุนแรงจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน รอยแตกแยกกระจายไปทั่วบริเวณ
ขณะเดียวกัน ดาบแห่งแสงของฮยุนมูก็ฟาดเข้ามาจากอีกฝั่ง
“ปัง!”
ปะทะกับปีกของทันย่าที่ป้องกันอยู่ ความรุนแรงจากกฎต้นกำเนิดแห่งสายลมได้แผ่กระจายไปทั่วปีกของทันย่า ขณะที่แสงจากดาบนั้นส่องประกายและทำลายเกล็ดที่ปกป้องร่างกายของเขา เกล็ดบางส่วนของทันย่าถูกตัดออกอีกครั้ง แต่เขายังคงยืนหยัดไม่ถอยหลัง
“รวมพลังกันได้ดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอ!”
ทันย่าตะโกนลั่น ขณะเริ่มปลดปล่อยพลังของเบฮีมอทในระดับที่สูงกว่าเก่า พลังที่ทันย่าปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือนด้วยความดุดัน ร่างเบฮีมอทของเขาเปล่งประกาย ทำให้เหล่าขุนพลเทพทั้งสองต้องก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความระวัง
“หากยังไม่ปลดปล่อยพลังทั้งหมด”
“ฉันจะบดขยี้ให้เป็นเถ้าถ่านซะเลย!”
ตอนนั้น โรซาเลียยืนอยู่ห่างออกไป จ้องมองการต่อสู้ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง การปะทะระหว่างทันย่าที่อยู่ในร่างเบฮีมอทและสองขุนพลเทพอย่างชิงหลงและฮยุนมู กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้พื้นดินใต้เท้าเธอสั่นไหว
พลังอันมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุและรุนแรงในเวลาเดียวกัน ตัวของหญิงสาวไม่อาจละสายตาจากการต่อสู้นี้ได้ ในใจก็เต็มไปด้วยความคิดมากมาย
เธอรู้จักพลังของชิงหลงและฮยุนมูเป็นอย่างดี ทั้งสองเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับที่ 7 ซึ่งมีพลังอันแข็งแกร่งและถือเป็นสุดยอดนักสู้พันธุกรรมของโลกนี้ แรงกดดันที่พวกเขาสร้างขึ้นนั้น มหาศาลจนแม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขายังต้องเคารพยำเกรง
แต่สิ่งที่ทำให้โรซาเลียตกตะลึงมากที่สุด ไม่ใช่ความสามารถของสองขุนพลเทพที่กำลังโจมตีท่านทันย่าอย่างพร้อมเพรียงกัน
แต่กลับเป็นทันย่าที่อยู่ในร่างเบฮีมอท ซึ่งควรจะมีพลังแค่นักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ดาว
ทว่าตัวของท่านสามารถต่อกรกับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 7 ดาวได้โดยไม่แสดงอาการเพรียงพล้ำหรือพ่ายแพ้เลยซักนิด ถึงจะมีอาการบาดเจ็บบ้าง ทว่ามันก็เป็นบาดแผลที่เล็กจ้อย
“มันไม่น่าเป็นไปได้เลยซักนิด!”
“แค่ระดับ 2 ดาว แต่พลังที่เขาปลดปล่อยออกมามันมากเกินกว่าที่เราจะคาดคิด!”
โรซาเลียพึมพำกับตัวเอง สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่ทันย่า และหญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างเบฮีมอท
ไม่ใช่แค่พลังดิบเถื่อน แต่มันยังมีความลึกซึ้งบางอย่างที่มาจากกฎต้นกำเนิดอย่างอวกาศ ทันย่ากำลังใช้พลังของเขาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ไม่เพียงแต่ป้องกันการโจมตีของชิงหลงและฮยุนมู แต่ยังสามารถสร้างแรงปะทะที่รุนแรงกลับไปได้ด้วย
“ทันย่าผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”
โรซาเลียคิดในใจ ขณะที่เธอเฝ้ามองทันย่าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ปีกใหญ่ของเขากางออกเต็มที่เพื่อป้องกันการโจมตี ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมฟาดกลับไปยังชิงหลงด้วยความดุดัน
การต่อสู้มาถึงจุดเดือดพล่าน ชิงหลงที่ใช้เทคนิคหมัดซวนหยวนกำลังปล่อยพลังโจมตีที่เต็มไปด้วยไฟอันร้อนแรงเข้าใส่ทันย่า ขณะที่ฮยุนมูฟาดดาบแห่งแสงที่ผสานกับกฎแห่งลมตามเข้าไป
ทันย่าที่อยู่ตรงกลางใช้ปีกของเขาเพื่อป้องกัน พร้อมกับปลดปล่อยพลังของเบฮีมอทออกมาในระดับที่สูงกว่าเดิม
เวลาเดียวกัน แบคโฮที่ยืนอยู่ห่างออกไปตลอดเวลา มองดูการต่อสู้ระหว่างทันย่ากับชิงหลงและฮยุนมูด้วยสายตานิ่งสงบ
เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการเข้าร่วมการต่อสู้อย่างเปิดเผย แต่ในใจของเขากำลังวิเคราะห์การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายถูกบันทึกไว้ในจิตสำนึกของเขา
แม้แบคโฮจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนชิงหลงหรือฮยุนมู แต่พลังของชายแก่ผู้นี้กลับไม่ได้น้อยไปกว่าพวกเขาเลย
“ถึงเวลาของข้าแล้วสินะ...”
...
ไม่น่าค้าง ????