ตอนที่ 24 แผนการจับตัวนางไม้
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดนัก เฟยจึงได้เผลอแสดงท่าทีที่ดูไม่เป็นมิตรออกมาใส่ท่านเทพศาสตราที่อาวุโสกว่ามากเป็นครั้งแรก“เรื่องของข้ากับเสี่ยวจื่อ ข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ต้องให้ท่านเทพศาสตราต้องวุ่นวายยื่นมือเข้ามาชี้แนะหรอก…..”นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เฟยหลงกล่าวทิ้งไว้ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านของฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นมา….
“...ต้นไม้บ๊อง!ช่างมีมิตรสหายเยอะซะจริง!”“หา?O_O จื่อหลงชมเสี่ยวจื่อเหรอ?”เสี่ยวจื่อเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยยามที่เห็นเฟยหลงเดินเข้าเขตปลอดภัยมาแล้วดูจะมีท่าทีฮึดฮัดขัดใจเป็นพิเศษ‘ปกติจื่อหลงก็หน้าบู๊ดบูดชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งหน้าหักไปกันใหญ่เลยน้า... ตลกจังเลยอ่าฮิฮิฮิ’‘ว่าแต่... จื่อหลงบอกว่าจะไปบ้านท่านเจียงนี่น่า ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังเลยล่ะ?’“...-_-... ฟังยังไงเป็นชม... นี่เจ้าตั้งใจจะกวนประสาทข้าใช่มั้ย?...”“….อืม.... กวนประสาทคืออะไรเหรอ?”“...-_-... ย๊ากกก หงุดหงิดโว๊ยยยย ไปฝึกแยกร่างดีกว่า!"เฟยหลงแหกปากตะโกนออกไปเสร็จแล้วก็สะบัดหน้าเดินหายไป ทิ้งให้เสี่ยวจื่อได้แต่มองตามไปอย่างงุนงงตอนแรกเฟยหลงหงุดหงิดจากฮุ่ยเจียงแล้วก็ตั้งใจว่าจะกลับมาอยู่เล่นกับเสี่ยวจื่อให้อารมณ์ดี แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งได้กลับมาหา เห็นอีกฝ่ายสดใสไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดไปเสียอย่างนั้น‘เจ้าต้นไม้หน้ามึนนี่ยิ่งนับวันยิ่งน่าฟัดให้ตาย… มีอย่างที่ไหนมาทำให้คนอื่นสนใจได้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า ทั้งที่เอาแต่เรียกหาจื่อหลง จื่อหลง จื่อหลง อยู่ทั้งวันแท้ๆ!มันจะมากเกินไปแล้ว!’เพราะหงุดหงิดนัก เฟยหลงจึงได้ตัดสินใจจะเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองให้เป็นไปที่เรื่องอื่นที่ละเลยไปนานเพราะมัวแต่พาเสี่ยวจื่อไปเที่ยวอยู่ นั่นก็คือการพยายามฝึกปรือวิชาการแปลงร่าง‘เชอะ!ข้าไม่ง้อเจ้าหรอกต้นไม้งี่เง่า ไว้รอให้ข้าได้เจอพี่นางไม้ก่อนเถอะ ข้าจะเมินไม่คุยกับเจ้าเลยคอยดู!’ว่าแล้วเฟยหลงก็เริ่มต้นฝึกวิชาต่ออีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ที่นับว่าใกล้จะสำเร็จมากแล้ว มาวันนี้เพราะอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่ สมาธิก็เลยน้อยลง ทำให้สัมฤทธิผลได้ช้าขึ้น จากที่ว่าไม่กี่ชั่วยามคงจะสำเร็จได้ก็กลายเป็นดึกดื่นแล้ว“เอาล่ะนะ… ฮึ้บ!”เมื่อรวบรวมสมาธิเสกคาถาได้แล้วฉับพลันร่างเซียนแยกส่วนของเขาก็บังเกิดขึ้นมาต่อหน้าต่อตา รูปร่างหน้าตากิริยาทุกอย่างของร่างแยกนี้เหมือนกับเฟยหลงตัวจริงทุกประการ ต่างกันตรงที่แววตาของร่างแยกนั้นไร้ประกายคล้ายกับไม่มีจิตวิญญาณ“ทำไมดูเลื่อนลอยเช่นนี้เล่า?…”เมื่อคิดเช่นนั้น อยู่ๆ สมองของเฟยหลงก็เหมือนถูกแบ่งแยกความคิดเป็นสองส่วน ส่วนหลักเป็นของร่างจริง ส่วนย่อยเป็นของร่างแยก มันออกจะยากสักหน่อยยามที่ต้องพยายามแยกประสาทควบคุมทั้งสองร่าง แต่ไม่นานก็เริ่มคล่องขึ้น ยามนี้เขาจึงได้รู้สึกทุกอย่างที่ร่างแยกสัมผัสด้วยแม้ว่าจิตใจเขาจะอยู่ในร่างหลักก็ตาม“สัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแล้วรู้สึก แล้วถ้าหากบาดเจ็บจะรู้สึกด้วยมั้ยนะ…”คิดได้เช่นนั้น เฟยหลงก็ทดลองเดินไปเตะขาร่างแยกของตนเองดู“อุ๊บ!!!เจ็บนี่หว่า!!!”สงสัยจะอยู่กับเสี่ยวจื่อมากไป ความคิดความอ่านของเขาจึงติ๊งต๊องไม่ต่างกัน ‘วิธีทดสอบมีตั้งเยอะแยะ ดันเลือกจะเตะตัวเองซะงั้น!’ แต่แม้จะเจ็บเหมือนกัน แต่ระดับความรุนแรงก็แตกต่างกันมา ขึ้นอยู่กับว่าเขาถ่ายเทพลังปราณเซียนเข้าไปมากเท่าไหร่ หากอยากให้แข็งแกร่งใกล้เคียงร่างจริงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องเพิ่มพลังมากเท่านั้น“หมดกัน… ตอนแรกว่าจะใช้ร่างแยกแกล้งบาดเจ็บไปหลอกให้พี่นางไม้ปรากฏตัวออกมาแล้วค่อยใช้ร่างจริงแอบเข้าไปจับตัวสักหน่อย ถ้าตัวจริงข้าเจ็บด้วยงี้ก็อ่วมเลยสิ…. เอาไงดี…. เอาวะ!เพื่อพี่นางไม้!”ว่าแล้วเฟยหลงก็จัดการอัดร่างแยกของตนเองจนอ่วม ทั้งยังใช้กรงเล็บของตนเองจ้วงแทงจนร่างแยกได้แผลฉกรรจ์ไปหลายแผลและเหลือพลังเซียนคงไว้ในร่างแยกให้เบาบางจนใกล้หมด สภาพในตอนนี้ดูอย่างไรก็คล้ายกับบาดเจ็บสาหัสมากและอาการร่อแร่เต็มที ในขณะที่ร่างจริงก็เจ็บๆปวดๆไม่ใช่เล่นเลย แต่นับว่ายังทนได้เพราะร่างจริงของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าร่างแยกมาก…‘เอาตัวเข้าแลกขนาดนี้!วันนี้ข้าต้องจับตัวพี่นางไม้ให้ได้!และถ้าข้าโชคดี ข้าจะขอสมสู่กับนางด้วย!!ตื่นเต้นโว้ย!!!’สำรวจตนเองเรียบร้อยก็เงยหน้ามองฟ้าสำรวจเวลา… อืม…ฟ้ามืดดึกดื่นใกล้ยามอิ๋นเสียขนาดนี้ อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะเช้า เจ้าเสี่ยวจื่อหลับไปจนใกล้จะตื่นแล้วแน่ๆ… รีบหน่อยก็ดี ไม่มีเสี่ยวจื่อตื่นมาร้องโหวกเหวกโวยวายจะได้แอบจับตัวพี่นางไม้ได้สะดวกๆหน่อย…‘จริงสิ… คิดเรื่องนี้ก็นึกขึ้นได้… ทุกครั้งที่พี่นางไม้ปรากฏตัวเสี่ยวจื่อหายไปไหนนะ?… จะว่าไปทุกครั้งข้าก็อาการสาหัสมากจนสลบไปก่อนทุกที ไม่เคยได้สังเกตทันเลยว่าเสี่ยวจื่ออยู่ที่ตรงไหนยามที่พี่นางไม้โผล่มา… แล้วเสี่ยวจื่อยังบอกว่าไม่เคยเห็นพี่นางไม้มาก่อนอีก… คนซื่อบื้ออย่างเสี่ยวจื่อไม่มีทางโกหกใครได้แน่ ทั้งยังไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องโกหกข้า…. อืม… พี่นางไม้เป็นเซียน พลังรักษาสูงส่งคงจะพรางตัวไม่ให้เสี่ยวจื่อมองเห็นได้ละมั้งนะ…. เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ เดี๋ยวจับตัวได้ก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร!’ว่าแล้วเฟยหลงทั้งร่างจริงและร่างแยกก็พากันเดินเข้าไปที่เขตปลอดภัยของเสี่ยวจื่อ เขาตั้งใจให้ร่างแยกที่บาดเจ็บหนักเข้าไปก่อนแล้วไปทิ้งตัวนอนในเขตไม่ไกลจากเสี่ยวจื่อนักเหมือนที่เป็นทุกทียามที่บาดเจ็บ ซึ่งตามปกติแล้วเมื่อใกล้รุ่งสาง พี่นางไม้ก็จะปรากฏตัวขึ้นมา ช่วยรักษาบาดแผลของเขาและร้องเพลงขับกล่อมจนเขาหลับไป…ส่วนร่างจริงของเขานั้นจะกลบเกลื่อนร่องรอยของตนเองแล้วแอบตามเข้าไปในเขตคอยเฝ้าจับตามองจนเห็นพี่นางไม้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วค่อยพุ่งเข้าไปจับตัวไว้ไม่ให้หนีได้อีกนั่นคือแผนการหลักของเฟยหลง…. ก็หวังว่าเจ้าเสี่ยวจื่อตัวป่วนจะไม่โผล่มาทำให้เสียแผนหรอกนะ!แต่เขาก็ได้คิดแผนการสำรองเผื่อไว้สำหรับกรณีที่ไม่คาดฝันมากมาย เช่นว่าหากพี่นางไม้ไม่ยอมให้เขาจับดีๆแล้วดิ้นรนต่อสู้ เขาก็จะเตรียมตั้งรับแล้วกำราบอย่างนุ่มนวลที่สุด แต่หากพี่นางไม้คิดจะวิ่งหนีไป เขาก็มีฝีเท้าของเสือขาวไป๋หู่พร้อมติดตามอย่างว่องไว“เอาล่ะ… ถึงเวลาที่เราจะได้เจอกันสักที… พี่นางไม้!”
ทางด้านของเสี่ยวจื่อนั้น ยามที่พระอาทิตย์ตกดินแล้วก็เผลอหลับใหลรวดเร็วเช่นทุกทีทั้งยังฝันดีมีความสุขเป็นอย่างยิ่งตามประสาคนที่ไม่ได้มีเรื่องใดให้ต้องวิตกกังวล อย่างมากเรื่องเครียดในแต่ละวันของเสี่ยวจื่อก็คงจะมีแค่ว่า ‘วันนี้จะได้เจอจื่อหลงมั้ย?’ ‘วันนี้จื่อหลงจะคุยด้วยรึเปล่า?’ หรือว่า ‘วันนี้จื่อหลงจะบาดเจ็บกลับมามั้ย?’ นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวจื่อคิดวนไปวนมาทุกวันยามที่อยู่คนเดียว แต่เพราะเมื่อตอนกลางวันวานนี้จื่อหลงบอกแล้วว่าจะไปฝึกวิชา ดังนั้นเสี่ยวจื่อจึงสบายใจได้ว่าเฟยหลงจะปลอดภัยไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเพราะงั้นวันนี้เสี่ยวจื่อจึงยิ่งฝันดีมีความสุขยิ่งกว่าทุกวัน…วันนี้เสี่ยวจื่อฝันตลกมาก ฝันว่าจื่อหลงสอนวิชาแปลงร่างให้เขาแล้วสาธิตให้ดูด้วยการแปลงร่างเป็นต้นซาโม่เหมยกุ้ยเหมือนที่เสี่ยวจื่อเคยเป็น แต่ต้นซาโม่เหมยกุ้ยของจื่อหลงประหลาดนัก ผิวของลำต้นขรุขระอย่างกับหนังมังกร อีกทั้งกิ่งทั้งหลายก็ขยับไหวไปมาดุ๊กดิ๊กน่ารักนัก ส่วนเสี่ยวจื่อก็แปลงร่างเป็นไส้เดือนแทนแล้วก็เลื่อยเข้าไปพันร่างต้นไม้จื่อหลงไว้แทนเป็นการเล่นสลับบทบาทที่น่าขันนัก เสี่ยวจื่อยังได้ฉวยโอกาสนี้กัดรากกัดกิ่งของจื่อหลงที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กเป็นพัลวันแล้วหัวเราะคิกคักออกมาเสียงดังจนนอนละเมอหัวเราะร่วนไม่หยุดผ่านไปชั่วครู่หนึ่งยามที่รู้สึกได้ถึงแสงอาทิตย์แผดจ้าที่แย่งตา ในที่สุดเสี่ยวจื่อกะพริบตาปริบๆ สะลึมสะลือตื่นขึ้นมามองโลกกว้างได้สักที และสิ่งแรกที่เห็นก็คือจื่อหลงที่มีสภาพเลือดโชกนอนพะงาบๆอยู่ไม่ไกลจากกันนัก“!!!จื่อหลงอ่า!!!จื่อหลงบาดเจ็บมาอีกแล้วอ่าาาาาา”หลายร้อยปีที่ผ่านมา ได้เห็นจื่อหลงบาดเจ็บกลับมาเป็นร้อยครั้ง แต่เสี่ยวจื่อก็ยังไม่เคยชินเลยสักครั้งเพราะความเป็นห่วงในตัวอีกฝ่ายที่มีอยู่มากมาย ดังนั้นจึงได้รีบแปลงร่างของตนกลับมาเป็นร่างเซียนแล้วรีบก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที ทุกย่างก้าวเร่งรีบและก็ไม่มั่นคงนักเพราะไม่ค่อยได้เดินบ่อย อีกทั้งเสื้อผ้าก็กรุยกรายรุ่มร่ามไม่ใช่เล่น จนสักพักก็เข้าถึงตัวของจื่อหลงได้จึงได้จับประคองศีรษะอีกฝ่ายขึ้นมาวางบนตักแล้วสำรวจร่างกายส่งพลังไปรักษาแผลโดยไวคราวนี้เสี่ยวจื่อใจไม่ดีเลย เพราะรู้สึกถึงพลังบำเพ็ญในร่างของจื่อหลงได้เบาบางนักจึงได้ยิ่งร้อนใจ เร่งถ่ายทอดปราณบำเพ็ญของตนเองให้เป็นการใหญ่มิคาดว่าอยู่ๆ จื่อหลงอีกคนจะโผล่หน้าออกมาจากชายป่าแล้วจ้องมองมาที่เขาอย่างตื่นตะลึง“…เสี่ยวจื่อ!!!…. เป็นเจ้าเองหรอกรึ?!!!…."______________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า